เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LSG-บทที่:266 สู้สัตว์อสูร

LSG-บทที่:266 สู้สัตว์อสูร

LSG-บทที่:266 สู้สัตว์อสูร


Limitless Sword God เทพกระบี่ไร้สรรพสิ่ง

ภาค: จอมราชันท์กระบี่ปีศาจ

แปลไทยโดย: SwordGod

LSG-บทที่:266 สู้สัตว์อสูร

“ตอนนี้เราจะทำยังไงกันต่อ?พี่หวังพวกเราจะไปไหน”หลัวเสี่ยวเหมา หันไปถาม

“หากพวกเราอ้อมภูเขาเหิงซือ ข้าเกรงว่าพวกเราอาจจะไปไม่ทันเวลาในการลงแข่งขันรอบคัดเลือกและสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า เราไม่อาจเดินอ้อมภูเขาเหิงซือได้”

“หากว่าเราไมเดินอ้อมเขาเหิงซือ พวกเราจะเดินลัดทุ่งหญ้าไปหรือ?พวกเราจัดการกับอากาศพิษได้ แต่ปัญหาคือพวกสัตว์อสูร พวกมันเดินเพ่นพ่านต็มไปหมดและพวกมันมักซุ่มโจมตีมันอันตราย!”ผู้คุ้มกันกล่าวด้วยความกังวล

หวังจงซาน ก้มหน้าลงไม่ตอบ

หากพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บพวกเขาอาจผ่านทุ่งหญ้าโดยไม่มีปัญหาแต่ตอนนี้เขาเองก็ได้รับบาดเจ็และคำพูดของเขานี่ไม่ใช่แค่พูดหรือ?

“ผ่านทุ่งหญ้า!” ทันใดนั้น ซูหยุน ก็พูดขึ้นมา

“พี่อู๋หยุน”หงหยานจับจ้องมองเขาด้วยเหตุผลบางอย่างนางมักรู้สึกว่าการมีเขาอยู่ไกล้ๆสมาชิกทุกคนจะปลอดภัยขึ้น

“พี่อู๋หยุน พวกเราจะผ่านทุ่งหญ้าจริงหรอ?”หวังจงซาน มีความหลงใหลในดวงตาของเขา

ซูหยุนพยักหน้า“ไปที่ทุ่งหญ้ากัน!ข้ารู้วิธีตัดผ่านทุ่งหญ้าได้อย่างเร็ว และวิธีหลบหลีกสัตว์อสูร หากว่าพวกเจ้าเชื่อข้า ในสองวันพวกเราจะผ่านทุ่งหญ้าไปได้”

“สองวัน”

ทุ่งคนประหลาดใจ

“แม้จะตัดผ่านไปตรงๆ อย่างน้อยต้องใช้เวลาอย่างน้อยกว่าห้าวัน ท่านพูดเกินไปหรือเปล่าพี่หยุน” สมาชิกคนหนึ่งกล่าวด้วยความไม่เชื่อ

“เฮ้..เซิ่นหัว เจ้าหมายความว่าไง?พี่อู๋หยุน ไม่ได้เป็นแค่ผู้ฝึกฝนรุ่นเยาว์ หากเขาบอกว่าผ่านได้ในสองวันก็คือสองวันแน่”หวังจงซานพูดอย่างจริงใจ“ทุกคนจงฟัง นับแต่วันนี้ไปจงฟังคำสั่งของพี่อู๋หยุนใครก็ตามที่ไม่เชื่อฟังนั่นหมายความว่า คนนั้นไม่เชื่อฟังข้าด้วย ข้าจะไม่สนใจคบหากับคนผูนั้นด้วย ข้าจะไม่ให้สิทธิ์ในการเข้าร่วมด้วย ดังนั้นของให้พวกเจ้าทุกคนจงคิดให้ดีๆ”(คนที่มีฝีมือสูงกว่าเขาจะนับเป็นพี่ ไม่เกี่ยวกับอายุ ตอนแรกๆอาจจะเรียกน้องเป็นการให้เกียรติแบบพี่น้อง)

“พวกเราจะฟังพี่อู๋หยุน”ทุกคนตอบรับ

กลุ่มเล็กๆพวกเขาก็ได้รับการจัดระเบียบไหม แล้วเดอนทางต่อ

ซูหยุน นำกลุ่มของพวกเขาก้าวข้ามทุ่งหญ้าสูงกว่า1เมตร

เขามองไปรอบๆแล้วพบบางอย่างแล้วมองขึ้นไปบนฟ้าเหนือขึ้นไปเป็นเวลานาน

คนด้านหลังเฝ้ามองดูด้วยความสงสัย ไม่กล้ารบกวนเขา

ความหนาแน่นของไอปราณเริ่มปกคลุมหนาแน่นขึ้นรอบๆตัวอย่างช้าๆ มันส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งสามารถลิ้มรสได้ทำให้พวกเขาเริ่มขมวดคิ้ว

“นี่คือภาพลวงตาหรือเปล่า”

“มันเป็นแค่ภาพลวงตาไม่พอจะทำอะไรเราได้”

ซูหยุน เงยหน้าขึ้นชี้สั่งให้ทุกคนหยุด

ทั้งกลุ่มหยุดเคลื่อนไหว

“หากพวกเราเดินเขาไปในอากาศพิษโดยไม่มียาที่แก้พิษนี้โดยเฉพาะ พวกเราจะอยู่ได้ไม่นาน ทุกคนรอข้าอยู่ที่นี่ข้าจะขึ้นไปหาเส้นทางก่อน”ซูหยุน กล่าว

“เส้นทาง?”

“ท่านจะทำอย่างนั้นได้ยังไง”ทุกคนถามด้วยความประหลาดใจ

จากนั้นทุกคนเห็นซูหยุนสะบัดมือแสงกระบี่เย็นยะเยือกบินออกจากฝักข้างเอว รังสีเย็นๆมั่นคง มีคนเห็นว่ามันคือกระบี่หิมะขาว

จากนั้นซูหยุนกระโดดขึ้นไปเหยียบบินหายไปบนฟ้า

“ทรงพลังขนาดนั้น วิชากระบี่ของจักพรรดิงั้นหรือ?”

หงหยาน ที่อยู่บนพื้นและ หลัวเสี่ยวเหมา และคนอื่นๆจ้องมองอย่างอิจฉา

หวังจงซาน มิอาจต้านทานได้ แต่ต้องยกย่อง

“ศิษย์สำนักกระบี่อมตะ?ทำไมข้ารู้สึกว่าเขาเป็นศิษย์ชั้นยอด”

ทันใดนั้น เซิ่นหัว ที่อยู่ด้านล่างกล่าวว่า

“ศิษย์ชั้นยอดหรือ?ทำไมเจ้าคิดอย่างนั้น?”

“โฮ้..พี่หวัง ข้าเคยติดต่อกับศิษย์ของสำนักกระบี่อมตะมาก่อน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันแต่พวกเขาแทบจะไม่รู้เกี่ยวกับวิชากระบี่จักพรรดิเลยแล้วคนที่รู้จักวิชากระบี่ระดับจักพรรดิอย่างพี่ชายอู๋หยุนนั้น น้อยยิ่งกว่าน้อยเสียอีก ดังนั้นข้าคิดว่าพี่อู๋หยุนนั้นย่อมไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาๆแน่นอน”

“ถูกแล้ว พวกเจ้ารู้ไหมว่า กระบี่ของเขามันแปลกๆ”สมาชิกคนอื่นๆพูดขึ้น

“แปลก?”หวังจงซานตกใจ“มันแปลกยังไง”เขาก็ใช้กระบี่ของเขาไม่ใช่หรือ?”

“เขาใช้กระบี่ของเขาเองมันก็ถูก แต่พวกเจ้าสังเกตอะไรไหม?เขามีฝักกระบี่อยู่ข้างเอว แล้วเขาก็มี่กระบี่อีกสองเล่มอยู่ด้านหลัง แล้วตอนที่เขาสู้กับพวก เป่ยซวนหมิงกับพวก พี่อู๋หยุน ใช้แต่กระบี่ข้างเอวเท่านั้นเขาไม่ได้ใช้กระบี่ที่หลังของเขาเลย!ทำไมเขาถึงไม่ใช้พวกมัน?แล้วทำไมเขามีกระบี่มากมาย เป็นไปได้ไหมว่าเขาควบคุมพวกมันได้หมด?”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง?หากว่าเขาไม่เชี่ยวชาญกระบี่สักเล่มเขาจะพกกระบี่มากมายไปทำไม?จะมียอดฝีมืออย่างนี้ได้หรือไม่”หลัวเสี่ยวเหมา ส่ายหัวแล้วหัวเราะ“หากจะควบคุมกระบี่มากมายอย่างนี้ได้ ทั่วทวีปนี้ก็มีแต่ เทพกระบี่ไร้สรรพสิ่ง ที่มีชื่อเท่านั้นที่ทำได้ และเขาหายตัวไปได้สองสามปีแล้ว ไม่รู้เขาหายไปไหน”

“ข้ากำลังคิดอย่างโง่เขลา”

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงหวีดหวิดดังมาจากท้องฟ้าพวกเขาเห็นซูหยุนทยานลงมาแล้วทยานลงตรงหน้าพวกเขา

“พี่อู๋หยุนกลับมาแล้ว!”หงหยาน อุทาน

ซูหยุน เก็บกระบี่แล้วขึ้นสัตว์อสูรเขาม่วงของตัวเอง

“ข้าสำรวจพื้นที่รอบๆแล้ว ไม่มีสัตว์อสูรที่นี่ ตามข้ามา”

เขาไม่หยุดอยู่นานเมื่อพูดเสร็จเขาก็เริ่มวิ่งไปด้านหน้าพร้อมกับสัตว์อสูรเขาม่วงของตัวเอง

“ตามเขาไปเร็ว!”

หวังจงซาน ตะโกนพร้อมกับกระตุ้นสัตว์อสูรเขาม่วงตามไปทันที

ซูหยุนวิ่งไปทางซ้าย ประมาณค่าเครื่องหอมจากนั้นก็กลั้นลมหายใจแล้วใช้ปราณวิญญาณหุ้มร่างเอาไว้แยกตัวเองออกจากภาพลวงตาจากนั้นก็มุ่งหน้าไป

ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งไปไกลหลังจากเข้าสู่ บรรยากาศพิษ พวกเขาก็ออกจากพื้นที่แล้ว ในไม่กี่อึดใจทุกคนก็เข้าใจว่า ซูหยุน กำลังมองหาพื้นที่ภาพมายาที่เบาบางที่สุดเพื่อให้ทุกคนออกมาจากพื้นที่ไปได้

หลังจากผ่านทุ่งพิษมีช่องว่างเล็กๆชัดเจนแต่รอบๆเต็มไปด้วยทุ่งพิษนอกจากนั้นยังมีสัตว์อสูรอยู่ด้านหน้า

น้ำในแม่น้ำใสมาก แต่มีปราณจิตวิญญาณเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น ในแม่น้ำมีสัตว์อสูรอยู่ อย่างไม่ต้องสงสัย

ซูหยุน ขี่สัตว์อสูรเขาม่วงไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ จากนั้นเขาสูดลมหายใจลึกแล้วพูดว่า“จากตรงนี้ ให้ทุกคนปล่อยสัตว์อสูรของตัวเองไปซ่ะ”

“ท่านต้องการให้พวกเราเดินข้ามแม่น้ำหรือ”

หวังจงซาน เข้าใจทันทีว่า ซูหยุน หมายถึงอะไร

“ถูกต้อง”ซูฆยุน พยักหน้า”แม่น้ำสายนี้ พาไปสู่ทุ่งหญ้าสายนอก เมื่อเราโดดลงในแม่น้ำสายนี้โดยใช้ปราณจิตวิญญาณของเรา ใช้การไหลของสายน้ำ ผลักพวกเราไปด้วยความเร็ว ความเร็วของสายน้ำทำให้พวกเราไปได้เร็วกว่าขี่สัตว์อสูรเขาม่วงอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังสามารถล้างแยกจากทุ่งพิษ ภายในแม่น้ำเราจะไม่ได้รับผลกระทบและจะไม่มีปัญหาใดๆจากนั้น พวกเราจะสามารถออกจากทุ่งนี้ได้ภายในสองวัน

“แต่ว่า พวกเราจะดึงดูดสัตว์อสูรหรือเปล่า?ถ้าเราอยู่ในน้ำพวกเราจะเคลื่อนไหวไม่สะดวก เมื่อเจอพวกมันมาพวกเราจะป้องกันได้ยาก”

“ถ้าเราพบสัตว์อสูรอยากมากพวกเราก็วิ่ง ในน้ำพวกเราไม่สามารถสู้กับพวกมันได้มีทางเดียวคือพวกเราหนี สัตว์อสูรบกไม่ได้น่ากลัวแต่ที่น่ากลัวคือสัตว์อสูรน้ำเราต้องระวัง”

“ในน้ำจะมีสัตว์อสูร?หึ มันจะมีได้ยังไง?”

“ใครบอกเจ้าว่าในน้ำไม่มีสัตว์อสูร”

ซูหยุน เหลือบมองไปที่ฝนตกหนัก“เอาล่ะ ทุกคนลงน้ำกันเถอะ”

“...”

สุดท้ายก็ไม่มีใครปฏิเสธเพราะมันเป็นทางเดียวและซูหยุนยังเป็นผู้นำกระโดดลงไปทีละคนในแม่น้ำไหลทะลักและความเร็วก็เพิ่มขึ้นเมื่อพวกเขาใช้ปราณจิตวิญญาณพุ่งไปข้างหน้า

ซูมมมมมมม

ทันใดนั้น ซูหยุน ที่อยู่ด้านหน้า ดึงกระบี่สลักมังกรวารีออกมาจากฝังตัวกระบี่สีขาวสว่างสุกใสดึงดูดสายตามาก กระบี่แวววาวสดใสพุ่งไปตามกระแสน้ำทำให้คนที่อยู่ด้านหลังต่างมองด้วยความอัศจรรย์และใจสั่น(ขอเปลี่ยนจากดาบเป็นกระบี่)

แต่แล้วพวกเขาก็เห็นซูหยุนกระชับกระบี่แน่นดวงตาของเขาลุกโชนในขณะที่เขาจ้องไปข้างหน้าอย่างตั้งใจในกี่อึดใจเขาก็เหวี่ยงกระบี่ในมือออกไปทันที

ตูมมมมม

ปราณกระบี่ที่อัดแน่นขนาดใหญ่ระเบิดต่อหน้าทันที เหมือนเขากำลังหั่นน้ำ ไม่นานจู่ๆแม่น้ำทั้งสายก็แยกออกจากกันเป็นสองสาย

ทรงพลังมาก!

หลัวเสี่ยวเหมา หงหยาน และคนที่เหลือทั้งหมดรู้สึกว่านหัวใจของพวกเขาจุกแน่นจ้องมองด้วยตาเบิกกว้าง

ปราณกระบี่พุ่งไปโจมตีถูกสัตว์อสูรตัวขนาดมหึมามีหนามรอบตัว หนามของมันถูกตัดขาดออกมาพร้อมกับลำตัวมีเลือดสาดกระเซ็น

“สัตว์อสูรหนามเจาะ เป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในทะเลหรือในน้ำมันสามารถเติบโตในน้ำอาศัยอยู่ในตมมันจะซ่อนตัวอยู่ในโคลนรอเหยื่อมาไกล้แล้วมันจะใช้หนามของมันแทงเหยื่อทันที ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตแล้วดูดซับ ข้าไม่คิดว่ามันจะอยู่ที่นี่”ซูหยุนแผ่ปราณไปรอบแล้วกล่าว“ทุกคนระวังตัวให้ดี หนามของมันมีพิษ ให้ข้ามมันไปทันที เลือดของมันจะดึงดูดสัตว์อสูรตัวอื่นๆ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างเร่งความเร็วทันที

เมื่อทุกคนต้องทนกลิ่นคาวสัตว์อสูรทุกคนต่างเร่งความเร็วข้ามไปทันที

แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้นซูหยุนนำผู้คนไปข้างหน้า

ตูมมมม

กราระเบิดอันรุนแรงเกิดขึ้นไม่ไกลจากพวกเขา หลังจากนั้นพื้นดินสั่นสะเทือน น้ำในแม่น้ำเริ่มปั่นป่วนน้ำในแม่น้ำซัดกระหน่ำที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ก็ตกอยู่ในในความยุ่งเหยิงจากคลื่นที่สั่นไหวทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

เซิ่นหัว เกาะอยู่บนก้อนหินไกล้ๆตะโกนเสียงดังเขาไม่ได้ใช้ปราณวิญญาณของตัวเองทำให้กลืนน้ำไปอึกไหญ่

“ทุกคนอย่าตกใจ!คลื่นสั่นสะเทือนน่าจะมาจากที่ไกลไม่ส่งผลถึงเรา”

ซูหยุน ทรงตัวแล้วตะโกน

เขาโผล่หัวขึ้นมาแล้วตรวจสอบรอบๆก่อนจะมองออกไปไกล ก้อนหินก้อนใหญ่กำลังลอยมาทางเขา

หัวใจเขาเขาตึงเครียดแล้วฟันกระบี่ออกไปทำลายก้อนหินเป็นชิ้นๆ

หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแหลมต่ำและเสียงดัง

“ข้าคือ จ้าวแห่งทุ่งหญ้ากลืนจันทรา!ข้าคือจ้าวแห่งทุ่งหญ้ากลืนจันทรา!แกตาย!”

“แกนั่นแหละที่ต้องตาย มดแมลง!”

เสียงร้องดังก้องเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากนั้นซูหยุน สัมผัสได้ถึงพลังที่รุนแรงระเบิดออกมาพร้อมตะโกนมาทางพวกเขา

ซูหยุน ตกใจมองจดจ้องไปด้านหน้ามองเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดไหญ่เท่าภูเขาสองลูกต่อสู้กัน

“สัตว์อสูรกำลังสู้กัน”

หยุนเข้าใจในเวลานั้น

แต่ทว่า สัตว์อสูรพูดได้..... พวกมันจะมีพลังบ่มเพาะระดับไหนกัน?

จบบทที่ LSG-บทที่:266 สู้สัตว์อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว