เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LSG-บทที่ 62: จริงๆน่ะ (อ่านฟรีวันที่4สิงหา)

LSG-บทที่ 62: จริงๆน่ะ (อ่านฟรีวันที่4สิงหา)

LSG-บทที่ 62: จริงๆน่ะ (อ่านฟรีวันที่4สิงหา)


บทที่ 62: จริงๆน่ะ

ชิงเอ๋อค่อยๆดูดบางส่วนของกลิ่นอายจิตวิญญาณของนางไปให้ สาวใช้เสี่ยวชุ่ย ขณะที่นางตรวจดูอาการบาดเจ็บของนาง จากนั้นนางก็พาเสี่ยวชุ่ยไปตึกคนป่วยห้องโถงแพทหลัก

แม้ว่าซูม่อสร่าเตะเพียงทีเดียว แต่เนื่องจากระดับการบ่มเพาะที่สูงของมัน มันจึงทำให้เกิดผลลัพธ์ที่รุนแรง! เห็นว่านางไม่ตกตายมันก็เดินออกไป

ทันทีที่เข้ามาถึงตึกรักษานางก็ได้เตรียมการรักษา เสี่ยวชุ่ยทันที เสี่ยวชุ่ยยังคงเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่นางก็ยังฝืนยกมือของนางมาคว้าแขนของชิงเอ๋อไว้

"คุณหนู.. ท่านรีบกลับไปเร็วเข้าเถิดข้าไม่เป็นไร...กลับไป.....พบนายน้อย...ซูหยุน ... "

"นายน้อย…." ชิงเอ๋อพูดออกมาเบาๆแต่นางยังไม่เต็มใจที่จะจากไป

ในใจนางกังวลเรื่องซูหยุนมากๆ

นางไม่รู้ว่านางกลับมาจากเขาเปียงกู่นานแค่ไหนแล้ว นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาบาดเจ็บหรือไม่ ...

นัยน์ตาสีแดงก่ำของชิงเอ๋อแข็งค้าง หลังจากที่นางคิดภายในใจนางก็ลุกขึ้นยืนจากเตียงของเสี่ยวชุ่ย นางจ้องหน้าหมอจิตวิญญาณและพูดว่า "ฝากดูแลเสี่ยวชุ่ยด้วย หากเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่อภัยให้ท่าน! "

"ได้เลย, คุณหนู!" หมอจิตวิญญาณผู้ชราพยักหน้า

หลังจากนั้นนางก็รีบออกไปจากตึกรักษาทันที

นางมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักภายในแห่งตระกูลซู

กลุ่มชนชั้นสำนักภายนอกซูชิหลงและชนชั้นสำนักภายในอยู่ภายในห้องโถงใหญ่แล้วขณะนี้ พวกเขาได้เข้าห้องโถงใหญ่แล้ว

พวกเขาเพิ่งพูดคุยกับหูเชี่ยนเหม่ยและปฏิบัติตามคำร้องขอของ หูเชี่ยนเหม่ย พวกเขาขายสินค้าให้กับนางแล้วแม้ว่าบางรายการจะมีราคาแพง แต่ก็เป็นการรักษาความสัมพันธ์ไว้ด้วยดังนั้นตระกูลซูจึงเต็มใจขายพวกมัน

แน่นอนว่าหูเชี่ยนเหม่ยติดอยู่ที่นี่เป็นเวลาสองสามวันซึ่งผู้นำสูงสุดแห่งตระกูลซูไม่ได้ปฏิเสธที่จะรับรอง

หลังจากที่ทุกคนเดินเข้าไปในห้องโถงฝูงชนก็นั่งลง

ซูหยุนอดทนรออยู่นอกห้องโถงก่อนที่มันจะถูกนำตัวเข้ามา

นอกห้องประชุมมีสี่สาวกหุ้มเกราะหนักพร้อมยุทธภัณฑ์ระดับสีเขียว ในมือของพวกเขาถืออาวุธระดับสีเขียวและโล่ เหล่าสาวกของสำนักภายนอกไม่สามารถเปรียบเทียบกับเหล่าองค์ขรักษ์ยอดฝีมือเหล่านี้ได้พวกเขาปล่อยกลิ่นอายแห่งจิตวิญญาณที่โดดเด่นขณะที่พวกเขายืนอยู่ที่นั่น พวกเขาส่วนใหญ่เป็นผู้บ่มเพาะขั้นผลิวิญญาณระดับเจ็ดแห่งองค์ขรักษ์ตระกูลซู ทุกๆท่าทางขององค์ขรักษ์ถูกเน้นรักษาท่วงท่ามั่นคง พวกเขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกแม้แต่น้อย

ห้องประชุมสามารถจุคนได้ประมาณสิบคน ส่วนมากเป็นบุคลที่สำคัญๆอย่างเช่น ซูชิหลง ผู้ดูแลส่วนกลางสำนักภายใน ดูแลการเงิน ซูหมิงเฮ่อ ดูแลการปกครอง ซูเสี่ยวฟาง ผู้พิทักษ์ฝ่ายบู๊ ซูต่า

ส่วนที่เหลือมาจากสำนักภายนอก โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่นี่ แต่เนื่องจากเรื่องปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับสำนักภายนอกซูหยุน พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ข้างนอกแม้ว่าจะไม่สามารถเข้าสู่ตัวอาคาร

"คาราวะ ท่านผู้นำสูงสุด ผู้ทรงเกียติ!" ซูหยุนพูดขึ้นขณะที่มันเข้ามามองทุกคน สายตาของมันตกลงไปยังผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังของห้องโถผู้นำสูงสุดซูหลี่โซวง

ผู้อาวุโสตระกูลซูทั้งหมดมาถึงแล้ว มาถึงทั้งหมดถึงแม้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องสำนักภายนอก แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องจิ้งจอกสาวเจ้าเสน่ห์ของ หูเชี่ยนเหม่ย บางทีผู้นำอาจจะไม่ได้เข้ามาแทรกแซง

ซูหยุนแอบกำกำปั้นไว้แน่นหัวใจมันเต้นถี่จนเนื้อเต้น มันยืนอยู่เงียบ ๆ

"ซูหยุน?" ในเวลาผู้นำสูงสุดได้เปิดปากออกมา มันมีเสียงที่รุนแรง ไม่มีความเป็นมิตรหรือความเสียใจ

"ครับ! ซูหยุนตอบด้วยเสียงต่ำ

"ข้าขอถามเจ้า ในเขาเปียงกู่ มันเกิดอะไรขึ้นในตอนท้าย? ทำไมมีคนเห็นว่าเจ้าถูกวิญญาณปีศาจจรื่อหวังโม่วฆ่าตาย?! แล้วทำไมเจ้ายังมายืนอยู่ตรงนี้ ไม่เพียงแค่นั้นสำนักกระบี่เซียนยังมาที่นี่เพื่อมาพบเจ้า! แล้ว ... เจ้ามีปัญหาอะไรกับ แม่เฒ่า หลงเชี่ยนหลี่? เจ้าไปทำอะไรมา? "

ซูหลี่โซวง ไม่อ้อมค้อม พูดออกมาแบบตรงเป้า

แม่เฒ่หลงเชี่ยนหลี่มาที่นี่ด้วยตัวเอง?

ซูหยุนตกใจ

ผู้หญิงคนนี้มีจุดประสงค์อะไรในการมาที่นี่? นางรู้หรอว่ามัน ... ได้พบผลึกสวรรค์?

หัวใจของซูหยุนตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย แต่ตอนนี้ผู้นำตระกูลซูกำลังถามคำถามมากมาย

มันไม่เคยวางแผนล่วงหน้า แต่มันไม่อาจแหวกหญ้าให้งูตื่น นอกจากนี้แผนปัจจุบันของมัน มันยังต้องการอยู่ในตระกูลซู ถ้ามันต้องการจากไปมันต้องพาซูชิงเอ๋อไปด้วย

ในที่สุดมันก้คิดเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ได้ "ในวันนั้นซูหยุนได้ถูกสังหารโดยวิญญาณปีศาจจรื่อหวังโม่ว ชีวิตของข้าแขวนไว้อยู่บนเส้นด้ายและข้าถูกขังอยู่บนยอดหน้าผา ข้ากลัวมากข้าไม่อยากตายโดยวิญญาณปีศาจจรื่อหวังโม่ว ข้าไม่มีทางเลือกข้าจึงกระโดลงหน้าผา ข้าตกลงไปที่ทะเลสาบแห่งหนึ่งในภูเขาเปียงกู่ โชคดีที่ข้าไม่จมน้ำตาย แต่ร่างกายของข้าอ่อนแอไม่อาจออกจากเขาเปียงกู่ได้ทันเวลา หลังจากนั้นข้าก็เดินไปรอบ ๆ ภูเขาเปียงกู่ และพบแม่น้ำที่ไหลออกมาจากภูเขา เปียงกู่ ข้าไปตามแม่น้ำเพื่อออกจากภูเขาเปียงกู่ และกลับมาที่ตระกูลซู! ข้าเพิ่งได้พบกับ หูเชี่ยนเหม่ย ที่หน้าประตูหลักเมื่อมาถึงแล้ว "

ภูเขาเปียงกู่ เป็นที่น่าอัศจรรย์มากดังนั้นแม้ว่าจะเป็นพื้นที่ต้องห้ามของตระกูลซูแต่อาคมของตระกูลซูไม่สามารถครอบคลุมภูเขาได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แม่น้ำบางแห่งในภูเขาจะนำออกไปข้างนอกได้

หลังจากซูหลี่โซวงได้ยินอย่างนี้คิ้วของเขาก็ขมวดกันอย่างช้าๆ

นัยน์าของเขาจ้องมองและจดจ่ออยู่ในขณะที่เขาจ้องมองที่ซูหยุนเพื่อดูว่าคำใดที่มันพูดนั้นเป็นเรื่องโกหก

ซูหยุนรู้ดีว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณที่มีพลังมากกำลังตรวจสอบร่างกายของมันาอย่างละเอียดและพยายามที่จะทดสอบสถานะทางจิตของมันในตอนนี้

กึก !!!

ทันใดนั้นศิลานิรันดร์ที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าของมันก็เริ่มสั่นเบา กระแสน้ำแสนอบอุ่นปกคลุมหัวใจของมัน ทำให้มันสามารถรักษาจิตใจที่มั่นคงได้

ประสิทธิภาพของศิลานิรันดร์ไม่ใช่เพียงแค่เพิ่มความสามารถในการบ่มเพาะ แต่สามารถช่วยในการทำสมาธิได้ด้วยซึ่งต้องมีจิตใจที่สงบและให้ตั้งมั่นอย่างสมบูรณ์

ซูหยุนค่อยๆจ้องมองซูหลี่โซวงอย่างเงียบ ๆ ดูหากเขาสังเกตเห็นศิลานิรันดร์ หลังจากเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติมันก็โล่งใจ

ซูหลี่โซวง ยังนิ่งเฉยนัยน์ตาของเขาจ้องมองลึกเข้าไปข้างใน ซูหยุน หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดว่า "นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?"

"ครับท่าน! ผิวของซูหยุนม่เปลี่ยนแปลง

ซูหลี่โซวงเงียบ ทั้งสองฝ่ายต่างสนใจท่าทางของกันและกันจึงไม่มีช่องโหว่

ต่อจากนั้นล่ะ! ในเวลานั้น ซูหลี่โซวง ถามขึ้นอีกครั้งว่า "แล้วทำไมแม่เฒ่าแห่งสำนักกระบี่เซียนหลงเชี่ยนหลี่ นางอ้างว่าเจ้าได้ได้แอบขโมยของบางอย่างจาก สำนักเซียนกระบี่? ข้าต้องการรู้ว่าสิ่งที่เจ้าขโมยมาจากพวกเขาคืออะไร? "

"สำนักกระบี่เซียนอ้างว่าข้าขโมยมาจากพวกเขา?" สาวกซูหยุน หดตัวลงขณะที่มันกระวนกระวายใจ

เห็นได้ชัดว่า หลงเชี่ยนหลี่รู้ตัวว่าเป็นมันและผลึกสวรรค์จริงๆ เหตุผลที่นางจากตระกูลซูตั้งแต่ที่นางรู้ว่ามันถูกส่งตัวเข้ารับการทดสอบใน เขาเปียงกู่

หลงเชี่ยนหลี่ไม่ได้บอกว่ามีวัตถุโบราณต่อตระกูลซู อีกอย่างหนึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะออกไปพร้อม ผลึกสวรรค์

เนื่องจากนางต้องการให้ตระกูลซูค้นหาความจริงในเรื่องนี้เพราะนางไม่เชื่อว่ามันตายในเขาเปียงกู่ เมื่อตระกูลซูได้ตั้งคำถามกับซูหยุนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นการยากที่จะซ่อนผลึกสวรรค์ แต่มันก็ไม่น่าจะมีปัญหา

หลังจากเสร็จสิ้นการวิเคราะห์ซูหยุนสูดหายใจเข้าลึก ๆ มันเลือกที่จะเดิมพัน

มันไม่รู้ว่าการวิเคราะห์ของมันถูกต้องหรือไม่ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในปัจจุบันสถานการณ์นี้เป็นไปได้มากที่สุด!

พลันใบหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันขณะที่มันตอบว่า "โอ้ ... เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น! เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด! "

"ตอนนั้นข้าออกไปนอกเขตตระกูลซู ข้าไปที่เขตชุมชนทะเลสาบกระจก เพื่อหาซื้อของบางอย่าง แม่เฒ่า หลงเชี่ยนหลี่ ก็อยู่ที่นั่นด้วย นางกำลังทำภารกิจบางอย่างให้กับสำนักกระบี่เซียน ข้าโชคดีทีได้พูดคุยกับแม่เฒ่าหลงเชี่ยนหลี่ที่นั่น นางได้ทำกระเป๋าเงินหาย สุดท้ายนางก็คิดว่าข้าเป็นคนหยิบไป ข้าถูกใส่ร้ายจริงๆ! ผู้อาวุโส ด้วยการบ่มเพาะของข้า ท่านคิดจริงๆหรือว่าข้าจะกล้ายั่วยุ สำนักกระบี่เซียนจริงๆ? ข้าคิดว่า ผู้อาวุโส หลงเชี่ยนนั้นงามดั่งเทพธิดา ช่วยไม่ได้ที่ข้าจะหลงมองนางบ้าง ข้าไม่ได้หวังจะให้เกิดความเข้าใจผิดผิด ๆ ... " พูดจบซูหยุน ก็ถอนหายใจ

"แค่นั้นหรอ?" ซูหลี่โซวงถาม

"ซูหยุนรับรองว่าทุกคำเป็นความจริง ท่านผู้อาวุโสท่านน่าจะรู้ว่าข้าจะมีความกล้าพอที่จะกล้ากระตุ้นเสือภายในสำนักกระบี่เซียนได้หรอ? "

"ใช่! เพียงแค่อาศัยการบ่มเพาะของแม่เฒ่าหลงเชี่ยนหลี่ก็ฆ่าเจ้าได้ง่ายๆ! " ผู้อาวุโส ซูชิหลง ที่อยู่ใกล้ ๆพูดขึ้น

"ขยะสำนักภายนอกคงไม่มีความกล้ามากนักใช่มั้ย?" อีกคนหนึ่งเสริม

ซูหยุนไม่ได้พูดใดๆ

ซูหลี่โซวง ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในขณะที่เขาก้มหน้าลงไป

ทั้งบรรยากาศในห้องโถงค่อนข้างแปลกเพราะห้องประชุมทั้งหมดเงียบสนิท

ซูหยุนไม่กล้าที่จะกระวนกระวายใด ๆ ดังนั้นทั้งสองมือของมันบางครั้งก็จะจับชายเสื้อของมัน ถ้หากมันยังนิ่งมันจะทำให้บางคนสงสัยมัน แต่ถ้านิ่งมากเกินไปมันก็อาจถูกสงสัยว่ามีความผิด

โชคดีที่การกระทำในปัจจุบันของมันสมบูรณ์แบบ

แม้ว่าความสามารถในการโน้มน้าวของมันไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่มันก็ยังสามารถชักชวนอีกฝ่ายได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามเหตุผลของมันยังคงเป็นเพียงเรื่องธรรมดา

อย่างน้อย ... . ก็สมควร.

"เอาล่ะตอนนี้ข้ารู้แล้ว!"

"คุณเพิ่งกลับมาจากภูเขาเปียงกู่เจ้าคงยังเหนื่อล้า กลับบ้านและพักผ่อนซ่ะ "

"เข้าใจแล้วครับท่านผู้นำ แล้วซูหยุนจะกลับมาไหม่!" หลังจากซูคำนับมันก็รีบถอยออกไป

หลังจากที่มันจากไปแล้วพวกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ที่นั่น

การแสดงท่าทางของทุกคนแตกต่างกัน

ผู้อาวุโสบางคนก็กระซิบกับคนอื่น แต่ลังเลที่จะพูดขึ้น

ในที่สุดซูหลี่โซวงก็พูดขึ้นมาก่อนว่า "ท่านคิดว่าเด็กคนนี้พูดมา ... จริงหรือเท็จ?"

"แม้ว่าจะฟังดูน่าสงสัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้!" อาจารย์ใหญ่อวิ้นซินซิ๋ว พูดจากที่นั่งที่สอง เขาพูดต่อว่า "ภูเขาเปียงกู่เป็นพื้นที่ต้องห้ามแต่มันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาทั้งหมด แม้ว่าจะมีอาคมอยู่ แต่ก็ยังมีอีกหลายเส้นทางที่จะพาคนออกจากภูเขาเปียงกู่ ข้าคิดว่าซูหยุนพูดมามีเหตุผล สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาและแม่เฒ่าหลงเชี่ยนหลี่...ข้าคิดว่ามันก็สมเหตุสมผล มิฉะนั้นแล้วเขาจะกล้าทำอะไรกับสำนักกระบี่เซียนกับกาบ่มรเพาะอันอ่อนแอของเขา? "

"ไม่ต้องพูดถึงแค่ตัวมัน! การบ่มเพาะที่น่าสังเวชนี้ ถึงแม้ว่าจะมีมันถึง 10 เท่าแล้วมันจะไปทำอะไรได้? " ผู้อาวุโสจร้างเห่าที่อยู่ใกล้ๆก็เห็นด้วย

ซุหมิงเฮ่อผู้ดูแลการเงิน เขาดูงงงันกับคู่ดวงตาของมันา "แต่ ... ซูหยุนเป็นคนลึกลับจริงๆ ทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกันใช่มั้ย? ข้าพึ่งบอกไปเมื่อไม่นานมานี้ว่าการบ่มเพาะของเขา ระดับเขตแดนพื้นฐานจิตวิญญาณขั้นที่หกใช่ไหม? หลังจากสังเกตเห็นกลิ่นอายของเขาในวันนี้แล้วข้าได้วิเคราะห์แล้วว่ามันเป็นระดับผลิวิญญาณแล้ว! "

"การทดสอบความแข็งแกร่ง?" ซูหลี่โซวง ที่พอจะนึกอะไรได้บ้างก็หันหน้าไปทาง ซูชิหลง จากนั้นเขาก็ถามว่า "ซูชิหลงเด็กคนนี้เป็นสมาชิกของสำนักภายนอกของตระกูลซูใช่มั้ย?"

ซูชิหลงรีบลุกขึ้นยืนและพยักหน้า "ท่านผู้นำถูกต้องแล้วครับ!"

"ข้าบอกว่าการบ่มเพาะของสาวกคนนี้ไม่ก้าวหน้ามาประมาณแปดปีแล้วทำไมมันถึงมีอัตราการเติบโตน่ากลัวเช่นนี้?"

"ในเรื่องนี้ข้ายังไม่ชัดเจน ... " ซูชิหลงส่ายหัว

ซูหลี่โซวงคิดครู่หนึ่งแล้วกระซิบว่า "ให้ข้าบอกน่ะ หนึ่งในสองคนนี้ต้องมีคนใดคนหนึ่งหลอกเรา!"

"สองคนนี้?" ซูชิหลงถาม

"ใช่ ถ้าไม่ซูหยุน ก็ หลงเชี่ยนหลี่ ... "

ในที่สุดซูหลี่โซวงก็ลุกขึ้นยืนและสั่งอย่างเงียบ ๆ ว่า "ทุกคนจับตาดูซูหยุนและค่อยๆสังเกตทุกๆการเคลื่อนไหวของเขา ถ้ามีการเคลื่อนไหวใด ๆ ให้รายงานเรื่องนี้กับข้าได้ทันที "

จากนั้นซูหลี่โซวงหันไปรอบ ๆ และออกจากที่ประชุมโดยตรง

"เข้าใจแล้วครับท่านผู้นำสูงสุด!"

ทุกคนในห้องประชุมลุกขึ้นและคำนับอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ด้านนอกของห้องประชุมภาพเงาสามารถมองเห็นได้ถ้ากวาดสายตามอง แต่ในไม่ช้าก็จางหายไป

จบบทที่ LSG-บทที่ 62: จริงๆน่ะ (อ่านฟรีวันที่4สิงหา)

คัดลอกลิงก์แล้ว