เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46: หนึ่งบี่สองใบมีด (อ่านฟรีวันที่5กรกฎาคม)

บทที่ 46: หนึ่งบี่สองใบมีด (อ่านฟรีวันที่5กรกฎาคม)

บทที่ 46: หนึ่งบี่สองใบมีด (อ่านฟรีวันที่5กรกฎาคม)


บทที่ 46: หนึ่งบี่สองใบมีด

พื้นดินที่กว้างใหญ่สั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว ซูหยุนรีบกระโดดลงมาจากก้อนหินขนาดยักษ์ที่มันยืนอยู่ หันมองไปรอบ ๆ

พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อให้เกิดหินถล่มโดยรอบและแม้กระทั่งรอยแยกที่เปิดขึ้นมาจากพื้นดิน

"แผ่นดินไหว?"

"ไม่น่าใช่!"

"มีพลังอำนาจจิตวิญญาณหนาแน่นมาก ๆ ... ดมองที่นี่ดูดีๆสิ ... จริงๆแล้วมันเป็นกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์! เจ้าหนูเจ้าต้องระวัง! "

"กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์?"

ซูหยุนตกใจ มันรีบถอยหลังกลับ มันรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าไม่ไกลจากพื้นดินที่แยกออกมีกะโหลกศีรษะหินขนาดยักษ์โผล่ออกมา

ดวงตาของซูหยุนเปิดกว้างขึ้น ขณะที่มันมองไปที่สัตว์ประหลาดใต้ดินนั้นด้วยใบหน้าที่ตื่นตกใจ

ถ้ามองที่ระดับความสูง มันน่าจะสูงถึง 5 เมตรเท่านั้น มันเป็นยักษ์ขนาดเล็กที่มีก้อนกรวดและโขดหินปกคลุม มีเส้นใยใบหญ้ามากมายขึ้นอยู่รอบๆตัว บนหัวของมันมีสองตาสีเขียวขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว

"นี่ ... คือ ... จวี้เอี้ยนเจียง(ยักษ์ศิลา) 巨岩将?" ผู้อาวุโสกระบี่ตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง

"จวี้เอี้ยนเจียง(ยักษ์ศิลา) 巨岩将?" ซูหยุนคิดในสิ่งที่มันได้ยินนั้นอย่างโง่งม

"ถ้าอย่างนั้นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ดินนั่นถูกยักา์ศิลากินเข้าไป?"

"น่าจะเป็นอย่างนั้น!"

"ยักษ์ศิลา มันน่าจะอาศัยอยู่ที่นี่สักพักใหญ่แล้ว หินพิเศษที่อยู่ใต้ดินของหน้าผานี้ น่าจะถูกมันกินเข้าไปแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าตัวประหลาดนี้แค่อยากจะหาที่ไหม่ๆ มันต้องการหาสายแร่หินพิเศษอื่นๆและแค่กินมันต่อ! "

"พูดกันว่า แก่นแท้ของ ยักษ์ศิลา นั้นทรงพลังมาก เมื่อสวมบนร่างกายแล้วจะสามารถใช้งานได้ในระหว่างการต่อสู้ มันสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ได้อย่างมาก! "

"โอ้! เจ้ากำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้? ระดับการบ่มเพาะของ ยักษ์ศิลา น่าจะอยู่ที่ขั้นที่ห้าแก่นแท้วิญญาณ เจ้าแค่ขั้นพื้นฐานวิญญาณ เจ้าคนเดียวไม่ใช่คู่มือเจ้ายักษ์ศิลานี้หรอก "

"ยักษ์ศิลา เป็นยักษ์ มันมีพลังกายที่น่าอัจศจรรย์และมีการป้องกันที่สูงเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ประหลาดของขั้นที่ห้าเขตแดนแก่นแท้วิญญาณ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีข้อดีมันก็จะมีข้อเสีย ยักษ์ศิลา นี้มันเชื่องช้ามากๆ มีข่าวว่าแม้ความเร็วของมันไม่สามารถเปรียบกับผู้บ่มเพาะขั้นพื้นฐานระดับกลางได้ ความเร็วของข้าตอนนี้อยู่ที่ประมาณสามเท่าของผู้บ่มเพาะพื้นฐานวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ ตอนนี้ตัวข้าน่าจะเร็วกว่ามันสองถึงสามเท่า ข้าน่าจะสามารถจัดการมันได้ถ้าข้าใช้ เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง จัดการมัน "

"ฮ่า ๆ ๆ ... " หลังจากได้ยินคำพูดของซูหยุนผู้อาวุโสกระบี่ก็หัวเราะ "เจ้าหนู เจ้าก็พูดดีเกินกว่ามันจะเป็นไปได้ เจ้าตัวประหลาดนี่มันมีเพียงการป้องกันและพลัง? ข้าคิดว่าเจ้าไม่สามารถแม้แต่ตีฝ่ากลิ่นอายจิตวิญญาณของสัตว์อสูรตัวนี้ได้! พื้นฐานของเจ้าไม่ควรแม้แต่จะสามารถทำให้มันเจ็บ! "

"สิ่งที่ผู้อาวุโสพูดถูกต้อง! อย่างไรก็ตามมันจะจริงหรือ? ข้าสามารถบ่มเพาะ กลิ่นอายจิตเทพวิถีฟ้า และสร้างกลิ่นอายที่แหลมคมและรุนแรงมากๆถึงแม้จะไม่สามารถทะลวงการป้องกันได้ แต่ข้าก็ยังได้ฝึกฝนอยู่ โดยการฝึกฝนและประสบการณ์ในการต่อสู้ ไม่เป็นอันตรายใดๆกับมัน อย่างไรก็ตาม เมื่อข้าฆ่า ยักษ์ศิลา ได้ละก็มันคือ หนึ่งกระบี่สองใบมีด " (Tl: สำนวน: ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว)

"ความคิดดี ... แต่พลังจิตวิญญาณของเจ้าจะไม่เหลือ นี่หมายความว่าเจ้ามีวิธีฟื้นฟู? "

"เม้ดยาปราณวิญญาณจิตลึกล้ำ"

"โอ้ ... ข้าลืมไปเลยว่าเจ้ามีสิ่งประหลาดเล็กๆนั่น!"

"ยักษ์ศิลาไม่มีการโจมตีระยะไกลดังนั้นเพียงแค่ใช้กระบี่ที่หนึ่งของ เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง!"

"เมื่อมันเป็นแบบนี้ทำไมเจ้าไม่ลองดูล่ะ? อย่างไรก็ตาม เจ้าจะทำยังไงเกี่ยวกับเรื่องของ ตระกูลซู? "

"ตอนนี้ข้าพักไว้ก่อน ยังไงๆข้าเป็นสาวกของสำนักภายนอก แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นการเรียกครั้งแรก!

ซูหยุน ได้แต่ถอนหายใจและเตรียมดาบสลักมังกรวารีของมัน จากนั้นมันก็พุ่งเข้าใส่ ยักษ์ศิลา

แคร้ง!ตูม!

ดาบทะลุการป้องกันและแทงทะลุเข้าไปในตาข้างหนึ่ง แต่มันก็ลึกเพียงแค่สองนิ้ว

โฮกกกกก!!!

ยักษ์สิลา ร้องอย่างเจ็บปวดและโมโห

"ดวงตานั้นเปราะบางดังนั้นข้าจึงสามารถเจาะการป้องกันของมันได้ง่าย ยังไงก็ตามพลังการโจมตีนั้นไม่เพียงพอ "

ผู้อาวุโสจ้องไปที่ซูหยุนที่ปกคลุมไปด้วย กลิ่นอายจิตเทพวิถีฟ้า มันเป็นผลมาจากความสามารถของซูหยุน ไม่นานหลังจากนั้นมันก็ได้แทงดาบสลักมังกรวารีเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง

ฉึก !!!

ขณะที่พลังปราณบินโจมตีไปทาง ยักษ์ศิลา มันแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็วและครอบคลุม ยักษ์ศิลา อย่างแน่นหนา หลังจากเรียบร้อยแล้ว ซูหยุน ติดตามรูปแบบแรกของเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งเพื่อทำการเคลื่อนย้ายของมัน

เมื่อได้เห็น ดาบสลักมังกรวารี เจาะทะลุตาขวาของยักษ์ศิลา

เหมือนการเจาะสว่านอย่างรวดเร็วเกิดประกายไฟจำนวนมากเมื่อ กลิ่นอายจิตเทพวิถีฟ้า ปะทะกับ ยักษ์ศิลา หินเศษเล็กเศษน้อยมากมายแตกออกมาขณะที่เจาะ กลิ่นอายของยักษ์ศิลาแตกกระจาย

โฮกกกกก!!!

