เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 โชคลาภ เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 2 โชคลาภ เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ [อ่านฟรี]

ตอนที่ 2 โชคลาภ เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ [อ่านฟรี]


ตอนที่ 2 โชคลาภ เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่

ผู้แปล Doramartin

 

ต๋อม! ต๋อม ......

 

เม็ดฝนเย็นยะเยือกกระหน่ำตกลงมา หลินหานเปิดเปลือกตาหนักมองดู

 

"ข้าไม่ได้สวรรค์ลงทัณฑ์ไปแล้วหรือ?  ทำไมข้ายังไม่ตาย ... " ในขณะนี้ เขานึกได้ทันควันว่าแสงสีทองที่พุ่งเข้าไปในศีรษะของตัวเอง

 

สิ่งนั้น มันคืออะไร

 

เมื่อหลินหานครุ่นคิดถึงสิ่งนั้น ทันใดนั้น ดวงจิตเขาก็ดำดิ่งเข้าไปในศีรษะ ในสถานที่แห่งนั้น มีเปลวไฟสีทองลุกโชนในพื้นที่มืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

ใช่แล้ว มันเป็นเปลวไฟสีทอง!

 

"คุณพระ ในศีรษะของคนเราจะมีเปลวไฟได้อย่างไร" หลินหานสื่ออารมณ์ตกใจ แต่ในวินาทีต่อมา เขาใช้สภาวะจิตใจของเขาสัมผัสกับเปลวไฟสีทองที่แผดเผาอยู่ในสมอง

 

"หรือนั่นคือแสงสีทองที่พุ่งลงมาจากเมฆสายฟ้าบนท้องนภาเมื่อสักครู่อย่างนั้นเหรอ?"

 

เจตจำนงของหลินหานนั้นแกร่งกล้า เหนือกว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาสงบจิตสงบใจลงอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ มีเปลวไฟสีทองอยู่ในสมอง ทำให้เขารู้สึกอย่างลางๆว่านี่คือความโชคดีอย่างใหญ่หลวงของเขาเอง

 

ด้วยการผลักดันจากความอยากรู้อยากเห็น หลินหานจึงปลดปล่อยสภาวะจิตให้ยาวออกไปอย่างช้าๆจนสัมผัสกับเปลวไฟสีทองลึกลับในสมอง

 

บูม!

 

ในช่วงเวลานี้ หลินหานรู้สึกว่าโลกหมนติ้วตาลาย ต่อจากนั้น ราวกับว่าเวลาและสถานที่ถูกผันเปลี่ยนในพริบตา สติของเขาได้เคลื่อนย้ายมายังดินแดนอุดมสมบูรณ์อันกว้างใหญ่ไพศาล

 

ที่นี่ เป็นเหมือนดินแดนแปลกตาในยุคสมัยที่เนิ่นนานมาแล้ว สัตว์ประหลาดยักษ์สูงค้ำฟ้าเรียงราย

 

ต่อจากนั้น หลินหานเห็นภาพอันกว้างใหญ่ที่เขาไม่มีวันลืมตลอดชีวิต ...

 

บนแผ่นดินโบราณแห่งท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ มังกรทองคำมหึมาตนหนึ่งเคลื่อนตัวจากหุบเหวที่ไม่มีที่สิ้นสุด แค่กรดิกตัวก็เคลื่อนที่ได้พันจ้วง ทะยานสู้เมฆหมอก ความกดดันสยองขวัญอย่างไม่รู้จบทำให้ร่างกายของหลินหานในเวลานี้แทบจะแหลกสลาย

 

ทันใดนั้น มังกรสีท่ามที่อยู่ท่ามกลางแสงก็กลายเป็นร่างที่แข็งแกร่งในซึ่งสวมมงกุฎราชาบนศีรษะ กายสวมเสื้อคลุม ผมสีดำพริ้วไหว ลูกตาดฉกเช่นดาว มีสง่าราศี

 

ศีรษะของเขาสูงถึงท้องฟ้า เท้าของเขาย่างอยู่บนพื้น ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างองอาจ สิ่งมีชีวิตใดๆที่อยู่ด้านหน้าของเขาราวกับเป็นมด เล็กกระจ้อยร่อยมาก

 

เขา เปรียบเสมือนเทพเทวาองค์เดียวในสวรรค์และโลกนี้ ไม่ตายไม่ดับสลาย

 

แต่ในเวลานี้ ร่างกายขนาดมหึมานั่นได้มองลงมาด้านล่างยังทิศทางที่หลินหารอยู่

 

เวิง!

 

พริบตานั้น หลินหานก็รู้สึกว่าจิตสำนึตัวเอง ราวกับถูกล็อคโดยกระแสจิตที่น่ากลัวปานถล่มฟ้าสะเทือนดิน

 

ต่อจากนั้น สายตาคู่หนึ่งกวาดร่างกายของหลินหาน สายตานั้น มีความลึกซึ้งที่ไม่สิ้นสุด ราวกับว่ามันถูกหยุดไว้มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ดั่งผ่านการเปลี่ยนแปลงของโลกมานับครั้งไม่ถ้วน

 

ดินแดนอันกว้างใหญ่คือสถานที่ใดกัน ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่คือที่ไหน การกลับชาติมาเกิดการสลับร่าง ล้วนไม่สอดคล้องกับการจ้องมองด้วยสายตาที่ผ่านกาลเวลาอันไม่มีที่สิ้นสุดตั้งแต่สมัยโบราณกาล

 

"ผู้ ... ผู้อาวุโส ... ท่าน...เป็นใคร?" ถึงแม้หลินหานจะเกิดในตระกูลสาขา แต่เขาก็ชอบอ่านหนังสือโบราณตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เขาจึงรู้จักผู้แข็งแกร่งและผู้มีความสามารถปานจะถล่มฟ้าดินจำนวนมากซึ่งเป็นตำนานจากอดีตกาล

 

เป็นไปได้หรือไม่ที่ร่างกายมหึมาซึ่งอยู่ในโลกแห่งไฟสีทองนี้ เป็นกระแสความคิดของผู้แข็งแกร่งที่สุดซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่?

 

"ข้าคือผู้ใด? ข้า... จักรพรรดิมังกรแกร่งกล้าอันดับหนึ่ง ผู้แข็งแกร่งที่สุดในอดีตกาล เป็นเพียงตัวตนหนึ่งเดียวในใต้หล้าแห่งอดีตกาลที่แตะต้องเกียติสูงสุดในขอบเขตองค์เทพสูงสุด!" ทันใดนั้น ร่างนั้นได้เปล่งเสียงออกมา

 

ในน้ำเสียง มีความน่าเกรงขามและความภาคภูมิใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็แฝงความอ้างว้างและดูแคลนตัวเอง

 

"ในเมื่อผู้อาวุโสแตะต้องขอบเขตแห่งเทพเจ้า แล้วทำไมจึง ... " หลินหานเปล่งเสียงของเขาอย่างช้าๆ และระมัดระวัง

 

"เป็นเพราะสตรีนางหนึ่งที่งดงามที่สุดในใต้หล้า แลเป็นนางแพศยาที่เหี้ยมโหดที่สุด... " ร่างนั้นเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความคับอดคับใจและความไม่เต็มใจอย่างลึกล้ำ

 

เมื่อหลินหานได้ฟังดังนี้ ก็เกิดความรู้สึกเสียใจอย่างฉับพลัน

 

"ข้าถูกสตรีที่ข้ารักมากที่สุดทรยศหักหลังด้วยแผนการลับหลัง แต่ข้าข้ามพื้นที่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และมาถึงที่นี่ ท้ายที่สุด เพลิงเทพไม่ได้ถูกชิงไป ... แต่ข้ากำลังจะมอดดับ แต่ข้ามิยินยอม ข้าจักต้องแก้แค้น ข้าต้องการให้นังแพศยานั่นตายอย่างไร้แผ่นดินกลบฝัง... "

 

ทันใดนั้น ร่างกายก็มองลงมาจากฟากฟ้า หันไปจ้องหลินหาน และกล่าวว่า "เด็กหนุ่ม ข้ารู้สึกถึงความไม่ยินยอมและความปรารถนาต่อพลังอย่างแรงกล้าภายในจิตใจของเจ้า ดีมาก! เจ้า จงสืบทอดเพลิงเทพแห่งชีวิตนิจนิรันดร์อันเป็นพลังหนึ่งเดียวอย่างไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนของข้านี้ แล้วจงแก้แค้นแทนข้า! กลับไปยังดินแดนไท่กู่ แล้วสังหารนังแพศยา! "

 

ทันใดนั้น ร่างได้แผดเสียง น้ำเสียงน่าเวทนายิ่ง แฝงความเกรี้ยวกราดมากล้น

 

"ผู้หญิงคนไหน?" หลินหานตะโกนขึ้นท้องฟ้าไถ่ถามทันที

 

"นางเป็นที่รู้จักในนามเทพีน้ำแข็ง งดงามที่สุดในใต้หล้า แต่เป็นสตรีที่เหี้ยมโหดสุดในใต้หล้าด้วยเช่นกัน มีนามว่า หลานปิงเหยี่ยน ... " เสียงของร่างมหึมาค่อยๆแผ่วเบาลง ราวกํบได้รับการโจมตีอย่างแสนสาหัส จิตมอดดับลงในที่สุด

 

ในเวลานี้ สติของหลินหานได้กลับคือสู่ร่างต้น

 

"เวิง"

 

ในวินาทีต่อมา หลินหานก็รู้สึกได้ว่าเปลวไฟสีทองในสมองของเขา ได้ปรากฏเคล็ดวิชาบทหนึ่งซึ่งถูกเขียนลงคัมภีร์ด้วยอักษรสีทอง มันสลักลงในความทรงจำของเขา

 

"เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่": ไท่กู่ดินแดนไพศาล เจ้าเหนือหัวจักรพรรดิมังกร ร่างกายคือเทพเทวา ผู้เป็นอมตะและไม่ตาย ... "

 

ในตอนนี้ หลินหานอ่านออกเสียง เขาได้รับเคล็ดวิชาแต่โบราณกาลบทหนึ่งจากในเปลวไฟสีทอง : เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่

 

นี่เป็นมรดกอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ เป็นเคล็ดวิชาเดียวที่จะสัมผัสกับขอบเขตแห่งองค์เทพสูงสุด

 

"คิดไม่ถึง ว่าวันหนึ่ง ข้าจักได้รับโชควาสนาอย่างใหญ่หลวงถึงเพียงนี้ ... " หลินหานมองด้วยความตกใจ แต่ก็เปียมความดีใจอย่างยิ่งช่นกัน

 

ประตูอันงดงามใหม่เอี่ยมถูกเปิดออกตรงด้านหน้าของเขา ทำให้เลือดในกายของหลินหานสูบฉีด อยากจะออกไปโห่ร้องตะโกน

 

อย่างไรก็ตาม คำสั่งเสียก่อนตายของจักรพรรดิมังกรไท่กู่ กลับทำให้หัวใจของหลินหานเคร่งขรึม

 

กลับไปยังดินแดนไท่กู่ เพื่อล้างแค้น!

 

"ดินแดนไท่กู่อยู่ที่ไหน? เทพเจ้าน้ำแข็งหลานปิงเหยี่ยน ถูกขนานนามว่า"เทพเจ้า" จะเป็นตัวตนที่สามารถสั่นคลอนแผ่นดินได้ระดับไหน?

 

หลินหานครุ่นคิดในใจ แต่ได้รับมรดกและวาสนาจากจักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่มาแล้ว หลินหานก็มิใช่คนที่จะเนรคุณ เของบ่นพึมพำ “วางใจเถิดผู้อาวุโส จักต้องมีสักวัน ข้าจะทำให้นางแพศยาผู้โหดเหี้ยมที่ทรยศและและวางแผนชั่วต่อท่านต้องเสียใจ!”

 

ตั้งปฏิภาณแล้ว หลินหานมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ร่างกายมีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับเสือชีตาห์ วิ่งไปยังเมืองต้วนเทียน

 

ตึง!

 

หลินหานกลับไปถึงห้อง ปิดประตูทันที หัวใจของเขาตื่นเต้นอย่างมาก เพราะเขาพบว่าตัวเองทลายสู่ทวิสวรรค์โดยไม่รู้ตัว

 

ยิ่งกว่านั้น เลือด ร่างกายและปราณถ่องแท้ในร่างกายของเขาควบแน่นยิ่งขึ้น พลังการหยั่งรู้ของตัวเองที่มีต่อสิ่งรอบตัวก็ได้เพิ่มความเฉียบแหลมด้วยเช่นกัน

 

ตัวอย่างเช่น ในเวลานี้หลินหานนั่งอยู่ในห้อง เขาสามารถมองเห็นขาของยุงได้อย่างชัดเจนในระยะ 50 เมตร และได้ยินเสียงบินของผึ้งที่อยู่ในระยะห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตร

 

หลินหานคาดการณ์อย่างเงียบๆ เกรงว่า เปลวไฟสีทองที่ลุกโชนอยู่ในใจของเขา กำลังเปลี่ยนความสามารถทั้งหมดของเขา

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า! เยี่ยม!" ได้รับโชคลาภอย่างใหญ่หลวงนี้ ในที่สุดพลังทะลวงสู่ทวิสวรรค์ แม้ว่าสภาวะจิตใจของหลินหานจะแกร่งกล้า แต่ในเวลานี้เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะดัง ๆ

 

"นายน้อย ทานข้าว" ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก หญิงรับใช้ตัวเล็กบอบบางและท่าทางอ้อนแอ้นเดินเข้ามา ถือถาดไม้ไว้ในมือ บนถาดไม้มีกับข้าวหลายอย่าง

 

เสี่ยวหนู คือหญิงใช้ที่ติดตามหลนหานมาจากหมู่บ้านฉางหยุน และเป็นญาติเพียงคนเดียวของหลินหาน

 

“ฮ่าฮ่า เสี่ยวหนู กินด้วยกันสิ” หลินหานอารมณ์ดีมาก พูดออกมาทันควัน

 

"วันนี้ นายน้อยไม่เหมือนเมื่อก่อน!" หญิงรับใช้มองใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของหลินหาน ในหัวใจแอบมีความสุข

 

นางคือหญิงรับใช้ของหลินหาน หลินหานผู้เป็นนายน้อยมีความสุข นางก้มีความสุข ไม่คิดอะไรมากมาย

 

วันที่สอง

 

หลินหานมักจะมาที่ลานประลองภายในสวนขนาดใหญ่แห่งสำนักตระกูลหลิน เริ่มฝึกฝนกรงเล็บมังกร

 

เพี๋ยะ เพ๊ยะ เพี๊ยะ!

 

ในอากาศ ส่งเสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลินหานฟาดฝ่ามืออย่างดุเดือดเป็นชุดๆ แต่ใบหน้าของเขาไม่แดงและไม่เหนื่อยหอบ

 

"เฮ้! วันนี้พึ่งเป็นวันที่สองเอง หลินหาน เจ้าอดใจรอไม่ได้จึงมาตายถึงที่เลยเหรอ?" ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากสถานที่ไม่ไกลนัก มมางพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะ

 

คิ้วของหลินหานขมวดเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองยังทิศทางที่ไม่ไกลนัก

 

ในทิศทางนั้น หลินสือกำลังเดินเข้ามาอย่างท่าทางดุดัน ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมุ่งร้าย ดวงตาเผยความเหี้ยมโหด

จบบทที่ ตอนที่ 2 โชคลาภ เคล็ดวิชาจักรพรรดิมังกรแห่งไท่กู่ [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว