เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 365 ต้องเติมเต็มห้องเก็บไวน์ให้ได้!

บทที่ 365 ต้องเติมเต็มห้องเก็บไวน์ให้ได้!

บทที่ 365 ต้องเติมเต็มห้องเก็บไวน์ให้ได้!


จางหลินคิดได้ดังนั้น ก็วางแผนจะหาซื้อเหล้ามาเก็บไว้ในห้องเก็บไวน์ให้มากที่สุด

โดยเฉพาะพวกเหล้าชั้นดี

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขาจะหาเหล้าชั้นดีมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง แต่ที่ศูนย์น้ำแร่เขาก็มีเศรษฐีอยู่มากมาย ซึ่งในนั้นก็ต้องมีคนที่ทำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แน่ๆ

แค่ติดต่อพวกเขา ขอให้ช่วยนำเหล้าดีๆมาให้ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

อย่างน้อยมันก็ถือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่งเหมือนกัน

เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็โทรหาจงเมี่ยวอิงทันที

ทันทีที่สายต่อ เขาก็สั่งว่า “เมี่ยวอิง ช่วยจัดการให้หน่อย ติดต่อเศรษฐีสองคนที่ทำธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ศูนย์น้ำแร่เพื่อสุขภาพ แล้วเชิญพวกเขามานั่งจิบชาที่สำนักงานหน่อย”

“ได้เลยค่ะ เจ้านาย” จงเมี่ยวอิงยังไม่รู้ว่าจางหลินมีแผนอะไร แต่เธอก็จัดการเรื่องนี้ให้ทันที

ไม่นานนัก จางหลินก็ได้รับสายจากเธออีกครั้ง แจ้งว่าติดต่อคนไว้เรียบร้อยแล้ว

ความรวดเร็วขนาดนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของศูนย์น้ำแร่เพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

ณ ศูนย์น้ำแร่เพื่อสุขภาพ

หวังกู่กับฉู่หลี่ เดินตามหัวหน้าแผนกคนหนึ่งไปยังสำนักงานฟาร์มด้วยสีหน้างุนงง

เจ้าของฟาร์มอย่างจางหลิน แทบไม่เคยออกหน้ามาให้เห็น แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยด้วย

ใครจะคิดว่าอยู่ๆ อีกฝ่ายจะเรียกหาเศรษฐีที่ทำธุรกิจเหล้าโดยเฉพาะ

ซึ่งพวกเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงรีบแสดงตัวกับศูนย์น้ำแร่เพื่อสุขภาพทันที

แม้พวกเขาจะไม่รู้จักจางหลินดีนัก แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่มั่นใจได้ คนที่สามารถสนทนาและรับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับตัวพ่อระดับเล่ยเสี่ยวจวินและคุณเหรินได้ นั่นแปลว่ามีสถานะไม่ธรรมดาแน่นอน

อย่างน้อยก็เป็นคนที่พูดคุยกับระดับนั้นได้ ในขณะที่พวกเขาแทบไม่มีโอกาสเลย

ถ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์กับคนระดับนี้ได้ ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก

ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงสำนักงานและได้รับการต้อนรับให้เข้าไปในห้องทำงานของจางหลิน

จงเมี่ยวอิงรออยู่ก่อนแล้วที่ห้องทำงาน และเมื่อเห็นทั้งสองมาถึง ก็ลุกมานั่งที่โต๊ะชงชาและเริ่มชงชาให้

จางหลินก็ทักทายทันทีว่า “คุณหวัง คุณฉู่ เชิญนั่งครับ มานั่งจิบชาแล้วค่อยคุยกัน”

ทั้งสองพยักหน้าอย่างรวดเร็ว และนั่งลงที่โต๊ะชา

จงเมี่ยวอิงหยิบกล่องชาใบหนึ่งออกมาชง กล่องนี้คือชาชั้นดีที่คุณเหรินทิ้งไว้

ตอนที่เขาออกจากฟาร์ม เขาพยายามขอชาพิเศษดั่งมหาสมบัติไปได้เพียงเล็กน้อย ส่วนกล่องนี้ก็เลยถูกทิ้งไว้

ต้องบอกเลยว่าเขาเป็นคนรักชาตัวยงจริงๆ

แม้แต่ชาระดับนี้ สำหรับหวังกู่และฉู่หลี่ ก็ถือว่าเป็นของหายาก

เพราะยิ่งชาระดับสูงเท่าไร แหล่งผลิตยิ่งจำกัด คนธรรมดาไม่มีทางได้สัมผัส

หลังจากดื่มไปหนึ่งจอก ทั้งสองก็ถึงกับตะลึงและเอ่ยปากชม

“คุณจาง ชานี้อร่อยมากจริงๆครับ”

“ใช่ครับ ผมยังไม่เคยได้ดื่มชาที่ดีขนาดนี้เลย”

จางหลินยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “สองท่านชอบก็ดีแล้ว ที่เรียกทั้งสองมาครั้งนี้ก็เพราะอยากขอความช่วยเหลือนิดหน่อย ผมอยากให้ช่วยจัดหาเหล้าชั้นดีมาให้ผมจำนวนมากหน่อย”

ได้ยินแบบนี้ ทั้งสองก็นึกออกทันทีว่าเป้าหมายของจางหลินคืออะไร เขาต้องการซื้อเหล้านั่นเอง

พวกเขาไม่คิดเลยว่าคนอย่างจางหลินจะขาดเหล้าดีๆได้ แต่ถ้าต้องการในปริมาณมาก นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

และนั่นก็คือธุรกิจที่ดีไม่น้อย

ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอัตรากำไรสูงมาก โดยเฉพาะพวกเหล้าชั้นดี และถ้ายังต้องการในปริมาณมากอีกด้วยล่ะก็…

“คุณจาง ต้องการประมาณเท่าไหร่ครับ?” หวังกู่ถามทันที

จางหลินก็ตอบกลับทันใดว่า “ผมน่าจะต้องการในปริมาณค่อนข้างมาก อยากให้เต็มห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่เลย”

ได้ยินดังนั้น ทั้งสองก็ถึงกับตาเป็นประกาย

ปริมาณเหล้าที่มากพอจะเติมเต็มห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ได้นั้น สำหรับพวกเขาถือเป็นดีลธุรกิจใหญ่เลยทีเดียว

แถมยังได้สร้างสัมพันธ์กับจางหลินอีก ถือว่าคุ้มสุดๆ

ทั้งสองจึงตอบรับตกลงทันที

ส่วนเรื่องค่าเหล้า พวกเขาไม่กังวลเลย เพราะมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะเบี้ยวแน่นอน

หากไม่อย่างนั้น ก็จะเป็นการทำลายชื่อเสียงของอีกฝ่าย

ในสถานการณ์แบบนี้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นแน่ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องถามถึงเรื่องเงินให้มากความ

หลังจากทั้งสองออกไปแล้ว จางหลินก็โทรหาฟู่เหยา

ในเมื่อคฤหาสน์ในสวนได้สร้างเสร็จแล้ว ก็ต้องให้เธอรู้ไว้

เพราะท้ายที่สุดนี่คือผลงานที่เธอเป็นคนออกแบบ และในอนาคต เธอก็จะเป็นคุณผู้หญิงของที่นี่ด้วย

แต่ไม่มีคนรับสาย เมื่อเขาดูนาฬิกาก็พอเข้าใจได้ว่าเธอน่าจะกำลังเรียนอยู่ จึงวางโทรศัพท์ลง

โรงเรียนมัธยมอี้จงของเมืองอวี๋เฉิง

เมื่อเสียงกริ่งเลิกคาบเรียนดังขึ้น นักเรียนระดับมัธยมปีที่ 1 และ 2 ก็ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวกันอย่างครึกครื้น ใช้ช่วงเวลาพักระหว่างคาบเรียนอย่างสนุกสนาน

แต่บรรยากาศของนักเรียนมัธยมปีที่ 3 นั้นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด

เพราะอีกแค่หนึ่งเดือน พวกเขาก็จะต้องเผชิญหน้ากับช่วงเวลาสำคัญที่สุดในชีวิต การสอบเข้ามหาวิทยาลัย

แม้หลายคนอาจยังไม่ปักใจเชื่อว่า “การสอบเข้ามหาวิทยาลัย” คือเส้นแบ่งของชีวิต แต่ความรู้สึกเร่งรีบก็กระจายไปทั่วอยู่ดี

ฟู่เหยาหยิบโทรศัพท์มือถือจากในกระเป๋าแอบดูเล็กน้อย เห็นว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากลุง จึงรีบออกจากห้องเรียนไปยังมุมเงียบๆ ก่อนจะโทรกลับหาเขา

พอสายเชื่อมต่อ เธอก็พูดขึ้นว่า “ลุง โทรหาหนูเหรอคะ?”

จางหลินหัวเราะ “อยากบอกข่าวดีให้ฟังน่ะ คฤหาสน์ในสวนสร้างเสร็จแล้ว อยากมาเห็นไหม? เดี๋ยวเราต้องเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายอย่างนะ ห้องของเธอก็ต้องตกแต่งเองด้วย...อืม ไม่สิ ห้องของเธอก็คือห้องของฉัน เราตกแต่งด้วยกันเลยแล้วกัน ยังไงก็อีกแค่เดือนเดียวก็สอบเสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็ทำอะไรได้หลายอย่างเลยล่ะ”

ฟู่เหยาได้ยินแบบนั้น หน้าก็ขึ้นสีทันที แน่นอนว่าเธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

คุณลุงนี่มัน...บางทีก็ชอบพูดจาไม่รู้จักอายอยู่เรื่อยเลย

แต่เธอก็ตอบรับอย่างเขินๆว่า “งั้นหนูขอเลือกของตกแต่งในห้องเองนะคะ”

“ได้หมด ถ้าเธอชอบ ยังไงฉันก็ยกให้เธอหมด” จางหลินหัวเราะตอบ

เขาก็อดตั้งตารอให้เธอสอบเสร็จไม่ได้จริงๆ

หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง ทั้งสองก็นัดกันว่าให้เขาไปรับเธอหลังเลิกเรียน

จากนั้น จางหลินก็โทรหาแม่ของเขาด้วย

ในเมื่อคฤหาสน์ในสวนเสร็จสมบูรณ์แล้ว อีกไม่นานก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าต้องแจ้งให้แม่รู้

หลินเหยียนเองก็รู้อยู่แล้วว่าลูกชายกำลังก่อสร้างคฤหาสน์นี้อยู่ ช่วงก่อนหน้านี้ก็ยังหาเวลามาดูบ้างเป็นครั้งคราว รู้ว่ามันใหญ่แค่ไหน

แต่พอมาเห็นกับตาตัวเองแล้ว สีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง

มันใหญ่โตมาก และสภาพแวดล้อมก็ดีเกินคาด ทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นหลิวเหล่าหล่าว (ตัวละครในความฝันแห่งคฤหาสน์แดง) ที่เดินเข้าสวนตระกูลเจี่ยยังไงยังงั้น

จางหลินรออยู่แล้ว จึงพาเธอเดินชมรอบคฤหาสน์ในสวน พอเสร็จ หลินเหยียนก็อดไม่ได้ที่จะโทรหาญาติสนิทอย่างจางเหอและคนอื่นๆทันที

เธออยากแบ่งปันข่าวดีนี้ และตอนย้ายบ้านก็ต้องอาศัยพวกเขาช่วยเหลือด้วย

เพียงแต่ จางหลินไม่คิดจะจัดงานขึ้นบ้านใหม่ เพราะมันยุ่งยาก และดึงดูดความสนใจเกินไป

แต่การเชิญญาติพี่น้องอย่างคุณลุงให้มาเดินดูเล่นที่คฤหาสน์ก็ยังทำได้ เขาจึงบอกกับหลินเหยียนไป

หลินเหยียนเองก็ไม่ดื้อรั้นนัก เธอพยักหน้ารับเห็นด้วย

ด้านจางเหอ ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตเสื้อผ้า พอได้รับโทรศัพท์ก็รีบเดินทางมายังฟาร์มทันที พอได้เห็นคฤหาสน์ในสวนกับตา เขาก็ถึงกับอึ้ง

คฤหาสน์แบบนี้เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

มันอลังการมากจริงๆ

หลานชายของเขานี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 365 ต้องเติมเต็มห้องเก็บไวน์ให้ได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว