เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 รู้สึกถึงอันตราย [อ่านฟรี]

ตอนที่ 45 รู้สึกถึงอันตราย [อ่านฟรี]

ตอนที่ 45 รู้สึกถึงอันตราย [อ่านฟรี]


ตอนที่ 45 รู้สึกถึงอันตราย

ในจดหมายนั้น มีคำศัพท์ที่สวยงามสะท้อนอยู่ในดวงตาของหลินฮัน

"หลินหาน อย่าลืมไปเลือกวิชายุทย์ขั้นสูงสุดที่ตำหนักวิชายุทย์"

หมึกปากกายังมีกลิ่นหอมจาง ๆ

หลินหานอึ้งจนถึงกับตบหน้าผาก

ใช่แล้ว!

เขาติดอันดับหนึ่งในสาม ยังไม่ได้รับรางวัลสุดท้าย "วิชายุทย์ขั้นสูงสุด" เลย

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลินหานใจจดใจจ่อกับการทลายขอบเขตพลัง จนเกือบจะลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท

เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินหานเก็บโน้ตเข้าไปในวงแหวนวิญญาณ แล้วหันไปเดินไปในทิศทางของตำหนักวิชายุทย์

เมื่อมองดูด้านหลังของหลินหานที่เดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ข้าทาสเสี่ยวหนู่กัดริมฝีปากสีแดง "นับวันนายน้อยดูจะยุ่งวุ่นวายขึ้น ... "

......

หลินหานไปตำหนักวิชายุทย์ เขาเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่สาม แต่ทุกครั้งที่มาที่นี่ ต่างมาด้วยสภาพจิตใจแตกต่างกันมาก

เมื่อดูวิวทิวทัศน์ที่คุ้นเคย หลินหานทอดถอนใจใจเล็กน้อย

นี่ผ่านมาแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ประตูทางเข้าตำหนักวิชายุทย์

"พี่หลินหาน!"

"พี่หลินหาน!"

เสียงสองเสียงที่แฝงความนับถือได้ดังขึ้น

มันเป็นเสียงของศิษย์ตระกูลหลินสองคนที่คอยคุ้มกันตำหนักในวันนั้น ไม่รู้ว่าอายุพวกเขาแก่กว่าหลินหานมากเท่าไหร่ แต่พวกเขาเรียกขานหลินหานว่า "พี่"

นี่เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเคารพ!

หลินหานมาที่นี่ในคราวนี้ ต่อให้พวกเขามีความกล้าหาญแค่ไหนก็ไม่กล้าขวาง

ตอนนี้ หลินหานคืออันดับสามของทำเนียบภายใน เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในทำเนียบชในที่ค่อยๆสูงยิ่งขึ้น ทั้งยังมีสถานะที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับหลินกู่เทียน

ศิษย์ผู้เฝ้าตำหนักทั้งสองคนนี้ พอเห็นเห็นหลินหานก็เกิดความรู้สึกทั้งจริงใจและหวาดกลัว

อย่างไรก็ตามหลินหานเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อถือเป็นการทักทาย จากนั้นเขาจะก้าวไปในตำหนัก

ส่วนศิษย์ทั้งสองคนยังกระซิบกระซิบนินทากันอยู่ที่เดิม

"ครั้งก่อนที่ข้าขวางพี่หลินหาน ไม่รู้ว่าเขาจะจำฝังใจหรือเปล่า"

"ตอนนี้สถานะของพี่หลินหานอยู่ระดับไหนไปแล้ว ยังจะมาจำคนต่ำต้อยเช่นเจ้าอีกเหรอ?"

