เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ธิดาผยองแห่งท้องนภา [อ่านฟรี]

ตอนที่ 7 ธิดาผยองแห่งท้องนภา [อ่านฟรี]

ตอนที่ 7 ธิดาผยองแห่งท้องนภา [อ่านฟรี]


ตอนที่ 7 ธิดาผยองแห่งท้องนภา

ผู้แปล Doramartin

 

"โชคช่วย มันต้องเป็นเพราะโชคช่วย!"

“ศิลาดาบนั่น ต้องเป็นเพราะตั้งอยู่มานานเกินไปจึงเริ่มผุพัง จึงถูกเจ้าหมอนี่ตัดขาด!”

"สหายหลินเจี้ยน เจ้าเป็นนักดาบอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายนอกของพวกเราคนอย่างเป็นที่ยอมรับ เจ้าคิดว่าอย่างไร?"

ในเวลานี้ ศิษย์ตระกูลหลักแห่งทำเนียบภายนอกแต่ละคนเริ่มรู้สึกเสียหน้า พวกเขาจึงร้องตะโกน

พวกเขาไม่เชื่อว่าหลินหานจะมีวิชาดาบร้ายกาจเช่นนี้

ในเวลานี้ สีหน้าของหลินเจี้ยนก็ไม่สู้ดีนัก เขาเหลียวมองหลินหานที่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ดวงตาเล่เหลี่ยมสื่อความมุ่งร้ายเล็กน้อยอย่างที่ไม่สามารถตระหนักถึง

“สายเลือดวิชาดาบ ต้องมีความแม่นยำ มีเพียงการระเบิดพลังเท่านั้นก็ถือว่าไม่มีอะไรเลย” หลินเจี้ยนเปล่งเสียง น้ำเสียงสื่อความหมายเหมือนผู้รอบรู้

"สหายหลินเจี้ยนกล่าวไม่ผิด นักดาบควรมีวิชาดาบแม่นยำ มีเพียงการระเบิดพลัง ท้ายที่สุดมันก็เป็นแค่คนชั้นต่ำ"

"สหายหลินเจี้ยน สมแล้วที่เป็นนักดาบอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายนอก พูดตรงประเด็น"

ในเวลาต่อมา ศิษย์ตระกูลหลักแห่งทำเนียบภายนอกก็คล้อยตามกัน

แต่ในเวลานี้ หลินหานเดินมายังด้านหน้าของศิษย์ตระกูลหลักคนหนึ่งที่กำลังพูดจาเสียดสี

“หลินหาน เจ้าจะทำอะไร?” ดูเหมือนว่าพลังจากการตัดศิลาให้ขาดท่อนด้วยดาบเดียวยังข่มขวัญอยู่ ศิษย์ตระกูลหลักจึงต้องพูดอย่างระวังตัว

"ไม่ใช่ว่าเจ้าพูดว่าดาบของข้าไม่มีความแม่นยำไม่ใช่เหรอ?"

หลินหานยิ้มกว้าง ดาบในมือของเขาถูกดึงออกมาจากฝัก

ครืด!

แสงดาบส่องแสงในความว่างเปล่า เจิดจ้าหาใดเปรียบ

"ฉึบ!"

วินาทีต่อมา ดาบถูกเก็บเข้าฝัก

หลินหานหันหลัง แล้วเดินออกไป

"เจ้า ... " ศิษย์ตระกูลหลักโมโหมาก คล้ายกับเขาต้องการทำอะไรบางอย่าง

แต่.. ในเวลานี้

สิ่งที่ทุกคนมองเห็น เส้นผมหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าคิ้วของศิษย์ตระกูลหลักก็ขาดทีละนิ้ว เส้นผมสามท่อนร่วงโรยลงไป แต่ละท่อนมีความยาวเท่ากัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ หลินหานฟันดาบสามครั้ง

การฟันแต่ละครั้ง ตัดเส้นผมจนมีความยาวเท่ากัน

เร็ว แรง แม่น!

มันช่างเหลือเชื่อ!

ในขณะนี้ ศิษย์ตระกูลหลักนับไม่ถ้วนต่างหายใจเอาอากาศเย็นๆเข้าเต็มปอดอย่างอดไม่ไหว

พวกเขาไม่กล้าที่จะดูถูกสิ่งที่เรียกว่า "ศิษย์สวะะ" จากสาขาอีกต่อไป

หลินเจี้ยน นักดาบอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายนอก ในขณะนี้ เขาก็แสดงอารมณ์ซึมกระทื่อเป็นครั้งที่สองเช่นกัน

การโจมตีด้วยดาบเมื่อครู่ วิสัยทัศน์การมองเห็นของเขายังมองตามไม่ทัน

หลินหานคนนี้เป็นตัวประหลาดอะไรกัน?

ความโหวกแหวกโวยวายของผู้คนที่นี่ในเวลานี้ ดึงดูดผู้หญิงอัจฉริยะหลายคนของทำเนียบภายนอก

ในจำนวนนั้น มีคนที่โดดเด่นที่สุดคือ หญิงสาวงดงามสวมชุดสีเขียวครามเป็นผ้าแพรบางๆ เอวบางผอมเพรียว ผิวขาวนวลเนียนเป็นยองใย กลิ่นหอมดั่งดอกกล้วยไม้ ดวงตาคู่งามกำลังมองมาด้านนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"พระเจ้า! นั่นคือหลินหรูเยียน ข้าได้เห็นนางด้วยตาคู่นี้จริง ๆ !"

"หลินหรูเยียน ธิดาผยองแห่งท้องนภาอันดับหนึ่งของทำเนียบภายนอก ไม่เพียงแค่มีใบหน้าสวยงามดั่งบุปผา ตบะแกร่งกล้า แต่ยังเป็นอัจฉริยะพบได้ยาก การประลองของทำเนียบภายนอกครั้งนี้ นางคือตัวเลือกที่จะเข้าแย่งชิงสามอันดับแรก"

"ได้ยินมาว่า นางเก็บตัวอยู่ในส่วนลึกของทำเนียบภายนอก ตบะของนางได้ก้าวเข้าสู่ยุทธทวิสวรรค์ สร้างสสารถ่องแท้ และกลายเป็นนักพรตวิชายุทธ"

ในเวลานี้ ศิษย์ตระกูลหลักจากทำเนียบภายนอกแต่ละคน ต่างถูกเด็กสาวผู้งดงามสวมชุดสีเขียวทำให้หลงไหลดุจคนเขลาดั่งคนเมามาย

ในหัวใจของศิษย์จากทำเนียบภายนอก หลินหรูเยียนเป็นธิดาผยองที่ผสมผสานความงามและพรสวรรค์เข้าด้วยกัน

"เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่!"

ในตอนนี้ หลินหานเองก็สงสัยเช่นกัน สายตาของเขาจ้องมอง พร้อมหมุนพลังของเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่

การรับรู้ที่ทรงพลัง ทำให้หลินหานสามารถตรวจจับขอบข่ายยุทธของหลินหรูเยียนได้

เขาเห็นแล้ว สสารถ่องแท้ในร่างของหลินหรูเยียนนั้นแข็งแกร่งมาก

“ดูเหมือนว่า หลินหรูเยียนผู้นี้ เป็นผู้แข็งแกร่งระดับนักพรตวิชายุทธ เกรงว่าตบะจะแข็งแกร่งจนถึงขอบข่ายของยุทธปัญจสวรรค์” หลินหานครุ่นคิดอย่างเงียบๆและตัดสินระดับพลัง

ในอดีต หลินหานเป็นเพียงสวะจากสาขาที่ต่ำต้อย เขาจึงไม่กล้าจ้องมองธิดาผยองแห่งท้องนภาอันเป็นศิษย์ตระกูลหลักอย่างหลินหรูเยียน

แต่ตอนนี้ แก่นแท้ ปราณและวิญญาณของเขาล้วนเปลี่ยนไป ต่างเป็นเพราะเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์สีทองและเคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ ทำให้จิตตำสำนึกของหลินหานเปี่ยมความมั่นใจในตนเอง

ดังนั้น ในเวลานี้ สายตาของหลินหานจึงจับจ้องหลินหรูเยียน ไม่ได้แอบซ่อน ทั้งยังสื่ออารมณ์ชื่นชม

เพราะอย่างไรเสีย สตรีผู้เลอโฉมก็เป็นที่หมายปองของสุภาพบุรุษ

ครานี้ ดูเหมือนว่าหลินหรูเยียนจะสังเกตเห็นสายตา "แทะโลม" อย่างเปิดเผยของหลินหาน นางจึงกระพริบตา ส่วนลึกในดวงตาเปล่งประกายด้วยความโกรธ

เจ้าคนจากสาขานี่ช่างกล้าจริงๆ

"เจ้าหนุ่ม วิชาดาบสูงก็ไม่มีค่าอะไร พวกเราฝึกฝนวิชาดาบเพื่อที่จะฆ่า ไม่ใช่เพื่ออวด"

ทันใดนั้น หลินเจี้ยนก็พูดออกมา

ดูเหมือนว่าเขาจงใจแสดงต่อหน้าหลินหรูเยียนผู้ซึ่งเป็นธิดาผยองแห่งท้องนภา เขามองหลินหานทันที พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงถากถาง เขากล่าวว่า: "การประลองที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้ พูดจริงหรือไม่"

"เป็นเรื่องจริงแน่นอน"

หลินหานละสายตาของเขา และหันไปมองหลินเจี้ยน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขามองไปยังดาบแผ่ไอเย็นเยียบในมือของหลินเจี้ยน พูดว่า: "ทำไม หรือเจ้าไม่กล้า?"

"ข้าไม่กล้าเหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า!"

ดวงตาของหลินเจี้ยนสื่อความเย็นชา พูดจาเยาะหยัน:“ ตั้งแต่ที่ข้าก้าวเข้าสู่ยุทรจตุสวรรค์ ก็ไม่ได้ประมือกับผู้คนมาเป็นเวลานาน เพราะ ไม่มีใครสามารถต้านรับดาบของข้าได้ ได้ลองฝีมือบ้างคงดี วันนี้จะทำให้สวะจากสาขาอย่างเจ้า รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าวิชาดาบอย่างแท้จริง คนประเภทไหน ที่เจ้าไม่ควรมีเรื่องด้วยตลอดชีวิตของเจ้า!

ในเวลานี้ หลินเจี้ยนพูดไปพลาง พร้อมปลดปล่อยจิตดาบอย่างแผ่วเบาออกจากร่างกายของเขา เย็นเยียบเข้ากระดูกดำ  เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่ากลัว

หลินหรูเยียนอยู่ไม่ไกลนัก ดูเหมือนว่านางจะรู้สึกถึงจิตสังหารของหลินเจี้ยน นางย่นคิ้วเล็กน้อย ของการสังหารคนในตระกูลเป็นเรื่องที่ไม่ดี

หลินหรูเยียนไม่เคยได้ยินเรื่องราวของหลินหาน ในเวลานี้นางรู้แค่ว่าเขาเป็นเพียงศิษย์จากสาขาคนหนึ่ง ดวงตาคู่งามจึงเต็มไปด้วยความสงสาร

ต้องประลองกับหลินเจี้ยน ไม่เท่ากับไปตายหรอกเหรอ?

อย่างไรก็ตาม พอนึกถึงสายตาแทะโลมของหลินหานที่จ้องมองตัวนางเมื่อครู่ หลินหรูเยียนจึงสบถในหัวใจอย่างเย็นชา "ให้หลินเจี้ยนสั่งสอนเจ้าสักหน่อยก็ดี ให้เจ้ารู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน"

แม้ว่าหัวใจจะสื่ออารมณ์เย็นชา แต่หลินหรูเยียนมิได้ปลดปล่อยพลังยุทธของตัวเอง ต่อให้นางไม่รู้สึกประทับใจใดใดต่อหลินหาน หากแต่ยังมีความรู้สึกสะอิดสะเอียดเล็กน้อย

แต่หลินหานเป็นสมาชิกของสำนักตระกูลหลิน ส่วนลึกในหัวใจของนางนั้น ไม่ต้องการให้คนที่มีชีวิตในตระกูลเดียวกันต้องจบชีวิตลง

"ปล่อยให้หลินเจี้ยนมอบความขมขื่นแก่เจ้าเสียก่อน" หลินหรูเยียนเตรียมพร้อม รอให้หลินหานถูกหนึ่งดาบจากการโจมตีของหลินเจียนเสียก่อน แล้วนางค่อยยื่นมือเข้าช่วย

หัวใจของหญิงสาวยังคงมีความเมตตา

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ศิษย์ตระกูลหลักจากทำเนียบภายนอกที่อยู่รอบๆเริ่มเดือดพล่าน

แม้ว่าวิชาดาบเมื่อครู่ของหลินหานจะทำให้พวกเขาตกใจ เพียงแต่.. มันก็เป็นเพียงแค่วิชาดาบ การจะตัดสินใจแพ้ชนะต้องวัดจากความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของตบะ

“หลินหานคนนี้ ถึงแม้ว่าวิชาดาบจะยอดเยี่ยม แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาได้ประลองกับหลินซื่อ ตบะของเขานั้นน้อยนิดและอ่อนแอในขอบข่ายทวิสวรรค์เท่านั้น”

"สหายหลินเจี้ยนไม่เพียงแต่แข็งแกร่งในด้านวิชาดาบเท่านั้น แต่ตบะยังก้าวข้ามสู่ยุทธิ์ตรีสวรรค์ จนหลอมรวมสสารถ่องแท้ หลินหานจักแพ้พ่ายอย่างไม่ต้องสงสัย"

ศิษย์ตระกูลหลักจากทำเนียบภายนอกที่อยู่รอบๆต่างมองไปที่หลินหาน ดวงตาของเขาแสดงความโหดร้าย

ศิษย์จากสาขาคนนี้ทำให้พวกเขารู้สึกถึงวิกฤตอันตราย หากหลินเจี้ยนสามารถกำจัดได้ การประลองของทำเนียบภายนอกจะทำให้พวกเขาสบายกขึ้นมาก

ในสายตาของศิษย์ตระกูลหลักเหล่านี้ ไม่มีความรู้สึกเห็นใจใดใดต่อศิษย์จากสาขา มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้น

ในอดีต ยามที่หลินหานอ่อนแอ พวกเขามีแต่ความดูถูกและรังเกียจในใจ

แต่ตอนนี้ เมื่อได้เห็นวิชาดาบที่ยอดเยี่ยมของหาน นอกจากความหวาดหวั่นเล็กน้อย ความรู้สึกอื่นที่หลงเหลือในใจ มีเพียงความคิดจะสังหารเท่านั้น

"เข้ามา สู้กับข้า!" บัดนี้ ดวงตาของหลินหานนั้นเย็นชา ทันใดนั้น เขาก็มองไปทางหลินเจี้ยนที่อยู่ไม่ไกลนัก

ร่างของเขาสูงโปร่ง ราวกับหอกยาวที่จะแทงทะลุฟากฟ้า

แม้จะสวมผ้าหนา แต่ก็ยากที่จะปกปิด หลินพูดทันทีว่า: "ข้าก็อยากรู้ ว่าข้าจะต้านรับดาบของเจ้าได้หรือปล่า!"

การต่อสู้ กำลังจะเริ่ม!

จบบทที่ ตอนที่ 7 ธิดาผยองแห่งท้องนภา [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว