- หน้าแรก
- เปิดฉากมาข่มขู่นางเอก แบบนี้บทตัวร้ายต้องเป็นของฉันแน่นอน
- บทที่ 27 เย่เมิ่งเหยาเขินอาย
บทที่ 27 เย่เมิ่งเหยาเขินอาย
บทที่ 27 เย่เมิ่งเหยาเขินอาย
“แกมันก็ไม่ได้เรื่องเลย!”
เจียงเช่อที่นั่งอยู่ตึกฝั่งตรงข้ามเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดชัดเจน ก็ได้แต่บ่นในใจ
หลินอวี่นี่มันก็ไม่ได้เรื่องจริงๆ เอาแต่ทำเท่
คนเดียวก็ทำเท่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
...
ปัง! กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าที่ไหล่ของหลินอวี่ เลือดสาดกระจาย หลินอวี่ชาไปทั้งตัว
ตอนนี้พี่ใหญ่ถือปืนจ้องเขม็งมาที่หลินอวี่
“ฮึ! นักศิลปะการต่อสู้?”
พี่ใหญ่เยาะเย้ย ในโลกนี้นักศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่ความลับอะไรมากมายนัก
ตอนนี้หลินอวี่กุมหน้าอก จ้องพี่ใหญ่ด้วยสีหน้าซีดเผือด
พลาดไปแล้ว เขาไม่ควรประมาทขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ฝืนรับแท่งเหล็กสองอันนั้น... ด้วยความสามารถของเขา เขายังพอมีโอกาสหลบกระสุนได้
“แกเป็นใคร? รีบปล่อยเย่เมิ่งเหยาเดี๋ยวนี้ ฉันแจ้งตำรวจไปแล้ว”
“ฮึ...”
หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อ
ต่างฝ่ายต่างก็ขู่กันไปมา พี่ใหญ่ที่เป็นตัวร้ายก็อาศัยว่าตัวเองมีปืน... ไม่ได้เห็นหลินอวี่อยู่ในสายตาเลย
สุดท้าย ตัวร้ายก็ตายเพราะพูดมาก หลินอวี่พูดออกมาคำหนึ่ง...
ฉันพนันว่าปืนแกไม่มีลูก
แล้วเรื่องที่เหลือเชื่อก็คือ... ปืนของพี่ใหญ่ไม่มีลูกจริงๆ
หลินอวี่พุ่งเข้าไป แต่พี่ใหญ่ก็เป็นนักศิลปะการต่อสู้เหมือนกัน อยู่ในขั้นต้นของระดับพลังลับ
ทั้งคู่ตะลุมบอนกัน หลินอวี่อาศัยความเป็นพระเอกถึงชนะไปอย่างหวุดหวิด
ฉากพลิกผันไปมาเมื่อกี้มันก็สนุกดีอยู่หรอก เจียงเช่อที่อยู่ตึกข้างๆ ยังอยากจะลงไปซื้อเมล็ดแตงโมมากินไปด้วยเลย
“แฮ่กๆๆ... เหยาเหยา! เหยาเหยา!”
หลินอี่เดินโซเซไปหาเย่เมิ่งเหยาที่อยู่บนโซฟา ตอนนี้หลินอวี่เริ่มซาบซึ้งในวีรกรรมของตัวเองแล้ว เขาบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เพื่อช่วยเย่เมิ่งเหยา...
พอเด็กสาวฟื้นขึ้นมาจะต้องประทับใจในตัวเขามาก
ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ตราบใดที่เหยาเหยาใจอ่อนให้เขา บาดแผลแค่นี้ก็ยอมได้ทั้งนั้นแหละ
คิดไปคิดมา หลินอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะสำรอกเลือดออกมาคำโต ดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม
ในตอนที่เขากำลังเพ้อฝันว่าตัวเองกำลังจะได้ใจสาวงาม
“ปัง!”
เสียงดังขึ้นทึบๆ หลินอวี่รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอย
จากนั้นภาพตรงหน้าก็ดับวูบลง เขาล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนหมดสติยังพึมพำออกมา “มี... คนซุ่ม”
“พูดมากจริง!”
เจียงเช่อชั่งน้ำหนักอิฐบล็อกในมือ ยังไงๆ ก็ต้องอิฐบล็อกนี่แหละ!
คำกล่าวที่ว่า: ตีกันต้องใช้อิฐ! ตีที่หัว แรงๆ ตีซ้ำๆ ตีจนกว่าจะแน่นิ่ง เอามือขวาตีเสร็จก็มือซ้ายตี อิฐบล็อกแตกก็ใช้รองเท้าตี ตีจนตายไปข้าง
เพื่อความไม่ประมาท เขาเลยทุบไปที่หัวของหลินอวี่อีกที
ร่างของหลินอวี่สั่นกระตุก แล้วก็แน่นิ่งไป
ตายจริงรึเปล่าไม่รู้ แต่ยังไงๆ ก็ตายยากอยู่แล้ว ก็เพราะหมอนี่มันพระเอกนี่นา!
เจียงเช่อบิดข้อมือ แล้วเดินไปหาพวกโจรที่เหลือ ไล่เช็กดูทีละคนว่ายังมีใครรอดอยู่ไหม
“อ๊ากๆๆ...”
ไอ้อ้วนที่โดนต่อยจนสลบไปเมื่อกี้ฟื้นขึ้นมาพอดี พอเห็นเจียงเช่อก็หวาดกลัวจนตัวสั่น เขาก็เห็นเต็มตาว่าไอ้เด็กเมื่อกี้ถืออิฐบล็อกทุบคนจนตายคาที่
“หุบปาก”
ยังไงก็ปล่อยให้รอดไปไม่ได้อยู่แล้ว
เขาใช้สันมือสับไปที่ลำคอของไอ้อ้วนทีเดียว กระดูกคอของมันก็แหลกละเอียดในทันที ไม่นานไอ้หมอนี่ก็ไปสักการะพระพุทธเจ้าบนสวรรค์แล้ว
เจียงเช่อจัดการพวกนั้นจนหมด แล้วก็เอาร่างของหลินอวี่แขวนไว้ด้วยเชือกบนเพดาน
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ ข้างล่างตึกก็มีเสียงหวอรถตำรวจดังขึ้นมาพอดี
เจียงเช่อยกยิ้มที่มุมปาก เวลาเหมาะเจาะจริงๆ
วินาทีต่อมา อิฐบล็อกในมือเขาก็หายวับไปอย่างลึกลับ ถูกเก็บเข้าไปในมิติส่วนตัวของจี้หยก เพราะยังไงๆ ก็ทิ้งหลักฐานไม่ได้อยู่แล้ว
เจียงเช่อป้ายเลือดสองสามหยดบนตัว
ฉากทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว หลินอวี่มาช่วยเย่เมิ่งเหยาก่อน แต่สู้ไม่ได้เลยโดนจับแขวนไว้บนเพดาน จากนั้นเจียงเช่อก็มาถึง... ต่อสู้กับคนร้าย แล้วช่วยเย่เมิ่งเหยาออกมาได้สำเร็จ
“อืมมม~”
เย่เมิ่งเหยาที่สลบอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ภาพที่เห็นคือแผ่นหลังของเจียงเช่อ...
เย่เมิ่งเหยาข่มความปวดหัว แล้วพยุงตัวลุกขึ้น
กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความฉลาดของเธอ เธอรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เธอจำได้ว่าตัวเองเพิ่งออกมาจากโรงเรียนได้ไม่นาน ก็มีคนมาปิดปากเธอจากข้างหลัง จากนั้นเธอก็หมดสติไป
โดนลักพาตัวมา!
คนที่ล้มอยู่เต็มพื้นนี่คือคนร้ายเหรอ?
แต่ทำไมแผ่นหลังนั่นถึงคุ้นตาจัง?
ค่อยๆ... แผ่นหลังนั่นก็ซ้อนทับกับภาพเงาในใจของเธอ
“เจียงเช่อ! นายเหรอ? นายมาช่วยฉันเหรอ?”
ในตอนนี้เอง เจียงเช่อก็ค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของเขาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ดูเย็นชาเสียด้วยซ้ำ
ไม่ได้พูดอะไร
แต่คนที่ชอบมโนเก่งอย่างเย่เมิ่งเหยาก็คิดไปไกลแล้ว
เพื่อช่วยเธอ... ถึงกับบุกตะลุยเข้าไปในดงโจร ต่อสู้กับคนร้ายมากมาย
ในชั่วพริบตา น้ำใสๆ ก็ไหลอาบแก้ม
“เจียงเช่อ! นายยังชอบฉันอยู่ใช่ไหม?”