"ก็ใช่ ถ้าเจ้าพูดแบบนี้ ข้าก็โล่งใจ ... "

เสียงของทั้งสองค่อยๆหายไป

ในเวลานี้ หลินหานได้เข้ามาในห้ตำหนัก

"ในที่สุดเจ้าก็มา" มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

หลินหานหันไปมอง เขาคือผู้อาวุโสผู้คุ้มครองตำหนักคนนั้น

"ผู้อาวุโส ข้ามารับวิชายุทย์ขั้นสูงสุด" หลินหานยกมือคำนับ

"รอเจ้ามานานแล้ว ตามข้ามา"

ทุกวันนี้สถานะของหลินหานแตกต่างไปแล้ว มีเกียรติยศอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้อาวุโสที่คุ้มครองตำหนักคนนี้มานานยังต้องพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและเปี่ยมรอยยิ้มบนใบหน้า

ผู้อาวุโสคนนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขารู้ดีว่าด้วยพรสวรรค์และคุณสมบัติที่น่ากลัวของหลินหาน จะสามารถเติบโตเป็นบุคคลยิ่งใหญ่ที่สามารถค้ำจุนตระกูลหลินได้โดยใช้เวลาไม่กี่ปี

อย่างไรก็ตาม หากหลินหานรู้ความคิดของผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ตำหนัก เกรงว่าคงจะยิ้มหน้าบาน

เป้าหมายและความทะเยอทะยานของเขา หรือความปราถนาอันแรงกล้าของเขาไม่ได้จำกัดเฉพาะสิ่งนี้

ณ ชั้นสามของตำหนักวิชายุทย์

ตึงตึง ......

ผู้เฒ่าแห่งวิหารผลักประตูให้เปิดออกกอย่างช้าๆ เสมือนเป็นประตูใหญ่ที่ทำด้วยหยก

หลินหานมองตาไม่กระพริบ แล้วเดินตามผู้อาวุโสเข้าไปข้างใน

เมื่อมองออกไป มีชั้นวางหนังสือเพียงชั้นเดียวอยู่ในชั้นสามที่ว่างเปล่า ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากชั้นที่ชั้นหนึ่งและชั้นที่สองที่มีชั้นวางหนังสือหลายร้อยชั้น

"วิชายุทย์ขั้นสูงสุดช่างล้ำค่าและหาได้ยากมาก?"

หลินหานเดินเข้าไป เขาพบว่าบนชั้นหนังสือมีป้ายหยกหลายสิบป้าย

ในเวลานี้ ผู้อาวุโสเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า "ป้ายหยกทุกใบ แสดงถึงวิชายุทย์ขั้นสูงสุด บนป้ายหยกจะมีการแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับวิชายุทย์นั้นๆ เจ้าเลือกมาหนึ่งอัน แล้วข้าจะพาเจ้าเข้าไปในส่วนลึกของตำหนักยุทย์ เพื่อหยิบวิชายุทย์ให้เจ้า "

"ขอรับ" หลินหานพยักหน้า

เขาไม่คาดคิดว่าป้ายหยกเหล่านี้จะเทียบเท่ากับเครื่องหมายเท่านั้น ส่วนวิชายุทย์ขั้นสูงสุดที่แท้จริงจะถูกผนึกไว้ในส่วนลึกของตำหนักยุทย์

สิ่งนี้ทำให้หลินหานผิดหวังเล็กน้อย

ดูเหมือนว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ "ขโมย" วิชายุทย์ขั้นสูงสุดหลายๆบทโดยผ่านทางเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง

แต่โชคดีที่เขาได้รับเคล็ดวิชาปลิดชีพสังหารและกรงเล็บมังกรครามมาก่อนหน้านี้แล้ว

"เคล็ดวิชาปลิดชีพสังหารและกรงเล็บมังกรครามล้วนเป็นวิชาการโจมตี ทั้งยังไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ สิ่งที่ข้าต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือวิชาการป้องกันตัว" หลินหานวิเคราะห์ตัวเองและเริ่มเลือกอย่างรอบคอบ

เป็นเวลาครึ่งชั่วยามเต็มๆ ในที่สุดหลินหานได้เลือกวิชากายาที่เรียกว่า "ทะยานห้วงเวหา"

หากอ้างอิงตามการแนะนำของผู้อาวุโสพิทักษ์ตำหนัก เมื่อใดที่เข้าใจวิชากายาชุดนี้จนถึงขั้นบริบูรณ์ ก็มีความสามารถของปรมาจารย์ยุทย์ – นั่นคือการพึ่งแรงลมในการบินไปในอากาศ

บิน

นี่คือความสามารถที่จอมยุทย์นับไม่ถ้วนปรารถนา

หลินหานก็เช่นกัน

"ทะยานผ่านห้วงเวหา" นี้ จะช่วยเสริมสร้างด้านความเร็วของเขา

ส่วนวิชาสำหรับการป้องกันตัว หลินหานมีกายเนื้อที่แข็งแกร่งมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากกระตุ้นกายาจักรพรรดิมังกร กระดูก เลือดเนื้อและผิวหนังของเขาจะแข็งเหมือนเหล็ก และยังมีการเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพได้สามเท่า นี่ก็เทียบวิชาป้องกันขั้นสูงสุดได้

ดังนั้น วิชากายา "ทะยานห้วงเวหา" นี้ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหลินหานในเวลานี้

ก่อนจะเดินไปถึง  ที่ประตูทางเข้าตำหนัก หลินหานมองผู้อาวุโสผู้พิทักษ์แล้วถามว่า "ขอบังอาจถามผู้อาวุโส ชั้นสี่ของตำหนักวิชายุทย์ มีวิชายุทย์ในตำนานหรือไม่?"

"มี" สีหน้าของผู้อาวุโสผู้พิทักษ์เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงในพริบตา จากนั้นก็ฝืนยิ้มออกมา "อย่างไรก็ตาม มันเป็นวิชายุทย์ระดับตำนานที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนวิชายุทย์ระดับตำนานที่สมบูรณ์นะเหรอ ไม่ว่าจะเป็นตระกุลหลิน ทั้งเมืองต้วนเทียน หรือทั้งรัฐเยียน อาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ"

“ต้องทำเช่นไรจึงจะมีสิทธิ์เข้าชั้นสี่” หลินหานถามต่อ

"ต้องเป็นลูกศิษย์อันดับหนึ่งของภายในติต่อกันเป็นเวลาห้าปี จึงจะมีสิทธิ์เข้าไปในชั้นสี่เพื่อไปทำความเข้าใจวิชายุทย์ระดับตำนาน แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แต่ก็มีค่ายิ่งกว่าวิชายุทย์ขั้นสูงสุด"

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์พูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม "หลินกู่เทียนเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่ได้เข้าไปในชั้นสี่"

"เขาเคยเข้าไปในชั้นสี่แล้วได้รับวิชายุทย์ระดับตำนานมาแล้วเหรอ?" หลินหานประหลาดใจ

ไม่รู้ว่าทำไม จู่ๆในหัวใจของเขาเกิดความรู้สึกถึงอันตราย

“ใช่แล้ว หลินกู่เทียนเป็นคนที่น่ากลัวมาก ผู้แข็งแกร่งในตระกูลระดับผู้อาวุโสหลายคนได้พ่ายแพ้ในเงื้อมมือของเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ห้ามดูถูกหลินกู่เทียนผู้นี้เป็นอันขาด” ดูเหมือนผู้อาวุโสผู้พิทักษ์จะเตือน ทั้งยังพูดออกมาอย่างทอดถอนใจ

"ขอบคุณที่สอนสั่ง"

หัวใจของหลินหานตื่นตัวขึ้นเล็กน้อย ยกมือคำนับผู้อาวุโสผู้พิทักษ์อย่างเคร่งขรึม

หลินกู่เทียน?

ครอบครองวิชายุทย์ระดับตำนาน?

ในวันเดียวกันนั้น หลินหานกลับไปที่จวนของเขา แล้วปิดประตูไม่ยอมออกมาอีก

เมื่อรู้ถึงความแข็งแกร่งและความลึกลับของหลินกู่เทียนแล้ว ความภาคภูมิใจดั้งเดิมของหลินหาานก็หายไปเช่นกัน

เขารู้ว่าตัวเองยังอยู่ห่างไกลเกินกว่าจ้ะเอื้อมระดับ "ห้าผยอง" ของหลินกู่เทียนได้

ตามที่ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์กล่าวเอาไว้ว่า ผู้แข็งแกร่งระดับผู้อาวุโสหลายคนของตระกูลยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินกู่เทียน นี่แสดงให้เห็นว่า ต่อให้หลินกู่เทียนยังไม่ก้าวสู่ขอบเขตปรมาจารย์ยุทย์ เขาก็ใกล้เคียงแล้ว

