เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 รับคำท้า [อ่านฟรี]

ตอนที่ 15 รับคำท้า [อ่านฟรี]

ตอนที่ 15 รับคำท้า [อ่านฟรี]


ตอนที่ 15 รับคำท้า

ผู้แปล Doramartin

 

"โล่ระฆังทองคำตะวันฉาย พึ่งสสารถ่องแท้ในร่างกาย ก่อร่างระฆังทองคำ หากเข้าใจถึงขอบข่ายอณูสวรรค์ ระฆังทองคำจะเทียบได้กับอาวุธสงครามระดับต่ำหากเข้าใจถึงขอบข่ายอุรุสวรรค์จะเทียบได้กับอาวุธสงครามระดับกลาง หากเข้าใจถึงขอบข่ายบริบูรณ์ คงเทียบได้กับอาวุธสงครามระดับสูง... "

 

เมื่อดูคำอธิบายในคัมภีร์โบราณหลินได้แสดงสีหน้าของความปีติยินดี

 

โล่ระฆังทองคำตะวันฉาย สมแล้วที่เป็นวิชายุทธระดับสูง หากเข้าใจถึงขอบข่ายสุดท้าย ความทรงพลังของโล่ระฆังทองคำตะวันฉาย คงเทียบได้กับอาวุธสงครามระดับสูง

 

อย่างที่ทราบ ดาบยาวที่หลินหานแย่งมาได้ตอนชนะหลินเจี้ยนเป็นเพียงอาวุธสงครามระดับต่ำแต่ยังมีมูลค่าหนึ่งพันตำลึงทอง

 

"วิชายุทธระดับสูง มันมีพลังมากจริงๆไม่รู้ว่าวิชายุทธระดับสูงสุดจะทรงอานุภาพเพียงใด แล้วยังจะวิชายุทธที่เหนือกว่าระดับสูงสุดอีก คือ...วิชายุทธโชคชะตา!"

 

ดวงตาของหลินหานเปล่งประกายเล็กน้อย

 

วิชายุทธโชคชะตา มีเพียงปรมาจารย์ยุทธผู้แกร่งกล้าเท่านั้นที่สามารถแกะ มันมีพลังและพลังทำลายล้างที่เหนือชั้น

 

เพราะวิชายุทธโชคชะตา ต้องเป็นบุคคลที่ทรงพลังเหนือกว่ายุทธนวสวรรค์จึงจะสามารถฝึกฝนและทำความเข้าใจ

 

อย่างไรก็ตามเมืองเล็กๆอย่างเมืองต้วนเทียนนี้ หรือทั้งรัฐเยียน มีหรือไม่มีตัวตนทรงพลังที่เหนือยุทธนวสวรรค์ยังคงเป็นปริศนา

 

แต่หลินหานรู้อย่างชัดเจนมากว่าในดินแดนอันกว้างใหญ่ของทวีปหลิงอู่จะต้องมีคนที่มีพลังเหนือกว่ายุทธนวสวรรค์

 

ตัวอย่างเช่นดินแดนไท่กู่ที่เขารู้จากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองมีสิ่งมีชีวิตโบราณและน่ากลัวนับไม่ถ้วน

 

มีปีศาจมารสูงสุด แหงนฟ้าคำราม ก็สามารถทำลายดวงดาวจนถึงสวรรค์ชั้นเก้าเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพียงโบกมือก็สามารถทำให้ดินแดนล่มสลาย

 

อาณาจักรต่างๆนานาที่ไม่อาจหยั่งถึง เช่นเทพเจ้ามีพลังแห่งสวรรค์ ไม่อาจทราบได้เลยว่ามีผู้แข็งแกร่งที่มีพลังเหนือกว่ายุทธนวสวรรค์มากมายสักกี่เท่า

 

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตำนานสำหรับหลินหานเท่านั้น

 

สลัดทิ้งความคิดที่ไม่สมจริงออกจากจิต หลินหานเริ่มทำความเข้าใจวิชายุทธระดับสูง "โล่ระฆังทองคำตะวันฉาย" ที่อยู่ในมือของเขา

 

......

 

หลินหานใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายอยู่ในห้องของเขา

 

"บูม"

 

ทันใดนั้น หลินหานก็ยืนขึ้น เขาชูมือทั้งสองข้างทันที ร่างกายเริ่มเปล่งแสงสีทองชนิดต่างๆ

 

หลังจากที่แสงสีทองส่องประกายแวววาวราวกับสายน้ำ ก็ค่อยๆก่อตัวรวมกันกลายเป็นระฆังทองคำบนร่างกายของหลินหาน ทั้งหนัก ทั้งโบราณระฆังทองคำสลักดวงตะวัน ค่อยๆลอยใหญ่ขึ้น พลังมหันต์

 

ตัง!

 

หลินหานชูมือยกระฆังทองคำขึ้นแล้วกระแทกกับห้องทันที ห้องทั้งหลังที่สร้างข้นจากปูนซีเมนต์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

 

“ฮ่าฮ่าแน่นอนในเวลาเพียงครึ่งวัน ข้าได้เข้าใจโล่ระฆังทองคำตะวันฉายจนถึงขอบข่ายอณูสัมฤทธิ์ระฆังทองก่อรูปร่างในขั้นเริ่มต้นแข็งแกร่งเปรียบได้กับอาวุธสงครามระดับต่ำ”

 

หลินหานแสดงอารมณ์แห่งความสุข

 

เมื่อตอนที่ล่าอสูรพยัคฆ์มังกรในครานั้น ถ้ามีเมืองระฆังทองคำนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวมันอีก

 

ฝ่าเท้าของอสูรพยัคฆ์มังกร ไม่มีทางเหยียบเขาได้อย่างแน่นอน

 

"ฮู!"

 

หลินหานถอนหายใจอย่างช้าๆและกักเก็บพลัง ระฆังทองคำสลายหายไป

 

ในเวลานี้ หลินหานมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าตอ่การประลองของทำเนียบภายนอกในวันพรุ่งนี้

 

ปังปังปัง!

 

แต่ในตอนนี้เอง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน

 

"พวกเจ้ากำลังทำอะไร... "เสียงข้ารับใช้ เสี่ยวหนู่ ดังขึ้นอย่างหวาดหวั่นอยู่นอกประตู

 

"เสี่ยวหนู่!"

 

ทันใดนั้นดวงตาของหลินหานสื่อความถมึงทึง

 

มันคือผู้ใด?

 

กล้ามาสร้างปัญหาในที่ของข้า?

 

ปัง!

 

หลินหานเดินตรงไปที่ประตูแล้วผลักประตูไม้ให้เปิดออก

 

ทันใดนั้นเขาได้มองเห็น ยามนี้ เสี่ยวหนู่ หญิงรับใช้กำลังถูกรายล้อมไปด้วยชายหนุ่มหลายคน เพื่อขัดขวางไม่ให้นางออกจากที่ตรงนั้น

 

"เจ้าอีกแล้ว?"

 

พลัน หลินหานก็มองเห็น คนที่นำหน้าสุดก็คือหลินสือ ศิษย์ตระกูลหลักที่ถูกเขาโจมตีจุดตันเถียนจนพิการถึงสองครั้งสองครา

 

เสียงเอิกเกริกของที่นี่ได้ดึงดูดศิษย์ทำเนียบภายนอกที่อยู่รอบๆจำนวนไม่น้อย

 

“หลินสือผู้นี้ ถูกดาวหางอย่างหลินหานโจมตีจุดตันเถียนจนพิการถึงสองครั้ง ยังกล้าที่จะท้าทายเขาอีก?”

 

"เจ้าจะรู้อะไรเวลานี้หลินสือคงเตรียมการมาดี เจ้าไม่เห็นเหรอ เขามีความมั่นใจบนใบหน้า? เท่าที่เห็น คงเตรียมแผนการมาแล้ว"

 

มีคนหลายคนต่างพากันคาดเดา พูดคุยซุบซิบ

 

"เจ้ามีอะไรอีก?" หลินหานขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพูดช้าๆ

 

ถ้าหากที่นี่ไม่ใช่ในสำนักตระกูลหลิน เขาคงฟันหลินสือจนตายไปแล้ว

 

“เจ้าหมอนี่ ยังเสแสร้งแกล้งทำ ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น!”

 

หัวใจของหลินสือขบคิดอย่างมุ่ง้รายแต่ใบหน้าแสดงรอยยิ้ม“อ่อนโยน”และพูดว่า:“พี่ชายของข้า เชิญเจ้าไปประลองที่สนาม”

 

เมื่อพูดจบ ผู้คนรอบข้างก็สงบเงียบแต่ในวินาทีต่อมาก็เริ่มเกิดเสียงดังกระหึ่มทันที

 

"พี่ชายของหลินสือ หลินหลาง? เขาต้องการต่อสู้กับศิษย์จากสาขาอย่างหลินหานคนนี้!"

 

"หลินหลางเป็นถึงผู้แข็งแกร่งอันดับเจ็ดในทำเนียบภายนอก หากหลินหานรับคำท้า จะไม่ตายอย่างน่าสยดสยองเหรอ?"

 

"ไม่แน่เสมอไป หลินหานคนนี้ทะลวงสู่ยุทธจตุสวรรค์แล้ว ใครแพ้ใครจะชนะ ไม่อาจรู้ได้"

 

"แต่หลินหลางเป็นผู้แข็งแกร่งที่ผ่านศึกมาโชกโชน อีกอย่าง ภูมิหลังของสองพี่น้องคู่นี้ลึกซึ้งมาก บิดาของพวกเขา ผู้อาวุโสหลินอู่ยาคือผู้มีอำนาจในระดับสูงของสำนัก หลินหลางมีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งและหลินอู๋ยาจักต้องถ่ายทอดวิชายุทธทรงพลังมากมายแก่หลินหลางอย่างแน่นอน"

 

......

 

"หลินหลาง?"

 

ดวงตาของหลินหานเปล่งประกายชื่อนี้เขาเคยได้ยินมาก่อน

 

เขาคือการผู้แข็งแกร่งอันดับเจ็ดแห่งทำเนียบภายนอก

 

วินาทีต่อมา หลินหานไม่เอ่ยคำพูดใด เขาเดินออกจากห้อง แล้วเดินไปในทิศทางหนึ่ง

 

"ทำไม หลินหาน หรือเจ้าไม่กล้าต่อสู้กับพี่ชายของข้า" หลินสือมองด้านหลังของหลินหานตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงถากถาง

 

เขากลัวจริงๆว่าหลินหานจะไม่กล้าตอบรับคำท้า

 

"เจ้าพูดว่าประลองที่สนามประลองไม่ใช่เหรอ?"

 

เสียงของหลินหานดังขึ้น

 

หลินสืออึ้ง แต่ก็มีปฏิกิริยาตอบ

 

ทิศทางที่หลินหานกำลังเดินไปในเวลานี้คือทิศทางของสนามประลองของสำนัก

 

"เด็กดีคราวนี้ข้าจะทำให้เจ้าตายโดยไม่มีที่ฝังศพ!" หลินสือแสดงสีหน้ามารร้าย กระซิบกระซิบกับตัวเอง

 

แต่คำตอบของหลินหาน กลับทำให้เหล่าศิษย์แห่งทำเนียบภายโดยรอบดูตกใจ

 

หลินหานผู้นี้

 

ยอมรับคำเชิญไปทั้งอย่างนี้?

 

เขาไม่กลัวความตายจริงๆหรือ?

 

บรรดาศิษย์แห่งทำเนียบภายนอกได้ก้าวเดินตามหลังหลินหานพวกเขาต้องเป็นสักขีพยานในการต่อสู้ครั้งใหญ่ครั้งต่อไป

 

ระหว่างทาง หลินหานเดินนำหน้าตามด้วยศิษย์แห่งทำเนียบภายนอกกลุ่มใหญ่

 

การต่อสู้ใหญ่นี้ดึงดูดความสนใจของแต่ละคนบนท้องถนน

 

ในหมู่พวกเขามีศิษย์แห่งทำเนียบภายนอกจำนวนมากที่ฝึกฝนเพื่อความแข็งแกร่ง อย่างเช่นหลินเทียนผู้แข้งแกร่งอันดับหนึ่งหลินหรูเยียนผู้แข็งแกร่งอันดับสาม หลินเจว๋เตาอันดับสี่.......

 

พวกเขาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้ สายตาของพวกเขาจึงมองมาทางนี้อย่างประหลาดใจ

 

ผ่านไปสักพักทุกคนก็มาถึงสนามประลอง

 

ในเวลานี้บนสนามประลองสีเขียวขนาดใหญ่ มีร่างคนผอมบางยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมใบหน้ามที่เกิดมาพร้อมกับความโหดร้าย สายตาคมชัดประหนึ่งมีด จ้องเขม็งหลินหานที่เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

 

หลินหลาง!

 

ผู้แข็งแกร่งอันดับเจ็ดที่ผ่านศึกมาโชกโชนแห่งทำเนียบภายนอก!

 

ทุกคนหวาดหวั่นครั่นคร้ามหัวใ ออร่าสสารถ่องแท้จากร่างของหลินหลาง ช่างน่ากลัวเหลือเกิน

 

เขาจะต้อองก้าวสู่ระดับลึกของยุทธจตุสวรรค์ อย่างน้อยๆคงเป็นนักพรตระดับสูง

 

"เจ้าก็คือหลินหานจาตระกูลสาขา ใช่หรือไม่?" หลินหลานเปล่งเสียง น้ำเสียงลองเชิงอย่างเหนือกว่า

 

"เจ้าคือหลินหลางจากตระกูลหลัก ใช่หรือไม่"

 

ทันใดนั้น เสียงของหลินหานก็ดังขึ้น

 

เขามองไปที่หลินหลางยิ้มอย่างเย็นชาและตอบด้วยท่าทางเดียวกัน

 

"เจ้า ......"

 

หลินหลางเปล่งประกายแสงความมุ่งร้ายแวบหนึ่งในดวงตาแต่ดูเหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่างได้ จึงแสยะมุมปากอย่างโหดเหี้ยมเขาพูดว่า: "ในเมื่อเจ้ากล้ามา ข้าก็จะสั่งสอนเจ้าดีดี แม้นที่นี่คือทำเนียบภายนอกแห่งสำนักตระกูลหลิน แต่มิใช่สถานที่ที่มดปลวกจากสาขาผู้ต่ำต้อยจะมาวางท่าโอหัง! "

จบบทที่ ตอนที่ 15 รับคำท้า [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว