เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 49 หนึ่งการโจมตีที่ทรงพลัง (1) [อ่านฟรี]

ตอนที่ 49 หนึ่งการโจมตีที่ทรงพลัง (1) [อ่านฟรี]

ตอนที่ 49 หนึ่งการโจมตีที่ทรงพลัง (1) [อ่านฟรี]


ตอนที่ 49 หนึ่งการโจมตีที่ทรงพลัง (1)

ในตอนแรกที่หลินหานถูกซู่เหอจับตามอง นั่นทำให้ใครหลายคนให้ความสนใจเขาอย่างมาก ทว่า ในเวลาเดียวกันพวกเขายังมีความหวาดหวั่นต่อหลินหานไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่มีใครกล้าท้าประลองหลินหาน

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดในเวลานี้ เฉินหยู่แห่งตระกูลเฉินได้ท้าประลองหลินหานอย่างทนไม่ไหว

"เฉินหยู่ ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเฉินเขาถือเป็นผู้แข็งแกร่งลำดับสอง ซึ่งเป็นรองแค่เฉินอู๋เสียแห่งห้าผยองเท่านั้น ขอบเขตตบะของเขาคือยุทย์ฉะสวรรค์ขั้นสูงสุด"

"อีกอย่าง เขายังฝึกฝนเคล็ดวิชาหลอมกายาที่ทรงพลังอย่าง'เคล็ดวิชากายาหลอมศิลา' ทั้งฝ่ามือทั้งกำปั้นหนัก500กิโลกรัม

“หลินหานคนนี้ก็มีตบะในยุทย์ฉะสวรรค์เช่นกัน แต่ไม่ขึ้นสังเวียนเลย ไม่รู้ว่าเป็นการบลัฟหรือต้องการปกปิดพลังจริงๆ”

บรรดาศิษย์วัยเยาว์ส่วนหนึ่งต่างพากันพูดคุยกระซิบกระซาบ ทั้งยังสื่อความสงสัยในสายตา

"ดี" หลินหานยิ้มให้อย่างไม่แยแสต่อการท้าประลองของเฉินหยู่ เขาเดินขึ้นสังเวียนโดยสะพายดาบสนิมไว้ด้านหลัง

"หมัดศิลาเกรียงไกร!"

เฉินหยู่ไม่พูดพล่ามทำเพลง เขาใช้วิชายุทย์ทันที

หมัดศิลาเกรียงไกรเป็นวิชาต่อสู้ระดับสูงที่รู้จักกันดีในตระกูลเฉิน ความแข็งแกร่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และในเวลานี้เอง เฉินยู่ต่อยหมัดออกไปทำให้อากาศปั่นป่วน

"ฝ่ามือมังกรผงาด!" หลินหานตะโกนแล้วฟาดฝ่ามือออกไป

"อะไรนะ? ฝ่ามือมังกรผงาด?'

"หลินหานกำลังดูถูกเฉินหยู่หรือ? ทำไมเขาใช้วิชายุทย์ระดับต่ำมาเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้?"

"เขาคงรนหาที่ตาย!"

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เปลี่ยนสีหน้า สายตาดูถูก คำพูดเย้ยหยัน

"ฝ่ามือมังกรผงาด? วิชายุทย์ขั้นพื้นฐานของตระกูลหลิน?"

เฉินหยู่เองก็จดจำได้เช่นกัน สีหน้าของเขาจึงโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที พูดว่า "เจ้าดูถูกข้า! งั้นก็ตายซะ!"

บูม!

กำปั้นและฝ่ามือเข้าปะทะกัน ทำให้เกิดแรงระเบิดดังสะเทือนเลือนลั่นในทันที

"อ้ากกกกก!"

วินาทีต่อมา มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ร่างที่สูงใหญ่กระเด็นลอยไปในอากาศแล้วกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง

"อะไรหน่ะ?!"

"เฉินหยู่ถูกฝ่ามือโจมตีจนกระเด็นไปเลยเหรอ?!"

"แต่นั่นเป็นเพียงวิชายุทย์ระดับต่ำสุดเองนะ!"

ทันใดนั้นฝูงชนหันไปมองหลินหานที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาพลันเผยความตกตะลึง

เด็ดขาดมาก  !

ร่างกายแกร่งกล้าอย่างยิ่ง!

พลังระเบิดอย่างน่าสะพรึง!

บัดนี้ สีหน้าของผู้คนมากมายกำลังอึ้งตะลึงงัน พร้อมแอบคาดเดาว่าหลินหานอาจจะเป็นผู้ใช้วิชาหลอมร่างกายเช่นกัน ทว่า จากข้อมูลที่ได้ยินแพร่หลายจากตระกูลหลิน ดูเหมือนหลินหานคนนี้จะเป็นนักดาบที่มีฝีมือสูงมิใช่หรือ

หลินหานจ้องมองเฉินหยู่ซึ่งถูกตัวเองซัดจนกระเด็นไป แต่มิได้แสดงท่าทีที่ลำพองใจแต่อย่างใด

ประการแรก เป็นเพราะเฉินหยู่ดูถูกคู่ต่อสู้ และเป็นเพราะความโกรธโกรธครอบงำ ทำให้เกิดความรู้สึกว้าวุ่นจนไม่ทันระวัง

ประการที่สอง แม้ว่าทั้งตัวเขาและเฉินหยู่ผู้นี้มีตบะให้ยุทย์ฉะสวรรค์เหมือนกัน แต่เขาได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไทกู่ควบคู่ไปด้วย สสารถ่องแท้แห่งพลังมังกรจึงมีมากมายจนเทียบได้กับปรมาจารย์ยุทย์ครึ่งขั้น

ประการที่สาม แม้ว่าเฉินหยู่จะเป็นผู้ใช้วิชาหลอมกายา แต่ร่างกายของหลินหานเองก็ทรงพลังมาก ใช่ว่าจอมยุทย์ทั่วไปจะสั่นคลอนได้

ถ้าเมื่อครู่หลินหานกระตุ้นกายาจักรพรรดิมังกร แล้วเพิ่มความแข็งแกร่งแก่ร่างกายและพลังต่อสู้ให้เป็นสามเท่า เกรงว่าแขนทั้งแขนของเฉินหยู่จะแตกหักในทันที ทว่า การประมือกันสิ้นสุดเเค่นี้ หลินหานเองก็ไม่มีความตั้งใจจะเสี่ยงชีวิตหรือเปิดเผยไพ่ในมือของเขาเร็วเกินไป

"เจ้าชนะแล้ว ... " เฉินหยู่ยืนขึ้นแล้วเช็ดเลือดจากมุมปาก ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่น

"ขอรับชัยชนะ."  หลินหานยกมือคำนับ แล้วลงจากสังเวียนอย่างนิ่งเฉย

แม้ว่าตั้งแต่ต้นจนจบจะสู้ด้วยหนึ่งกำปั้น ทั้งยังใช้วิชายุทย์ระดับต่ำสุดอย่าง "ฝ่ามือมังกรผงาด" แต่ความแข็งแกร่งของหลินหานได้สลักอยู่ในใจของผู้คนในงานแล้ว

“หลินหาน คิดไม่ถึงว่าพลังกายของเจ้าจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้” หลินหานกลับมายังที่เดิม หลินหรูเยียนจึงเดินเข้ามาใกล้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มแสนหวาน

นางเคยได้ยินลุงกุ่ยพูดว่า นักพรตวิญญาณฝึกฝนพลังวิญญาณทำให้กายเนื้ออ่อนแอมาก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับหลินหาน

“ค่อยน่าสนใจหน่อย” ไม่ไกลนัก ลั่วเทียนหย่างผู้เป็นศิษย์อันดับหนึ่งแห่งตระกูลลั่วเผยความแปลกใจในดวงตา

เฉินหยู่เดินกลับไปยังตำแหน่งที่นั่งของตระกูลเฉินด้วยสีหน้าหงุดหงิด เฉินอู๋เสียแตะไหล่เขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "หลินหานคนนี้แข็งแกร่งมาก บางที อาจจะมีพลังต่อสู้ในระดับเดียวกับห้าผยองแห่งเมืองต้วนเทียนอย่างพวกเราก็เป็นได้ เจ้ามิได้พ่ายแพ้อย่างน้าอดสูหรอก"

เมื่อเสียงของเฉินอู๋เสียจบลง เหล่าศิษย์ตระกูลเฉินก็ตกใจทันที ดาวรุ่งของตระกูลหลินคนนั้นแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆเหรอ?

เฉินหยู่ผู้เป็นอัจฉริยะอันดับสองแห่งตระกูลเฉิน เป็นรองแค่'คุณชายอู๋เสีย'แห่งห้าผยองเท่านั้น แต่หลินหานเอาชนะได้ในหนึ่งหมัด ทำให้บรรยากาศในสังเวียนดุเดือดเลือดพล่านขึ้น

ต่อจากนั้น ม้ามืดแต่ละคนที่แฝงกายอยู่ในขุมอำนาจต่างๆได้พากันขึ้นสังเวียน แล้วท้าทายห้าผยองรุ่นเก่า ทว่า เห็นได้ชัดว่าบรรดาคนที่ถูกเรียกว่า "ม้ามืด" ไม่ได้มีโชคแบบหลินหาน อย่าคิดว่าจะได้ต่อสู้ในระดับเดียวกับห้าผยองเลย เพราะแค่อัจฉริยะที่อ่อนแอที่สุดของห้าผยอง พวกเขายังสู้ไม่ได้

เวลานี้ ใครหลายคนที่เพ่งเล็งหลินหานก็เข้าใจได้ในที่สุด ว่าดาวรุ่งพุ่งแรงของตระกูลหลินนั้นทรงพลังจริงๆ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่สามารถเอาชนะเฉินหยู่ได้ในหนึ่งหมัด

จบบทที่ ตอนที่ 49 หนึ่งการโจมตีที่ทรงพลัง (1) [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว