เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: รักษาสิ่งที่ดีไว้เพื่อตัวเอง 2

บทที่ 9: รักษาสิ่งที่ดีไว้เพื่อตัวเอง 2

บทที่ 9: รักษาสิ่งที่ดีไว้เพื่อตัวเอง 2


บทที่ 9: รักษาสิ่งที่ดีไว้เพื่อตัวเอง 2

อาเบะและลินดาหันควับด้วยความตกใจ

"นั่นเสียงอะไร?"

"ตรงนั้น!"

เขาใช้การครอบงำกับขวานในมือทันทีที่อีกฝ่ายหันไป ขวานเหล่านี้เป็นสิ่งที่สุสานสร้างขึ้น ดังนั้นมันต้องมีบางสิ่งที่เขาทำได้

หนึ่งในนั้นคือ

‘ปิดสุสาน!’

ทันทีที่จูฮอนออกคำสั่ง ขวานส่องสว่างและทั่วพื้นที่เริ่มสั่นสะเทือนราวกับมีแผ่นดินไหว

ตึก ตึก ตึก!

“นะ-นั่นอะไรน่ะ?!”

อาเบะและลินดากรีดร้องทันทีที่สุสานเริ่มพังทลายไปพร้อมกับพื้นดินที่สั่นสะเทือน

“เราต้องรีบแล้ว ออกไปกันเร็ว!”

“แต่ทางออกอยู่ที่ไหนล่ะ!”

"กลับไปทางเดิมที่พวกเรามา!"

จูฮอนกำลังวิ่งไปที่ทางออกเพียงลำพัง ในขณะที่อีกกำลังตะโกนด้วยความกลัว อาจเป็นเพราะนี่เป็นสุสานที่เพิ่งสร้างใหม่ เส้นทางไปยังทางออกเลยไม่มีกับดักและอยู่ไม่ไกล

'ตรงนั้น'

ตู้ม!

จูฮอนเปิดฝาท่อระบายน้ำและโผล่ขึ้นมายังสถานที่ที่มีแสงไฟ ทางออกของสุสานดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำบริเวณใกล้เคียง เขาไม่เห็นผู้คนแถวนี้มากนัก แม้จะเป็นย่านศูนย์การค้าก็ตามที

เขาได้ยินเสียงสุสานกำลังพังทลายทันทีที่ออกมาจากท่อระบายน้ำ

ตู้ม!

สุสานลี้ลับที่กลบอาคารบ้านพักและก่อพายุฝุ่นได้สลายหายลงไปในดิน ดูเหมือนว่ามันกำลังถูกดูดลงไป อาคารบ้านพักที่ถูกฝังจากการปรากฏตัวของสุสานได้โผล่ขึ้นมา

บางส่วนได้รับความเสียหาย แต่อาคารส่วนใหญ่จัดอยู่ในสภาพดี เพราะมันเป็นเพียงแค่สุสานระดับต่ำ

ยิ่งสุสานเข้าถึงอันตรายมากเท่าไหร่ ยิ่งหมายถึงระดับของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

จูฮอนมองดูอาคารบ้านพักที่ปรากฏขึ้นก่อนที่จะตรวจสอบขวานที่นำออกมาจากสุสาน

พวกมันจะต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อที่จะได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ และถึงแม้ว่าจะเพิ่งนำออกมาจากสุสาน มันก็ยังใช้ประโยชน์ได้

เขาต้องตรวจสอบดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่สัญชาตญาณบอกกับเขาว่ามันจะนำพาความมั่งคั่งมาให้

'ดีเลย ขอเดาว่านี่คือความสำเร็จแล้วกัน'

จูฮอนจึงเริ่มหัวเราะ

ขณะที่จูฮอนเอาแต่หัวเราะ มีบางคนกำลังจะเป็นบ้าอยู่

"ว่าไงนะ? มีคำพยากรณ์มาใหม่งั้นเหรอ? ทำนายว่าจะมีชาวเกาหลีแย่งโบราณวัตถุไปจากพวกเรา?"

อาเบะ ที่เกือบจะหนีจากสุสานไม่รอดกำลังโกรธเกรี้ยวขณะที่คุยโทรศัพท์

'ฉันทำตามคำพยากรณ์บอกทุกอย่างจนมาถึงสุสาน แต่นี่มันอะไรกัน?

"เฮ้ย! ทำไมถึงมาบอกกันเอาตอนนี้ล่ะวะ?! ข้อมูลสำคัญขนาดนั้นน่าจะบอกกันก่อนสิ?!"

ชายชราปลายสายตอบราวกับว่าไม่ใช่ความผิดของตนเอง

[นายก็รู้นี่ว่าผู้ใช้โบราณวัตถุของบันทึกแห่งอนาคตเป็นคนยังไง]

"อย่าบอกนะว่าผู้ใช้นั่นอ่านคันจิไม่ออกอีกแล้วน่ะ?"

[ใช่]

“โว๊ย!”

อาเบะคงจะวางสายไปแล้วหากไม่ได้กำลังคุยกับผู้บริหารอาวุโสอยู่ แม้ว่าเขาจะด่าทอออกไป ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

คนที่เป็นปัญหาคือไอ้ผู้ใช้บ้านั่นที่ครอบครองบันทึกแห่งอนาคตของเจ้าชายโชโตกุ

'นี่เป็นเพราะโบราณวัตถุที่ไปตกอยู่ในมือของไอ้บัดซบนั่น!'

บันทึกแห่งอนาคตของเจ้าชายโชโตกุ เป็นโบราณวัตถุประเภทที่ออกมาจากสุสานด้วยตัวเองเพื่อตามหาเจ้านาย ถึงกระนั้นบันทึกแห่งอนาคตก็เลือกเจ้านายได้แย่มากด้วยเหตุผลบางอย่าง

มันเลือกนักเรียนหญิงมัธยมที่เป็นอันธพาล ไม่เข้าใจอักษรโบราณ ซ้ำยังอ่านคันจิไม่ออก

เธอจะเริ่มเหงื่อแตกทันทีที่ตัวคันจิเริ่มอ่านยากขึ้น ซ้ำยังไม่สามารถถอดความหมายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นอักษรโบราณ

ปัญหาคือตัวอักษรโบราณที่อยู่ในบันทึกแห่งอนาคตเป็นสิ่งที่ผู้ใช้เท่านั้นที่จะอ่านได้ จึงทำให้คนรอบตัวเธอเป็นบ้ากันไปหมด

“เรามีนักวิชาการอยู่กลุ่มหนึ่งไม่ใช่หรือไง! สั่งให้เธอเขียนคำพยากรณ์ที่อ่านไม่ออกส่งให้พวกนั้นแทนสิ!”

[อืม... เห็นชัดว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะอนาคตกำลังเปลี่ยน]

"บอกให้เธอหุบปากและเขียนลงไปซะ!"

[เธอเขียนทุกอย่างลงไปแล้ว แต่พลาดส่วนสำคัญไป เธอไม่รู้ว่าคำพยากรณ์ใดที่สำคัญ]

“บ้าฉิบ!”

ความจริงคือข้อมูลเรื่องสุสานนี้ก็เป็นสิ่งที่เพิ่งจะถูกค้นพบเหมือนกัน ไม่แปลกใจที่พวกเขาไม่ยอมบอกว่าผู้ทำนายของญี่ปุ่นมีอำนาจเหนือทุกอย่าง

[ถึงกระนั้น มันก็ควรจะมีข่าวดีหากเธอรู้อนาคต แค่ก็ควรทำให้ดีที่สุดอย่างที่เคยทำ ดูแลโบราณวัตถุที่ชิงมาจากเกาหลีให้ดีจนกว่าทีมวิจัยจะไปถึง]

อาเบะไม่มีทางเลือกนอกจากวางสายและทำให้อารมณ์ที่เดือดดาลเย็นลง

เขาขึ้นเครื่องบินไม่ได้ หากมีโบราณวัตถุที่ชิงมาจากเกาหลีอยู่

'ถึงเราจะขโมยโบราณวัตถุมา ไอ้ชาวเกาหลีหน้าโง่พวกนั้นไม่รู้อะไรหรอก'

ถึงกระนั้น ผู้บังคับบัญชาก็บอกให้อาเบะระวังตัวให้มากที่สุด

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังบอกกล่าว ว่าเกาหลีอาจตามราวีขอให้พวกเขาขออภัยต่อเรื่องราวอะไรทำนองนั้นหากถูกจับได้

'หึ ไม่แปลกใจเลยที่พวกโง่นั่นบอกว่าเราปล้นสิ่งของทางวัฒนธรรมไป ทั้งที่เราประมูลมาได้อย่างยุติธรรม'

อาเบะคิดว่าเบื้องบนคงโกรธมากเรื่องวัตถุโบราณไร้ประโยชน์ที่ถูกญี่ปุ่นยึดครองไปในยุคอาณานิคม และตอนนี้พวกเขาก็ต้องโกรธอีกครั้งเพราะเรื่องโบราณวัตถุที่มอบพลังพิเศษให้แก่ผู้คน

ผู้บังคับบัญชาของอาเบะมักมีตรรกะแปลกประหลาด และแน่นอนว่าอาเบะก็เห็นด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลที่เขาได้รับคือ ผู้ที่ชิงขวานทองคำและขวัญเงินเป็นคนเกาหลี และบุคคลนั้นยังรู้เรื่องของสุสานอีกด้วย

'เธอบอกว่าบุคคลนั้นเป็นพวกนอกรีตที่มีอำนาจเหนือญี่ปุ่นงั้นเหรอ?'

บันทึกแห่งอนาคตมีการใช้บทกวีดังนี้

• อันตรายอันยิ่งใหญ่จะกลืนกินญี่ปุ่น ดวงดาวที่ยิ่งใหญ่แต่หยาบกระด้างได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน

อาเบะทวนบทกวีซ้ำไปซ้ำมาและเริ่มหัวเราะ

"ดวงดาวบ้าบออะไรกัน! มันก็แค่ไอ้คนนอกรีต!"

มันเป็นเรื่องปกติ

ถ้าบุคคลนั้นรู้เรื่องสุสาน ก็จะต้องปรากฏตัวในครั้งต่อไปแน่นอน

“จัดการมันได้เมื่อไหร่ก็แค่ลากตัวกลับญี่ปุ่นซะ”

อาเบะหัวเราะออกมาอีกครั้ง

น่าเสียดาย ที่เขาไม่ทราบเรื่องอะไรของชายที่เป็นคู่ต่อสู้เลย

จบบทที่ บทที่ 9: รักษาสิ่งที่ดีไว้เพื่อตัวเอง 2

คัดลอกลิงก์แล้ว