เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 วิชายุทธระดับสูงที่ไม่สมบูรณ์ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 31 วิชายุทธระดับสูงที่ไม่สมบูรณ์ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 31 วิชายุทธระดับสูงที่ไม่สมบูรณ์ [อ่านฟรี]


ตอนที่ 31 วิชายุทธระดับสูงที่ไม่สมบูรณ์

หลินหานได้ไปที่ตำหนักยุทธของสำนัก

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้จะเข้าไปในชั้นที่หนึ่ง

แม้ว่าตอนนี้ชั้นแรกจะเปิดให้เขาเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่วิชายุทธระดับต่ำและระดับกลางที่อยู่ชั้นหนึ่ง ไม่สามารถตอบสนองหลินหานในปัจจุบันได้

เขาต้องการที่จะเข้าสู่ชั้นสอง

"ด้วยขอบข่ายยุทธจตุสวรรค์ในปัจจุบันของเจ้า และสถานะศิษย์อันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายนอก เจ้าสามารถเข้าสู่ชั้นสองได้"

ในเวลานี้ผู้พิทักษ์ตำหนักมองหลินหานด้วยความประหลาดใจ ดูราวกับคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่เขาเคยดูถูกก่อนหน้านี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงเวลาสั้น ๆ

เขามองด้วยรอยยิ้มและพูดทันทีว่า: "ตำหนักวิชายุทธชั้นสอง เหมือนกับครั้งก่อน เจ้ามีสิทธิ์เข้าไป แต่อยู่ได้นานสุดเพียงหนึ่งชั่วยาม แต่คราวนี้เจ้าสามารถเลือกวิชายุทธได้สองเล่ม"

"ขอบคุณผู้อาวุโส"

หลินหานยกมือคำนับ

เมื่อพูดจบ หลินหานก็เดินตรงไปที่ชั้นสองทันที

ตำหนักวิชายุทธชั้นสอง ส่วนใหญ่จะเป็นวิชายุทธระดับกลางและวิชายุทธระดับสูง แน่นอนว่ายังมีวิชายุทธระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์รวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นวิชายุทธที่ไม่สมบูรณ์ พอถึงจุดที่มันขาดท่อนก็ไม่อาจฝึกฝนได้ต่อ มูลค่าของมันจึงไม่สามารถเทียบได้กับวิชายุทธระดับสูงสมบูรณ์ครบชุด

ดังนั้น บรรดาศิษย์สำนักตระกูลหลินหลายคนจึงไม่มองวิชายุทธระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์ เพราะจะทำลายโอกาสที่หาได้ยากในการเข้าสู่ชั้นที่สอง จึงไม่เสียเวลากับตรงนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคยมีศิษย์บางคนที่เลือกวิชายุทธระดับสูงสุดเพราะความโลภ แต่เพราะเป็นวิชาที่ไม่สมบูรณ์ ท้ายที่สุดพวกเขายังฝืนฝึกฝนจนจุดชีพจรแตกซ่านถึงแก่ชีวิต

เป็นเช่นนี้แต่ไหนแต่ไรมา ตราบใดที่ไม่ใช่คนโง่ ต่างก็จะหลบเลี่ยงวิชายุทธระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์

"ชั้นที่สาม เกรงว่าจะเป็นสถานที่ที่วางวิชายุทธระดับระดับสูงสุดที่สมบูรณ์แบบ ถึงกระนั้น อาจจะมีวิชายุทธระดับที่เหนือกว่าระดับสูงสุดตามตำนานที่เคยได้ยินมา ... "

ดวงตาของหลินหานเปล่งประกายเล็กน้อย

หากเขาได้อันดับหนึ่งในงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทธ เขาอาจจะมีโอกาสขอร้องระดับสูงของสำนักเพื่อเข้าไปสำรวจในชั้นที่สาม

เมื่อคิดได้ดังนี้ งานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทธที่จะจัดในไม่ช้า หลินหานจะแย่งชิงอันดับหนึ่ง เป็นการตัดสินใจแน่วแน่ครั้งใหญ่

ในเวลานี้ หัวใจของหลินหานก่อเกิดความทะเยอทะยานอันสูงส่ง หากงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทธเล็กๆของสำนัก หลินหานยังไม่สามารถชนะการแข่งขันชิงชัยมาได้ เขาจะพูดได้เต็มปากเชียวหรือที่จะออกจากเมืองต้วนเทียน ออกจากรัฐเยียน ออกไปค้นหาดินแดนไท่กู่ที่เขาไม่รู้ว่าอยู่แห่งหนใด  จะออกไปตามหา "เทพีน้ำแข็ง" แล้วล้างแค้นได้อย่างไร!

"เทพีน้ำแข็ง" หลานปิงเหยี่ยน ไม่เพียงแค่เป็นการสั่งเสียก่อนตายของจักรพรรดิมังกรอันดับหนึ่งแห่งไท่กู่ แต่ยังกลายเป็นความหลงใหลที่ถูกถ่ายทอดสู่หลินหาน

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม มือของหลินหานถือวิชายุทธระดับระดับสูงสองเล่ม ได้แก่ : "เคล็ดวิชากายาหงส์สง่า" และ "เคล็ดวิชาฝ่ามือเพลิงผลาญ"

วิชายุทธระดับทั้งสองชุดนี้ สามารถฝึกฝนโดยใช้ร่างกายส่วนล่างและร่างกายส่วนบน แม้ว่าไม่อาจใช้จัดการศัตรู แต่ยังสามารถใช้จับคู่เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไทกุ เพื่อเคลื่อนย้ายปราณและโลหิต กลั่นกายเนื้อ

นี่คือตัวเลือกที่หลินหานเลือกแล้วหลังจากคิดอย่างรอบคอบ เพราะเขาไม่เพียงแค่อยากหลอมร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องการฝึกฝนจิตวิญญาณอีกด้วย

ทั้งยุทธทั้งวิญญาณฝึกฝนควบคู่กันไป คนนับไม่ถ้วนไม่สามารถคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ แต่หลินหานยึดถือเป็นเป้าหมาย

"ผู้อาวุโสพิทักษ์ตำหนักบอกว่าสามารถวิชายุทธได้สองเล่มเท่านั้น แต่มีเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองในใจของข้า ข้าจึงสามารถสลักวิชายุทธได้อีกหนึ่งบท เก็บไว้ในความทรงจำและแอบนำออกไป"

หัวใจของหลินหานรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

ข้าควรเลือกหนังสือเล่มใดเป็นเล่มที่สาม?

เคล็ดวิชาฝ่ามือ, ทักษะร่างกาย, วิชายุทธสายป้องกันตัว, วิชาดาบ ดูเหมือนข้าไม่ขาดสิ่งใดแล้ว

"แม้ว่าลำแสงสิบสามดาบเป็นวิชายุทธระดับสูง แต่ข้าได้ตระหนักถึงขอบข่ายบริบูรณ์ แทบจะไม่มีที่ว่างสำหรับการพัฒนาอีกเลย ... " หลินหานพูดพึมพำกับตัวเอง แล้วดวงตาของเขาก็เป็นประกายสว่างขึ้น

วิชาดาบ!

เขายังต้องการวิชาดาบที่มีระดับสูงยิง่กว่านี้อีก!

แต่ในชั้นสองของตำหนักฝึกยุทธ ล้วนเป็นวิชายุทธระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์

"ช่างมันก่อนแล้วกัน ลองเลือกดูก่อน"

หลินหานไม่ได้คิดมากมาย คนอื่นฝึกฝนจนตัวตาย แต่เขามีความสามารถในการเข้าใจประหนึ่งปีศาจเพราะการแปรเปลี่ยนโดยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง บางทีอาจจะมีเรื่องไม่คาดฝันก็เป็นได้

เวลาผ่านไปชั่อย่างช้าๆ เพียงพริบตา เกือบครึ่งชั่วโมงผ่านไป

เวลาหนึ่งชั่วโมง ใกล้จะหมดแล้ว

ในเวลานี้ หลินหานได้เลือกหนังสือโบราณที่ชำรุดทรุดโทรมเล่มหนึ่ง "เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ" คือตัวอักษรโบราณที่สลักไว้บนหน้าปก

นี่เป็นวิชาดาบออันทรงอานุภาพที่มีค่ายิ่งยวดของวิชายุทธระดับสูงสุด!

เพียงแต่ มันไม่สมบูรณ์

"เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ: แบ่งเป็นสี่กระบวนท่า แบ่งออกเป็น รูปแบบทะลวงนภา รูปแบบตัดนภา รูปแบบทลายนภา รูปแบบผลาญสิ้นนภา!"

"รูปแบบที่หนึ่ง 'รูปแบบทะลวงนภา' ต้องฝึกตนจนถึงขั้นอณูสัมฤทธิ์ จึงจะฟาดฟันหนึ่งดาบได้ เข้าใจจนถึงขั้นอุรุสัมฤทธิ์ สามารถฟาดฟันสองดาบได้ 'รูปแบบตัดนภา' เมื่อมันถึงขั้นบริบูรณ์จะสามารถโจมตีดาบที่สาม 'รูปแบบทลายนภา' และดาบที่สี่ซึ่งทรงพลังที่สุด 'รูปแบบผลาญสิ้นนภา' การจะเข้าใจ"เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ"จนถึงขั้นบริบูรณ์  ในจุดนี้ มีเพียงอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์อย่างน่าอัศจรรย์ที่แท้จริงจึงจะสามารถทำได้ "

วิชาดาบนี้ ตั้งชื่อ"ปลิดชีพ" จึงรุนแรงอย่างหาใดเทียบ!

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้สอดคล้องกับความคาดหวังของหลินหาน

เพราะเขาไม่เคยฝึกฝนดาบที่อ่อนแอ หากจะฝึกฝน ต้องฝึกดาบที่ทรงอำนาจ ดาบแห่งการสังหาร!

เมื่ออ่านคำแนะนำในหนังสือโบราณ ดวงตาของหลินหานส่องสว่างขึ้น "นี่มัน ถ้าความเข้าใจวิชายุทธสูงกว่า" ขอบข่ายบริบูรณ์ " ยังมีขอบข่ายที่เหนือกว่าบริบูรณ์อีก!"

ถัดไป หลินหานเปิด "เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ"ทันที เริ่มสลักตราตรึงในความทรงจำของเขาด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หลินหาต้องยิ้มอย่างขื่นขม คือ "เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ" นี้ถูกจารึกไว้ด้านหลังว่าเป็นหนังสือโบราณที่ไม่สมบูรณ์ มีเพียงวิธีการฝึกฝนสามรูปแบบแรกเท่านั้น

รูปแบบที่สี่ที่ทรงพลังที่สุด "รูปแบบผลาญสิ้นนภา" ได้หายไป

เพียงแต่ ในตอนที่หลินหานกำลังจะวางหนังสือโบราณลง ทันใดนั้น การสั่นไหวของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง ทำให้วิธีการฝึกฝนรูปแบบที่สี่เริ่มวิวัฒนาการขึ้นในความทรงจำของเขา งและเริ่มที่จะพัฒนาเนื้อหาใหม่ถอดตามรูปแบบทั้งสามก่อนหน้านี้

เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองนี้ แท้จริงแล้วได้วิวัฒนาการเคล็ดวิชาดาบปลิดชีพที่ไม่สมบูรณ์ด้วยตัวมันเอง!

"ข้ารู้อยู่แล้วว่าเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองไม่เพียงแค่การสลักคัดลอกอะไรแค่นั้น แต่มันยังสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าได้!" หลินหานแสดงสีหน้าประหลาดใจ

เขามองด้วยความดีใจกับสิ่งที่เหนือความคาดหวังนี้

เมื่อมองไปวิชายุทธระดับสูงสุดที่ไม่สมบูรณ์รอบๆซึ่งถูกวางอยู่โดยไม่มีใครแยแส หลินหานก็รู้สึกถึงความร้อนแรงในหัวใจ

"รอให้มีโอกาสก่อน จะต้องมาที่ชั้นสองนี้อีกครั้ง เมือถึงตอนนั้น วิชายุทธระดับสูงสุดที่ใช้การได้จะต้องตกอยู่ในกำมือของข้าทั้งหมด!"

