เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 ไอ้ผู้ชายเฮงซวยสุดขีด

บทที่ 34 ไอ้ผู้ชายเฮงซวยสุดขีด

บทที่ 34 ไอ้ผู้ชายเฮงซวยสุดขีด


ไม่นานนัก แม่ก็พาหวังซานกลับมา ส่วนพ่อเห็นว่าผมไม่เป็นอะไรแล้ว ก็รีบกลับไปทำงาน

สวีเสี่ยวหลิงพูดกับแม่ว่า "คุณป้าคะ คุณป้าไม่ได้นอนทั้งคืน รีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้หนูดูแลเสี่ยวหลงเอง"

แม่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ส่งสายตาให้ผมทีหนึ่งแล้วก็ถอยทัพกลับไป

ผมพูดกับสวีเสี่ยวหลิงว่า "คุณเสี่ยวหลิง ตอนนี้มีสามเรื่องที่ผมต้องทำ"

สวีเสี่ยวหลิงพูดอย่างไม่พอใจว่า "คุณยังจะเสี่ยงอันตรายสู้กับผีอีกเหรอคะ? บอกเลยนะคะว่าไม่ได้! นอนอยู่ตรงนี้ดีๆ ห้ามไปไหนทั้งนั้น!"

ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่า "คือว่า เรื่องแรก ผมอยากให้คุณพยุงผมลุกไปเข้าห้องน้ำน่ะครับ"

สวีเสี่ยวหลิงหน้าแดงเล็กน้อยพยุงผมลุกขึ้น ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ใกล้ชิดกัน แต่กลิ่นหอมจากตัวเธอก็ยังทำให้ผมรู้สึกสดชื่น

ออกมาจากห้องน้ำอย่างสบายตัว ผมมองไปที่หวังซานแล้วพูดว่า "เรื่องที่สอง เฉียนเฉียน คนที่โดนเก้าอี้ทับอยู่ที่ไหน? พี่จะไปเยี่ยมเขาหน่อย"

"อยู่ชั้นสามค่ะ ตอนเช้าหนูไปมาแล้ว พี่คนนั้นหัวพันผ้าพันแผล แต่โชคดีแค่สมองกระทบกระเทือนเล็กน้อย ไปเถอะค่ะพี่เสี่ยวหลง หนูพาไปดู"

ผมพยักหน้าแล้วพูดว่า "คุณเสี่ยวหลิง เอากระบี่ที่อยู่ในลิ้นชักมาด้วย"

สวีเสี่ยวหลิงเคยสังเกตกระบี่เฉิงอิ่งอย่างละเอียด เธอว่าถ้าดูไม่ผิด นี่น่าจะเป็นของโบราณสมัยซีโจว น่าเสียดายที่กระบี่มีแค่ด้าม ไม่มีใบดาบ ในแง่ของการสะสม มูลค่าก็จะลดลงไปมาก แต่ถ้าเจอคนรู้ค่า นี่คือของล้ำค่า แถมยังเป็นอาวุธปราบปีศาจด้วย ดังนั้นต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี พยายามให้กระบี่อยู่ติดตัวตลอดเวลา

…………………

มาถึงห้องพักผู้ป่วยธรรมดาห้องหนึ่งบนชั้นสาม เห็นมีเตียงอยู่สี่เตียง มีคนนอนอยู่สองเตียง คนหนึ่งเป็นคุณลุงผมขาว อีกคนเป็นหนุ่มหัวพันผ้าพันแผล หนุ่มคนนี้ดูคุ้นๆ แต่คิดไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

หนุ่มคนนั้นพอเห็นผมก็ตื่นเต้นมาก "เอ๊ะ? พี่ พวกพี่มาถ่ายหนังที่โรงพยาบาลเหรอครับ? พี่ที่เล่นกลคราวที่แล้วมาด้วยไหมครับ?"

ว้อท? ผมนึกออกแล้ว! ไอ้บ้านี่ไม่ใช่ไอ้สุดยอดเมื่อคราวก่อนเหรอ? ผมถามอย่างจนปัญญาว่า "คนที่โดนทับเมื่อคืนคือนายเหรอ?"

"ใช่ครับ เมื่อวานซวยสุดๆ ช่างมันเถอะพี่ พวกพี่จะเอานักแสดงตัวประกอบเพิ่มไหมครับ? เอาผมไปด้วยคนสิ! เอ๊ะ? พี่สาวข้างหลังพี่เป็นอะไรเหรอครับ? หนีบท้องด้วยถุงเลือดเหรอครับ?"

ไอ้บ้านี่มองเห็นพี่สาวเลือดไหลได้! แปลกเกินไปแล้ว! ตาเขาก็ไม่ใช่ 'เนตรยิน' เหมือนคนปกติ รูม่านตาดำ แต่กลับเห็นภูตผีปีศาจ แถมยังแยกไม่ออกว่าที่เห็นเป็นคนหรือผี นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย หรือว่ามันบ้า?

ด้วยความสงสัย ผมยิ้มแล้วนั่งลงข้างเตียงเขาพูดว่า "เมื่อคราวก่อนจากกันรีบร้อน ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย"

"ผมชื่อหยางเจี้ยนหนาน พี่เรียกผมเจี้ยนหนานก็ได้"

"อืม เจี้ยนหนาน นายมีโทรศัพท์ไหม? บอกเบอร์มาหน่อย ไว้ติดต่อกัน"

หยางเจี้ยนหนานรีบหยิบโนเกีย 1100 สุดที่รักออกมา แลกเบอร์โทรศัพท์กับผม

ผมคุยกับเขาอีกสองสามคำก็กลับไปที่ห้องตัวเอง ส่วนหวังซาน แม่ของเธอรับกลับไปกินข้าวแล้ว

ในห้องเหลือแค่พวกเราสองคน สวีเสี่ยวหลิงถามว่า "เสี่ยวหลง เรื่องที่สามคืออะไรคะ?"

ผมมองวิวข้างนอกหน้าต่างพลางพูดว่า "จากกล้องวงจรปิด หมอสองคนนั้นเมื่อคืนน่าจะโดนโรงพยาบาลไล่ออก แต่ตอนนั้นพวกเขาโดนผีสิงอยู่ ผมเลยต้องไปอธิบายกับผู้อำนวยการ ไม่งั้นก็เท่ากับทำลายอนาคตหมอหนุ่มสองคนทางอ้อม"

สวีเสี่ยวหลิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "เสี่ยวหลง คุณเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากจริงๆ คิดถึงเรื่องราวรอบด้านขนาดนี้ แต่คุณจะเกลี้ยกล่อมผู้อำนวยการยังไงคะ?"

"โชว์ฝีมือเล็กน้อยก็พอ เสียดายตอนนี้ผมไม่มีคาถาแล้ว แต่ผมก็ไม่อยากใช้กระบี่เฉิงอิ่ง รอคุณปลาทูกลับมาก่อนดีกว่า ให้เธอเอาคาถาจากที่บ้านมาให้สักสองสามแผ่น"

"คาถาเหรอคะ? ฉันมีค่ะ คุณเคยทิ้งไว้ให้ฉัน" พูดพลาง สวีเสี่ยวหลิง ก็ล้วงกระเป๋า เปิดช่องลับ หยิบยันต์หยางออกมาแผ่นหนึ่ง

ผมแทบจะร้องไห้แล้วพูดว่า "คุณพี่ ทำไมไม่เอาออกมาเร็วกว่านี้ล่ะครับ ถ้าเอาออกมาเร็วกว่านี้ ซี่โครงผมคงไม่ต้องหักสามครั้งแล้ว!"

"ใครใช้ให้คุณไม่เคยเล่าเรื่องผีให้ฉันฟัง ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณต้องการยันต์แผ่นนี้"

"ผมไม่พูด ก็ไม่อยากให้คุณกลัว"

"ก็ได้ ยกโทษให้แล้ว ยันต์แผ่นนี้ถือว่าฉันให้ยืมนะ ต่อไปอย่าลืมคืนด้วยล่ะ" สวีเสี่ยวหลิงแซวเล่น

"ได้เลย คืนให้ร้อยแผ่นก็ยังได้"

"ปากดี คุณรีบไปหาผู้อำนวยการเถอะ ฉันรอคุณกลับมากินข้าวด้วยกัน"

ผมรับยันต์มาแล้วเดินออกไปด้วยความดีใจ ถามทางไปเรื่อยๆ จนมาถึงห้องผู้อำนวยการ พี่สาวเลือดไหลก็ตามมาด้วย เหมือนได้รับคำสั่งจากคุณปลาทู ผมไปไหน เธอตามไปทุกที่

ประตูห้องผู้อำนวยการเปิดอยู่ มีชายชราใส่เสื้อกาวน์สีขาวกำลังเขียนอะไรบางอย่างอยู่ ผมเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้ง เขาพูดโดยไม่เงยหน้าว่า "เข้ามา"

ผมเดินเข้าไป เขายังคงไม่เงยหน้าแล้วพูดว่า "นั่ง"

ผ่านไปประมาณสามนาที เขาถึงวางปากกา ถอดแว่นตาแล้วขยี้ตา จากนั้นถึงมองมาที่ผมแล้วพูดว่า "รอนานเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร?"

"คืออย่างนี้ครับ" ผมรวบรวมความคิดแล้วพูดว่า "ผมคือคนไข้ที่โดนหมอทำร้ายเมื่อคืน วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อจะชี้แจงว่า ที่จริงแล้วไม่ใช่ความผิดของหมอสองคนนั้น พวกเขาก็สุดวิสัยเหมือนกัน"

"อ๋อ? หรือว่าพวกเขาให้เงินคุณมา? ให้คุณมาพูดดีๆ สองสามคำ?" ผู้อำนวยการถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผมส่ายหน้าแล้วพูดว่า "บอกความจริงกับท่านเลยนะครับ เมื่อคืนผมกำลังต่อสู้กับผีร้ายหลายตน หมอสองคนนั้นกลับเข้ามา พวกเขาเลยโดนผีสิง ก็เลยเกิดฉากที่ต่อสู้กับผมในทางเดิน หวังว่าท่านจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป เรื่องค่ารักษาพยาบาล ผมรับผิดชอบเองก็ได้ ผมไม่อยากใส่ร้ายคนดี"

"ผีสิง?" ผู้อำนวยการขมวดคิ้วแล้วพูดว่า "เรื่องเหนือธรรมชาติผมก็เคยเจอ แต่ไม่เคยเจอเรื่องผีสิง แถมเมื่อกี้คุณยังบอกว่าเมื่อคืนคุณต่อสู้กับผีร้าย?"

"ครับ ผมเป็นนักพรต ท่านผู้อำนวยการดูนี่" พูดพลางผมก็หยิบยันต์ออกมา จุดไฟทันที ทำให้ผู้อำนวยการเชื่อคำพูดของผม เขาบอกว่าจะไม่ไล่หมอสองคนนั้นออก ค่ารักษาพยาบาลของผมครั้งนี้โรงพยาบาลยังคงรับผิดชอบ เขายังให้เบอร์โทรศัพท์มือถือผมไว้ บอกว่าต่อไปถ้าเจอเรื่องเหนือธรรมชาติอะไร จะรบกวนผม ผมก็ยินดี

…………………

สามวันต่อมา

กินยาที่คุณปลาทูเอามาให้ อาการป่วยของผมก็ดีขึ้นเจ็ดแปดส่วน ช่างน่าสงสัย กระดูกหักไปแล้ว ทำไมถึงหายได้ในเวลาไม่กี่วัน?

หวังซานออกจากโรงพยาบาลแล้ว พ่อของเธอรู้เรื่องอะไรบางอย่างลางๆ แสดงความขอบคุณผมอย่างมาก แถมยังเอาทะเบียนบ้านของผมกลับไปด้วย บอกว่าจะเปลี่ยนนามสกุลให้เร็วๆ นี้ ต่อไปผมจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีก

แล้วก็ไอ้ผู้ชายสุดยอดนั่น... พูดถึงปุ๊บ มาปั๊บ

ไอ้ผู้ชายสุดยอดหัวพันผ้าพันแผล สวมเสื้อสูทสีเทาทับเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นหลุดโลก เดินเข้ามา ทักทายอย่างกระตือรือร้น "พี่ครับ วันนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ?"

"ก็ดี แล้วนายล่ะ?"

"ผมก็สบายดีครับ ที่สำคัญคือตอนเด็กๆ ผมเคยฝึกวิชาหัวเหล็กกับคุณลุงคนหนึ่ง เขากระโดดหัวลงมาจากชั้นหก ลงมาแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น บอกให้ผมลองบ้าง บอกว่าฝึกแบบนี้มันสุดยอด แต่ผมไม่กล้าเล่นจากชั้นหก ผมกระโดดจากชั้นสอง ผลคือกระดูกคอเกือบหัก!"

ผมพูดไม่ออก ฟังจากคำบรรยายแล้ว คุณลุงคนนั้นต้องเป็น 'ผีโดดตึก' แน่ๆ ไอ้บ้านี่ก็ซื่อบื้อเกิน คนเขาพูดอะไรก็เชื่อหมด สมควรโดนทิ้ง

ผมกลัวคุยกับเขาต่อไปจะกลายเป็นบ้า เลยเปลี่ยนเรื่องถามว่า "เอ่อ เจี้ยนหนาน นายเรียนมหาวิทยาลัยที่ไหน?"

หยางเจี้ยนหนานจับชายเสื้อเล่นๆ แล้วพูดด้วยความเขินอายว่า "ผมไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยครับ"

ผมถึงกับอึ้งไปเลย ด่าอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "เวรเอ๊ย! พูดดีๆ ไม่ได้หรือไงวะ? ทำไมต้องจับชายเสื้อเล่น? นายไม่รู้หรือไงว่าสภาพที่นายเปลือยอกใส่สูทมันน่าตลกขนาดไหน?!"

หยางเจี้ยนหนานไม่โกรธ กลับยิ้มประจบ "พี่ครับ คือว่า ผมแค่ล้อเล่น ขำๆ น่ะครับ"

ช่วงนี้ถึงพวกเราจะคุยกันไม่มาก แต่ผมก็รู้ว่าเขาอารมณ์ดีมาก เข้ากับผมได้ดี ผมถึงแม้จะพูดจาไม่ดีนัก แต่จริงๆ แล้วก็เห็นเขาเป็นเพื่อน

หยางเจี้ยนหนานนั่งลงบนเตียงอีกเตียงแล้วพูดว่า "ตอนผมอยู่ป.3 ที่บ้านก็ส่งผมไปโรงพยาบาลบ้าแล้ว พวกเขาบอกว่าผมพูดคนเดียวกับอากาศ เป็นโรคจิตเภท อยู่โรงพยาบาลบ้าตั้งสิบกว่าปี ตอนที่เราเจอกันเมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่มีงานทำ พ่อแม่ก็ไม่อยากดูแลผม พี่ว่าผมทำยังไงดีครับพี่? ขอร้องให้ผมเข้าทีมงานด้วยเถอะครับ!"

ปรากฏว่าไอ้เจี้ยนหนานโตมาในโรงพยาบาลบ้าตั้งแต่เด็ก วุฒิการศึกษาไม่สูง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงแยกคนกับผีไม่ออก แถมตายังมองเห็นผีได้แต่เกิด พลังหยางแรงผิดปกติ แรงกว่าพลังหยางของผมที่เป็นนักพรตฝึกมาตั้งปีเสียอีก ตอนนี้เขาไม่มีงานทำ ผมรับเขามาช่วยงานผมได้ไหมนะ? ยังไงคุณปลาทูก็กำลังจะไปแล้ว ผมก็ถึงเวลาต้องคิดถึงทีมของตัวเองแล้ว

คิดถึงตรงนี้ ผมก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เจี้ยนหนาน ในเมื่อเป็นแบบนี้ ต่อไปนายทำงานให้ฉันก็ได้ ฉันจะจ่ายเงินเดือนให้นายทุกเดือน อืม... ตอนนี้ให้เดือนละสามพัน เป็นยังไง?"

หยางเจี้ยนหนานตื้นตันจนน้ำตาคลอ "พี่ครับ พี่คือพี่ชายแท้ๆ ของผม! ถ้าไม่ได้พี่รับเลี้ยง ผมก็เตรียมจะไปเป็นเด็กเสิร์ฟแล้ว เดือนละพันเดียว ตามพี่ชายไปมีอนาคตกว่า! แต่พี่ครับ ผมต้องทำงานอะไรครับ? นักแสดงตัวประกอบมืออาชีพ?"

ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เจี้ยนหนานเอ๊ย ในโลกนี้มีคน ก็มีผี..." จากนั้นผมก็อธิบายความแตกต่างระหว่างคนกับผีให้เขาฟัง

แต่เนื่องจากเจี้ยนหนานวุฒิการศึกษาต่ำเกินไป แถมยังไม่ค่อยฉลาด หลังจากผมอธิบายให้เขาฟังสามชั่วโมง เขาก็มองผมด้วยสายตาดูถูกแล้วพูดว่า "พี่ครับ ผมไม่ได้ว่านะ ความสามารถในการสื่อสารของพี่แย่เกินไปแล้ว พี่แค่บอกตรงๆ ว่าพวกที่ลอยได้ ตัวเต็มไปด้วยเลือด หน้าเน่าๆ นั่นแหละคือผี ผมก็เข้าใจแล้ว"

ผมแทบคลั่ง ไอ้บ้านี่มันสวรรค์ส่งมาลงโทษผมหรือไง...

หมายเหตุ หยางเจี้ยนหนาน (杨剑南) ใช้ตัวอักษร 杨 (Yáng) ซึ่งเป็นแซ่ และ 剑 (Jiàn) หมายถึง ดาบ/กระบี่ ส่วน 南 (nán) หมายถึง ทิศใต้

ส่วน ไอ้เจี้ยนหนาน (贱男) ใช้ตัวอักษร 贱 (jiàn) ซึ่งมีความหมายในเชิงลบ เช่น ต่ำช้า เลวทราม น่ารังเกียจ ส่วน 男 (nán) หมายถึง ผู้ชาย

ในเรื่องเสี่ยวหลงจึงเรียกเจี้ยนหนานด้วยความเอ็นดูว่า ไอ้เจี้ยนหนานหรือแปลเป็นไทยว่า ไอ้ซื่อบื้อ

จบบทที่ บทที่ 34 ไอ้ผู้ชายเฮงซวยสุดขีด

คัดลอกลิงก์แล้ว