เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 128 รอเวลา (ฟรี)

ตอนที่ 128 รอเวลา (ฟรี)

ตอนที่ 128 รอเวลา (ฟรี)


ตอนที่ 128 รอเวลา

เมื่ออบิสมอลกำลังจะพังทลายลง หลังจากนี้อีกเพียงไม่กี่ปี เหรียญดำที่เขามีก็ต้องวางแผนการใช้ให้ดี

การจะเพิ่มค่าสถานะจาก 1 เป็น 100 จำเป็นต้องใช้เหรียญดำประมาณ 5 ล้านเหรียญ เมื่อต้องเพิ่มค่าสถานะสองอย่างก็รวมกันเป็น 10 ล้านเหรียญ

ค่าพลังกายนั้นยากที่จะหาทางเพิ่มมากยิ่งกว่า จำเป็นต้องใช้ผลึกชีวิต ไม่ต้องพูดถึงเหรียญดำ ลำพังเพียงแค่สังหารที่ต้องหา ก็มากจนนับไม่ไหว

เมื่อหวังผิงอันลองคำนวณ เขาก็คิดว่าตัวเองสามารถเพิ่มค่าสถานะให้ไปถึง 100 จุดได้เพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะหาเหรียญดำนับสิบล้านในเวลาเพียงไม่กี่ปี

แล้วเขายังอยากซื้อหนังสือเวทอีกเป็นหมื่นเล่ม ซึ่งก็ต้องใช้เหรียญดำเป็นล้านเช่นกัน

หวังผิงอันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับผลึกชีวิตที่จำเป็นสำหรับค่าพลังกาย เขามีแก่นคริสตัลจากซอมบี้นับร้อยอยู่ในช่องเก็บของ และจะได้รับเพิ่มอีกในอนาคต เขาจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

หลังจากนั้น หวังผิงอันก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่าควรจะเพิ่มค่าสถานะใด เขาจะใช้เหรียญดำทุกเหรียญเพื่อเพิ่มค่าจิตสัมผัส

เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่หาทางเพิ่มได้ยากที่สุด การใช้เหรียญดำจึงถือว่าคุ้มค่ามากที่สุด

ส่วนค่าพลังเวทสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ผ่านการฝึก และเหรียญดำที่เหลือก็สามารถนำไปใช้ซื้อไอเทมอื่นๆ ที่จำเป็นได้

เขาจะต้องซื้อหนังสือเวท และหินเวท ซึ่งต้องใช้เหรียญดำจำนวนมากเช่นกัน

ในโลกความเป็นจริง หินเวทเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการเรียนรู้เวทระดับสูงหรือเวทโบราณ เขาก็ต้องมีหนังสือเวท

ในอบิสมอล ไอเทมที่น่าสนใจก็มีอยู่อีกมาก หวังผิงอันรู้สึกว่าแม้ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักเพื่อหาเหรียญดำ แต่เขาก็คงจะไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างนั้นได้ เมื่อถึงเวลา จะได้รับมากขนาดนั้นก็จะต้องรอดูกันอีกที

ในความเป็นจริงแล้ว เขาจะต้องเพิ่มค่าจิตสัมผัสเพียง 80 จุด เพราะจากผลพวงของค่าพลังเวท 5 จุดต่อค่าจิตสัมผัส 1 จุด ส่วนขาดจะถูกเติมเต็มผ่านการฝึกในภายหลัง

ด้วย 20 จุดที่จะได้มาฟรีๆ มันจะช่วยประหยัดเหรียญดำที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายได้นับล้าน

ขณะนี้ หวังผิงอันมีเหรียญดำเหลืออยู่ประมาณหนึ่งล้านเหรียญดำ ยังห่างจากสิบล้านเหรียญดำมากนัก

หากค่าจิตสัมผัสสามารถช่วยความเร็วในการขุดแก่นคริสตัลได้ รายได้ในเดือนหน้าของเขาก็จะเพิ่มไม่น้อย

เขาสามารถคว้าจับ และควบคุมวัตถุได้ 2 กิโลกรัมต่อค่าจิตสัมผัสหนึ่งจุด การควบคุมมีดสั้นเพื่อขุดแก่นคริสตัลจึงน่าจะต้องอาศัยความร่วมมือ และกินค่าจิตสัมผัสหลายจุดสำหรับแต่ละเล่ม

เมื่อคำนวณดู แต่ละเล่มน่าจะกินค่าจิตสัมผัส 4 ถึง 5 จุด สำหรับความเร็ว มันก็เร็วกว่าขุดด้วยแรงงานคนมากนัก

แม้จะไม่อยากเทียบกับแรงงานคนนับร้อย แต่เมื่อ ‘มีดพลังจิต’ เหล่านั้นสามารถทำงานได้หลายต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน มันก็คงจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เขาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ถ้าสมมติว่า เขาได้รับเหรียญดำ 200,000 เหรียญต่อรอบ ก็จะมาถึง 2.4 ล้านเหรียญต่อปี มากพอจะซื้อหินเวท และหนังสือเวท แม้จะขาดเงินสำหรับเรื่องๆ อื่น ส่วนที่ขาดมือก็จะน้อยลง

สำหรับเรื่องของการประเมิน เขาไม่กลัว

หวังผิงอันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เนื่องจากเขามีเวลาหลายปีในการฆ่าซอมบี้ระดับสูง ผลการประเมินของเขาคงจะไม่มีทางต่ำเป็นแน่

เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มองข้ามสิ่งใดไป หลังจากตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการในอนาคตแล้ว หวังผิงอันก็อธิบายให้เหมาเหมาเพื่อขอความเห็น

“อัง~”

หวังผิงอันรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเหมาเหมาเห็นด้วย

หลังจากออกกำลังกายได้สักพัก และตอนนี้เขาฟื้นตัวแล้ว เขาก็ต้องกลับเข้าเมืองเพื่อเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนในตลาด เขาต้องการดูว่าจะมีใครถูกหางเร่ไปด้วยหรือเปล่า

มีฮันเตอร์สองคนล้มตายเมื่อหลายวันก่อน เมื่อพิจารณาถึงบุคลิกภาพของเหล่าฮันเตอร์แล้ว มีแนวโน้มสูงมากที่พวกเขาจะต้องโกรธแค้น

ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาอยากทราบว่าเหตุใดประธานซูถึงแน่ใจว่าเขาอาศัยอยู่ที่นั่น

มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่อาจจะรู้ว่าเขาทำงานอยู่ที่ไหน นั่นคือ ถังกวงหมิง และเฮ่อซิงเยว่

เมื่อคิดถึงร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่เขาคุยกับเธอหลายครั้ง IP อาจถูกเปิดเผย และเธออาจจะพยายามสืบข่าวจากร่องรอยนั้น

-

เมื่อเขากลับมายังเมืองหยู่ และเห็นเมืองที่ประดับประดาด้วยแสงไฟ และโคมหลากสีสัน เขาก็สงสัยว่าเขามาผิดเมืองหรือเปล่า

“ประธานซูต้องกลับไปมือเปล่า แล้วทำไมเขาถึงจัดงานเฉลิมฉลองล่ะ”

ตอนนี้หวังผิงอันไม่ได้ใช้ญาณเวท เนื่องจากมันมีข้อเสียอยู่ ผู้ที่มีค่าพลังเวทสูงสามารถรับรู้ถึงคลื่นพลังเวทจากญาณเวทได้

ค่าพลังเวทของเขามีเพียง 24 จุดเมื่อรวมค่าสถานะสำรองแล้ว เมื่อเขาช่วยอาซิ่วเมื่อหลายวันก่อน จุดที่เขาอยู่ก็ถูกนักเวทย์หลายคนค้นพบ

หวังผิงอันคาดไม่ถึงมาก่อนว่าจะมีนักเวทย์ระดับสองมากมายขนาดนี้ในเมืองหยู่

เขาค่อนข้างขอบคุณประธานซูที่มั่นใจตัวเองมากเกินไป วันนั้นมีนักเวทย์ระดับสองเพียงสองคนเท่านั้น ถ้ามีคนมากกว่านี้ เขาคงตายอนาถไปแล้ว

แล้วยังมีนักบวชระดับสามที่สร้างโล่พลังจิตด้วย แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่อยู่ที่นั่นเพื่อช่วยประธานซูในการต่อสู้

ถ้าที่นั่นมีนักบวชอยู่ด้วย โอกาสรอดของเขาก็คงจะน้อยลงหลายส่วน

สำหรับข้อสงสัยเหล่านี้ ไว้ค่อยหาคำตอบในภายหลัง

หวังผิงอันเดินตามกลุ่มคน ฟังบทสนทนาของพวกเขา และค่อยๆ เข้าใจว่าเหตุใดเมืองหยู่จึงได้รับการประดับประดาด้วยแสงไฟ

ประธานาธิบดี ‘ตี่ฉี’ ได้มาที่เมืองหยู่เมื่อสองวันก่อน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทั้งเมืองจึงเหมือนกำลังจัดงานเทศกาล

แล้วในที่สุด หวังผิงอันก็เข้าใจว่าก่อนหน้านี้จึงได้มีนักบวชระดับสาม และนักเวทย์ระดับสองจำนวนมาก เพราะประธานซูได้สังเกตเห็นร่องรอยของฮันเตอร์สายมืด และนักบวชมารในเมือง เขาจึงได้ชัดชวนคนเหล่านั้นมาให้การช่วยเหลือ

และที่นักบวชไม่อยู่ก็เป็นเพราะเขาไม่ใช่ฮันเตอร์สายมืด จึงไม่คิดจะเข้ามายุ่งเกี่ยว

แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เขายังไม่มีโอกาสแก้แค้นประธานซูในตอนนี้ เพราะหลังจากจากเสร็จงานในเมืองนี้ พวกเขาได้มุ่งหน้าไปยังเมืองอื่นๆ ต่อ

ตี่ฉีต้องการชำระล้างเมืองต่างๆ ให้สะอาด กวาดล้างฮันเตอร์สายมืด และนักบวชมารที่ซ่อนตัวอยู่ให้หมด

และนี่ไม่ใช่เพียงประเทศของพวกเขาเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้ ประเทศอื่นๆ ก็กำลังทำแบบเดียวกัน และกว่าจะจบลงก็จะใช้เวลานานพอดู

นี่ทำให้เขาต้องระงับความคิดที่จะแก้แค้น และเลื่อนเวลาออกไปก่อน

ตอนนี้มีฮันเตอร์มากมายรวมตัวกัน ถ้าเขาไปที่นั่น คงจะเป็นการไปตายมากกว่า

โชคดีที่ประธานซูได้ออกจากเมืองไปแล้ว อันตรายที่เขารับรู้ได้จึงลดลง และไม่ได้ส่งผลต่ออารมณ์ของเขาอีกต่อไป

เมื่อตี่ฉีมาเยือนเมืองหยู่ มันก็ทำให้หวังผิงอันไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของเหล่าจาง อาซิ่ว และคนอื่นๆ มากนัก

เมื่อพิจารณาจากความคิดของชายคนนั้น หากประธานซูกล้าทำร้ายผู้คนเพื่อระบายความโกรธ แม้ว่าเขาจะเป็นนักเวทย์ระดับสอง เขาก็จะไม่อาจหลีกหนีจากการลงโทษไปได้

เมื่อเขาไปถึงตลาด เขาพบว่าเป็นดังที่เขาคาดเอาไว้ ผู้คนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย และตลาดแห่งใหม่ก็กำลังถูกสร้างขึ้น

เหล่าจาง และภรรยาก็ได้เปิดแผงขายของเช่นกัน แต่พวกเขาไม่มีร้านอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจึงเพียงหาสถานที่สุ่มๆ แห่งหนึ่ง

“ดูเหมือนเธอก็ไม่ได้ดูป่วยอะไรนิ”

เมื่อหวังผิงอันเห็นท่าทางอันว่องไวของภรรยาเหล่าจาง เขาก็เกิดความสงสัย มันต่างที่เขาเคยได้ยินมาก่อน

เมื่อลองคิดดู เขาก็คิดว่ามันจะเป็นเพราะเหล่าจางเห็นว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า จึงบอกว่าภรรยามีสุภาพไม่ดี เพื่อให้เขาได้ทำงานต่อ

หวังผิงอันไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่เขาก็รู้สึกอบอุ่น

เขาร่อนลงข้างๆ คนทั้งสองแล้วแอบเอาเงินหนึ่งหมื่นหยวนหย่อนใส่ในกล่องเงินสดของพวกเขา

หวังผิงอันได้คิดไว้ก่อนแล้วก่อนจะกลับมา เพราะเขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อนไปด้วย

เมื่อหันไปอีกด้าน แล้วเห็นท่าทางอิดโรย และเหม่อลอยของอาซิ่ว หวังผิงอันก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลืมส่งข้อความบอกเธอว่าเขายังปลอดภัย และสบายดี

จบบทที่ ตอนที่ 128 รอเวลา (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว