เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 121 ยุ่งเรื่องชาวบ้าน (ฟรี)

ตอนที่ 121 ยุ่งเรื่องชาวบ้าน (ฟรี)

ตอนที่ 121 ยุ่งเรื่องชาวบ้าน (ฟรี)


ตอนที่ 121 ยุ่งเรื่องชาวบ้าน

เมื่ออาซิ่วลอยอยู่กลางอากาศ มันก็ทั้งน่าอัศจรรย์... และน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน หากไม่ใช่เพราะเธอยังรู้สึกได้ว่าหวังผิงอันกำลังจับข้อมือของเธอเอาไว้แน่น เธอคงกรีดร้องออกมาแล้ว

ไม่เคยคิดเลย... ว่าวันหนึ่งเธอจะสามารถล่องหน และลอยอยู่กลางอากาศได้จริงๆ

เมื่อรอดพ้นจากอันตรายแล้ว เธอก็มีเวลาเชื่อมโยงจุดต่างๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้น หวังผิงอันพบว่าตัวเธอถูกจับตัวไป จึงตามมาจนถึงโรงแรม และช่วยเธอไว้ได้ในขณะที่ทั้งสองคนนั้นไม่ทันระวังตัว...

อาซิ่วรู้ว่าหวังผิงอันยังคงเป็นนักเวทย์ที่น่าเกรงขาม เพราะเขาสามารถทำให้เธอลอยกลางอากาศได้

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอไม่เข้าใจนั่นคือ ทำไมเขาต้องทำงานในร้านถอนขน? ที่นั่นมีกลิ่นเหม็นมาก ฮันเตอร์โดยเฉพาะนักเวทย์ผู้สูงศักดิ์จะทนต่องานเช่นนี้ได้อย่างไร?

เมื่อมองดูแสงจากสายฟ้าเล็กๆ ในมือของหวังผิงอัน อาซิวก็รู้ว่าเขาอาจกำลังโจมตีสองคนนั้นอยู่

เดิมที เธอคิดว่าชะตากรรมของตัวเองคงจะเลวร้าย แต่เพราะเหตุการณ์นี้ เธอจึงได้ค้นพบความลับของหวังผิงอัน

ตอนนี้อาซิ่วมีความสุข แต่ก็มีความรู้สึกเศร้าเล็กน้อยปนอยู่ด้วย เดิมทีเธอคิดว่าเธอเสียเปรียบในการแต่งงานกับหวังผิงอัน แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอกำลังเอาเปรียบ ไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่เต็มใจยอมรับเธอ และใช้เหตุผลนั้นเพื่อปฏิเสธเธอ

หลังจากได้รับพบกับความดำมืดของแวดวงฮันเตอร์ เธอก็รู้สึกสับสน พวกเขาน่ากลัวกว่าที่คิดไว้มาก หวังผิงอันน่าจะเป็นฮันเตอร์คนเดียวที่เธอสามารถพูดคุยกันได้ตามปกติ

หากเป็นฮันเตอร์คนอื่น เธอคงจะไม่ได้รับสถานะอะไร ไม่ว่าเธอจะสวยแค่ไหน พวกเขาก็มองเธอเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น

ความคิดก่อนหน้านี้ของเธอเรียบง่ายเกินไป และเธอเพิกเฉยต่อการกระทำอันชั่วร้ายของฮันเตอร์เหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว

ดีแล้ว ที่เธอไม่ได้เข้าไปพัวพันกับฮันเตอร์คนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ไม่เช่นนั้นเธอคงตายไปนานแล้ว

เมื่อรู้สึกว่าข้อมือของเธอกำลังถูกจับ อาซิ่วจึงพยายามคว้ามือของหวังผิงอัน แต่มันทะลุผ่านไปโดยไม่สามารถสัมผัสสิ่งใดได้เลย

“นี่มันเป็นสกิลอะไรกันเนี่ย”

เธอเคยมีความต้องการที่จะเป็นผู้ถูกเลือกมาก่อน ดังนั้นเธอจึงรู้เกี่ยวกับสกิลของอาชีพต่างๆ อยู่แล้ว แต่เธอไม่เคยได้ยินสกิลแบบนี้มาก่อน

สกิลซ่อนตัวของโจรก็แค่ซ่อนอยู่ในเงามืดเพื่อให้เกิดการล่องหนปลอมๆ แต่ภายใต้ดวงอาทิตย์อย่างเช่นวันนี้ ไม่มีทางเลยที่จะซ่อนตัวได้ ไม่ต้องพูดถึงการล่องหนร่วมกับคนอื่นๆ

อาซิ่วเหลือบมองดูฮันเตอร์ที่บินผ่านเขาไป และพบว่าคนเหล่านั้นไม่สามารถหาตัวพวกเขาพบเช่นกัน ซึ่งนับว่ามหัศจรรย์มากยิ่งขึ้น

“ซูหมิงหยวน และคนอื่นๆ ยังมาไม่ถึงที่นี่อีกเหรอ?” นักบวชระดับสามได้ดื่มโพชั่นไปแล้วสองขวด หากพวกเขายังไม่สามารถค้นหานักเวทย์ที่กำลังโจมตีอยู่ได้ โล่พลังจิตที่เขาสร้างไว้ก็จะถูกทำลาย

“ประธานซู และพรรคพวกของเขากำลังมา”

นักเวทย์ที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นระดับหนึ่ง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพบตัวนักเวทย์ระดับสอง พวกเขาจึงต้องเรียกซูหมิงหยวน และคนอื่นๆ ให้มาช่วยเหลือเท่านั้น

“บอกให้พวกเขารีบหน่อย” นักบวชดื่มโพชั่นด้วยความเสียใจ ถ้าเขารู้ว่าเรื่องจะออกมาแบบนี้ เขาน่าจะปล่อยให้นักเวทย์คนนั้นฆ่าเจ้าตัวปัญหาสองคนนี้ซะ

แต่ตอนนี้ เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากังวลว่าเมื่อเขาสลายโล่พลังจิต นักเวทย์คนนั้นจะเล่นงานเขาด้วย

ซูหมิงหยวน และประธานสาขาหลายคนรีบตรงมาทางโรงแรม ญาณเวท และสัมผัสจิตของพวกเขาสามารถตรวจจับได้อย่างรวดเร็วว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจก็คือ เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครอยู่ที่ตรงนั้นเลย

“นี่มันคาถาอะไรกันเนี่ย น่าจะเป็นคาถาบางอย่างต้องเรียนผ่านหนังสือเวท...”

ประธานสาขาหลายคนคิดถึงความเป็นไปได้นี้ แต่หนังสือเวทมีมากเกินไป และมีราคาสูงมาก การที่จะสามารถเรียนรู้คาถาจากเนื้อหาในนั้นเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างยิ่ง

“แล้วเราจะทำยังไงต่อดีล่ะ เราจะโจมตีตรงนั้นเลยดีมั้ย?” หลายๆ คนรู้สึกสับสนเล็กน้อย แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่านักเวทย์ที่กำลังโจมตีอยู่ที่นั่น แต่ในความคิดของพวกเขา มีเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเลย พวกเขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนจากพลังเวทที่แผ่ออกมาเท่านั้น

“เหล่าซู นายจะบ้าเรอะ อย่าคิดจะแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยกำปั้น คุยกันก่อนจะดีกว่า”

เมื่อคนหลายคนได้ยินซูหมิงหยวนพูดเช่นนี้ พวกเขาก็หยุดเขาจากความคิดดังกล่าว

พวกเขาไม่อยากจะทำให้ศัตรูที่ล่องหนได้ขุ่นเคือง หากไปพัวพันกับคนแบบนี้ก็ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่โง่เขลาเป็นที่สุด

“สหายนักเวทย์ เราได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว คุณคงจะไม่ชอบสิ่งที่หยานเจิ้งอี้ และอีกคนทำ คุณจะฆ่าพวกเขาก็ได้ แต่อย่าให้นักบวชฮั่นเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย คุณยังเป็นฮันเตอร์ จึงน่าจะรู้จักลักษณะนิสัยของพวกนักบวชดี เขาช่วยคนชั่วสองคนนั้นก็เพราะพวกเขาเคยร่วมต่อสู้กันเมื่อวันก่อน ถ้าคุณหยุดโจมตี นักบวชฮั่นจะสลายโล่พลังจิต และคุณจะสามารถจัดการกับสองคนนั้นได้ตามต้องการ”

เมื่อพวกเขามาที่นี่ มีคนไปถามเรื่องราว จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

สองคนนั้นไม่ดูเวลาเลยจริงๆ บอสของพวกเขาจะมาถึงเมืองหยู่ในอีกไม่กี่วัน แต่พวกเขายังกล้าทำเรื่องแบบนั้นอยู่อีก

คนแบบนั้นตายไปจะดีกว่า หากบอสของพวกเขาทราบว่าฮันเตอร์เริ่มทำตัวเหมือนเมื่อก่อน การกวาดล้างครั้งใหญ่คงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

ดูเหมือนสองคนนั้นจะเป็นฮันเตอร์ได้เพียงไม่กี่ปี ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่กล้าทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้น

หวังผิงอันหยุดโจมตี หลังจากได้ยินคำพูดของพวกเขา เขาชื่นชมโล่พลังจิตของนักบวชระดับสามจริงๆ มันทรงพลังกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก เขาได้โจมตีมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายมันได้

จริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดจะโจมตีนักบวชคนนั้น นักบวชในโลกนี้เป็นคนดีจริงๆ เป็นคนดีทุกประการ การเรียกพวกเขาว่านักบุญก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาดูดซับความศรัทธา และอารมณ์ของผู้คน ถ้าหากจิตใจของพวกเขาไม่บริสุทธิ์ ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะกระตุ้นให้การถูกอารมณ์เชิงลบกลืนกิน และกลายเป็นนักบวชมาร

ทุกคนรู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นว่าการโจมตีหยุดลงแล้ว อย่างน้อยนักเวทย์คนนั้นก็ไม่คิดจะโจมตีนักบวชฮั่น

ถ้าสองคนนั้นถูกนักเวทย์คนนี้ฆ่า มันก็ดีสำหรับพวกเขา เพราะหากเรื่องนี้เป็นชนวนให้บอสของพวกเขาชำระสมาคมฮันเตอร์ใหม่อีกรอบ หลายๆ เรื่องที่พวกเขาปกปิดไว้ก็จะถูกเปิดเผย

ทุกคนล้วนความปรารถนาที่เห็นแก่ตัว หากพวกเขาต้องดำเนินชีวิตตามที่บอสต้องการจริงๆ พวกเขาจะคงจะไม่มาเป็นฮันเตอร์ แต่ไปบวชแทน

หลังจากนักบวชฮั่นสลายโล่พลังจิต สองคนนั้นก็ปรากฏในญาณเวทของหวังผิงอัน

เมื่อเขาคิดว่าคนหนึ่งในนั้นชื่อหยานเจิ้งอี้ ( เที่ยงตรงยุติธรรม ) เขาก็รู้สึกขยะแขยงมาก ชายผู้นี้ไม่คู่ควรกับชื่อนั้นเลยจริงๆ

หลังจากนักบวชฮั่นเดินจากไปด้วยความโกรธ หวังผิงอันก็เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

สีหน้าของหยานเจิ้งอี้ และชายอีกคนแสดงถึงความท้อแท้ พวกเขาเพียงแค่ลักพาหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ทำไมต้องถูกลงโทษถึงตายด้วย มันไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน แม้ว่าฮันเตอร์อื่น ๆ จะเห็น พวกเขาก็มักจะไม่สนใจ

โจร และนักเวทย์คนนั้นชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริงๆ หลังจากช่วยคนแล้ว ยังต้องการฆ่าพวกเขาอีกด้วย อยากจะเป็นฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรมหรือยังไงกัน

“ท่านนักเวทย์ โปรดอภัยให้เราด้วย เราจะกลับตัวกลับใจ และจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” ชายทั้งสองคุกเข่าอยู่บนพื้น พวกเขารู้ว่านักเวทย์จะได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดอย่างแน่นอน

ตอนนี้สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้คือ ขอความเมตตา และดูว่าจะรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้มั้ย

สำหรับการหลบหนีนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเวทย์จะล้มเหลวในการฆ่านักรบอย่างพวกเขา เว้นเสียแต่ว่านักเวทย์จะอยู่ตรงหน้าพวกเขาแบบประชิดตัว ไม่งั้นแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ ความตายเท่านั้น

หวังผิงอันย่อมไม่มีทางปล่อยพวกเขาไป เขาสาดสกิลสายฟ้ากว่าสิบครั้งใส่ชายทั้งสอง จนร่างของพวกเขากลายเป็นเถ้าถ่าน

หลังจากมองดูประธานซูซึ่งอยู่ใกล้ๆ แล้ว เขาก็ไม่ได้ทำอะไรอีก และออกจากโรงแรมไป

จบบทที่ ตอนที่ 121 ยุ่งเรื่องชาวบ้าน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว