เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 60   อิฐก้อนนี้เพื่อแก!

ตอนที่ 60   อิฐก้อนนี้เพื่อแก!

ตอนที่ 60   อิฐก้อนนี้เพื่อแก!


ตอนที่ 60   อิฐก้อนนี้เพื่อแก!

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

บางครั้งผลการประเมินที่ได้จากระบบก็ออกจะเกรียนไปบ้าง  ซึ่งฉินฟางก็ค่อนข้างเคยชินกับมันแล้ว  แต่พอมองไปยังผลที่ได้รอบนี้  ฉินฟางก็อดไม่ไหวและหัวเราะออกมา

 

สำหรับคนที่อยู่ข้างเคียง  เสียงหัวเราะของฉินฟางช่างไม่ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ  กระทั่งถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ยยังมองฉินฟางด้วยท่าทีประหลาดใจ  และไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงได้ทำอย่างนี้

 

ส่วนรองหัวหน้าทีมเทศกิจที่กำลังมองฉินฟางอยู่ด้านข้างก็เช่นกัน  มันเองสะดุ้งตกใจกับเสียงหัวเราะที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันของฉินฟาง  จากนั้นถอนสายตาจากสองสาวมายังฉินฟางอย่างอิดออด  และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

 

แต่หลังจากจ้องหน้าของฉินฟางดีๆ แล้ว  มันก็หน้านิ่วคิ้วขมวดในทันที  และพูดจากระซิบกระซาบกับเจ้าหน้าที่เคราบางซึ่งอยู่ข้างกายมัน  เจ้าอ้วนผงกหัวเป็นจังหวะในระหว่างที่คุย  เมื่อมันหันหน้ากลับมามองฉินฟาง  สายตาของมันก็ดูแปลกพิกล

 

“แผงลอยที่ฝ่าฝืนกฎจะต้องถูกอายัดสิ่งของทั้งหมด!”

 

รองหัวหน้าร่างอ้วนเดินตรงเข้าไปหาฉินฟางอย่างช้าๆ พร้อมกับโบกมือให้สัญญาณ  จากนั้น ‘พนักงานชั่วคราว’ สิบกว่าคนก็รีบวิ่งมา  และเริ่มทำการยกสิ่งของต่างๆ ทั้งหมดที่ฉินฟางเป็นเจ้าของ

 

เทียบกับเจ้าของร้านคนอื่นที่ยังเก็บรักษาเครื่องมือสองสามอย่างไว้ได้หรือแค่โดนเอาเงินไป  ฉินฟางกลายเป็นย่ำแย่ที่สุด  สิ่งของทั้งหมดถูกยึด  แถมจานชามบางส่วนยังถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างจงใจ  จนแตกกระจายไปทั่ว

 

เจ้าหน้าที่บางคนได้รับบาดเจ็บจากเศษจานชามที่แตกและเริ่มทำการบ่น  ปัญหาก็คือพวกเขาไม่ได้ด่าทอเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ทำแตก  แต่กลับสบถใส่ฉินฟางซึ่งเป็นเจ้าของร้านแผงลอยแทน  พูดง่ายๆ ก็คือความเกลียดชังของคนพวกนั้นทั้งหมดถูกเอาไปลงให้กับฉินฟาง

 

ตอนแรกฉินฟางก็ไม่ได้คิดอะไรมาก  เพราะในประเทศนี้  เทศกิจเป็นหน่วยงานที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก  อย่างไรก็ตามตอนนี้เมื่อเขาลองคิดให้มากขึ้น  ก็พบว่ามีบางอย่างแปลกๆ

 

“พวกคุณ...”

 

ถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ยไม่ได้คาดคิดเช่นกันว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจพวกนี้จะต่ำช้ามาก  และคำพูดหยาบคายที่พวกนั้นใช้กระทั่งถังเฟยเฟยยังเดือดด้วยความโกรธ  เพราะเจ้าของร้านแผงลอยนี้ไม่ใช่แค่ฉินฟางคนเดียว  ในฐานะที่เธอเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ  เจ้าหน้าที่พวกนี้ก็กำลังด่าทอเธอด้วยเช่นกัน

 

นอกเหนือจากนั้น  ดวงตาที่เต็มไปด้วยตัณหาของรองหัวหน้าทีมนั่นทำให้เธอกรีดร้องในใจด้วยความขยะแขยง

 

“เฟยเฟย  อย่า!”

 

โชคดีที่เซียวมู่เสวี่ยยังคงสติเอาไว้ได้  และรีบดึงถังเฟยเฟยที่กำลังเข้าไปถามหาเหตุผลกับพวกเจ้าหน้าที่เทศกิจกลับมา  ตอนนี้เรื่องที่สำคัญมากที่สุดของพวกเธอก็คือการปกป้องเงินที่มีอยู่

 

ในเวลานี้  ดูเหมือนเจ้าอ้วนจะมุ่งความเกลียดชังไปยังฉินฟางเพียงคนเดียว

 

“แกเป็นเจ้าของร้านนี้?”

 

เจ้าอ้วนเดินเข้าไปหาฉินฟางด้วยท่าทีที่หยิ่งผยอง  และหลังจากทำการพินิจพิเคราะห์ลักษณะกับเสื้อผ้าของฉินฟางโดยละเอียด  มันก็ถามคำถามที่ตัวเองน่าจะรู้อยู่แล้วออกมา

 

“ถูกต้อง  ผมเป็นเจ้าของร้านนี้!”

 

ฉินฟางไม่ได้ใส่ใจ  และพยักหน้าตอบกลับไปอย่างสุภาพ

 

“นี่เป็นพื้นที่สาธารณะ  แกไม่รู้หรือไง?  การตั้งร้านที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต  เป็นการฝ่าฝืนกฎและทำลายภาพลักษณ์ของเมืองแห่งนี้  ตอนนี้สิ่งของทั้งหมดจากร้านแกต้องถูกยึด  และแกต้องจ่ายค่าปรับหนึ่งหมื่นหยวน”

 

เจ้าอ้วนหยิบสมุดเล่มเล็กออกมาเพื่อทำการเขียนใบสั่ง  จากนั้นมันก็เอาใบสั่งฟาดลงบนหน้าอกของฉินฟาง  โดยไม่สนใจว่าฉินฟางจะรับใบสั่งนั่นไปหรือไม่

 

“ผมไม่มีเงิน!”

 

สีหน้าของฉินฟางเปลี่ยนไปเล็กน้อย  ถ้าดูจากสายตาของเขา  คุณสามารถเห็นว่าเขากำลังระงับความโกรธของตัวเองอยู่  อย่างไรก็ตามฉินฟางยังคงเยือกเย็นและเค้นคำพูดออกไป

 

อันที่จริงเจ้าหน้าที่เทศกิจมีอำนาจในการสั่งปรับคนที่ฝ่าฝืน  แต่หลังจากทำการสังเกตโดยรอบ  ฉินฟางพบว่าถึงแม้เหล่าเจ้าของร้านแผงลอยทั้งหมดจะถูกปรับ  แต่ก็จ่ายค่าปรับเพียงสามร้อยถึงห้าร้อยหยวน  ขนาดคนที่ถูกปรับหนักๆ อย่างเช่น เจ้าของร้านที่พยายามวิ่งหนี  ก็ถูกปรับเพิ่มเป็นสองพันหยวนเท่านั้น

 

มีแต่ฉินฟางที่โดนปรับถึงหนึ่งหมื่นหยวน  ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ขัดขืนอะไรเลย  ถ้าเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าเคลือบแคลงสงสัย  หมูก็คงจะบินได้ไปแล้ว

 

ฉินฟางย่อมไม่ได้คิดว่าหลี่เฟิงจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้  คิดแค่เพียงว่าเจ้าอ้วนนี่กำลังอิจฉาที่เขามีสองสาวสวยอยู่เคียงข้าง  ดังนั้นก็เลยปรับเขาหนักกว่าคนอื่น

 

“ไม่มีเงินงั้นเรอะ?”

 

สีหน้าของเจ้าอ้วนเปลี่ยนไป  มันอุตสาห์คิดไว้เสร็จสรรพแล้วว่าจะเริ่มพูดกับสองสาวสวยยังไงดี  ตราบเท่าที่พวกเธอยินยอมเสียสละร่างกายเพื่อร้องขอความเมตตาแล้ว  มันก็ไม่รังเกียจที่จะปล่อยพวกฉินฟางไปง่ายๆ

 

แต่มันไม่คาดคิดว่าฉินฟางจะแข็งกร้าวขนาดนี้  เขาตอบปฏิเสธมันในหนึ่งประโยค  และนั่นทำให้เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่รอบๆ หันมามองเจ้าอ้วน  จนหน้าของมันแดงด้วยความโกรธในทันที  และตะโกนใส่ฉินฟางอย่างหน้าดำคร่ำเครียด

 

“ถ้าแกไม่มีเงิน  งั้นก็ต้องถูกจับ!”

 

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของเจ้าอ้วน  สีหน้าของถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ยก็เปลี่ยนไปอย่างมาก  พวกเธอไม่คาดคิดว่าเจ้าอ้วนจะใช้บทลงโทษที่หนักเช่นนี้  จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่สองสามคนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอันชั่วร้าย  และหักข้อนิ้วเสียงลั่น

 

“เมื่อไหร่กันที่เทศกิจทำตัวเป็นตำรวจ?”

 

ฉินฟางยังคงสงบนิ่งพลางพูดเหน็บแหนมและยิ้มอย่างเยือกเย็น

 

“หยุดพ่นคำพูดไร้สาระได้แล้ว!  จับมัน!”

 

แต่เจ้าอ้วนกลับอารมณ์เสียอย่างที่สุดหลังโดนฉินฟางพูดโต้  และสั่งให้พวกพนักงานชั่วคราวลงมืออีกครั้ง

 

พวกเจ้าหน้าที่มองหน้าซึ่งกันและกัน  จากนั้นกัดฟันแน่นและวิ่งเข้าใส่ฉินฟาง  เจ้าหน้าที่เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ชายตัวโต  มีความสามารถในการต่อสู้สูง  พวกเขาคือนักรบของฝ่ายเทศกิจ

 

< พนักงานเทศกิจชั่วคราว  เลเวล 1  เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่มีเลเวลต่ำแต่ความสามารถในการต่อสู้สูง  ไพ่เด็ดของพวกมันก็คือ ‘ข้าเป็นแค่พนักงานชั่วคราว’  และถ้าคุณไปมีเรื่องกับพวกมันแล้ว  ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งเดียวที่กำลังรอคุณอยู่ >

 

พอมองไปยังผลที่ได้จากการประเมิน  เลเวลของพวกมันอาจจะต่ำมาก  แต่คำอธิบายที่ระบุไว้ทำให้ฉินฟางไร้คำพูดที่จะเอ่ย  ฉินฟางต้องการที่จะวิวาทกับพวกมัน  ทว่าหลังจากเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งแอบยกม้านั่งขึ้นมา  ฉินฟางก็ไม่กล้าที่จะลงมือ  ถึงแม้ค่า HP ของเขาจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก  ก็ยังคงไม่อาจทนรับการทุบตีอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่จำนวนมากได้

 

*ผัวะ*  *ผัวะ*

 

ฉินฟางไม่รู้ว่าใครเป็นคนแรกที่เริ่มเตะ  แต่เขารู้ว่าตัวเองถูกเตะตัดขาจนเซล้มลงไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้  จากนั้นพวกมันก็ลงมืออย่างไร้ความปรานี  ทั้งต่อยทั้งเตะฉินฟาง  ส่วนเจ้าอ้วนนั่นกำลังยืนดูโชว์อยู่ข้างๆ อย่างมีความสุข  ถึงขนาดหยิบบุหรี่ออกมาสูบ

 

“ฉินฟาง!  พวกคุณ... หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

 

ในเวลานี้ถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ยไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป  พอเห็นฉินฟางกำลังถูกทุบตีก็รีบวิ่งเข้าไปหาเขา  แต่พวกเธอไม่กล้าที่จะฝ่าเจ้าหน้าที่พวกนั้นไป  จึงทำได้เพียงตะโกนใส่พวกมันพลางยืนอยู่ข้างกลุ่มคนที่กำลังซ้อมฉินฟางอยู่

 

“เดี๋ยวก่อนสิครับคนสวย...”

 

เจ้าอ้วนรองหัวหน้าทีมไม่อาจหักห้ามตัวเองได้อีกต่อไปหลังเห็นสองสาววิ่งมา  และตรงเข้าหาพวกสาวๆ ในทันที  เพราะมันเฝ้ารอโอกาสที่จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับสองสาวนี่มานานแล้ว  ตลอดเวลามันรู้สึกอิจฉาฉินฟางจริงๆ ที่ได้ใกล้ชิดกับสาวสวยเช่นนี้

 

“ไสหัวไป!”

 

แต่ก่อนที่มือของเจ้าอ้วนจะได้สัมผัสกับแขนของถังเฟยเฟย  เธอก็ได้ถอยหลังในทันทีและตะโกนใส่มัน

 

“ไอ้อ้วน!  ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ  ไม่งั้นฉันจะทำให้ชีวิตของแกลำบากแน่!”

 

“เฮอะ!  แล้วถ้าข้าไม่ทำล่ะ?”

 

เจ้าอ้วนค่อนข่างหน้าหนาและเคยชินกับการที่ถูกผู้หญิงปฏิบัติตอบแบบนี้แล้ว  จึงเป็นธรรมดาที่มันรู้ว่าจะรับมือกับถังเฟยเฟยยังไง  และแสดงท่าทางจองหองในทันที

 

“แกกล้า?  งั้นฉันก็จะทำให้หมวกหัวหน้าที่แกกำลังสวมอยู่กระเด็น!”

 

ถังเฟยเฟยในเวลานี้กำลังเริ่มแสดงด้านที่ ‘แสบสันต์’ ของเธอ

 

“พ่อฉันอยู่ในคณะกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่น  ถังหยงปิง!  ฉันจะบอกพ่อว่าแกคุกคามทางเพศฉันในที่สาธารณะ!”

 

“คณะกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่นไร้สาระอะไร?  ถัง...”

 

เจ้าอ้วนต้องการพูดโต้  แต่ก่อนที่จะได้ทันเอ่ยปาก  คำพูดพวกนั้นก็ติดอยู่ที่ลำคอของตัวเอง  ถังหยงปิงคือใครน่ะเหรอ?  เขาเป็นเลขาธิการของคณะกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองหนิงไห่  แถมยังเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์อีกด้วย  เขาคือผู้ชายที่น่าจะขึ้นเป็นผู้ว่าการมณฑลได้ในที่สุด  บุคคลที่ทรงอิทธิพลและมีสถานะสูงส่ง

 

ถ้าเจ้าอ้วนล่วงเกินถังหยงปิง  ไม่เพียงรองหัวหน้าทีมเทศกิจตัวเล็กๆ อย่างมัน  กระทั่งหัวหน้าของมันและหัวหน้าฝ่ายเทศกิจของเมืองก็อาจจะต้องมีปัญหาอย่างหนัก

 

ตอนแรกมันก็สงสัยอยู่บ้าง  แต่หลังจากจำได้ว่าคนที่ขอให้มันทำเรื่องนี้มาจากตระกูลหลี่แล้ว  มันก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเรื่องที่ถังเฟยเฟยพูดอาจเป็นความจริง

 

“คุณหนูถังเองเหรอครับ!  นี่เป็นการเข้าใจผิด  เข้าใจผิด!  ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ”

 

เจ้าอ้วนรีบร้อนอธิบายและเหลือบมองไปยังฉินฟาง  พอเห็นว่าเขาถูกอัดไปค่อนข้างมากแล้ว  ภารกิจของมันก็ถือได้ว่าบรรลุเป้าหมาย  ดังนั้นมันจึงสั่งการเหล่าเจ้าหน้าที่พวกนั้นทันที

 

“หยุด  หยุดเร็วๆ!”

 

“ฉินฟาง!”

 

ถังเฟยเฟยไม่ได้ใส่ใจเจ้าอ้วนอีกต่อไป  และพอเห็นว่าพวกนั้นหยุด  เธอก็เข้าไปช่วยพยุงฉินฟางขึ้นรวมกับเซียวมู่เสวี่ย  อย่างไรก็ตามหลังจากฉินฟางโดนซ้อมแบบนั้น  เขากลับดูไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บเลย  ถึงแม้เสื้อผ้าจะเปรอะเปื้อน  เขาก็สามารถลุกขึ้นยืนและปัดฝุ่นผงตามตัวโดยที่รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเฉิดฉาย

 

ฉินฟางยกนิ้วกลางให้กับเจ้าอ้วนนั่น  จนมันพลุ่งพล่านด้วยความโกรธในทันที  แทบจะกระตุ้นให้เรียกลูกสมุนของมันมาเริ่มซ้อมฉินฟางอีกรอบ  อย่างไรก็ตามเมื่อมันนึกถึงฐานะของถังเฟยเฟยแล้ว  ก็ไม่มีทางเลือกที่จะต้องอดกลั้นไว้ให้ถึงที่สุด  ด้วยเหตุนี้เจ้าอ้วนก็เลยบอกกับคนของตัวเองว่า ‘พวกเราไป’ และเดินจากมา

 

“ฉินฟาง  นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

เป็นธรรมดาที่ถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ยจะไม่สนใจอะไรกับพวกเทศกิจ  และดูแลห่วงใยฉินฟางเพียงคนเดียว  พวกเธอล้อมเขาไว้  และถามเขาว่ายังสบายดีอยู่ไหมด้วยความกังวล

 

“ผมไม่เป็นไร...”

 

แต่ฉินฟางดูเหมือนจะรู้สึกไม่ค่อยดี  เมื่อมองไปยังเจ้าอ้วนที่ทำท่าวางโตโดยการเอามือไขว้หลังและหันกายเดินจากไป  ในใจของฉินฟางตอนนี้กำลังเดือดดาลด้วยความโกรธ  หลังจากตอบคำคามของพวกหญิงสาวแล้ว  เขาก็สั่งการในใจทันที  ก้อนอิฐที่เพิ่งจะทำการซ่อมแซมก็ปรากฏขึ้นในมือ  จากนั้นเขาก็ขว้างมันใส่เจ้าอ้วนที่อยู่ห่างไปไม่ไกล

 

*ผัวะ!*

 

อิฐก้อนนั้นจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเงาดำเพราะลอยไปด้วยความเร็วสูง  และกระแทกใส่หลังศีรษะของเจ้าอ้วน

 

เจ้าอ้วนที่เดินหันหลังให้  กำลังวางมาดในฐานะหัวหน้า  ไม่ได้คาดคิดว่าจะรู้สึกเจ็บปวดที่ด้านหลังของศีรษะ  อิฐก้อนนั้นมาแรงมากจนทำให้มันเซไปข้างหน้า  หัวฟาดเข้ากับไฟถนน  เห็นได้ชัดว่าโคมไฟถนนที่เป็นเหล็กแข็งกว่าหัวของมัน  เพราะตอนนี้เลือดเริ่มที่จะไหลออกมาจากหน้าผากแล้ว

 

“ใคร?!  ใครทำ?!”

 

ความเจ็บปวดและความเสียหายที่มันได้รับนั้นไม่เบาเลย หลังจากโดนเข้าไปสองดอก  เจ้าอ้วนที่อารมณ์ไม่ดีตั้งแต่แรกก็เกรี้ยวกราดทันที  สีหน้าของมันบิดเบี้ยว  และคำรามใส่คนที่อยู่ข้างหลัง  อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่มันเห็นคือฉินฟางกับสองสาว  ดังนั้นมันจึงชี้นิ้วไปที่ฉินฟางและตะโกนว่า  “แก!  ต้องเป็นแกแน่ๆ!”

 

“ผมคิดว่าตาคุณน่าจะมีปัญหาแล้วนะ!  ถึงได้เดินถนนโดยไม่ดูอะไรเลย... คุณเดินชนเสาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม?!”

 

ฉินฟางแกล้งทำเป็นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและพูดจาเสียดสี

 

“เย็ดแม่ง!  มึงขว้างของใส่กู!”

 

ในขณะที่เจ้าอ้วนพูดประโยคนั้นออกมา  ทุกคนเริ่มมองมาที่มัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าเจ้าหน้าที่ซึ่งขึ้นไปนั่งอยู่บนรถกระบะแล้ว  ไม่ว่าพวกเขาจะมองกวาดบริเวณใกล้เคียงยังไง  ก็ไม่เห็นมีของอะไรที่ถูกขว้างมา  บนพื้นสะอาดเกลี้ยงเกลาไม่มีอะไรเลย

 

“ผมขว้างของใส่คุณ?  สมองตายหรือยังไงกัน!  ของผมทั้งหมดถูกคุณยึดไปแล้ว  ผมจะเอาอะไรขว้างใส่คุณได้ล่ะ?  บ้าบอคอแตก...”

 

ฉินฟางเยาะเย้ยและยิ้มอย่างเหยียดหยัน  อิฐก้อนนั้นเป็นไอเทมของเขา  หลังจากที่ใช้มันเขาก็ส่งกลับไปยัง [กล่องไอเทม] ในทันที  แล้วเจ้าอ้วนจะหาหลักฐานว่าเขาเป็นคนลงมือได้ยังไง?

 

“&^%$*!  ข้าจะไม่ปล่อยแกไปง่ายๆ แน่!  พวกเราทั้งหมดฟังทางนี้!  จากวันนี้เป็นต้นไป  ส่งคนมาตรวจตราที่นี่ทุกวัน!  ทันทีที่ไอ้สารเลวนี่กล้ามาตั้งร้านอีก  ก็ให้ยึดของมันทั้งหมด!”

 

เจ้าอ้วนรู้สึกอับอายจนกลายเป็นโกรธเกรี้ยว  แทบไม่อาจทนรอที่จะฉีกเนื้อของฉินฟางออกมา  อย่างไรก็ตามมันก็นึกได้ถึงสถานะของถังเฟยเฟย  และอดกลั้นไว้ได้ในที่สุด  แต่มันก็ยังคงใช้อำนาจของตัวเองในทางมิชอบ  โดยออกคำสั่งให้ตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อตัดแหล่งรายได้ทั้งหมดของฉินฟาง

 

ในขณะเดียวกันฉินฟางก็กำลังยิ้มอยู่  และเฉลิมฉลองกับผลประโยชน์ที่ก้อนอิฐนำพามาให้เขา

 

< โจมตีเป้าหมายสำเร็จ!  เนื่องจากเป้าหมายที่ประเมินมีคุณสมบัติพิเศษ  ค่าความเสียหาย +50%! >

 

< ทักษะที่เรียนรู้ :[ขว้าง] , ทักษะความชำนาญ : ขั้นเริ่มต้น , ค่าประสบการณ์ : 50% >

 

< ขับไล่รองหัวหน้าทีมเทศกิจประสบผลสำเร็จ  ได้รับค่าประสบการณ์ +20 >

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 60   อิฐก้อนนี้เพื่อแก!

คัดลอกลิงก์แล้ว