หลินหานยังคงพยายามทำความเข้าใจวิชายุทย์อยู่ในจวนของตัวเอง

"เคล็ดวิชากระบี่ปลิดชีพสังหาร", "ฝ่ามือมังกรครา" และวิชายุทย์ระดับสูงสุดที่พึ่งได้มาใหม่ "ทะยานผ่านเวหา" ภายใต้ความเข้าใจดุจดั่งปีศาจของหลินหาน ทำให้เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

หลินหานราวกับเป็นฟองน้ำ ซึมซับความสำคัญและความเร้นลับของวิชายุทย์บทนี้เพื่อตัวของเขาเอง

ตลอดสามวันเต็มๆที่หลินหานใช้เวลาทำความเข้าใจวิชายุทย์นี้

วิชายุทย์ระดับสูงสุดนั้นมีความเร้นลับซับซ้อนอย่างหาใดเปรียบ เวลาสามวันกับวิชายุทย์สามบท ถึงแม้หลินหานจะมีความคืบหน้า แต่ความคืบหน้าก็ไม่มากนัก

ต่อจากนั้น วิสัยทัศน์การมองของหลินหานเพ่งอยู่ที่ตบะของตัวเอง

เขาหยิบดอกบัวหิมะพันปีออกมาและกลืนลงไปทันที

"บูม"

ภายในร่างกาย พลังของกายาจักรพรรดิมังกรเพิ่มขึ้นทันที

เตาหลอมโบราณในสภาวะเงาที่อยู่ในจุดตันเถียนได้ดูดกลืนฤทธิ์ยาของดอกบัวหิมะพันปีอย่างบ้าคลั่ง

สสารถ่องแท้ในร่างกายของหลินหานมีพลังเพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ

ยุทย์ฉะสวรรค์เป็นดั่งสันน้ำ ขั้นต่อไปคือยุทย์สัตตะสวรรค์ และนั่นคือขอบเขตของปรมาจารย์ยุทย์

ดังนั้น การก้าวกระโดดของขั้นตอนนี้จึงเป็นเรื่องยากมาก

แม้จะมีเคล็ดวิชาสะท้านโลกอย่างเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ หลินหานก็ยังรู้สึกว่ามันยากมาก

"สรรพคุณอันทรงพลังของดอกบัวหิมะนับพันปีได้ผลักดันตบะของข้า จากยุทย์ฉะสวรรค์ขั้นก่อตัวเป็นขั้นกลาง" หลินหานลืมตาขึ้นแล้วพูดพึมพำ

นี่ยังช้าเกินไป

ดูเหมือนว่าการเก็บตัวฝึกตนอยู่แต่ในห้องยังไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา การต่อสู้จริงต่างหากจึงจะทำให้ทลายขอบเขตพลัง

ยิ่งกว่านั้น ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าตัวเขาเท่าไหร่ จะทำให้กระตุ้นศักยภาพของตนเองได้มากขึ้น และสามารถทลายระดับพลังได้อย่างไม่หยุดหย่อน

จู่ๆหลินหานพบหนทาง

"บางที ข้าลองขอให้ลุงกุ่ยเป็นคู่มือให้ ให้เขาปลดปล่อยแรงกดดันจากพลังอันแข็งแกร่งเพื่อกระตุ้นศักยภาพของข้า" ทันใดนั้นดวงตาของหลินหานก็เปล่งประกาย

......

ในเวลาเดียวกัน

สถานที่ที่หลินหรูเยียนอาศัยอยู่ ด้านนอกประตู มีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีดำ ร่างกายสูงใหญ่ ท่าทางสง่างาม กำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

“น้องหรูเยียน ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่ มีเรื่องอยากจะเจรจา” เสียงหนักแน่นของหลินกู่เทียนดังขึ้นทันที

ชายหนุ่มหล่อเหลาคนนี้คือหลินกู่เทียน

"พี่หลินกู่เทียน?"

หลินหรูเยียนเดินออกมาอย่างดงามอรชร

นางมองหลินกู่เทียนด้านนอกประตู ด้วยใบหน้าที่เผยความสงสัย

ศิษย์อันดับหนึ่งของทำเนียบภายในมาทำอะไรที่นี่

………………………………………………………….

จบบทที่ ตอนที่ 45 รู้สึกถึงอันตราย [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว