เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 ประลองวิชาเรียนรู้กันและกัน [อ่านฟรี]

ตอนที่ 17 ประลองวิชาเรียนรู้กันและกัน [อ่านฟรี]

ตอนที่ 17 ประลองวิชาเรียนรู้กันและกัน [อ่านฟรี]


ตอนที่ 17 ประลองวิชาเรียนรู้กันและกัน

ผู้แปล Doramartin

 

หลินหรูเยียน?

 

หลินหานเผยอคิ้วเล็กน้อย

 

ธิดาผยองแห่งท้องนภา มาหาเขาทำไม?

 

"มีธุระอะไร?" หลินหานไร้คลื่นอารมณ์บนใบหน้า เขามองร่างอรชรที่อยู่ในศาลา สายตาสื่ออารมณ์ฉงนใจ

 

"ข้าอยากรู้ เพราะอะไรเจ้าจึงผงาดในทำเนียบภายนอกได้ในเวลากะทันหันเยี่ยงนี้" หลินหรูเยียนเอื้อนเอ่ย ดวงตาคู่งามมองหลินหาน สื่อความฉงนใจ

 

ในขณะที่นางเอ่ยปากถาม สายตาก็พิจารณาสีหน้าการเปลี่ยนแปลงของหลินหาน

 

แต่ หลินหานมีสภาสะจิตใจที่กล้าแข็งยิ่ง ไม่สื่ออารมณ์ใดใดบนใบหน้า เพียงแค่ชำเลืองมองสาวงาม พูดด้วยรอยยิ้ม "คนที่คู่ควรจะผงาด ย่อมผงาดเป็นธรรมดา"

 

คนที่คู่ควรจะผงาด ย่อมผงาดเป็นธรรมดา

 

น้ำเสียงของหลินหานเยือกเย็น ฟังดูแล้วไม่แฝงอารมณ์ แต่ให้ความรู้สึกถึงความอวดเบ่งและเชื่อมันในตัวเองอย่างแรงกล้า

 

เพียงแต่ คำตอบนี้คล้ายกับทำให้หลินหรูเยียนไม่พอใจ หญิงสาวหน้านิ่วคิ้วขมวด พูดอย่างต่อว่า "หลินหาน เจ้ากำลังแกล้งเฉไฉ"

 

"ข้าพูดความจริง!"

 

หลินหานยิ้ม จากนั้นก็พูดว่า "หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าก็ขอตัวก่อน!"

 

แม้นหลินหรูเยียนจะงดงาม งดงามจนมิอาจมีใครเทียบ เพียงแต่ หลินหานไม่ใช่คนประเภทที่มองเห็นสาวงามแล้วอ่อนระทวยจนเดินไม่ไหว

 

เจตจำนงค์ของเขาแรงกล้า สภาวะจิตใจรู้เดียงสายิ่งกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกันมาก

 

อีกอย่าง หลังจากที่พลัง ปราณ วิญญาณผ่านการแปรเปลี่ยนโดยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทอง หลินหานจึงมีความมั่นคงที่มากขึ้นกว่าคนทั่วไป และความมุทะลุของเด็กหนุ่มได้ลดลงเช่นกัน

 

หลินหานรู้ซึ้งดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวเองในยามนี้คือการเพิ่มพลัง เขาจะได้เจิดจรัสในการประลองแห่งทำเนียบภายนอกและงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทธ สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้คน

 

นี่ จึงจะเป็นเป้าหมายหลักของเขา

 

"ตาบ้าหลินหาน เมินข้าอีกแล้ว..."

 

หลินหรูเยียนมองหลินหานจะหันหลังเดินออกไป จึงพูดขึ้นทันทีว่า "เอาละเอาละ ไม่ถามหาเหตุผลของเจ้าก็ได้ อันที่จริง..ที่ข้ามาหาเจ้าครั้งนี้ ก็เพราะอยากประลองฝีมือเรียนรู้กันและกัน!"

 

"ประลองฝีมือกับข้า?" หลินหานประหลาดใจ

 

"ใช่ แม้นมีคนมากมายสงสัยในพลังของเจ้า แต่ในคราที่เจ้าจัดการหลินเจี้ยนได้ในหนึ่งดาบ ข้าก็รู้แล้วว่าหากเจ้าระเบิดพลังที่แท้จริงออกมา ต้องทรงอานุภาพอย่างยิ่ง"

 

กระโปรงของหลินหรูเยียนพริ้วไหว ราวกับดอกบัวเซียนล่องลอยไปตามลม นางพูดต่อ "พรุ่งนี้จะเริ่มงานประลองทำเนียบภายนอก ข้าหวังว่าจะได้ประลองกับเจ้าก่อนถึงวันนั้น บางที พวกเราอาจจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากอีกฝ่ายก็นเป็นได้ แล้วพัฒนาพลังด้วยกัน"

 

เมื่อหลินหานได้ฟังน้ำเสียงที่มิแสดงการล้อเล่น เขาจึงครุ่นคิดแล้วพยักหน้า

 

หลินหรูเยียนนางนี้ ตบะก้าวสู่ยุทธปัญจสวรรค์ มีอันดับสามแห่งทำเนียบภายนอก ทรงพลังมากอย่างไม่มีอะไรเคลือบแคลง

 

หากได้ประมือเรียนรู้กันและกัน ไม่แน่ว่าอาจจะได้ขัดเกลาวิชายุทธของตัวเอง

 

"แต่ข้าขอบอกไว้ก่อน ดาบของข้า คือดาบปลิดชีพ หากไม่ระวังจนทำร้ายเจ้า ก็อย่าโทษข้าก็แล้วกัน"หลินหานพูดเตือน

 

"วางใจ ข้าฝึกฝนทักษะดาบเช่นกัน เจ้าจะทำลายการป้องกันแห่งทักษะดาบของข้าได้หรือไม่ ยังมิอาจรู้ได้!"เสียงกังวาลของหลินหรูเยียนดังขึ้นอย่างไม่อ่อนข้อ

 

"ไปประลองกันยังสถานที่ที่ข้าอาศัย มิฉะนั้น ไอดาบอาจทำร้ายผู้คนรอบๆ"

 

หลินหานพูด หลินหรูเยียนพยักหน้าเป็นการตกลง

 

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทั้งสองคนมาถึงที่อาศัยของหลินหาน

 

ภายใน มีลานเล็กๆที่เหมาะกับการใช้เป็นสถานที่ปะทะฝีมือ

 

""เคล็ดวิชากระบี่จิตน้ำแข็ง!"

 

หลินหรูเยียนโจมตีก่อน เพียงเสี้ยววินาที อุณหภูมิในอากาศคล้ายกับจะเย็นเยียบลง หนาวเหน็บอย่างหาใดเทียบ

 

เคล็ดวิชากระบี่จิตน้ำแข็ง?

 

ออร่ากระบี่สามารถส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิอากาศที่อยู่รอบๆ?

 

หลินหานสื่ออารมณ์แปลกใจในดวงตา

 

เท่าที่เห็น เคล็ดวิชาที่หลินหรูเยียนฝึกฝน สสารถ่องแท้ที่แผ่ออกมาไม่ใช่สสารถ่องแท้ธรรมดา หากแต่มีพลังแห่งสสารอย่างแท้จริงที่ก่อเป็นคุณสมบัติความเย็น

 

แต่แท้ที่จริงแล้วสิ่งนี้มักพบได้โดยทั่วไป

 

อย่างเช่น จอมยุทธที่ฝึกเคล็ดวิชาที่ีธาตุไฟ สสารถ่องแท้ที่แผ่ออกมาจะมีพลังของธาตุไฟแฝงอยู่ด้วย ยามที่ปะทะศัตรู จักมีพลังสังหารเป็นพิเศษ

 

ส่วนหลินหาน ฝีกฝนเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ที่เป็นเอกลักษณ์มีเพียงหนึ่งเดียว

 

เคล็ดวิชาที่มีเอกลักษณ์และไร้เทียมทาน!

 

สสารถ่องแท้ที่ปลดปล่อย ก็คือร่างมังกรของพลังมังกรแห่งไท่กู่ เป็นคุณสมบัติพลังที่หนาแน่น เปี่ยมอานุภาพ มากมายอย่างมหันต์

 

ดังนั้น เมื่อหลินหานต้องเผชิญกับศัตรู สิ่งที่เขาไม่ต้องกลัวเลยก็คือ พลังจะหมด

 

ดังนั้น นอกเหนือจากสสารถ่องแท้ที่หนาแน่นแล้ว ยังมีเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไทกู่ที่สามารถก่อหม้อหลอมในจุดตันเถียนได้ ทำให้เขาสามารถชิงพลังแห่งฟ้าดินที่อยู่ในอากาศ มาใช้งานเพื่อตัวเขาเอง

 

เรียกได้ว่าผิดเพี้ยนและเป็นดั่งปีศาจ!

 

"ลำแสงสิบสามดาบ!"

 

ในเวลานี้ หลินหานก็ดึงดาบเช่นกัน

 

แต่เขาไม่ได้ใช้วิชาดาบถอดฝัก

 

เพราะวิชาดาบถอดฝักราวกับอสุนีบาต เมื่อดึงดาบออกมา จะต้องนองเลือด เป็นดาบแห่งการสังหาร ไม่เหมาะสำหรับการประลองฝีมือ

 

"เจ้าก็ฝึกฝนวิชายุทธระดับสูงจริงๆด้วย นี่คือลำแสงสิบสามดาบใช่หรือไม่?" ทั้งสองคนศึกษาวิชาดาบของกันและกัน ใบหน้าที่งดงามของหลินหรูเยียนเปล่งประกายแห่งความตกใจ

 

หลินหานผู้นี้มาจากตระกูลสาขาที่อยู่ห่างไกล

 

เขามีความลับมากมายเพียงใด?

 

เมื่อมาถึงจุดนี้ หลินหรูเยียนยิ่งมีความอยากรู้อยากเห็นและประหลาดใจในใจในตัวหลินหานมากกว่าเดิม

 

ในเวลานี้ พวกเขาทั้งสองยังมองไม่เห็น

 

ที่ปากทางเข้าของลานเล็กๆ มีร่างเล็กๆยืนอยู่ตรงนั้น

 

หล่อนคือหญิงรับใช้ เสี่ยวหนู่

 

ยามนี้ นางมองการประดาบของคนสองคนในลาน ดวงตาสีดำกลมโตสื่อความอ้างว้าง

 

......

 

หลินหานและหลินหรูเยียนหยุดหลังจากผ่านเวลาหนึ่งชั่วยามเต็มๆ

 

พวกเขามองหน้ากัน เพราะได้เรียนรู้มากมายจากอีกฝ่าย พลังต่อสู้จึงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

หลินหรูเยียนไม่พูดอะไรมาก ในที่สุดนางก็ยิ้มให้หลินหานและพูดว่า "ขอบคุณ" ก่อนที่นางจะจากไปอย่างช้า ๆ

 

ครานี้ หลินหานยิ้มอย่างใจกว้าง ยินดีต้อนรับหลินหรูเยียนเพื่อมาเรียนรู้วิชาของกันและกันบ่อยครั้ง

 

หลินหานตระหนักถึงทักษะมากมายในการใช้ดาบจากตัวหลินหรูเยียน ถ้ามันถูกนำไปใช้กับการต่อสู้จริง มันจะเพิ่มพลังของดาบอย่างแน่นอน

 

หลังจากนั้น..

 

หลินหานมิปล่อยให้เวลาผ่านไป เขาเดินเข้ามาในบ้าน และทำความเข้าใจโล่ระฆังทองคำตะวันฉายต่อไป

 

เวลาผ่านไปดั่งสายน้ำ

 

พริบตาเดียว เวลายามบ่ายก็ผ่านไปอย่างเงียบ ๆ

 

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นมืดคลึ้มขึ้นทุกที

 

แต่ภายในห้องเวลานี้

 

"ระฆังทองตะวันฉาย บรรพตทะยานฟ้า!"

 

ทันใดนั้น เสียงที่ทรงพลังก็ดังขึ้น

 

มันคือเสียงของหลินหาน

 

ในเวลานี้ ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยระฆังที่หล่อด้วยทองคำขนาดใหญ่ เกือบจะควบแน่นเป็นสารที่จับต้องได้

 

พลังของระฆังโบราณ มีความแวววาวของโลหะ เต็มไปด้วยพลัง

 

"ท้ายที่สุด ข้าก็ตระหนักถึงอุรุสวรรค์!"

 

ใบหน้าของหลินหานเผยให้เห็นถึงความสุข

 

แน่นอนว่าความสามารถในการทำความเข้าใจดังปีศาจก็ไม่ปานของเขาไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง แต่ในเวลาสั้นๆ เขาสามารถเรียนรู้โล่ระฆังทองคำได้ถึงขอบข่ายอุรุสวรรค์

 

เมื่อใช้วิชานี้ ร่างกายจะถูกปกคลุมด้วยระฆังสีทอง ความแข็งของมัน เทียบได้กับอาวุธสงครามระดับกลาง ทำให้หลินหานคงกระพันฟันแทงไม่เข้า

 

"ก๊อกก๊อกก๊อก ......"

 

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

เสียงมีความเบามาก คงจะเป็นข้ารับใช้ที่มาเคาะประตู

 

หลินหานรับรู้ได้ในทันที จึงพูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า: "เสี่ยวหนู่ เข้ามาสิ"

 

"เจ้าค่ะ นายน้อย"

 

เสียงของข้ารับใช้ เสี่ยวหนู่ ดังขึ้นจากข้างนอก

 

หญิงหญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูเดินเข้ามา

 

หลินหานหันไปมอง จึงมองเห็นความผิดหวังเล็กน้อยบนใบหน้าของเสี่ยวหนู่

 

"เกิดอะไรขึ้น เสี่ยวหนู่?" หลินหานแปลกใจเล็กน้อย

 

"นายน้อย ข้า... ข้า ... " เสี่ยวหนู่ พูดติดอ่าง ในที่สุดก็หลั่งน้ำตา "ฮือ" ออกมาเสียงดังลั่น: "ฮือฮือ ~ นายน้อย ... นายน้อยรังเกียจเสี่ยวหนู่ที่ไร้ประโยชน์ ... "

 

"จะเป็นเช่นนั้นได้ยังไง?" หลินหานค่อนข้างงุนงง แต่เขารีบเดินไปด้านข้างหญิงรับใช้ทันที ดึงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ ไว้ในอ้อมแขนของเขา แล้วยิ้มเบาๆ: "เมื่อตอนที่นายน้อยโดดเดี่ยวที่สุด มีเพียงเสี่ยวหนู่ที่อยู่เคียงข้างข้ามาโดยตลอด นายน้อยจะไม่ชอบคุณได้อย่างไร"

 

"จริงเหรอ ... จริงเหรอ?" หญิงสาวตัวเล็กร้องไห้สะอื้น

 

"จริงแน่นอน" หลินหานพยักหน้าอย่างหนัก

 

ในสำนักตระกูลหลินนี้ หลินหานขบคิดอย่างรอบคอบ ก็ตระหนักได้ว่าคนๆเดียวที่อยู่ใกล้ชิดกับเขาจริงๆคือข้ารับใช้ เสี่ยวหนู่

 

“ถ้าอย่างนั้น…นายน้อย เสี่ยวหนู่…เสี่ยวหนู่สามารถอยู่เคียงข้างนายน้อยไปตลอดได้หรือไม่? สามารถรับใช้นายตัวน้อยต่อไป?” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตก็เปล่งประกายราวกับดวงดาว แล้วถาม

 

“ตราบใดที่เสี่ยวหนู่เต็มใจ เจ้าสามารถอยู่ข้างกายข้าได้ตลอดเวลา” หลินหานหัวเราะ และบีบจมูกเล็กๆของหญิงสาว พร้อมพูดทันที

 

"นายน้อยยอดเยี่ยมที่สุด ... เสี่ยวหนู่จะไม่มีวันจากนายน้อยไปตลอดกาล ... "

 

......

 

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม หญิงสาวก็หลับไหล

 

ในเวลานี้ หลินหานจึงมีโอกาสออกไปข้างนอก

 

ถึงแม้ว่าในเวลานี้ท้องฟ้าจะมืดแล้ว แต่พรุ่งนี้จะเริ่มการประลองแห่งทำเนียบภายนอก

 

ในเวลานี้ เป็นเวลาที่ศิษย์ทำเนียบภายนอกต่างคึกคักที่สุด

 

แน่นอนว่าหลินหานไม่ได้จะออกไปเพื่อก่อความวุ่นวาย เขาแค่อยากจะล่วงหน้าไปดูรายการอันดับของศิษย์

 

ทุกๆปีจะเป็นเช่นนี้

 

คืนก่อนการเริ่มการประลองแห่งทำเนียบภายนอก จะมีการประเมินความแข็งแกร่งของศิษย์ทั้งหมดในทำเนียบภายนอกและภายใน แล้วจัดอันดับเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงน้ำชาแห่งวิถียุทธครั้งสุดท้าย

จบบทที่ ตอนที่ 17 ประลองวิชาเรียนรู้กันและกัน [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว