เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี ตอนที่ 130 อาวุธศักดิ์สิทธิ์ยอมรับเจ้าของ

ฟรี ตอนที่ 130 อาวุธศักดิ์สิทธิ์ยอมรับเจ้าของ

ฟรี ตอนที่ 130 อาวุธศักดิ์สิทธิ์ยอมรับเจ้าของ


ตอนที่ 130 อาวุธศักดิ์สิทธิ์ยอมรับเจ้าของ

ศิษย์ที่มาที่ถ้ำส่วนใหญ่นั้นยังเป็นเพอสูรระดับแดนอมตะอยู่

ส่วนเทพอสูรระดับมหาสุริยันอย่างเมิ่งชวน เชวเฟิง และหลิวชีเยว่ที่เข้าถึงระดับจิตวิญญาณขั้นสูงแล้วนั้นมีน้อยมาก! มีเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้น พวกเขานั้นคือเหล่าหัวกะทิแห่งเขาหยวนชูอย่างแท้จริง ทุกๆคนนั้นต่างมีอนาคตที่กว้างไกล อาวุธศักดิ์สิทธิ์โบราณเหล่านี้ที่หลงเหลืออยู่ในถ้ำมาหลายปีสามารถรับรู้พลังของพวกเขาได้….

อัจฉริยะเหล่านี้นั้นหายากมาก แต่คนที่เข้ากับอาวุธพวกนี้ได้นั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่า! อย่างเมิ่งชวนก็ใช้กระบี่เรียว หลิวชีเยว่ใช้เกาฑัณฑ์ เชวเฟิงใช้ดาบ

เมื่อพลาดอัจฉริยะเช่นนี้ไป อาวุธเหล่านี้อาจจะต้องเฝ้ารออีกนับร้อยปีกว่าพวกมันจะเจอคนที่เข้ากันได้อีกครั้ง

ดังนั้นแล้ว เหล่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์จึงลอยขึ้นมา

ฟู่ม!

เมิ่งชวนมองดูภาพตรงหน้า ในโถงถ้ำกว้างใหญ่อาวุธศักดิ์สิทธิ์กำลังลอยขึ้นมา เพียงชั่วพริบตาก็มีอาวุธกว่าร้อยชิ้นที่ลอยขึ้น

อาวุธศักดิ์สิทธิ์เองก็แข่งขันกันเช่นกัน โลกของพวกมันนั้นเถรตรงมากกว่ามาก อาวุธที่แข็งแกร่งปล่อยพลังอันน่าเกรงขามออกมา อาวุธที่อ่อนแอกว่าก็ได้แต่ถูกกดดันไม่สามารถลอยขึ้นมาได้ พวกมันร่วงลงสู่พื้นในทันที

ไม่นานก็เหลืออาวุธเพียงสิบสองชิ้นที่ยังคงลอยอยู่

‘ทั้งสิบสองชิ้นนี้หรือ?’ เมิ่งชวนสัมผัสได้ถึงพลังของพวกมันในระยะหนึ่งลี้ได้เลยด้วยซ้ำ เขาสัมผัสได้ว่ามีอยู่สามชิ้นที่แข็งแกร่งที่สุด อีกเก้าชิ้นที่เหลือนั้นอ่อนแอกว่ามาก พวกมันแทบจะร่วงลงไปแล้วด้วยซ้ำ

เมิ่งชวนเดินไปดู

อาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสวรรค์สามชิ้นและระดับโลกาเก้าชิ้น เมิ่งชวนพยักหน้าเล็กน้อย ไม่มีอาวุธระดับสรรค์สร้างอยู่ในนี้

ในฐานะที่เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุด อาวุธระดับสรรค์สร้างไม่น่าจะยอมรับเทพอสูรระดับมหาสุริยันเป็นเจ้าของก่อนที่มันจะอ่อนพลังลง กลับกัน เทพราชันเทพอสูรที่อาวุธถูกทำลายในการต่อสู้ด้วยเหตุผลบางอย่างสามารถเข้ามาที่ถ้ำนี้และรับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสรรค์สร้างไปได้

‘ที่ข้าได้เลือกอาวุธระดับสวรรค์ก็เป็นเรื่องที่ดีมากแล้ว’ เมิ่งชวนค่อนข้างพึงพอใจ เขาเลือกอาวุธทั้งสามอย่างระมัดระวัง