“หึ... ก็แค่ไม่อยากให้ตระกูลเจียงกับตระกูลเย่ผิดใจกันเท่านั้นแหละ แถมถึงจะเป็นเพื่อนร่วมห้องธรรมดาๆ เจอกับเรื่องแบบนี้... ฉันก็คงไม่ยืนดูเฉยๆ หรอก”
คำพูดของเจียงเช่อทำให้เย่เมิ่งเหยาร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ฉันไม่เชื่อหรอก นายต้องยังชอบฉันอยู่แน่ๆ”
พูดจบ เย่เมิ่งเหยาก็โผเข้ามากอดเจียงเช่อจากด้านหลัง
น้ำตาของเธอเปียกชื้นเสื้อเชิ้ตบางๆ ของเจียงเช่อ
แม้แต่เย่เมิ่งเหยาก็ยังแปลกใจ ตัวเธอเอง... อาการกลัวผู้ชายหายไปแล้วเหรอ?
เธอไม่รู้สึกรังเกียจกับการที่ได้ใกล้ชิดกับเจียงเช่อ!
ความคิดนี้ทำให้เย่เมิ่งเหยาดีใจมาก
แต่เธอดีใจเร็วเกินไปแล้ว เจียงเช่อรู้ดีว่าตอนนี้คาแรคเตอร์ของเขาควรจะเย็นชาเข้าไว้
อยากจะปราบคุณหนูหยิ่งยโสแบบนี้ แค่เตาเผาก็ไม่พอหรอก
“คุณหนูเย่ ตำรวจจะมาถึงแล้วนะ ฉันไม่อยากมีเรื่องเข้าใจผิด”
เจียงเช่อเล่นบททีเล่นทีจริง พยายามจะแกะมือของเย่เมิ่งเหยาออก แต่เย่เมิ่งเหยาก็ไม่ยอมปล่อย
ไม่นาน ตำรวจก็กรูกันเข้ามา
แล้วก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก
พอเย่ฉางเฟิงกับภรรยาเห็นเย่เมิ่งเหยาปลอดภัยดี ความกังวลบนใบหน้าก็จางหายไป โดยเฉพาะหลินเสวี่ย... ร้องไห้จนแทบจะเป็นลมไปแล้ว
ยวี่หว่านเอ๋อร์ที่ตามตำรวจมาด้วย พอเห็นเย่เมิ่งเหยากอดเจียงเช่ออยู่ ก็แวบหนึ่งที่รู้สึกแปลกๆ ในใจ
มีความรู้สึกเปรี้ยวๆ ซ่าๆ แล่นปราดเข้ามา
แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นเอง เร็วจนยวี่หว่านเอ๋อร์เองก็ยังไม่ทันรู้สึกตัว
ในตอนนี้เอง เจียงเช่อก็สะบัดหลุดจากอ้อมกอดของเย่เมิ่งเหยาได้สำเร็จ ในเมื่อสิ่งที่เขาควรแสดงออกไปได้แสดงออกไปหมดแล้ว
ที่เหลือก็ปล่อยให้พวกเธอไปมโนกันเอาเอง
...
ที่เกิดเหตุชัดเจนเกินไป มองปราดเดียวก็รู้ว่าเจียงเช่อเป็นคนช่วยเย่เมิ่งเหยาออกมา ส่วนหลินอวี่ที่ถูกแขวนอยู่บนเพดาน?
แทบไม่มีใครสนใจเขาเลย มีตำรวจใจดีคนหนึ่งโทรเรียกรถพยาบาลให้ เขาถึงได้ถูกหามขึ้นรถไป
“เหยาเหยา เกิดอะไรขึ้น? ลูกบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
“พี่เหยาเหยา ฉันเป็นห่วงพี่มากเลยนะ!” ยวี่หว่านเอ๋อร์กอดเย่เมิ่งเหยา ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่รู้ว่าร้องไห้จริงๆ หรือเปล่า
“หนูไม่เป็นไร เจียงเช่อเป็นคนช่วยหนูไว้!”
เย่เมิ่งเหยากัดริมฝีปากเบาๆ แล้วชี้ไปที่เจียงเช่อด้วยนิ้วเรียวเล็ก
บนใบหน้ามีความเขินอายเจือปนอยู่เล็กน้อย