หัวใจของหลินหานหัวเราะร่าออกมาอย่างเปี่ยมสุข

หากระดับสูงของสำนักตระกูลหลินรู้ว่าเขามีความสามารถปานท้าทายสวรรค์ขนาดนี้ ไม่แน่อาจประหลาดใจจนตาถลน

"เวิง"

ในช่วงเวลานี้ หลินหานรู้สึกว่าจิตวิญญาณอ่อนแอลง

ทันใดนั้น เขารู้สึกตื่นตัวในใจ การวิวัฒนาการวิชาจากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง ต้องใช้พลังวิญญาณของเขาอย่างมาก

โชคดีที่เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักพรตวิญญาณแล้ว หากวิญญาณเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกรงว่าความสามารถปานท้าทายสวรรค์ของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด

ในเวลานี้ หลินสานมองสอดส่องภายใน เขาพบว่าดาบที่สี่ "ดาบผลาญสิ้นนภา" เพิ่งจะวิวัฒนาการได้ครึ่งเดียวเท่านั้น แต่พลังวิญญาณของเขาไม่เพียงพอเสียแล้ว

"เวลาหนึ่งชั่วยามกำลังจะหมดไป ออกไปก่อนดีกว่า รอจนกว่าวิญญาณจะฟื้นขึ้นมาแล้วค่อยมาพัฒนาต่อไป"

ตาของหลินหานเป็นประกายของความเด็ดเดี่ยว เขาเดินตรงไปที่ทางออกของตำหนักยุทธ

การเดินทางมาที่ตำหนักยุทธครั้งนี้ หลินหานได้เก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

ตราบใดที่ใช้พลังวิญญาณเพื่อวิวัฒนาการดาบที่สี่ "ดาบผลาญสิ้นนภา" จนสมบูรณ์ ก็เท่ากับว่าเขาได้รับวิชายุทธระดับสูงสุดที่สมบูรณ์หนึ่งบทคือ"เคล็ดวิชาดาบปลิดชีพ" มันจะเป็นการชดเชยวิชาดาบที่ตัวเองขาดอยู่ได้สำเร็จ

......

จากนั้น หลินหานออกจากสำนักตระกูลหลิน เขาไปซื้อดาบยาวใหม่อันเป็นอาวุธสงครามระดับกลางด้วยเงินห้าร้อยตำลึงทองที่มีอยู่

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม

นอกเมืองต้วนเทียน

คราวนี้ หลินหานซื้อม้าวิ่งพันลี้ มาใช้ในการเดินทาง

"แช๊ยะ"

เขากระโดดขึ้นม้า

หลินหานในชุดสีเขียว สะพายดาบยาวด้านหลัง ดวงตาแววาว ฟาดแส้บนม้า หัวเราะเสียงดัง ท่าทางหยิ่งผยองและจากไป

"เป็นเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยมนัก!"

รอบๆ มีใครหลายคนมองเห็นหลินหาน ต่างก็ชื่นชมจากหัวใจอย่างอดไม่ไหว

ร่างหลินหานที่กำลังควบม้าอยู่ค่อยๆหายออกนอกเมืองต้วนเทียน

แต่ในเวลานี้ มีคนแปลกหน้าสองสามคนสวมชุดสีดำปรากฏที่ประตูเมือง

ชายคนหนึ่งมีรอยแผลเป็นมีดบนใบหน้า มองแผ่นหลังของหลินหานที่กำลังจากไป สายตาแสดงจิตสังหารและความเหี้ยมโหด พูดกับคนที่อยู่ข้างๆว่า:“กลับไปแจ้งนายท่าน บอกว่าหลินหานศิษย์ภายนอกผู้นั้นออกดินทางไปป่าหม่างแห่งเมืองต้วนเทียนแล้ว”

......

หลินหานเดินทางด้วยม้าพันลี้ จึงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็ถึงป่าหม่างแห่งเมืองต้วนเทียนได้ในที่สุด

หลินหานลงจากม้า แม้นตัวคนเดียวแต่ไร้ซึ่งความลังเลที่จะเข้าไปในห้วงลึกของป่าหม่างอันเป็นป่าโบราณที่เต็มไปอันตรายร้ายแรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หลังจากผ่านไปสามชั่วชั่วยาม

"ฉึก"

หนึ่งดาบสังหารเสือดาบเขี้ยวเพลิงอสูรที่อยู่ตรงหน้า หน้าผากของหลินหานย่นเล็กน้อย

เขามาที่นี่ครั้งนี้เพื่อค้นหายาสมุนไพรแห่งฟ้าดินอันล้ำค่า มาเป็นส่วนช่วยให้เขาทลายขอบเขตยุทธ