เขามองไปที่อาวุธระดับสวรรค์ทั้งสาม

เนื่องจากอาวุธทั้งสามนั้นกำลังลอยอยู่ พวกมันจึงเข้ากันได้กับเมิ่งชวน พวกมันต่างเป็นกระบี่เรียว กระบี่แข็งและกระบี่อ่อนไม่ตอบสนองต่อจิตวิญญาณกระบี่ของเมิ่งชวนแม้แต่น้อย

อาวุธชิ้นแรกเป็นสีดำสนิท ตัวกระบี่เปล่งพลังอันมืดมิดออกมา ทำให้มันดูปกติที่สุด

กระบี่เล่มที่สองนั้นเป็นกระบี่สีขาวเงิน มันปล่อยไอเย็นมหาศาลออกมาปกคลุมโดยรอบ ทำให้รอบข้างนั้นหนาวจนถึงกระดูก

กระบี่เล่มที่สามนั้นเป็นสีแดงเหมือนเลือดทั้งเล่ม มันปล่อยพลังสีเลือดและความเคียดแค้นจนทำให้จิตใจต้องสั่นไหว อาวุธชิ้นอื่นๆพยายามไม่อยู่ใกล้มัน ไม่แม้แต่จะเข้าใกล้

เขาแตะนิ้วลงบนกระบี่ ประกายปราณก็ลอยออกมาและหลอมรวมเข้ากับกระบี่สีดำ

เขาเห็นชายชราตาบอดคนหนึ่งถือกระบี่สีดำนี้โดยเลือนราง และภายในความมืดนั้นเขาก็ฟันออกไป ลำแสงกระบี่วาบขึ้นและสังหารศัตรูไป

‘กระบี่นี้เหมาะแก่การลอบโจมตี มันสามารถทำให้มิติบิดเบี้ยวได้ ทำให้คววามเร็วในการโจมตีเพิ่มมากขึ้น และมันก็คมมากเช่นกัน’ เมิ่งชวนรู้สึกพึงพอใจ ‘มันเข้ากับข้าดีเลย’

ยิ่งเขาวาดกระบี่ได้เร็วเพียงใด กระบี่มันก็จะคมมากขึ้นเท่านั้น เรียกได้ว่ากระบี่นี้นั้นเหมาะสมแก่เขามาก

เมิ่งชวนปล่อยประกายปราณเข้าไปในอาวุธชิ้นที่สอง กระบี่สีขาวเงิน เขารู้สึกได้ถึงพลังไอเย็นที่กักเก็บอยู่ในตัวกระบี่ในทันที ‘ตราบใดที่ข้าใช้พลังปราณ ไอเย็นนั้นก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใช้กระบี่นี้แล้ว มันสามารถแช่แข็งรอบข้างได้เลย เมื่อข้าต่อสู้กับศัตรู ข้าสามารถแช่แข็งศัตรูก่อนจะสังหารมันได้ เรียกได้ว่ามีประโยชน์ แต่ว่าร่างเทพอสูรของข้านั้นไม่ได้เชี่ยวชาญในด้านน้ำแข็งและการแช่แข็ง ข้าได้แต่ใช้พลังของอาวุธเพียงเท่านั้น ในอนาคตพลังของมันคงจะอ่อนลงไปเรื่อยๆ’

เขาเองก็สามารถ “เห็น” ความทรงจำที่ขาดหายที่อยู่ในอาวุธศักดิ์สิทธิ์นี้ได้เช่นกัน

เป็นภาพของชายผมเงินที่ใช้กระบี่สีเงินนี้ เมื่อเขาวาดกระบี่ รอบข้างก็ถูกแช่แข็ง

‘เป็นกระบี่ที่ดี แต่มันไม่เหมาะกับข้า’

เมิ่งชวนมองไปที่กระบี่เล่มที่สาม กระบี่สีเลือดที่เปล่งกระแสพลังอันกระหายเลือดและความเคียดแค้นทำให้มันดูน่าสะพรึง

เขาส่งประกายปราณเข้าในนั้น

สังหาร! สังหาร! สังหารให้สิ้น!

เมิ่งชวนเห็นกองซากศพที่ทับกันเป็นภูเขา คนมากมายต้องตายเพราะกระบี่เล่มนี้! เทพอสูรหลายคนเองก็ถูกกระบี่เล่มนี้สังหาร!

กระบี่เล่มนี้สามารถดูดเลือดและเนื้อเพื่อทำให้มันทรงพลังขึ้นไปกว่าเดิมได้! มันคมมากๆเช่นกัน! มันสามารถซึมซับกระแสพลังวินาศที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเกลียดชังเข้าไปได้เลยด้วยซ้ำ

เมื่อฟันออกไปกระแสพลังวินาศก็จะระเบิดออกไปทั่วทุกทิศทาง สติของศัตรูก็จะสั่นสะท้านไปด้วยแรงกระแทก จากนั้นมันก็จะถูกสังหารโดยไร้การตอบโต้ใดๆ! ศัตรูที่ทรงพลังสามารถถูกผ่าออกเป็นสองส่วนได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวเลยด้วยซ้ำ! จากนั้นเลือดเนื้อของพวกมันก็จะถูกกระบี่เล่มนี้ดูดซึมเข้าไปกลายเป็นอาหารของมัน เช่นเดียวกันกับความเคียดแค้นและจิตอาฆาตก็จะถูกมันดูดซึมเข้าไปด้วยเช่นกัน

‘ช่างเป็นกระบี่ที่ชั่วร้ายอะไรอย่างนี้ น่าสะพรึงมาก’ เมิ่งชวนจ้องมองกระบี่สีเลือดนี้ ‘แต่ว่า มันก็แข็งแกร่งที่สุดและเติบโตได้ไวที่สุด แต่ว่ากระบี่เล่มนี้…. มันสามารถย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าของได้!’

ในความทรงจำของกระบี่สีเลือดเล่มนี้ เมิ่งชวนพบว่าเทพอสูรบางคนที่เคยใช้กระบี่เล่มนี้ก็ยังมีสติครบถ้วน ในขณะที่บางคนก็ถูกมันควบคุมไปโดยสิ้นเชิง! พวกเขากลายเป็นทาสของกระบี่กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร

‘ข้าควรเลือกอันไหน?’ เมิ่งชวนมองไปที่กระบี่สีเลือดแล้วมองไปที่กระบี่สีดำ

ส่วนกระบี่สีเงินนั้นเขาไม่สนใจ

‘อันหนึ่งไม่ซับซ้อนแต่เข้ากับข้า ส่วนอีกอันนั้นชั่วร้ายแต่ก็ทรงพลังกว่า’ เมิ่งชวนคิดไต่ตรองอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจและหยิบกระบี่สีเลือดไป

ทันทีที่เขาหยิบมันไป กระบี่สีเลือดก็เปล่งเสียงที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งถ้ำ

อาวุธอีกทั้งสิบเอ็ดชิ้นก็ร่วงลงสู่พื้น กลับไปนิ่งสนิทตามเดิม อาวุธเหล่านี้ต่างรู้ดีว่าศิษย์คนนี้ได้เลือกกระบี่อันแสนชั่วร้ายนั้นไป

พลังอาฆาตอันหนาแน่นของกระบี่สีแดงพุ่งเข้าใส่สติของเมิ่งชวนในทันที พยายามที่จะครอบงำเขา

‘เหอะ’

จิตวิญญาณกระบี่ของเขากดพลังอาฆาตนั้นลงในทันที โดยที่ไม่ต้องใช้พลังของแก่นสารแห่งจิตเลยด้วยซ้ำ

อ่านตอนล่าสุดที่ mynovel.co หรือ www.thai-novel.com

ในระยะเวลากว่าสิบเอ็ดปีบนเขาแห่งนี้ เมิ่งชวนไม่เคยหยุดขัดเกลาพลังใจของเขา เขาไม่ใช่คนที่จะถูกกระบี่อันแสนชั่วร้ายที่อ่อนพลังลงมาแสนเนิ่นนานนี้สามารถควบคุมได้

“นายท่านเมิ่งชวน” หญิงชราผมสีขาวนอกถ้ำยิ้มเมื่อเห็นเขาเดินออกมา แต่เมื่อเธอเห็นกระบี่ในมือของเมิ่งชวน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป “นายท่านเมิ่งชวน ทำไมท่านถึงเลือกกระบี่ที่ชั่วร้ายเล่มนี้อย่างนั้นกัน? มันชั่วร้ายเกินไป! เขาหยวนชูให้โอกาสเลือกอีกครั้งหากท่านยอมทิ้งอาวุธชั่วร้ายในถ้ำไป”

"มันเลวร้ายมากขนานั้นเลยรึ?" เมิ่งชวนมองไปที่กระบี่สีเลือดในมือของเขา "แต่ในเมื่อมันอยู่ในถ้ำ แสดงว่ามันก็มีไว้ให้พวกเราเลือกไม่ใช่รึ?"

“มันอยู่ในถ้ำอาวุธศักดิ์สิทธิ์นี้มากว่า 2600 ปีแล้วเจ้าค่ะ มันไม่ได้ดูดกลืนพลังวินาศและเลือดเนื้อมาเป็นเวลานาน มันจึงอ่อนกำลังลงอย่างมหาศาลแล้วเจ้าค่ะ” หญิงชรากล่าว “เจ้าของคนเก่าของมันเชื่อว่าสามารถควบคุมมันได้ แต่ว่าหลังจากนั้นกระบี่เล่มนั้นก็ย้อนกลับเข้าตัวเจ้าของและควบคุมเขาไป ท่านเมิ่งชวน โปรดรอตรงนี้ เดี๋ยวข้าจะนำเอกสารมาให้ท่านดูเจ้าค่ะ”

"ก็ได้" เมิ่งชวนยืนรอ

หลังจากที่ศิษย์ทุกคนเลือกอาวุธไปแล้ว เขาหยวนชูจะนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ศิษย์อ่าน

ผ่านไปครู่หนึ่งหญิงชราก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารและยื่นมันให้กับเมิ่งชวน “นายท่านเมิ่งชวน โปรดอ่านดูเจ้าค่ะ หลังจากที่อ่านจบแล้วท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้มันต่อไปหรือไม่”

ซุบ เมิ่งชวนแทงกระบี่สีเลือดลงไปในพื้นและหยิบเอกสารมาอ่าน

กระบี่สีเลือดนั้นมีฉายามากมายที่ถูกเรียกขานในประวัติศาสตร์ กระบี่ปีศาจ วิบัติสังหาร ล้มราชันย์

มันก่อให้เกิดภัยพิบัติต่างๆมากมาย

ในตอนที่เหล่าอสูรยังไม่ได้บุกเข้ามายังโลกนี้ ในตอนที่มนุษย์ยังต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กระบี่เล่มนี้ได้สังหารผู้คนไปมากมายในหลายยุคหลายสมัย! ในศึกระหว่างนิกาย ชีวิตของมนุษย์และเทพอสูรมากมายต้องถูกสังเวยให้กับกระบี่เล่มนี้! วิธีการสังหารก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของของกระบี่ ดังนั้นพวกเขาจึงเก็บกระบี่เล่มนี้ไว้ให้เป็นกระบี่ที่ชั่วร้าย

ยิ่งกระบี่เล่มนี้กลืนกินเข้าไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น และนั่นจึงทำให้ผู้ใช้ต้องมีพลังใจและแก่นสารแห่งจิตที่แข็งแกร่งขึ้นมากเท่านั้น

ในตอนที่กระบี่เล่มนี้อยู่ในจุดสุดยอดของมัน มันต้องใช้พลังของแก่นสารแห่งจิตถึงระดับสามในการรับผลของมัน

ในตอนนี้มันอ่อนแอมาก แก่นสารแห่งจิตระดับแรกสามารถกดมันลงได้อย่างง่ายดาย หลังจากอ่านเอกสารแล้ว เมิ่งชวนก็รู้สึกมั่นใจในการควบคุมมัน หากเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดเมื่อไหร่ เขาจะเปลี่ยนกระบี่ในทันทีดีกว่าปล่อยให้มันเติบโตต่อไป! เขาจะใช้มันก็ต่อเมื่อแก่นสารแห่งจิตของเขาสามารถกดมันลงได้

“ข้าจะรับมันไป” เมิ่งชวนมองไปที่กระบี่ “มันได้ดื่มเลือดผู้คนมากมายในประวัติศาสตร์ แต่นับจากนี้ไป ข้าจะใช้มันเพียงเพื่อสังหารอสูร! ข้าจะใช้มันดื่มกินเลือดเนื้อของอสูรและสังหารอสูรให้จนสิ้น จากนี้ไปชื่อของมันคือ…. กระบี่อสูรสังหาร!”

หญิงชราสัมผัสได้ถึงจิตสังหารในน้ำเสียงที่ราบเรียบของเมิ่งชวน “เจ้าค่ะ” เธอพูด “นายท่านเมิ่งชวน โปรดรอตรงนี้ ฝักดาบจะถูกนำมาให้ในอีกไม่ช้า”

“ได้” เมิ่งชวนหยิบกระบี่ขึ้นมาและพิจารณามันอย่างละเอียด ในอนาคต กระบี่เล่มนี้จะอยู่เคียงคู่กับเขาและสังหารศัตรูให้จนสิ้น

จบบทที่ ฟรี ตอนที่ 130 อาวุธศักดิ์สิทธิ์ยอมรับเจ้าของ

คัดลอกลิงก์แล้ว