ยักษ์ศิลา ตอนนี้เจ็บปวดมากขึ้น มันโกรธมากขึ้นและต่อยกำปั้นยักษ์ของมันออกมาอย่างรวดเร็ว คว้าดาบสลักมังกรวารี และหยิบมันออกไป ไม่นานหลังจากนั้น มันขว้างดาบอย่างโหดเหี้ยมกลับที ที่ ซูหยุน

ดาบ บินวกลับอย่างรวดเร็วในบ่วงและยิงตรงไปทา ยักษ์ศิลา อีกครั้งหนึ่ง

เป้ง !!!

ดาบสลักมังกรวารี ถูกครอบคลุมด้วย กลิ่นอายจิตเทพวิถีฟ้า แหลมคมแค่ไหน? อย่างไรก็ตามขณะที่มันปะทะกับร่างของ ยักษ์ศิลา มันมีโอกาศเพียงแค่ทิ้งรอยขีดข่วนไว้บนพื้นผิวภายนอกของยักษ์ศิลาเท่านั้น การโจมตีต่อมาเหลือเพียงรอยบุ๋มเล็ก ๆไว้

ไม่เจ็บไม่จี้! (Tl: สำนวน: ผิวเผินอ่อนแอ)

ยักษ์ศิลา ตัดสินใจปรี่เข้าไปหา ซูหยุน และตั้งใจจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ

เมื่อซูหยุนเห็นอย่างนี้มันก็รีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว ทิ่งระยะห่างที่เหมาะสมระหว่างมันกับ ยักษ์ศิลา ถ้ามันช้าไปกว่านี้มันอาจจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆแน่

เขาไม่กล้าสลายการโจมตีของมัน เขาเล็งจุดหนึ่งแล้วโจมตีซ้ำๆอย่างต่อเนื่องเครื่องป้องกันของเขาแทน

ตอนแรกมันเป็นเพียงแค่รอยแหว่ง เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าการโจมตีทับซ้อนกันขึ้น ผลลัพธ์ค่อยๆเริ่มแสดงให้เห็นด้วยตัวของมันเอง

.........

.........

หลังจากหนึ่งวันเต็ม

ใน จักตุจักรตลาด ตระกูลซู

ในเวลานี้มีผู้คนมากมายมาชุมนุมกันที่นี่ สาวกภายในกำลังดูแลพื้นที่ภายใต้การควบคุม ส่วนที่เหลือมาจากสำนักภายนอก

บนเวทีตลาดกลางแจ้ง พ่อเฒ่าซูชิหลง แห่งสำนักภายในยืนขึ้นสำรวจฝูงชน

คนเริ่มเงียบและไม่กล้าส่งเสียงหลังจากที่พ่อเฒ่าก้าวขึ้นไปบนเวที พวกเขากำลังรอ พ่อเฒ่าซูชิหลง พูดอะไรบางอย่าง

หลังจากฝูงชนเงียบลง ซูชิหลง พยักหน้าและพูดว่า "มีใครอีกไหมที่กำลังมา?"

"รายงานท่าน พ่อเฒ่า นอกเหนือจาก ซูต่า, ซูซินลู่ และคู่สามีภรรยาของสาวกสำนักภายนอกทุกคนได้กลับมาแล้ว! "

"ท่านพ่อเฒ่า ซูต่า และ ซูซินลู่ น่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้!"

"หืม?ฮ่า ๆ ๆ

ซูชิหลง พยักหน้า แต่ไม่ได้พูดอะไร

ตอนนั้นเอง มีใครบางคนตะโกนขึ้น

"ซูหยุน?"

คิ้ว ซูชิหลง ขมวดเเน่น "เขาไปไหน?"

"เรียนท่านพ่อเฒ่า ข้าไม่รู้ว่าสาวกคนนี้อยู่ที่ไหน"

"โอ้ เจ้าไม่ได้ส่งเขาไปทำอะไร?"

"ไม่ครับ สาวกสำนักภายนอกจะไม่ถูกห้ามจากการออกเดินทาง ในตอนนี้ข้าไม่รู้ว่า ซูหยุน ไปที่ไหน แต่ท่านได้เปิดใช้สัญญาณเหตุด่วน ข้าเชื่อว่าเราจะได้เห็นมันเร็ว ๆ นี้แน่! "

"กลับมา?"

ซูชิหลง เยอะเย้ย "ตระกูลซู อันยิ่งใหญ่ตราบจนกระทั่งบัดนี้ให้กำเนิดผลิตผลที่ดี แต่ไม่มีอะไรเหมือนเช่น ซูหยุน?"

"ทุกคนจงฟังข้า คราวนี้มีภาระกิจสำคัญที่ได้รับมอบหมายมาจาก ตระกูลหลัก! มีการทดสอบที่ทุกคนต้องเข้าร่วม ถ้าหากมีใครคิดที่จะปฏิเสธเจ้าจะถูกลงโทษตามกฎของตระกูลและถูกขับออกจากตระกูลซู ทุกคนเข้าใจไหม? "

"ครับท่าน!"

ดีมาก!

"คราวนี้ตระกูลหลักได้จัดเตรียมป้ายผลึกหยกโลหิตหนึ่งพันชิ้น ของสิ่งนั้นตั้งอยู่ในบริเวณเขาเปียงกู่(เขานับรบกระดูก) 兵骨山 ในตระกูลซูซึ่งมันสามารถผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมาก สำหรับภารกิจแรก เขาเปียงกู่(เขานับรบกระดูก) 兵骨山จะเปิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ สำนักภายในจะจัดหา เม็ดยาลมปรานขับโลหิต 祛瘀活血丹 จำนวนยี่สิบเม็ด,สิบเม็ดยาฟื้นฟูอำนาจวิญญาณ, ห้าเม็ดยาขจัดพิษและสิบยาอิ่มตัว ให้กับทุกคน นอกจากสำนักภายในจะให้อาวุธพวกเจ้าจำนวนหนึ่ง ผู้ที่ได้รับ ผลึกหยกโลหิต สามารถแลกกับผลงาน หนึ่งตราจะเท่ากับห้าผลงาน ผู้ที่ได้รับตรา 500 คะแนนจะได้รับการส่งเสริมให้เข้าร่วมสำนักภายใน! ขอให้ทุกคนโชคดี!"

"เขาเปียงกู่?"

"พื้นที่ต้องห้ามของ ตระกูลซู ... นักรบที่ทำหน้าที่ ตระกูลซู ถูกฝังอยู่ในเขาเปียงกู่? สถานที่นี้ เปิดให้พวกเราจริงหรือ? "

"เขาเปียงกู่นี้อันตรายอย่างยิ่ง มีข่าวลือว่าทุกๆที่บนเขามีก๊าซพิษที่เป็นพิษสูง มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากมาย แม้แต่สัตว์อสูรที่ว่าแย่ๆก็ขั้นสามเขตแดนผลิวิญญาณ ...ถ้าเราเข้าไปในเขาเปียงกู่ ... เราจะไม่สามารถแม้กระทั่งกลับมา?? "

"โอ้พระเจ้า ... . งานนี้ถ้าเราไป ... ไม่ใช่ว่าเป็นอันตรายหรือ?"

พื้นที่กลายเป็นสับสนวุ่นวาย อารมณ์ของผู้คนเริ่มปะทุออกมา

"เงียบ!" เสียงตะโกนน่าหวาดกลัว

ต่อมา มีกลิ่นอายจิตวิญญาณเหมือนหมอกลอยขึ้นครอบคลุมพื้นที่ตลาดทั้งหมด

ช่วยไม่ได้ที่ทุกคนต้องขนลุก พวกมันหยุดตะโกนและทั้งจัตุรัสได้เงียบลงทันที ไม่มีใครกล้าที่จะส่งเสียงอีก

ซูชิหลง มองผ่านด้วยสายตาที่เย็นชาราวกับว่าเขาต้องการที่จะกินเลือดกินเนื้อทุกคน

"นี่เป็นภาระกิจที่ส่งออกมาโดย ตระกูลหลัก ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่ตระกูลซูของพวกเราต้องการ ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีใด ข้าขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ไม่ว่าเจ้าต้องทำยังไง พวกเจ้าทุกๆคนต้องเข้าสู่เขาเปียงกู่ในวันพรุ่งนี้ ภายในสิบวันพวกเจ้าต้องได้รับ ผลึกหยกโลหิต หนึ่งพันชิ้นมาให้ข้า! "

"อย่างไรก็ตามพวกเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย เราจะให้สาวสกชั้นยอดเจ็ดคนของสำนักภายในไปพร้อมกับพวกเจ้าในแต่ละกลุ่ม พวกเจ้ามีอะไรที่ต้องห่วงอีกมั้ย? ดี!ภาระกิจนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ทุกคนไปได้แล้วและเตรียมตัวทันที! "

"ครับท่าน!"

แม้ว่า พ่อเฒ่าซูชิหลง จะพูดดีแต่สาวกสำนักภายนอกนั้นไม่ใช่คนโง่เขลา

ภาระกิจหลักสำหรับสำนักภายในจากตระกูลหลักนั้นอันตรายมากเกินไป ดังนั้นจึงได้ส่งให้กับสำนักภายนอก มันอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสาวกของสำนักภายนอกที่กล้าเข้าสู่เขาเปียงกู่เพื่อรับ ผลึกหยกโลหิต โดยทั่วไปสำนักภายนอกเป็นสิ่งไร้ค่าบวกกับ ซูชิหลง เป็นผู้สนับสนุนให้ทำเช่นนั้น พวกเขาแม้จะมีเวลา จำกัด สำหรับเส้นทาง

ซูชิหลง จงใจสั่งให้สำนักภายนอกทำตามคำสั่งของเขา โดยรู้ว่าพวกมันจำเป็นต้องมอบชีวิตของมันให้กับเขา แต่ทุกคนก็หมดหนทาง ในตระกูลซูนอกเหนือจากท่านผู้นำแล้วไม่มีใครกล้าปฏิเสธ ซูชิหลง

แต่ก็โชคดีที่อย่างไรก็ตามอย่างน้อยๆพวกมันก็มีสาวกชั้นนำจากสำนักภายในสิบคนเป็นผู้นำ มิฉะนั้นถ้ากลุ่มสาวกจากสำนักภายนอกเข้ามาในเขาเปียงกู่ไม่เพียงแต่จะถูกทำร้ายแต่อย่างน้อยๆเจ็ดในแปดสาวกทุกคนจะต้องตาย ด้วยผู้นำชั้นยอดอย่างน้อยพวกมันมีโอกาสต้านทานสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากขึ้น

เหล่าสาวกก็แยกย้ายกันไปและเดินไปยังคลังอุปกรณ์เพื่อรับเสบียงที่จัดทำขึ้นจากซูชิหลง

"ถูกต้อง"

ทันใดนั้นซูชิหลงก็ตะโกนในขณะที่เขาอยู่ไกลจากสำนักภายนอก

"ท่านพ่อเฒ่า ท่านมีคำสั่งอื่น ๆ อีกหรือไม่"

"สาวกสำนักภายนอก ซูหยุน ล่าช้ากับเรื่องสำคัญของ ตระกูลซู สำหรับการลงโทษมันที่เข้าร่วมล่าช้า นอกจากยาขจัดพิษและยาความเต็มอิ่ม รายการอื่น ๆตัดออกให้หมด ถ้ามันปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการทดสอบนี้เพียงแค่ปฏิบัติตามกฎของตระกูลซูและทำลายการบ่มเพาะของมันทันทีเจ้าเข้าใจมั้ย "

"เจ้าไม่เข้าใจหรือ ข้าจำเป็นต้องทวนซ้ำหรือไม่ "

"มะ มะ ไม่ ... .ขะ ขะ ข้าน้อยเข้าใจชัดเจนในคำสั่งของท่าน!"

ซูซิงหยาง ซูหยุนไปที่ไหน? เจ้าต้องหาทางติดต่อกับเขา อา..การทดสอบดังกล่าวต้องเข้าร่วมแท้ๆมิฉะนั้นเราจะไม่มีอะไรกิน! " ซูซินเยี่ย จ้องที่พี่ชายของนางขณะที่พูด

"ข้า….ข้าจะพาคนออกตามหาเขา "

"เจ้าแน่ใจนะ ว่าปล่อยให้เขาติดแหง็กในระหว่างการทดสอบมิฉะนั้นพวกเราก็จบ!"

จบบทที่ บทที่ 46: หนึ่งบี่สองใบมีด (อ่านฟรีวันที่5กรกฎาคม)

คัดลอกลิงก์แล้ว