แต่จนถึงขณะนี้ นอกเหนือไปจากการฆ่าสัตว์อสูรสองสามตัว หลินหานยังไม่พบยาสมุนไพรล้ำค่าสักชนิด

สิ่งนี้ทำให้ใจของหลินหานตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปสามชั่วยาม หลินหานสามารถเข้าใจ "ฝ่ามือเพลิงผลาญ" และ "กายาหงส์สง่า" ได้จนถึงระดับอรุสวรรค์ และเข้าใจ "ดาบปลิดชีพ" จนถึงระดับอุรุสวรรค์เช่นกัน จนสามารถปลดปล่อยดาบเล่มแรกคือ "รูปแบบทะลวงนภา"

หากรวมกับวิชาดาบถอดฝัก หนึ่งดาบปานสายฟ้าฟาด หนึ่งดาบแทงทะลวงท้องฟ้า

พลังของดาบเล่มแรกนั้นยอดเยี่ยมอย่างหาใดเปรียบจริงๆ!

พัพสักครู่ หลินหานก็พร้อมที่จะเดินทางต่อไป

เมื่อครุ่นคิดถึงตรงนี้ หลินหานได้เตรียมตัวจะเดินไปต่อในจุดที่ลึกขึ้น

ทันใดนั้นเอง

มีร่างคนจำนวนหนึ่งโผล่ออกมาจากป่าทึบโดยรอบในทันทีทันใด

ทั้งหมดมีสามร่าง

เป็นชายร่างใหญ่สามคนที่มีใบหน้าเย็นชา พวกเขามีร่างกายสูงล่ำและแข็งแรง เสียงหายใจออกเหมือนฟ้าร้อง ในเวลานี้ได้ล้อมรอบตัวของหลินหาน ปิดทางถอยหนีของหลินหานในทันที

"พวกเจ้าเป็นใคร" หลินหานถาม

เขาสังเกตเห็นด้วย "เนตรนภา"อันเป็นวิชาของนักพรตวิญญาณ จนพบว่าทั้งสามคนนี้มีสสารถ่องแท้อย่างหนาแน่น ล้วนมีตบะแห่งยุทธปัญจสวรรค์

"เจ้าหนู ไม่ต้องถามอะไรมาก เจ้าแค่ตามเราไปอย่างว่าง่าย"

ชายทั้งสามยิ้มอย่างเย็นชา

ซัวลา!

มือของพวกเขาปรากฏโซ่สีถ่านหินขนาดใหญ่เส้นหนึ่ง ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการบังคับจับตัวหลินหานกลับไป

หลินหานเห็นดังนี้ ดวงตาของเขาเย็นชา เตรียมพร้อมที่จะฆ่าคนสามคนทันที

“พวกเจ้าเร็วๆหน่อย”บุปผาพิษกลืนกินสวรรค์“ของคุณชายเทียนเสียกำลังจะครบกำหนดแล้ว ต้องการเลือดเสริมจำนวนมาก!”เสียงหนึ่งมาจากระยะไกล ดูราวกับร้อนรนเล็กน้อย

“เดี๋ยวก่อน เรากำลังจะจับเจ้าหนูยุทธจตุสวรรค์คนหนึ่ง มันเป็นอาหารเลือดชั้นดี” ชายร่างใหญ่ที่อยู่ตรงนั้น รีบบอกทันที

บุปผาพิษกลืนกินสวรรค์?

ดวงตาของหลินหานเปล่งประกาย

ทันใดนั้น หลินหานก็พูดว่า "ข้าจะตามพวกเจ้าไป นำทาง!"

เมื่อพูดจบ ทั้งสามต่างก็มองหน้ากันแล้วตะโกน: "กล้าดีนี่!"

"เจ้าหนู ข้าขอแนะนำให้เจ้าอย่าคิดเล่นตุกติกเป็นอันขาด"

ชายทั้งสามเก็บเชือกกลับมา ยิ้มเย้ยหยัน แล้วนำทางไปข้างหน้า

หลินหานติดตามอย่างใกล้ชิด ทะยานไปในทิศทางที่ไกลออกไป

จบบทที่ ตอนที่ 31 วิชายุทธระดับสูงที่ไม่สมบูรณ์ [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว