เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LSG-บทที่ 99 ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ (อ่านฟรีวันที่15ตุลา)

LSG-บทที่ 99 ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ (อ่านฟรีวันที่15ตุลา)

LSG-บทที่ 99 ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ (อ่านฟรีวันที่15ตุลา)


LSG บทที่ 99

แปลไทยโดย : SwordGod

ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์

เมื่อได้ยินคำถามหลงเชี่ยนหลี่ ซูหยุน ได้แต่เกาหัว

ชอบนางมั้ยหรอ?

"นางคือครอบครัวสุดท้ายของข้าที่ข้ารักและมีความสำคัญต่อข้ามาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายลือด ในโลกนี้คนที่ดูแลข้ามากที่สุดคือนางและคนที่เป็นห่วงข้ามากที่สุดก็คือนางเช่นกัน "

หลงเชี่ยนหลี่ ได้ยินสิ่งที่เขาพูดและกระพริบตาพยักหน้าของนาง แต่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

นางหยิบเอาเม็ดลูกปัดมุกออกจากอกของนางและวางไว้บนโต๊ะ

"ช่วงเวลาที่ข้าได้พุดคุยกับเจ้าทำให้ข้าได้รับประโยชน์จากความรู้เกี่ยวกับยาและการปรุงยาถือได้ว่าเจ้าคืออาจารย์ของข้า ตระูลซูมีเรื่องยุ่งยากหลายอย่างดังนั้นเจ้าต้องระมัดระวังมากขึ้น แม้ว่าเจ้าจะมีความลับในใจ แต่ระดับการบ่มเพาะของเจ้ายังต่ำเกินไปและเจ้าอย่าได้ยึดติดกับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเจ้าสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้ก็ควรหลีกเลี่ยงมันซะ คนเรามักจะมุ่งมั่นสำหรับการเป็นผู้นำ เจ้าต้องไม่แสดงพลังของเจ้าและนำความเดือดร้อนมาให้ผู้คน หากเจ้ามีปัญหาอะไร เจ้าก็มาหาข้าได้ที่ สำนักกระบี่เซียน นี่คือส่วนผสมของ เม็ดยาผลิดดอกบานสะพรั่ง ของสำนักกระบี่เซียนของข้าซึ่งต้องใช้วัสดุที่ไม่ธรรมดาในการกลั่น ไม่ว่าเจ้าจะปรุงยาเก่งแค่ไหนเจ้าอาจจะทำมันไม่ได้ มันจะช่วยให้คุณสามารถทลวงเข้าสู่ เขตแดนผลิวิญญาณขั้นที่6ได้โดยง่ายซึ่งเจ้าสามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียวต่อ1ระดับ! เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลบางเรื่องเกี่ยวกับการบ่มเพาะ เจ้าจะต้องมั่นคง หากเจ้าเร่งรีบมันจะส่งผลตรงกันข้าม... "

หลงเชี่ยนหลี่ ได้แนะนำอย่างช้าๆด้วยเสียงของนางเบา ๆ ที่ลอยอยู่ในหูของมันเช่นลมในฤดูใบไม้ผลิทำให้ทุกคนที่ได้ยินเสียงหลงใหล

ซูหยุนมองใบหน้าที่นุ่มนวลอ่อนหวานของนางทำให้จิตใจของมันโลดแล่นไปไกล เป็นวามรู้สึกที่มันไม่เคยรู้สึกมาก่อน

"ข้าอาจจะพูดมากเกินไป" หลงเชี่ยนหลี่ เริ่มอายและจบลงอย่างกะทันหันด้วยประโยคไม่กี่คำ

หลังจากใส่ขวดยาลงในมือแล้วนางก็หันหลังจากไป

"ช้าก่อน!"

ทันใดนั้นซูหยุนก็ยื่นมืออันลึกลับของมันคว้าแขนของอันอ่อนนุ่มเหมือนไร้กระดูกของนาง

หลงเชี่ยนหลี่ สั่นสะท้านตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าและมองเขาด้วยสายตาที่สวยงามและประหลาดใจอย่างสมบูรณ์

แต่…

แต่แปลกที่นางไม่ได้ขัดขืนนางหันหน้าไปอีกด้านหนึ่งอย่างเอียงอายและไม่ได้มองเขา

ซูหยุนไม่ยอมปล่อยไป "แล้วข้าจะถามท่านได้หรือไม่?"

"พูด!"

"ท่านปฏิบัติกับทุกคนเช่นนี้หรือเปล่า?"

"เจ้า…" นัยน์ตาคู่งามของ หลงเชี่ยนหลี่ มองอย่างมีรูปลักษณ์ของความกังวลและด้วยความรู้สึกโกรธนางหดมือเล็ก ๆที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกของนางถอนหายใจหนักหน่วงและหันร่างของนางไป ในพริบตาเดียวนางก็ออกจากบ้านไม้และหายตัวไปแล้ว

“อ่า?

ซูหยุนเกาหัวมองด้วยความสับสนเล็กน้อย

นางเป็นคนแบบไหนกันแน่น้า?

"อย่าบอกข้านะว่าเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้จาก สำนักกระบี่เซียน ตกหลุมรักข้า"

.........

.........

หลังจากที่ หลงเชี่ยนหลี่ ออกจากกระท่อมเล็ก ๆ ที่รกร้างเปลี่ยนไปอย่างสงบ

แต่ ซูหยุน ไม่ได้พัก เมื่อเสร็จการบ่มเพาะในวันนี้แล้วมันก็เริ่มต้นการเตรียมของ

หลังจากที่กิน เม็ดยาผลิดอกบานสะพรั่ง ของ หลงเชี่ยนหลี่ ลมปราณวิญญาณลึกล้ำ ขิงมันได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วโดยมีอาการบ่งบอกถึงความก้าวหน้า ซูยองไม่ได้หน่วงเวลาอีกต่อไป มันนั่งลงเริ่มปรับแต่ ลมปราณ ของมันและเข้าใจ

ด้วยความพยายามตลอด 1 สัปดาห์มันก็ทลวงขึ้นจาก เขตแดนผลิวิญญาณขั้นที่5 เป็นขั้นที่6

ภายในเวลา1เดือนมันทลวงขึ้น1ขั้น นี่เป็นความเร็วที่อัศจรรย์

ซูหยุน มีความสุขมาก ปริมาณของปราณวิญญาณลึกล้ำที่ซูหยุนได้รับมีปริมาณมากทำให้ ผู้อาวุโสกระบี่ตื่นขึ้น เขาหลับลึกมาเป็นเวลาครึ่งเดือน การที่ซูหยุนทลวงแต่ละครั้งทำให้ ผู้อาวุโสกระบี่ พูดไม่ออกและตกตะลึง

แน่นอนว่าศิลานิรันดร์และ 'เม็ดยาผลิดอกบานสะพรั่ง' แสดงผลออกมามาก

วันนี้ซูหยุนอยู่ในกระท่อมซอมซ่อและใช้ชุดเข็มหัวใจเก้าหยก หยดเลือดสดๆที่มีพลังงานวิญญาณลึกล้ำหยดลงบนแผ่นภาพอาคมเทพเจ้าผลาญร้อยปีศาจ อาคมกระหายเลือดสีแดง

ก๊อกๆๆ!

ในเวลานี้มีเสียงเคาะอย่างเร่งรีบมาจากประตู

ซูหยุน เก็บชุดเข็มหัวใจเก้าหยกและคว่ำ "กระจกเงาจันทราลอยฟ้า" แล้วเปิดประตู

แต่ไม่ต้องรอให้มันเปิดประตูมีคนถีบประตู ปัง!

"นั่นใคร?"

ซูหยุนมองและตะโกนด้วยความโกรธ

"สาวกภายใน ซูซินเจิ้น!"

"ซูหยุนอยู่ที่ไหน?"

"ข้าอยู่นี่!"

ซูซินเจิ้น เงยตามองไม่เห็นร่างมนุษย์ มีเพียงกำปั้นเหล็กขนาดใหญ่ที่บินตรงเข้ามาที่ใบหน้าเท่านั้น

กำปั้นเหล็กรวดเร็วมากทำให้เกิดลมกันโชคขึ้นอยู่ด้านหลังกับลมปราณที่แข็งแกร่ง เขาไม่มีโอกาสที่จะหลบและโดนกำปั้นเหล็ก ร่างของเขาลอยไปข้างหลังถูกโยนออกนอกประตูและล้มลงกับพื้น หลังจากที่มันคลุกม้สนไปกับพื้นสองสามรอบก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้ด้วยความคลั่ง

"ซินเจิ้น !! เจ้าเป็นอะไรมั้ย?"

"แกกล้าแตัต้องสาวกภายในอย่างนั้นหรอ แกเบื่อที่จะอยู่ในตระกูลซูแล้วใช่มั้ย?

สาวกอีกสองคนรีบวิ่งไปช่วย ซูซินเจิ้น

คนเหล่านี้เป็นสาวกภายใน พวกเขาสวมเสื้อผ้าที่หรูหราและมีแหวนสัญลักษณ์ที่แขวนอยู่รอบเอวของพวกเขา ลมปราณของพวกเขาแข็งแกร่งเหมือนว่าจะเป็นสาวกวิญญาณลึกซึ้งขั้นที่1 ที่สำนักภายนอกพวกเขาเป็นกันเอง แต่ที่ด้านหน้าของซูหยุน ไม่ต้องเอ๋ยถึงพวกเขา

"อยู่ในตระกูลซู งั้นหรอ?"

"ตระกูลซูไม่ได้ตั้งกฎเอาไว้ซะหน่อยว่า ห้ามสาวกสำนักภายนอกต่อยสาวกสำนักภายในนิ? เจ้าจะทำอะไรได้หากว่าข้าเอาชนะเจ้า? "

มีกฏของตระกูลซูระบุเอาไว้ว่า สาวกสำนักภายในไม่ควรรังแกสาวกสำนักภายนอก แต่กฎนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับ สาวกภายนอกที่รังแกสาวกภายในได้ พวกเขาไม่กล้าบอกกฏหรอกว่า สาวกภายนอกห้ามรังแกสาวกภายในนะ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำสูงสุดจึงคิดว่ากฎนี้ไม่ใชาว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่สาวกภายนอกคนที่มีพลังพอข่มเหงสาวกภายในจะมีหรอ?

แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นประการหนึ่งและนั่นก็คือความแปลกประหลาดนี้

"ซูหยุน?" แกมันบ้า! วันนี้ข้าจะสอนบทเรียนเกี่ยวกับการเป็นคนให้กับแก! "

ซูซานเฟิง วิ่งเข้าไปหา ซูหยุน ง้างหมัดที่สะสมอัดพลังปราณวิญญาณลึกล้ำไว้

เมื่อเทียบกับสาวกสำนักภายนอกหมัดนี้มีความแรงและเร็วกว่ามากนิ้วมือระหว่างหมัดเบียดกันเสียงดังกรอ๊บแกร๊บอย่างต่อเนื่อง ความเร็วกำปั้นเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วและมันถูกปกคลุมwxด้วยระเบิดของทักษะที่บรรจง ...

แต่ซูยุนได้ปิดกั้นลมปราณทั้งหมดในตัวมัน กลุ่มคนเหล่านี้คิดว่ามันเป็นแค่สาวกเขตแดนพื้นฐานวิญญาณขั้นที่10  เพื่อให้เหล่าสาวกสำนักภายในรู้ว่าเขตแดนการบ่มเพาะของมันเป็นแบบนี้ มันทำได้ง่ายๆแลในเวลาลาเดียวกันก็จะทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศ

หมัดที่พุ่งเข้ามาไกล้ซูหยุนก่อนที่มันจะยื่นมือของมันออกไปและหยุดกำปั้นอย่างรวดเร็ว

ปัง!

เสียงคมชัดดังมาก

กำปั้นซึ่งเดินทางด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาดได้ถุกหยุด

สำนักภายใน ซูซานเฟิง ไขว้เขว เขามองมาที่ซูหยุน เขาได้ถุกเตะอย่างรุนแรงที่ท้องของเขา

ตูม!!!

ซูซานเฟิง ปลิวลอยออกไปทันทีหัวฟาดเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ เมื่อเขาล้มลงบนพื้นเขาก็หมดสติไปไม่ขยับเลย

เตะแค่ทีเดียวถึงกับทำให้สาวกภายในสลบได้ มันยังเป็นแค่สาวกสำนักภายอยู่อีกหรอ?

ซูซินเจิ้งและคนอื่น ๆ ก็ตะลึง

"พวกเจ้าเคยได้ยินชื่อของข้ามาบ้างหรือเปล่า ใช่ๆๆข้านี่แหละ ซูหยุน?"

"พวกเจ้ามีปัญหาอะไรมั้ย ข้าเป็นคนสังหาร ซูกวง ยังไงล่ะ? พวกเจ้าลืมไปแล้วเหรอ? พวกเจ้าจะให้ข้าสังหารสาวกภายในอีกซักกี่คน ถึงจะทำให้พวกเจ้าประทับใจในตัวข้าดีละ? "

"เจ้า…"จะ..เจ้าคือซูหยุนคนที่ฆ่า ซูกวง งั้นหรอ? "

"สำนักภายนอก มีซูหยุนอีกคนหรือไงกัน?"

.........

ไม่มีใครคิดว่าสาวกภายนอกผู้นี้จะโหดเหี้ยม

"พูดมา พวกเจ้าตามหาข้าทำไม?"

"มะ.. ..มะ. ... มีสามคำสั่งจากสำนักภายในออกมา ... สามวันต่อจากนี้พวกเขาต้องการ ... ต้องการผู้ที่ได้รับเลือก ... ไป ... ไปที่ทะ.. ทะเลสาปไท่ฉิง เพื่อฆ่าสัตว์ประหลาด... "

"สามวันต่อจากนี้ไปทะเลสาปไท่ฉิงเพื่อฆ่าสัตว์ประหลาดอย่างงั้นหรอ?"

"มันเป็นสัตว์อะไร?"

"มันถูกเรียกว่า 'ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์"

"ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ '? มันเป็นปีศาจเก่าแก่มีชีวิตมาได้ห้าร้อยปี? "

"มันน่าจะเป็นอย่างนั้น ... ?"

"ตระกูลซูพาคนไปเท่าไหร่?"

“ประมาณ .. ประมาณหกสิบหรือมากกว่านั้น”

"พวกเขาเป็นใคร?"

"สำนักภายใน12คน นอกนั้นเป็นสำนักภายนอก "

"ตระกูลซู ส่งคนเหล่านี้ไปหาที่ตายหรือไงกัน?" “All the other teams there had an exceptional level of Profound Spirit Qi to go against the Heavenly Scale Fish King! To send such a team over is basically to kill them.” "แต่ละคนในกลุ่มนั้นมีระดับลมปราณวิญญาณลึกล้ำยอดเยี่ยมเพื่องส่งไปสู้กับ ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์! การส่งกลุ่มคนดังกล่าวโดยหลักๆแล้วเป็นการส่งกลุ่มคนเหล่านี้ไปเพื่อฆ่ามากกว่า "(TL:ส่งไปตายแล้วพี่จะบรรยายทำส้นอะไรว่าคัดแต่คนที่มีลมปราณพิเศษครับพี่ยอดเยี่ยมแค่ไหนก็ไปตาย เล่นเอางงเลย)

"ข้าได้ข่าวมาว่าภารกิจในครั้งนี้ได้รับการว่ายวานจากนิกายอื่นด้วยความหวังที่ว่าตระกูลซูของพวกเราน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง มีหลายนิกายที่จะฆ่า ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ ตระกูลซูของพวกจะไปแค่แสดงเท่านั้น พวกเขาจำเป็นต้องใช้เพียงวแค่วิชาลึกล้ำบางอย่างแค่นั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องสู้ เพื่อชีวิตของพวกเขาเอง "

"โอ้!

ซูหยุนพยักหน้า แต่มันจำได้ว่ามีสมบัติล้ำค่า

จักรษุศักิ์สิทธิ์เกล็ดสวรรค์!

เป็นสมบัติล้ำค่าที่สร้างความปั่นป่วนสั่นสะเทือนยุทธภพ

ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ ทุกๆ500ปีจะเกิดมา1ตัว มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่หลายคนยังไม่ทราบว่าดวงตาของ มัจฉาเกล็ดสวรรค์ ถูกกลั่นให้เป็นสมบัติล้ำค่าและถ้าหากใครสามารถบรรลุจักรษุศักดิ์สิทธิ์ได้จะไช้ประโยชน์มากมายกว่าแสนประโยชน์

"มีข้อบังคับให้เข้าร่วมภารกิจนี้หรือไม่?"

"ใช่ทุกคนต้องเข้าร่วม ผู้เข้าร่วมจะได้รับเบียงอาหารจากตระกูลซู ถ้าพวกเขาไม่เข้าร่วมพวกเขาก็จะได้รับการปฏิบัติตามกฎของตระกูลซู! "

ซูหยุนพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นช้าจะเข้าร่วม!"

"ห๊ะ ... เยี่ยมไปเลยงั้นอีกสามวันเจอกัน งั้นข้า ... พวกข้ากลับละนะ! "

"เดี๋ยวก่อน!"

ทันใดนั้นซูหยุนก็ร้องตะโกน ทั้งสองคนสั่นสะท้านและหันไปมองซูหยุนด้วยความกลัวว่า "มะ ... มะมีอะไรงั้นหรอ"

"จ่ายค่าซ่อมประตูมาก่อนที่เจ้าจะไป!"

"เรื่องนี้ เอ่อ ... เท่าไหร่?"

"เจ้ามีเงินทั้งหมดเท่าไร?"

"ขะ ... ข้ามีเหรียญวิญญาณสี่ร้อยเหรียญ... "

"แล้วเจ้าล่ะ? ซูหยุนมองไปที่อีกคนหนึ่ง

"ขะ ข้ามี ...ข้ามีเหรียญวิญญาณห้าร้อยสิบเอ็ดเหริญ ... "

"ก่อนอื่นให้โยนเหรียญวิญญาณทั้งหมดมาก่อน"

ซูซินเฉินไม่กล้าล่าช้าเขารีบดึงถุงใส่เหรียญวิญญาณรอบเอวของซูซานเฟิงและรีบโยนมันให้ซูหยุน

"ในการซ่อมประตู ข้าต้องการเหริญวิญาณ911เหริยญ!"

.........

แปลไทยโดย : SwordGod

จบบทที่ LSG-บทที่ 99 ราชามัจฉาเกล็ดสวรรค์ (อ่านฟรีวันที่15ตุลา)

คัดลอกลิงก์แล้ว