เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ผลึกชีวิต

ตอนที่ 7 ผลึกชีวิต

ตอนที่ 7 ผลึกชีวิต


ตอนที่ 7 ผลึกชีวิต

***เปลี่ยนคำแปลจาก 'แต้ม' เป็นเหรียญดำ และจาก 'แต้มสังหาร' เป็นตราสังหาร

[ แก่นคริสตัลซอมบี้ : ของสิ่งนี้มีพลังชีวิตที่บิดเบี้ยว และมีพิษร้ายแรงมาก จึงไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก แต่หากขายให้กับไอเทมมอล ผู้เล่นจะได้รับเหรียญทอง 10 เหรียญ อีกทางเลือกหนึ่งนั่นคือ เมื่อผู้เล่นใช้ ‘สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์’ เพื่อชำระล้างพลังชีวิตที่บิดเบี้ยว ก็จะได้รับ ‘ผลึกชีวิต’ ที่มีพลังงาน 1% จากเดิม แกนคริสตัลชีวิตมีประโยชน์หลากหลาย และทุกคนสามารถดูดซับได้ ]

[ ไอเทมที่มีพลังงานกักเก็บอยู่สามารถเก็บไว้ในช่องเก็บของได้ และแต่ละช่องสามารถใส่ไอเทมแบบเดียวกันได้มากถึง 9,999 ชิ้น ]

หวังผิงอันอุทานว่ามันเป็นทางเลือกที่ดี เมื่อดูคำอธิบายที่สอง เขาพบว่าคำอธิบายทั้งสองแบบนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน แบบแรกมีประโยชน์น้อยมาก ต่างจากแบบหลังไม่น้อยเลยทีเดียว

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นนักพรตเต๋า เมื่อเขาได้เรียนรู้สกิลแสงศักดิ์สิทธิ์หลังไปถึงเลเวล 36 เขาจะสามารถชำระล้างแก่นคริสตัลซอมบี้เหล่านี้ให้กลายเป็นผลึกชีวิตได้

หวังผิงอันไม่คิดจะเก็บแก่นคริสตัลเหล่านี้เอาไว้เฉยๆ เพราะเขาจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การอัพเลเวลของตัวเอง ดังนั้นการขายแก่นคริสตัลให้กับไอเทมมอลจึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนอื่นๆ ไม่สนใจแก่นคริสตัลซอมบี้ เพราะอบิสมอลไม่ได้ให้ค่าตอบแทนที่จูงใจ แม้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่มันก็ได้เปลี่ยนแก่นคริสตัลให้กลายเป็นเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง

หวังผิงอันเปิดดูไอเทมในอบิสมอล และพบผลึกชีวิตท่ามกลางสินค้าจำนวนมหาศาล

ราคาค่อนข้างแพง ต้องใช้ตราสังหารระดับ D และอีกหนึ่งพันแต้ม แต่ในเมื่อเป็นของดี ราคาที่แพงจึงถือเป็นเรื่องปกติ

หลังจากทราบราคาแล้ว หวังผิงอันก็ปิดหน้าต่างของอบิสมอล และขายแก่นคริสตัลให้กับไอเทมมอล ตอนนี้เขายังไม่สามารถชำระล้างมันได้ เก็บเอาไว้จึงไม่มีประโยชน์อะไร

นอกจากนี้ไม่มีใครแย่งชิงแก่นคริสตัลกับเขา ดังนั้นจะไม่สายเกินไปที่จะลองชำระล้างดูในภายหลังเมื่อเลเวลของเขาสูงพอ

หวังผิงอันเดินไปที่บันได แล้วลากซอมบี้ตัวหนึ่งมา เมื่อเขาเห็นซอมบี้พวกนี้ เขาก็รู้สึกว่าพวกมันหล่อเหลา และไม่ได้น่ารังเกียจเหมือนตอนแรกๆ

ด้วยความช่วยเหลือจากแก่นคริสตัล หากเขาต้องการไปให้ถึงเลเวล 18 หรือ 19 เขาก็ต้องฆ่าซอมบี้เป็นจำนวนหลายหมื่นตัว

หวังผิงอันจึงตัดสินใจว่าเขาจะต้องไปให้ถึงเลเวล 19 ภายในเวลาสามเดือนแรกที่เข้าสู่อบิส

แม้ว่าเขาจะเริ่มไม่แน่ใจว่าเมื่อเทียบกับซอมบี้ อสูรโครงกระดูกแข็งแกร่งหรืออ่อนแอกว่า และมันสามารถฆ่าซอมบี้เพียงลำพังได้หรือไม่

แต่ตราบใดที่เขาสามารถฆ่าได้มากพอ เขาก็จะมีโครงกระดูกมากพอที่จะใช้ในการอัญเชิญ และจะได้รับเหรียญดำมากมาย และตราสังหารมากมายในช่วงสามเดือนแรก

อบิสแห่งนี้ให้เวลาพวกเขาปรับตัวเพียงสามเดือนเท่านั้น เมื่อสามเดือนนี้ผ่านไป ความยากของภารกิจต่อๆ ไปก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า และจะยากมากที่จะได้แต่ละแต้ม

ไม่ต้องพูดถึงตราสังหาร พวกเขาจะไม่ได้ตราสังหารจากการฆ่าซอมบี้ธรรมดาเหล่านี้ เพื่อให้ได้ตราสังหารระดับ F อย่างน้อยก็ต้องฆ่าสัตว์ซอมบี้

ในเวลานี้ ซอมบี้ชุดแรกที่ถูกล่อมายังบันไดถูกฆ่าตายหมดแล้ว และหวังผิงอันยังได้ขุดแก่นคริสตัลของซอมบี้ทีละตัวด้วยเช่นกัน

ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ เขาได้รับแก่นคริสตัลมากถึงสิบสามก้อน และรวบรวมค่าประสบการณ์ได้ถึงหนึ่งในสิบสำหรับการอัพเลเวล 8

“ทุกคนพักก่อนกันก่อน ไว้หลังกินข้าวแล้ว ค่อยมาลุยกันต่อ” จางเจียงเฉียวเป็นคนแรกที่ทำภารกิจสำเร็จ เขาจึงได้รับ 10 เหรียญดำมาไว้ในมือ

หวังผิงอันก็หยุดงานที่กำลังทำอยู่เช่นกัน ตอนนี้ไม่มีศพซอมบี้แล้ว เขาไม่มีทางที่จะทำอะไรต่อได้

มีอาหารอยู่ในช่องเก็บของๆ เขา แต่เขาไม่สามารถหยิบมันออกมาต่อหน้าคนจำนวนมากได้ และไม่มีทางที่จะอธิบายว่ามันมาจากไหน

ผู้ถูกเลือกที่เข้ามาในอบิสเป็นครั้งแรกไม่มีทางที่จะนำสิ่งของจากโลกความเป็นจริงติดตัวมาได้ เสื้อผ้าก็เป็นสิ่งที่อบิสมอบให้ ทุกคนจึงสวมเสื้อผ้าเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องมาที่นี่โดยเปลือยกาย

เฉพาะไอเทมที่ซื้อจากอบิสมอลเท่านั้นที่สามารถนำติดตัวเข้ามาได้ เมื่อเก็บไว้ในช่องเก็บของ แต่สำหรับคนที่เข้ามาเป็นครั้งแรกแล้ว ทุกคนย่อมไม่มีเงินซื้อ

เพียงแต่ช่องเก็บของนั้นมีราคาแพงเกินไป ต้องใช้เหรียญดำมากถึง 10,000 เหรียญ และตราสังหารระดับ B ดังนั้นจึงมีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถซื้อได้

เมื่อต้องซื้อช่องเก็บของก่อนถึงจะใช้ได้ มือใหม่อย่างพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนี้ และต้องซื้ออาหารแทน

หวังผิงอันเดาว่าฮันเตอร์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีช่องเก็บของ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับตราสังหารระดับ B

เมื่อมาถึงศูนย์กลางของโรงงาน จางเจียงเฉียวก็ใช้เงินของเขาซื้ออาหารจำนวนมาก

แค่เหรียญดำหนึ่งเหรียญก็สามารถซื้ออาหารธรรมดาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ทำให้เพียงพอสำหรับใช้เป็นอาหารหนึ่งมื้อสำหรับคนนับร้อย

ด้วยเครื่องจักรเหล่านั้นที่ปิดกั้นทางเข้า พวกเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารในเดือนนี้อย่างแน่นอน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตราบใดที่ไม่มีคนพลาดติดเชื้อไวรัส ภารกิจของทุกคนก็จะสำเร็จลุล่วง

แต่อันตรายไม่เพียงมาจากมอนสเตอร์ และสภาพแวดล้อมในอบิสเท่านั้น แต่ยังมีอันตรายจากคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ ด้วยเพราะไม่มีทางรู้เลยว่าจะถูกคนอื่นฆ่าเมื่อไหร่

หวังผิงอันก็ได้รับส่วนแบ่งอาหารของเขาเช่นกัน ข้าวหนึ่งชาม และน้ำบริสุทธิ์หนึ่งขวด

ทุกคนได้ของแบบเดียวกัน และจึงค่อนข้างยุติธรรม

เนื่องจากจางเจียงเฉียวต้องการชนะใจคนจำนวนมาก เขาจะไม่สร้างความแตกต่างใดๆ ในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กับกัปตันทีมคนอื่นๆ จับจุดอ่อนได้

ขณะนี้กัปตันหลายคนเริ่มแสดงสัญญาณการสร้างพันธมิตรเพื่อใช้ข้อได้เปรียบด้านจำนวนในการต่อสู้กับจางเจียงเฉียว

ระหว่างเวลาอาหารเย็น ทุกคนดูมีความสุข ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่คาดหวังไว้มาก

เดิม หลายๆ คนคิดว่าจะต้องตาย คาดไม่ถึงว่าจะได้รับโอกาสมีชีวิตรอด

เช่นเดียวกับเจ้าของร่างเดิมของหวังผิงอัน ตัวเขาเองก็มีความคิดแบบเดียวกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงคิดที่จะยืมเงินจากบริษัทเงินกู้ และสนุกสนานช่วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่

แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ เขาได้พบกับคนที่เต็มใจที่จะดิ้นรนต่อสู้ในอบิส และสถานะผู้ถูกเลือกของเขาก็ถูกพรากไป

เมื่อกัปตันทั้งเจ็ดคนกินข้าวแล้ว พวกเขาก็มารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือ

“ในเมื่อทุกคนกินกันเสร็จแล้ว มาเริ่มหารือเกี่ยวกับแผนการฆ่าซอมบี้ในอนาคตกันเถอะ ผมมีแผนการคร่าวๆ ที่ได้ลองร่างเอาไว้แล้ว อยากให้พวกนายฟังดู จะได้ตัดสินใจกันว่าจะทำยังไงกันต่อ”

จางเจียงเฉียวเข้าใจดีว่าไม่สามารถตัดสินใจเพียงลำพังได้ เขาจึงพยายามแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อทุกคน และทำให้คนส่วนใหญ่คล้อยตาม

“พี่จาง พวกเราต่างเชื่อมั่นในตัวพี่ และคิดว่าพี่จะต้องทางออกที่ดีสำหรับทุกคนได้อย่างแน่นอน” มีกัปตันบางคนเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่คิดแบบนั้น

“ขอบคุณ ผมจะไม่ปล่อยให้ใครต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน” จางเจียงเฉียวชอบคนๆ นี้มาก เพราะคนตรงหน้าเห็นด้วยกับเขา

ถ้าเป็นไปได้ เขาจะดูแลคนๆ นี้ให้ดีอย่างแน่นอน

ตอนนี้ หลิวหลี่ และคนอื่นๆ ไม่มีสิทธิ์พูด และได้แต่เดินตามจังหวะของจางเจียงเฉียวเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้ว จางเจียงเฉียวก็พูดต่อ “ผมไม่คิดจะซ่อนอะไรทั้งนั้น ตอนนี้พวกเราต่างอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว และในโรงงานก็ไม่ได้มีซอมบี้มากนัก หลังจากที่เราฆ่าพวกมันจนหมด เราจะต้องออกไปข้างนอกเพื่อล่อซอมบี้เข้ามา จึงต้องมีใครสักคนต้องเสียสละอย่างแน่นอน แต่หากเราสามัคคีกัน และรวมเป็นหนึ่ง เราก็ไม่ต้องกลัวศัตรูหน้าไหนทั้งนั้น”

จางเจียงเฉียวรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามีคนหลายคนที่ระแวงเขาอยู่ แต่เขาไม่คิดจะกีดกั้นคนเหล่านั้น ภายใต้สถานการณ์สุ่มเสี่ยง พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กันเองได้อย่างแน่นอน เพราะนั่นจะไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย

ต้องให้กัปตันทีมทุกคนร่วมมือกันเท่านั้น จึงจะสามารถควบคุมคนนับร้อยที่เหลือได้

เมื่อทั้งหกคนได้ยินข้อเสนอแนะของจางเจียงเฉียว พวกเขาก็เงียบไป และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

จบบทที่ ตอนที่ 7 ผลึกชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว