เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 172 ฮุยไท่หลางคลั่ง

ตอนที่ 172 ฮุยไท่หลางคลั่ง

ตอนที่ 172 ฮุยไท่หลางคลั่ง


“เจ้าต้องฝันไปแน่!”

เจ้าเมืองโล่วฮัวพยักหน้ายืนยัน

เย่ว์หยางพูดไม่ออก เขารู้ว่าเขาไม่ได้ฝันเกี่ยวกับเรื่องนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะเขาฝันถึงเรื่องอื่นในตอนนั้น ไม่มีทางที่คนๆ หนึ่งจะฝันถึงสองเรื่องพร้อมกัน แม้ว่าเจ้าเมืองโล่วฮัวจะไม่ต้องการพูดถึง เย่ว์หยางก็สามารถเดาได้ว่าบางทีคงเป็นหญิงงามลึกลับได้ตามเขามา หรืออาจจะเป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนก็ได้ พวกนางบอกว่าพวกนางไม่รู้จักกันและกัน แต่ในความเป็นจริง พวกนางทุกคนคงเป็นสหายกัน และเป็นสหายที่สนิทกันมากเสียด้วย

สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางสับสนที่สุดก็คือความจริงที่ว่าเขาไม่อาจรู้สึกได้ถึงการปรากฏตัวของหญิงงามลึกลับเลยแม้แต่น้อย

นางคงซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งในช่วงที่เขาตรวจสอบ นางไม่น่าจะอยู่ไกลนัก แล้วทำไมเขาถึงได้ไม่รู้สึกถึงนางเลยแม้แต่น้อย

ชักสับสนจริงๆ นางทราบช่วงเวลาที่เขาตรวจสอบด้วยหรือ? หญิงงามลึกลับยิ่งมาก็ยิ่งเป็นปริศนาในใจเขามากยิ่งขึ้น เว้นแต่...เว้นแต่บางอย่างที่เป็นทักษะธรรมชาติของนาง

เย่ว์หยางยังมีเรื่องค้างคาใจอยู่อีกหลายอย่าง แต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

หลังจากพักชั่วครู่ พวกเขาจึงปีนขึ้นไปที่ทะเลสาบเทียมเมฆต่อ

ใช้เวลาครึ่งวัน เย่ว์หยางและเจ้าเมืองโล่วฮัวก็มาถึงยอดทะเลสาบลอยฟ้า ที่ลอยอยู่ในอากาศ

ในสายตาของเย่ว์หยาง สถานที่แห่งนี้คงเคยเป็นน้ำพุร้อนบนปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว หลังจากผ่านไปนานหลายปี มันกลายเป็นทะเลสาบขนาดยักษ์บนยอดเขา ทะเลสาบเทียมเมฆไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แม้ว่าจะมีหมอก แต่ถ้าลองเพ่งดูดีๆ จะเห็นขอบทะเลสาบในด้านอื่น ทะเลสาบมีสัณฐานเป็นวงรี มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่กี่กิโลเมตร และเส้นรอบวงดูเหมือนจะน้อยกว่ายี่สิบกิโลเมตร

“ที่นี่มีอสูรน้ำอาศัยอยู่หรือเปล่า?”

เย่ว์หยางเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับอสูรน้ำในทะเลสาบ แต่แน่นอนว่า นั่นเป็นเรื่องที่เขาได้ยินได้ฟังจากโลกอื่น

“อสูรน้ำแบบไหนที่เจ้าพูดถึง? อย่างเช่นอสูรปลาขนาดใหญ่หรือเปล่า?”

เจ้าเมืองโล่วฮัวไม่ค่อยรู้เรื่องความคงอยู่ของอสูรน้ำมากนัก ทั้งนี้เป็นเพราะในทวีปมังกรทะยาน มีอสูรแปลกๆ อยู่มากเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้จักอสูรทุกสายพันธุ์

“เอ่อ.. งั้นก็ถือว่าข้าไม่ได้ถามก็แล้วกัน”

เย่ว์หยางไม่ได้สนใจอสูรน้ำมากนัก

นี่เป็นเพราะเย่ว์หยางเคยเห็นอสูรมาเป็นจำนวนมากแล้ว ขณะเดียวกัน เขาก็ฆ่าพวกมันไปมากเช่นกัน เย่ว์หยางจึงไม่ค่อยอยากรู้มากเกี่ยวกับอสูรใหม่ๆ อีกต่อไป

หญ้าประกายดาวไม่ได้งอกอยู่บนทะเลสาบเทียมเมฆ แต่มันงอกอยู่บนยอดภูเขาสูง

ภูเขาสูงชันและลึกลับที่เย่ว์หยางเคยปีนมาจะเลี่ยนแห้งแล้งไร้เครื่องค้ำจุนชีวิต เย่ว์หยางใช้พลังไปมากเพื่อพาตนเองและแบกเจ้าเมืองโล่วฮัวขึ้นเขา เจ้าเมืองโล่วฮัวก็สามารถปีนด้วยตนเองได้ แต่นางกำลังอ่อนแอลงมาก เมื่อผ่านไปชั่วขณะ นางจะต้องพัก ลมภูเขาเยือกเย็นมากและฟังดูเหมือนเสียงครวญครางของภูตผีและเสียงหอนของหมาป่า เย่ว์หยางห่วงนาง ดังนั้น เขาตัดสินใจแบกนางในที่สุด

มันเป็นยอดเขาที่ว่างเปล่า นอกจากมีหิมะอยู่บนพื้นบางส่วนแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดเลย

เดิมที เย่ว์หยางท้อแท้เล็กน้อย ขณะที่ดูเหมือนว่าหญ้าประกายดาวคงถูกคนอื่นเก็บไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าเมืองโล่วฮัวสำรวจอย่างระมัดระวัง นางพบรอยแยกเล็กอยู่บนพื้น นี่เองทำให้เย่ว์หยางมีความหวัง

ดูเหมือนมีถ้ำเล็กๆ อยู่ตรงนั้น เหมือนว่าใครบางคนสามารถเข้าไปได้ ถ้าพวกเขาเบียดตนเองให้เข้าไปได้

ทั้งสองคนเข้าไปได้และเริ่มปีนลงมาไม่กี่สิบเมตร ผ่านไปชั่วขณะ พวกเขาพบว่า ที่ขอบหน้าผาที่ยื่นออกมา มีดอกไม้แปลกที่เปล่งแสงลางๆ เหมือนดาว เหนือขึ้นไปมองเหมือนกับมีดวงดาวในท้องฟ้า และต่ำลงมาเป็นหลุมที่กำบังลมได้ พลังปราณจากฟ้าและดินรวมเข้าด้วยกัน มั่นใจพอว่า นี่เป็นสถานที่น่าอัศจรรย์ที่ทำให้สมุนไพรเติบโตได้ตามธรรมชาติ

หญ้าประกายดาวนั้น เขาได้เห็นในสารานุกรมสมุนไพรและพบว่ายากที่จะเอามาได้

ตามบันทึกในสารานุกรม มันเป็นสมุนไพรในตำนานระดับ 6

ไม่เป็นที่แน่ใจว่าสถานที่เช่นไรที่พวกมันเติบโตได้ดี แต่พวกมันมักเจริญเติบโตในที่สูงสามารถอาบแสงดาวได้ ระดับความสูงจะต้องสูงพอในระดับที่ไม่มีต้นไม้อื่นดำรงชีวิตอยู่ในรัศมีห้าสิบฟุต ตามตำนานที่บันทึกไว้ในสารานุกรมยา หญ้าประกายดาวมีต้นกำเนิดจากดินแดนอื่น

โลกที่ห่างไกลหอทงเทียน หนึ่งหมื่นปีที่แล้ว มีองค์หญิงแห่งดวงดาวผู้รักสันโดษและเป็นพรหมจรรย์พระองค์หนึ่ง นางชอบแยกตัวมาอยู่ในภูเขาและใช้เวลาอยู่กับบุปผาชาติของนาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงแห่งดวงดาวถูกลอบสังหารในภายหลัง เมื่อนางถูกลอบสังหาร เลือดของนางกระเซ็นรดดอกไม้ จากนั้นวิญญาณของนางได้รวมตัวเข้ากับดอกไม้ และในหมู่ดอกไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของนาง... หญ้าสีน้ำเงินเข้ม หญ้าสีน้ำเงินเข้มนั้นได้รับพลังปราณของเจ้าหญิงแห่งดวงดาวไว้ทั้งหมด

ดังนั้น ผู้คนจึงเริ่มเรียกดอกไม้นี้ว่าหญ้าประกายดาว

ดอกไม้เป็นเหมือนเจ้านายเก่าของมัน มันรักสันโดษและความบริสุทธิ์ มันจะไม่บานในเมื่อปราศจากคืนฟ้าที่มีดวงดาวแพรวพราว และหากปราศจากหัวใจที่บริสุทธิ์ก็ไม่สามารถเก็บดอกไม้ได้

ถ้าคนธรรมดาทั่วไปพยายามเก็บดอกไม้ พลังปราณของมันจะแตกกระจายและดอกไม้ก็จะสลายไปด้วย

พอเห็นหญ้าประกายดาวแล้ว เจ้าเมืองโล่วฮัวถึงกับตื่นเต้นมาก นางดึงเย่ว์หยางมาอีกด้านหนึ่งเตือนเขาไม่ให้เข้าใกล้นาง ก่อนที่นางจะเข้าไปในถ้ำ นางอาบน้ำและซักชุดของนางในบ่อน้ำเล็กๆ ใกล้หน้าผา และกำจัดกลิ่นบุรุษสกปรกของเย่ว์หยางออกจากตัวนาง จากนั้นนางเดินไปที่ต้นหญ้าประกายดาวเก็บงำความตื่นเต้นไว้ในใจ

แม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่ดอก แต่พวกมันก็มีความเงางามสดใสมาก

ก่อนที่นางจะเก็บดอกไม้ นางแสดงความคารวะเจ้าหญิงแห่งดวงดาว

“ขอถวายบังคมเจ้าหญิงแห่งดวงดาว โปรดประทานต้นหญ้าของพระองค์สักสามดอกเถิด ข้าจะไม่ขอมากเกินไป ขอแค่สามเท่านั้น ได้โปรด”

“ทำไมดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ?”

ทันใดนั้นเย่ว์หยางรู้สึกสะท้านใจ

ไม่มีสัตว์อสูรป้องกันทางเข้าถ้ำแม้แต่น้อย บางทีเป็นเพราะถ้ำเล็กนี้ที่มีต้นหญ้าประกายดาวงอกขึ้นตั้งอยู่ที่ขอบฟ้าเป็นที่ไม่มีอสูรที่แข็งแกร่งดำรงชีวิตอยู่

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่ยังไม่สามารถยืนยันความรู้สึกได้ ขณะที่เย่ว์หยางเต็มไปด้วยความสงสัย ก็พยายามมองหาร่องรอยรอบๆ ทางเข้าถ้ำ เขาได้ยินเสียงตะโกนที่เบาดังมาจากด้านบนของทางเข้าถ้ำ

ตามมาด้วยเสียงดัง ดูเหมือนว่าใครบางคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เมื่อเย่ว์หยางหันไปรอบๆ เพื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้น ลูกไฟร้อนลูกหนึ่งถูกยิงเข้ามาที่ปากทางเข้าถ้ำเล็กๆ พุ่งตรงไปที่เจ้าเมืองโล่วฮัว

เย่ว์หยางตกใจ เขาจำเปลวไฟแบบนี้ได้

นี่ นี่มันไฟนรกของปีศาจเรืองแสงติ่งซ่าง

ใช่แน่แล้ว ปีศาจเรืองแสงติ่งซ่างติดตามพวกเขามา เขาเก็บงำความตั้งใจชั่วร้ายไว้ อย่างไรก็ตาม ใครเป็นคนสังเกตว่าปีศาจเรืองแสงติ่งซ่างพยายามทำร้ายเขาและช่วยห้ามมันในขณะเดียวกัน?

หรือว่าจะเป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน?

เย่ว์หยางคุ้นเคยกับวิธีที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมักจะเปล่งเสียงตวาดเสมอยามเมื่อนางสู้ เสียงตวาดของนางเป็นเอกลักษณ์มากต่างจากคนอื่นๆ มันแหลมและชัดเจนมาก และยังเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ มันดังเหมือนเสียงร้องของนักสู้

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถได้ยินเสียงร้องได้ชัดเจนในตอนนี้ แต่เขารู้ว่าข้างบนวิกฤติหนัก ด้วยพลังขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน นางไม่สามารถสู้ตัวต่อตัวกับปีศาจเรืองแสงติ่งซ่างได้

ตอนนี้ แม้ในท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด ปีศาจเรืองแสงติ่งซ่างยังคงแบ่งพลังยิงไฟนรกใส่เจ้าเมืองโล่วฮัว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังจุดไฟใส่หญ้าประกายดาวด้วย นี่หมายความว่า ไม่ใช่เพียงแค่ปีศาจเรืองแสงติ่งสร้างเท่านั้นที่อยู่ที่นี่ แต่เขายังนำกำลังเสริมมาอีก 2-3 คน

“ระวัง!”

เย่ว์หยางพยายามกระโดดเข้าไปปกป้องเจ้าเมืองโล่วฮัวอย่างห่วงใย

“อย่าเข้ามาที่นี่ เจ้าต้องไม่เข้ามาตรงนี้!”

เจ้าเมืองโล่วฮัวรีบเรียกคัมภีร์ออกมาและเรียกโล่แสงออกมาป้องกันไฟไว้ได้

ในใจของนางหญ้าประกายดาวสำคัญที่สุด แม้ว่านางจะบาดเจ็บ แต่นางไม่ต้องการเห็นของล้ำค่าดังกล่าวสูญสลายไป

เสียงดังก้องมาจากข้างนอกอีกครั้ง ความรุนแรงของการต่อสู้ด้านนอกทำให้ถ้ำสะเทือนไปทั้งหมด เย่ว์หยางไม่รู้ว่าสถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไร ดังนั้นเขาปีนออกไปและเตรียมตนเองให้พร้อมช่วยเหลือองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน

ณ เชิงเขาแห่งนั้น ฮุยไท่หลางอยู่เป็นเพื่อนจิ้งจอกหิมะสามหางอย่างสบายๆ มันพยายามสื่อสารกับจิ้งจอกน้อยอย่างต่อเนื่องผ่านการใช้ภาษาต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มันใช้ภาษาอื่นได้ย่ำแย่มาก อย่าว่าแต่พูดกับจิ้งจอกหิมะสามหางเลย แม้เป็นสัตว์อื่นที่ได้ยินเข้า พวกมันก็ไม่รู้ว่าฮุยไท่หลางพูดอะไร

แต่ก็ยังดี เพราะมันใช้ท่าทางร่างกายได้

เมื่อเวลาผ่านไป ฮุยไท่หลางจะไปจับสัตว์เล็กสัตว์น้อยมาเพื่อพิชิตใจจิ้งจอกแสนสวย

มันไม่ทราบว่า ไม่ว่าอย่างไร จิ้งจอกหิมะนั้นเป็นมังสวิรัติเหมือนกับเจ้าของมัน ถ้ามันให้ของบางอย่างเช่น แห้วน้ำแข็ง อย่างนั้นมันอาจเอาชนะใจจิ้งจอกหิมะตัวน้อยได้ในที่สุด

เพราะสัตว์เล็กสัตว์น้อยชุ่มไปด้วยเลือด จิ้งจอกน้อยไม่ชอบเลย จิ้งจอกจะพันหางรอบตัวมันเองและเริ่มหลับบนพื้น รอคอยเจ้านายมันกลับมาอย่างเงียบๆ

เทียบกับจิ้งจอกแล้ว ฮุยไท่หลางจะกระตือรือร้นมากไป

มันก็กำลังรอเย่ว์หยางเช่นกัน แต่มันก็สร้างความบันเทิงใจให้ตัวเองเช่นกัน

ทุกครั้งที่มันเห็นสัตว์เล็กๆ วิ่งมากวนใจ มันจะไล่กวดพวกมันทันที มันยังคงไล่กลุ่มหมาป่าหิมะระดับ 3 ที่หนวกหูออกไปเป็นสิบกิโลเมตร เพื่อให้จิ้งจอกหลับอย่างสบาย นอกจากนี้มันยังฆ่าแมงมุมยักษ์ 2-3 ตัวและควักแก่นเวทของพวกมันออกมา

อย่างไรก็ตาม มันไม่อาจทนกินแก่นเวทเองได้ จึงนำมันกลับมาด้วย

มันยินดีจะให้แก่นเวทเพื่อทำให้จิ้งจอกน้อยยินดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อมันกลับมาที่เชิงเขา มันก็ต้องตกใจกับภาพน่าอนาถด้านหน้าของมัน พื้นหิมะเต็มไปด้วยรอยเลือด จิ้งจอกน้อยกลายร่างเป็นจิ้งจอกหกหาง ทั้งตัวของมันมีแต่บาดแผลที่ถูกทำร้ายโดยสัตว์ร้ายรอบตัวมัน มันยืนอยู่ตรงนั้น กำลังส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเป็นนักสู้คนหนึ่ง

เขาถือบอลมลพิษเขียวที่ทำให้จิ้งจอกหิมะต้องไม่อาจปล่อยพลังเต็มที่ นอกจากนี้เขายังปักเสาโลหะมีอักขระโบราณไว้บนพื้น และเสาสีดำนั้นปล่อยวงแหวนแสงสีดำออกมาต่อเนื่องเพื่อข่มพลังของจิ้งจอกหกหาง

ไฮยีนาสามตัว อสูรทองแดงระดับ 6 ไล่กัดจิ้งจอกหกหางด้วยเขี้ยวคมกริบอย่างดุเดือด

ด้วยการกัดแต่ละครั้ง ก็เกิดบาดแผลที่ร่างของจิ้งจอกหกหาง

จิ้งจอกหกหางมีตัวโชกเลือดไม่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้เต็มที่ มันถูกข่มพลังด้วยโล่แสงสีดำจากจากเสาที่ลงอักขระโบราณ และบอลมลพิษยังทำให้มันใช้พลังได้อย่างจำกัดอีกด้วย ตอนนี้มันใช้ความเร็วได้เพียงหนึ่งในสิบจากความเร็วปกติที่มันเคยใช้ แม้ว่ามันจะเร็วมาก แต่ก็ไม่สามารถหลบพ้นจากการโจมตีจากไฮยีนาทั้งสามตัว

อย่างไรก็ตาม คู่ต่อสู้ของมันไม่ได้มีแค่เพียงไฮยีนาสามตัว

ยังมีสัตว์อสูรมากกว่าสามตัวที่แข็งแกร่งพอๆ กับไฮยีนา พวกมันทุกตัวล้อมจิ้งจอกหกหางและคอยโจมตี มีเสือดำสายฟ้าระดับ 5 อสูรเงินสองตัว ราชสีห์แมงป่อง (มัลติคอร์) อสูรเงินระดับ 6 สัตว์อสูรทั้งหกตัวแยกเขี้ยวที่ยังมีเลือดสดๆ ติดอยู่และล้อมกรอบเหยื่อของพวกมัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งจอกหกหางหลบหนีขณะที่พวกมันโจมตี

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าตัวน่ารัก! เจ้าจะต้องเป็นของข้าในที่สุด มานี่เร็ว มามะ... จิ้งจอกขาวที่งดงามและแสนรู้ มีแต่ข้าที่คู่ควรเป็นเจ้านายของเจ้า ข้าจะบ่มเพาะฝึกฝนให้เจ้าเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ มาหาเจ้านายของเจ้าซะดีๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

นักรบวิบัติที่มีรอยสักเต็มร่าง ล้วงม้วนเวททำสัญญาออกมาและเปิดมันออก

แสงสีขาวเปล่งออกมาจากม้วนเวทและพุ่งลงบนหัวของเจิ้งจอกหกหาง

จิ้งจอกหกหางเจ็บปวดหนักจนมันต้องการให้ตัวเองตายเสียให้ได้ และเมื่อแสงสีขาวพุ่งใส่ศีรษะมัน กลับทำให้มันทรมานมากขึ้นไปอีก

ขาของมันกะโผลกกะเผลก เป็นเรื่องยากสำหรับมันที่จะดิ้นรนภายใต้แสงของม้วนเวทพันธสัญญา

“โฮ่ง!”

ไฮยีนาทั้งสามและเสือดาวสายฟ้ายังคงจู่โจมทำร้ายจิ้งจอกหกหางอย่างต่อเนื่อง

“ฮู้ววว...”

ราชสีห์หางแมงป่องน่ากลัวที่สุด มันใช้หางแมงป่องแทงใส่ขาของจิ้งจอกหกหางและปล่อยพิษเข้าไปด้วย ปกติพิษจะไม่มีผลต่อจิ้งจอกหกหาง แต่เมื่อรวมกับการโจมตีของอสูรตัวอื่น จิ้งจอกหกหางก็ล้มลงในที่สุด

ทันทีที่มันล้มลง ทั้งไฮยีนา, เสือดาวสายฟ้าและราชสีห์หางแมงป่องก็รุมขย้ำลงมาพร้อมกัน กัดจิ้งจอกหกหางอย่างบ้าคลั่ง เลือดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ขนของมันถูกฉีกกระจุย พวกมันกัดแม้กระทั่งหางจิ้งจอกออกไปครึ่งหนึ่ง สถานที่นั้นเต็มไปด้วยเลือด เป็นภาพที่น่าสลดใจอย่างมาก

ในที่สุดจิ้งจอกหกหางใช้พลังอึดสุดท้ายหอนและกระโดดออกมาเต็มกำลัง

พอใช้พลังที่เหลืออยู่ของมัน มันพุ่งเข้าหานักรบวิบัติและกัดม้วนเวทพันธสัญญาจนแหลกเป็นชิ้น ปฏิเสธการทำสัญญา ใช้หางของมัน หวดใส่เสือดาวสายฟ้าทั้งสองตัวกระเด็นไปชนนักรบวิบัติ จนเขาทำลูกบอลมลพิษหล่น

นักรบวิบัติก็กระเด็นออกไปด้วยเช่นกัน เมื่อเขาตกลงพื้น เขาแตะหน้าตนเองดูแล้วรู้สึกว่ามันปูดขึ้นมา เขาถูกจิ้งจอกหกหางทำร้ายและจมูกของเขาเริ่มมีเลือดออก

เขาตื่นเต้นมาก เขาถือเสาโลหะที่มีอักระโบราณและหวดมันใส่หัวจิ้งจอกหกหางอย่างต่อเนื่อง และนี่เองทำให้จิ้งจอกหกหางกระเด็นไป 2-3 เมตร จากนั้นนักรบวิบัติเริ่มตวาดลั่น

“เจ้าทำลายความชื่นชม และความมีน้ำใจของข้า ช่างมันเถอะ.. กัดมันให้ตาย!”

ขณะนั้นเอง ฮุยไท่หลางวิ่งเข้ามาช่วยจิ้งจอกหกหางด้วยพลังทั้งหมดของมัน พอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ฮุยไท่หลางถึงกับคลั่งทันที

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=178

จบบทที่ ตอนที่ 172 ฮุยไท่หลางคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว