เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : เงินสิบสองตำลึงไม่ได้มากเลย (2/2)

บทที่ 12 : เงินสิบสองตำลึงไม่ได้มากเลย (2/2)

บทที่ 12 : เงินสิบสองตำลึงไม่ได้มากเลย (2/2)


บทที่  12  :  เงินสิบสองตำลึงไม่ได้มากเลย (2/2)

 

                เหลียนเซ่อพยักหน้ารับ  “ถ้าหากว่าพวกเราซ่อมรั้วเสร็จแล้ว  แต่ลูกเจี๊ยบพวกนี้มันยังเข้ามาในสวนเราได้อีก  ก็แสดงว่าป้าจงใจเปิดรั้วให้ไก่มันเข้ามาในสวนของเราแน่ๆ  แต่พี่บอกว่าอีกสองสามวันจะเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ผักแล้วไม่ใช่หรอ  ถ้าอย่างนั้นพวกเราพาซีเออร์กับชิงเออร์ไปช่วยเก็บกิ่งไม้บนภูเขาด้วยกันดีไหม?”

จู่ๆเหลียนฟางโจวก็มีคิดใหม่ผุดขึ้นในหัวเธอ  ก่อนเธอจะหัวเราะเบาๆ และพูดว่า“ไม่เป็นไรยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก  เดี๋ยวเราค่อยหว่านกันตอนไหนก็ได้”

เหลียนเซ่อจ้องหน้าเธออย่างงุนงงว่าทำไมจู่ๆเธอถึงเปลี่ยนใจ  ‘พี่สาวกำลังวางแผนอะไรอยู่นะ?’

เมื่อเห็นว่างานในสวนเหลือไม่มากแล้วเหลียนฟางโจวจึงเดินกลับบ้านไปก่อน  และปล่อยให้เหลียนเซ่อจัดการงานที่เหลือต่อคนเดียว

แม้ว่าบ้านของพวกเขาจะหลังไม่ได้ใหญ่มากนัก  แต่ก็ยังจำเป็นต้องทำความสะอาด  ซึ่งเมื่อเช้านี้เธอปัดกวาดแล้วก็เก็บบ้านลวกๆเท่านั้น  ดังนั้นตอนนี้บ้านเลยยังไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่นัก

เหลียนฟางชิงกับเหลียนซีอยู่เฝ้าบ้านกันสองคน  เด็กน้อยไม่ได้ออกไปเล่นที่ไหน  และเมื่อเห็นพี่สาวกลับมา  พวกเขาก็เดินตามเธอเป็นเงา  พร้อมทั้งช่วยเธอทำความสะอาดบ้านไปด้วย

เมื่อเห็นเด็กตัวเล็กๆต้องมาทำงานแบนี้  เธอก็อดเศร้าใจไม่ได้  แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของพวกเขาได้  เธอยิ้มให้พวกเขาอย่างเอ็นดู  และบางครั้งก็อนุญาตให้พวกเขาช่วยทำงานได้บ้างในบางส่วน  เห็นได้ชัดเมื่อพวกเขาได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเธอ  พวกเขามีความสุขมาก  อีกทั้งยังส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่รอบๆ ตัวเธออย่างร่าเริง

หลังจากทำความสะอาดและเก็บบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เหลียนฟางโจวก็เดินไปต้มน้ำ  ในระหว่างที่รอน้ำเดือดเธอก็คิดคำนวณในใจไปด้วยว่าเงินสิบสองตำลึงนี้จะเอาไปทำอะไรบ้าง

หลังคากับหน้าตาน่าจะเป็นสิ่งที่ต้องซ่อมแซมด่วนที่สุดเพราะไม่อย่างนั้นพอถึงฤดูหนาว  คนในบ้านได้ป่วยกันหมดแน่  เพราะไม่ว่าไหนจะลมหนาว  ไหนจะหิมะตก  หลังคากับหน้าต่างผุๆพังๆแบบนี้กันความเย็นไม่ได้แน่

แล้วไหนยังจะพวกเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาว  ผ้าห่ม  และของจำเป็นอื่นๆอีก  เธอจำเป็นต้องซื้อทุกอย่างนี้  ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ  ป้องกันการเจ็บป่วย!  แล้วยิ่งบ้านนี้มีแต่เด็กเล็กเจ็บป่วยได้ง่ายแล้วด้วย  เธอยิ่งต้องรีบเตรียมพร้อม

อ่า  เกือบลืม  เราต้องตุนอาหารไว้เป็นเสบียงในหน้าหนาวด้วยนิ  ทุกคนจะได้มีอาหารกินอิ่มท้องกันทุกมื้อ

แล้วเธอก็ยังจะต้องหาเมล็ดพันธุ์ผักแล้วก็ข้าวมาปลูกเพิ่มด้วย

และหลังจากที่ได้สอบถามเหลียนฟางชิงมาเมื่อคืน  ก็ทำให้เธอพอจะเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัวนี้ได้คร่าวๆ

ที่บ้านมีนาข้าวอยู่  3  หมู่  แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจนักว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาปลูก  แล้วไหนจะเครื่องไม้เครื่องมือทางการเกษตรอีกล่ะ  อีกอย่างในใจเธอก็อยากซื้อเป็ดกับไก่เพิ่มด้วย

เหลียนฟางโจวถอนหายใจเบาๆ  “เฮ้อ....ดูเหมือนว่าเงินสิบสองตำลึงนี้  ไม่น่าจะพอแล้วมั่งเนี่ย”

ถ้าก่อนหน้านี้ขอค่าถอนหมั้นสักยี่สิบตำลึงก็น่าจะดี  แต่ว่านางหยางคงจะไม่ยอมจ่ายง่ายๆแน่ๆ  ช่างเถอะๆไหนๆ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้วจะมาคิดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก

เหลียนฟางโจวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

ในระหว่างที่เธอกำลังจะเตรียมทำอาหารเย็น  เธอก็ได้มองไปเห็นว่าตอนนี้มีข้าวเหลือติดอยู่ที่ก้นถังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  อีกทั้งเมื่อมองไปที่ห้องใต้หลังคาก็เห็นมีข้าวสำรองถุงเล็กเหลืออยู่แค่เพียงสี่ถุง  เมื่อเห็นอย่างนั้นเธอก็อดที่จะรู้สึกหดหู่กับสภาพความเป็นอยู่ที่เร้นแค้นแบบนี้ไม่ได้

ตอนนี้มีเสบียงสำรองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  แม้ว่าพวกเขาจะทำโจ๊กมันเทศกินกันทุกวัน  แต่ด้วยอาหารที่เหลืออยู่เพียงเท่านี้  มันคงไม่พอให้พวกเขาสี่พี่น้องกินไปจนถึงปีใหม่แน่  เธอไม่แทบไม่กล้าคิดเลยว่าพวกเขาจะมีชีวิตรอดไปถึงฤดูเก็บเกี่ยวถัดไปได้ไหม

เหลียนฟางโจวได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น

หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเหลียนฟางโจวก็ให้เหลียนซีไปต้มน้ำให้เหลียงฟางชิงอาบ  ส่วนตัวเธอก็เตรียมตัวจะออกไปหาป้าจางที่บ้าน

แม้ว่าบ้านจะยากจนแค่ไหนเหลียนฟางโจวก็ไม่อนุญาติให้พวกเขาตัวสกปรกมอมแมมเหมือนแมวลายที่มีแต่กลิ่นเหงื่อไคล  พวกเขาต้องอาบน้ำแต่งตัวสะอาดสะอ้านเสมอ

แม้ว่าน้ำที่เอามาอาบจะไม่เสียเงิน  แต่ว่าพวกฟืนยังต้องเสียเงินด้วยหรือ?

เหลียนฟางชิงเมื่อได้ยินว่าพี่สาวจะออกไปข้างนอก  นางก็รีบวิ่งมาจับมือเหลียนฟางโจวแน่น  พลางออดอ้อนขอติดตามพี่สาวออกไปด้วย

เหลียนฟางโจวคิดว่าการที่เหลียนฟางชิงไปด้วยก็น่าจะอุ่นใจกว่า  เพราะเธอเองก็ไม่ได้มีความทรงจำของเจ้าของร่างด้วย  เผื่อมีอะไรจะได้ถามเหลียนฟางชิงได้เลย  เมื่อคิดได้ดังนั้น  เธอก็จูงมือเหลียนฟางชิงเดินออกจากบ้านไป

คนที่มาเปิดประตูบ้านให้พวกเธอหน้าตาไม่ค่อยยิ้มแย้มนัก  นางเป็นหญิงคนหนึ่งสวมชุดสีน้ำตาลแดง  และมวยผมไว้ด้านหลังเหมือนซาลาเปา

ขณะที่เหลียนฟางโจวกำลังคิดอยู่ว่าจะทักทายผู้หญิงตรงหน้ายังไง  เหลียนฟางชิงตัวน้อยก็ส่งเสียงทักอย่างสดใสออกมาก่อน“  พี่จ้าว”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเหลียนฟางโจวถึงได้รู้ว่า  ผู้หญิงตรงหน้านี่เป็นลูกสะใภ้ของป้าจางนั่นเอง  เธอยิ้มแล้วก็เอ่ยปากขึ้นบ้าง  “สวัสดีคะ  พี่จ้าว”

นางจ้าวยิ้มตอบอย่างแกนๆ  แววตาของนางก็แฝงไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม  ก่อนนางจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า  “พวกเจ้ามาหาอาฮวนอย่างงั้นหรือ?”

เหลียนฟางโจวอดที่จะสงสัยไม่ได้  เธอเองก็น่าจะไม่เคยไปมีเรื่องบาดหมางกับนางจ้าวคนนี้มาก่อน  ทำไมนางถึงแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อเธอขนาดนี้  เหลียนฟางโจวเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ  ก่อนจะยิ้มอย่างสุภาพและพูดว่า  “ไม่ใช่เจ้าค่ะ  พอดีข้าจะมาหาป้าจาง  ท่านป้าอยู่ไหมเจ้าคะ”

“นั่นฟางโจวหรอกหรือ  รีบเข้ามาข้างในสิ”  พอป้าจางได้ยินเสียงเธอ  นางก็รีบส่งเสียงเรียกออกมาอยากดีอกดีใจ

เหลียนฟางชิงตัวน้อยรีบปล่อยมือจากพี่สาว  แล้ววิ่งเข้าไปกอดป้าจางอย่างพะเน้าพะนอป้าจางเองก็กอดเธอกลับ  พร้อมทั้งหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

ขณะที่เหลียนฟางโจวกำลังจะเดินเขาไปด้านใน  เธอก็ได้ยินเสียงบ่นแว่วๆดังเข้าหูว่า  “ไม่รู้จะมาขอร้องให้ช่วยอะไรอีก  หาเรื่องเดือดร้อนมาให้คนอื่นได้ทุกวี่ทุกวัน  ไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจบ้างเลย!”

จบบทที่ บทที่ 12 : เงินสิบสองตำลึงไม่ได้มากเลย (2/2)

คัดลอกลิงก์แล้ว