เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ภาพเทพอสูรบรรพกาล ตอนที่ 210 ฟ้าปราณี (ฟรี)

ภาพเทพอสูรบรรพกาล ตอนที่ 210 ฟ้าปราณี (ฟรี)

ภาพเทพอสูรบรรพกาล ตอนที่ 210 ฟ้าปราณี (ฟรี)


ระยะห่างระหว่างเมืองกู่ชานกับมณฑลเฮ่อผิงนั้นคือ 630 ลี้ เมิ่งชวนและภรรยาข้ามหุบเขาและแม่น้ำพร้อมกับพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ในเวลาไม่ถึงห้านาที พวกเขาก็พบกับมณฑลเฮ่อผิง

บางครั้งก็มีฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าที่มืดดำพร้อมกับลมที่พัดโบก

‘หืม?’ เมิ่งชวนเห็นการต่อสู้ที่อยู่ห่างออกไปในทันที พื้นที่หลายส่วนถล่มลงเหลือเพียงซาก มีเพียงราชาอสูรและเทพอสูรเท่านั้นที่ยังคงต่อสู้อยู่บนซากปรักหักพังของเมือง เหล่ามนุษย์ต่างเฝ้ารออยู่ใต้ดินและภาวนา

“ราชาอสูรเจ็ดตนงั้นรึ?” เมิ่งชวนส่งกระแสจิตไปหาหลิวชีเยว่ “ทำเหมือนทุกที”

“ระวังตัวด้วย” หลิวชีเยว่กล่าวเช่นปกติ

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะสังหารราชาอสูรทั้งหมดนั่นภายในสิบกระบวนท่า” เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เมิ่งชวนมุ่งเข้าสู่สนามรบ

เกิดปีกเพลิงขึ้นมาบนหลังหลิวชีเยว่ หลังจากบินตรงไป เธอก็ลอยอยู่กลางอากาศห่างออกจากสนามรบไปประมาณสองลี้ เธอถือธนูไว้ในมือพร้อมกับอีกมือที่หยิบลูกศรออกมา เธอมองลงไปยังสนามรบ เตรียมพร้อมจะช่วยเมิ่งชวนทุกเมื่อ

หลิวชีเยว่มีเหตุผลที่จะอยู่ห่างออกไปสองลี้ เขตแดนสีขาวของจางหวินเฟิงและขอบเขตการรับรู้ของแก่นสารแห่งจิตนั้นอยู่ประมาณสองลี้! เข็มทะลวงวิญญาณของเมิ่งชวนได้ผลแค่เพียงหนึ่งลี้เท่านั้น ดังนั้นการรักษาระยะห่างจากสนามรบหนึ่งลี้นั้นจึงสำคัญมาก กระทั่งการโจมตีของเฟิงโหวเทพอสูรหรือราชาอสูรระดับสี่ก็ยังไม่เกินสองลี้เลย จึงทำให้เทพอสูรมหาสุริยันอยู่ห่างจากศัตรูออกไปอย่างน้อยสองลี้

เมิ่งชวนพุ่งเข้าสู่สนามรบด้วยร่างสายฟ้า หลิวชีเยว่ที่สยายปีกเพลิงอยู่นั้นดูเด่นสะดุดตามาก เทพอสูรทั้งสี่ที่ถูกล้อมเงยหน้าขึ้น พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้เห็นสิ่งที่หวังเอาไว้

“นั่นศิษย์พี่เมิ่ง”

“ศิษย์พี่เมิ่งกับศิษย์พี่หลิวมาแล้ว!”

“ศิษย์พี่เมิ่งเป็นคนที่ฝึกฝนร่างอสูรตัดสายฟ้าได้สำเร็จ! เขาใช้เวลาเพียงห้านาทีเท่านั้นเอง”

ลู่ฟางและคนอื่นๆดีใจกับการมาถึงของพวกเขา

….

‘นั่นรึ?’ ในโรงน้ำชาห่างออกไปไม่กี่ลี้ ราชาอสูรระดับสูงฝูเจี๋ยวในชุดสีเทามองดูเมิ่งชวนและหลิวชีเยว่ที่สยายปีกเพลิงด้วยความเหลือเชื่อ!

‘หลิวชีเยว่กับเมิ่งชวน?’ ฝูเจี๋ยวแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเองที่จะได้พบกับปลาใหญ่ถึงสองตัว มันรอมานานแล้วที่จะได้จับปลาใหญ่เช่นนี้ แต่ว่าการที่ได้เจอกับเมิ่งชวนและหลิวชีเยว่นั้นเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายไปมาก เขาหยวนชูมีทีมเทพอสูรที่ทรงพลังนับร้อย และเมิ่งชวนกับหลิวชีเยว่ก็มีหนึ่งในนั้น

เทพอสูรส่วนมากนั้นก็เหมือนกับจางหวินเฟิงและหยางฟาง พวกเขาทรงพลังมาก แต่ก็แก่ชรามากแล้ว นั่นทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเทพอสูรหลายคนกับการไปถึงเขตแดนแห่งเต๋าก่อนอายุ 50 ส่วนมากพวกเขาจะไปถึงเขตแดนแห่งเต๋าเมื่ออายุ 150 ปี ดังนั้นแล้วเทพอสูรมหาสุริยันที่ทรงพลังของเขาหยวนชูส่วนมากจึงแก่ชรา มีเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์

ทว่า กระทั่งเหล่าอัจฉริยะเองก็มีระดับความสามารถ สำหรับอัจฉริยะเช่นเมิ่งชวน เชวเฟิง และเหยียนชื่อตงแล้วนั้น พวกเขาจะได้ขึ้นเป็นเฟิงโหวเทพอสูรอย่างแน่นอนด้วยความเยาว์วัยและพลัง และยังมีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นราชันเทพอสูรอีกด้วย จึงทำให้เขาหยวนชูให้ความสำคัญกับพวกเขาเหล่านี้มาก หลิวชีเยว่นั้นอ่อนแอกว่าพวกเขา เธอสามารถเป็นเฟิงโหวเทพอสูรได้อย่างแน่นอนด้วยความช่วยเหลือของสายเลือดวิหคเพลิง แต่โอกาสในการขึ้นเป็นราชันเทพอสูรนั้นยังน้อย ทว่าสายเลือดของเธอนั้นสามารถสืบทอดต่อไปได้ ดังนั้นเธอจึงสำคัญต่อมนุษย์ชาติมาก

‘ข้าได้พบกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของมนุษย์ถึงสองคนเลยอย่างนั้นรึ? ฮ่าๆ ปลาใหญ่สองตัวนี้ติดเข้าแหข้าเต็มๆเลย พวกมันทั้งอ้วนและเนื้อดี หากข้าฆ่าพวกมันได้ เขาหยวนชูจะบ้าคลั่งเพราะความโกรธเกรี้ยวเป็นแน่ แต้มที่ข้าได้จากการสังหารสองคนนี้แทบจะเทียบได้กับการสังหารเฟิงโหวเทพอสูรสองคนเลยด้วยซ้ำ’ ฝูเจี๋ยวตื่นเต้นมาก ‘อย่าเครียด อย่าตระหนก’ ฝูเจี๋ยวทำให้ใจเย็นลง ‘ถ้าข้าตื่นเต้นมากไปจนทำให้มันหนีไปได้ ข้าจะเสียใจไปทั้งชีวิตแน่’

ในขณะเดียวกัน ฝูเจี๋ยวก็ครุ่นคิดว่าจะจัดการกับเมิ่งชวนและหลิวชีเยว่อย่างไร ‘เมิ่งชวนนั้นรวดเร็วมาก เรียกได้ว่าเร็วเกือบเท่าราชันเทพอสูร หากข้าทำให้มันรู้ตัว มันจะต้องหนีไปพร้อมกับหลิวชีเยว่อย่างแน่นอน หลิวชีเยว่มีสายเลือดวิหคเพลิง และใช้นิพพานะวิหคเพลิงได้’

ฝูเจี๋ยวหรี่ตา ‘สถานะพวกมันสูงมาก เขาหยวนชูจะต้องให้สมบัติรักษาชีวิตไว้อย่างแน่นอน ข้ามั่นใจไม่ได้ถึง 100 แต่โอกาสเพียง 80-90 ก็เพียงพอแล้ว’

ฝูเจี๋ยวเดินออกจากโณงน้ำชาอย่างเงียบๆ มันเดินไปตามถนนราวกับเงา พุ่งเข้าใส่เมิ่งชวนอย่างต่อเนื่อง

มันกดกระแสพลังพร้อมกับบิดเบือนแสงรอบตัว ทำให้มันมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

มันเดินเข้าสนามรบพร้อมกับฝนที่โปรยปราย

‘ข้าต้องเข้าไปใกล้กว่านี้ หากข้าโจมตีพลาดเพราะอยู่ไกล เมิ่งชวนจะหนีไปได้แน่ ข้าต้องระมัดระวังมาก การโจมตีระยะประชิดยังไงก็แรงกว่า ดังนั้นข้าจะต้องสังหารมันในการโจมตีเพียงครั้งเดียวให้ได้ ถึงข้าจะพลาด ข้าก็สามารถโจมตีต่อตามไปอีกได้ท่าพิฆาตของข้าสามารถสังหารเมิ่งชวนได้ภายในพริบตา! พอเมิ่งชวนตาย หลิวชีเยว่ที่เป็นเพียงนักเกาฑัณฑ์ก็จะไม่สามารถทำอะไรได้ มันจะหนีจากข้าไปไหนไม่ได้หากเมิ่งชวนตาย ถึงใช้นิพพานะวิหคเพลิงข้าก็สังหารได้อยู่ดีหากมีเวลามากพอ’

ฝูเจี๋ยววางแผนการโจมตี

ฟู่ววว

สายฝนโหมกระหน่ำพร้อมกับสายลมที่โบกโกรก

หลังจากเมิ่งชวนลงไป ราชาอสูรทั้งเจ็ดก็หนีออกไปด้วยความตื่นตระหนก

ฝูเจี๋ยวในชุดสีเทาเดินเข้าสู่สนามรบท่ามกลางสายฝน มันไม่สนใจราชาอสูรทั้งเจ็ดแม้แต่น้อย อันที่จริงแล้วไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ที่นี่ มันออกเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวในรอบหลายปี และมันจะสุ่มเลือกสนามรบเพื่อจะซุ่มโจมตี ดังนั้นกระทั่งลูกน้องของมันก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น จึงทำให้ไม่มีทางที่จะถูกหักหลังได้

หากเป็นเฟิงโหวเทพอสูรที่มา ฝูเจี๋ยวจะหนีไปอย่างเงียบๆ ทว่าคราวนี้เมิ่งชวนและหลิวชีเยว่เป็นกำลังเสริม ฝูเจี๋ยวเชื่อว่านี่เป็นของขวัญจากสวรรค์

‘แต้มที่ข้าได้มาจากการสังหารพวกมันก็เพียงพอที่จะซื้อยามังกรเบญจพิษ’ มุมปากของฝูเจี๋ยวแสยะขึ้น มันวางแผนจะซ่อนตัวอยู่ในโลกมนุษย์เป็นเวลาร้อยปี มันคิดว่าคงจะใช้เวลานานกว่าจะได้แต้มเพียงพอสำหรับยามังกรเบญจพิษ แต่ช่างน่าตกใจที่ได้พบกับเมิ่งชวนและหลิวชีเยว่เช่นนี้

บางทีพวกเขาอาจจะแข็งแกร่งขึ้นมากในอนาคต แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นเพียงแค่เทพอสูรมหาสุริยัน

ฟุบๆๆๆ!

เมิ่งชวนรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดพร้อมกับสังหารราชาอสูรเหล่านั้นด้วยกระบี่ในมือ ราชาอสูรทั้งเจ็ดหนีไปด้วยความตื่นกลัว ทีมเทพอสูณสี่คนเองก็ช่วยเมิ่งชวนไล่จับราชาอสูรเหล่านั้น

ฟุบ

ฝูเจี๋ยวเข้าหาอย่างเงียบๆ จากระยะสองลี้เหลือเพียงหนึ่งลี้ มันเองก็เร็วเช่นกัน เพียงพริบตาก็เคลื่อนที่ได้ไกลกว่าร้อยจั้ง เมื่อมันอยู่ห่างออกไป 30 จั้ง ฝูเจี๋ยวก็กระพริบตาหนึ่งครั้ง

ฟุบ!

ลำแสงสีทองสองเส้นพุ่งออกมาจากดวงตา ฝูเจี๋ยวไม่ซ่อนลำแสงสีทองนั้นแม้แต่น้อย ลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เมิ่งชวนด้วยความเร็วมหาศาล

เมิ่งชวนสังหารราชาอสูรไปหกตนในขณะที่ตนที่เจ็ดกำลังถูกทีมเทพอสูรรุมฆ่า

ในตอนที่เมิ่งชวนกำลังยิ้มอยู่นั้นเอง หัวใจเขาก็สั่นสะท้าน นั่นเป็นเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในเขตการรับรู้ 50 จั้งของแก่นสารแห่งจิต เมิ่งชวนเห็นตัวชายชุดคลุมสีเทาได้อย่างชัดเจน ภายใต้ชุดคลุมนั้นคือใบหน้าที่มีเขาหนึ่งอัน ใบหน้าและผิวหนังนั้นเหี่ยวย่น มันไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นอสูร

‘ข้าสัมผัสถึงกระแสพลังได้ในระยะ 5 ลี้ด้วยแก่นสารแห่งจิต แต่ข้าสัมผัสกระแสพลังมันไม่ได้’ เมิ่งชวนรับรู้ได้ในทันที ‘มันคือราชาอสูรระดับสี่’

ในตอนที่ลำแสงสีทองพุ่งออกมา มันก็พุ่งออกไปไกลกว่าสามสิบจั้ง หลายคนตื่นตระหนก

“อะไรนั่น?”เทพอสูรทั้งสี่คนมองดูลำแสงสีทองทั้งสองที่ปรากฏขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวพุ่งเข้าใส่เมิ่งชวน

“อาชวน” หลิวชีเยว่ที่กำลังผ่อนคลายเมื่อก่อนหน้านี้และกำลังลดธนูลงก็เปลี่ยนสีหน้าไปในทันที

เมิ่งชวนชักกระบี่ออกมาในทันใด เขาฟันออกไปและลำแสงกระบี่ที่ดูราวกับดอกบัวสีแดงก็บานออก

แกร๊งๆ!

เมิ่งชวนปัดป้องลำแสงสีทองทั้งสองไปได้โดยสิ้นเชิงด้วยกระบี่อสูรสังหาร ก่อให้เกิดเสียงกระทบดังลั่น

จบบทที่ ภาพเทพอสูรบรรพกาล ตอนที่ 210 ฟ้าปราณี (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว