เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 73 มาถึงแล้ว (บทสุดท้ายของภาค)

ตอนที่ 73 มาถึงแล้ว (บทสุดท้ายของภาค)

ตอนที่ 73 มาถึงแล้ว (บทสุดท้ายของภาค)


ตอนที่ 73 มาถึงแล้ว (บทสุดท้ายของภาค)

หลังจากเขียนคำว่า "แสงแดดยามเช้า" ลงไป เมิ่งชวนก็พิจารณาภาพทั้งสามที่วางอยู่บนโต๊ะ

ตลอดหกเดือนที่ผ่านมานี้เขาใช้เวลาวาดภาพทั้งสามมาโดยตลอด ในตอนที่เขากดพู่กันลงไปนั้น เขารู้สึกได้ถึงความเศร้าโศก โกรธเกรี้ยว และสับสน เพราะสุดท้ายแล้ว มีผู้คนมากมายต้องตายในวันนั้น เขาต้องพบกับความตายมากมาย

แต่หลังจากวาดภาพเสร็จ หัวใจของเขาก็สงบลง อย่างไรก็ตาม ภายในใจที่สงบเยือกเย็นราวกับทะเลนั้น มีความปรารถนาที่จะต่อสู้อย่างไม่สั่นคลอน! มนุษย์นับไม่ถ้วนต่อสู้กับอสูรมาหลายชั่วอายุคน นั่นก็เพื่อความหวัง เพื่อคนที่รักและลูกหลาน พวกเขาทั้งหมดเต็มใจที่จะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อสิ่งเหล่านั้น มนุษย์เองก็เต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตเช่นเดียวกับเทพอสูร

‘ข้าจะไม่ผลีผลาม ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ให้แข็งแกร่งขึ้น ข้าจะกลายเป็นเทพอสูรที่ทรงพลัง และวันหนึ่ง มนุษย์เราจะปราบอสูรจนหมดสิ้น’

ไม่มีใครที่จะหยุดไม่ให้ดวงตะวันขึ้นมาได้

เอี๊ยด

เมิ่งชวนผลักประตูเดินเข้าไปในสวน ดวงอาทิตย์อัสดงย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีแดง

เมิ่งชวนนั่งอยู่ที่สวนและตรวจสอบช่องว่างแห่งจิตของเขา ร่างเล็กๆในช่องว่างแห่งจิตของเขาไม่โปร่งแสงเหมือนเมื่อก่อนและมีตัวตนมากกว่าเดิมมาก

‘ที่ข้ามี"พลังแห่งวิญญาณ" มันเกิดมาจากการวาดภาพ ภาพวาดธรรมดานั้นไม่ช่วยอะไร มีแค่ภาพสรรพชีวิตและภาพแสงแดดยามเช้าเท่านั้นที่มันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สองปีหลังจากที่ข้าวาดภาพสรรพชีวิต ข้าก็วาดภาพมาทุกๆวันด้วยอารมณ์ที่เข้าถึงภาพนั้น แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรกับจิตวิญญาณของข้าเลย เห็นได้ชัดว่า การขัดเกลาจิตของข้านั้นไม่ง่ายเลย’

‘จิตของข้าเริ่มชัดเจนขึ้น แต่เขตแดนสิบจั้งก็ยังคงกว้างเท่าเดิม ขอบเขตสัมผัสของข้าก็ยังไกลหนึ่งลี้เท่าเดิม’ เมิ่งชวนรู้สึกงุนงง ‘ข้าจะลองวิชากระบี่ดู’

เพียงนึก เมิ่งชวนก็เปิดใช้งาน"พลังแห่งวิญญาณ"ทันที มันหลอมรวมกับปราณในร่างกายของเขาอย่างเรียบสนิท ทำให้ความสามารถในการควบคุมร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพียงขยับตัวครั้งเดียว เขาก็พุ่งไปข้างหน้าเกือบสามจั้ง จากนั้นเขาก็ฟาดกระบี่ออกไป! ลำแสงกระบี่พุ่งผ่านอากาศ แต่ว่ามันไม่ทำให้อากาศขยับแม้แต่น้อย เพียงแค่มองท่วงท่าของเขาด้วยตาเปล่า มันก็ทำให้ใจสั่นสะท้านแล้ว

‘"พลังแห่งวิญญาณ"ไม่ได้แตกต่างออกไป ส่วนความแข็งแกร่งของข้ายังคงเหมือนเดิม’ เมิ่งชวนยังคงใช้วิชากระบี่ของเขาต่อไป

ลำแสงกระบี่สว่างขึ้นในสวน ทุกๆการโจมตีนั้นถูกปลดปล่อยออกมาสุดแรง!

ท่าที่ห้า ท่าที่หก ท่าที่เจ็ด… เมิ่งชวนยังคงฟาดฟันต่อไปอย่างมีความสุข เขาพบว่าเขามีพลังแห่งวิญญาณเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมมาก

อ่านตอนล่าสุดที่ my-novel.co หรือ www.thai-novel.com

กระบวนท่าที่สิบหก! หลังจากท่าที่สิบหก เขาก็พบว่า"พลังแห่งวิญญาณ"ของเขาใกล้หมดแล้ว และไม่สามารถโจมตีอย่างเต็มกำลังได้อีก

เขาเผยรอยยิ้มขณะยืนอยู่ในสวน ‘วิญญาณที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความแข็งแกร่ง แต่"พลังแห่งวิญญาณ"กลับมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่ก่อนข้าสามารถโจมตีได้สูงสุดห้าครั้ง แต่ตอนนี้ข้าสามารถโจมตีได้ถึงสิบหกครั้ง’

ที่สวนข้างๆ เหยียนจินถือกระบี่ในมือทั้งสองข้างขณะจ้องไปข้างหน้า เขาจินตนาการภาพของชายกล้ามโต เย็นชา และดาบทัณฑ์สวรรค์ที่กระจายอยู่รอบท้องฟ้า

เป้าหมายของเหยียนจินคือการเอาชนะผู้ชายคนนั้น อย่างไรก็ตามหลังจากได้เห็นดาบทัณฑ์สวรรค์ ที่เป็นเพียงแค่ตรากระบี่เท่านั้น นั่นหมายถึงนั่นเป็นเพียงแค่หนึ่งในสิบของพลังกระบี่ทัณฑ์สวรรค์ที่แท้จริง เหยียนจินเข้าใจได้ว่าชายคนนั้นแข็งแกร่งมากขนาดไหนจริงๆ

“ข้าจะเอาชนะเจ้าให้ได้” เหยียนจินแกว่งกระบี่ของเขาอีกครั้ง ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ชายร่างใหญ่ตรงหน้า

วันเวลาผ่านไปขณะที่เมิ่งชวนและเหยียนจินฝึกวิชาทุกวัน ในช่วงเวลานี้ หลิวชีเยว่ก็ส่งจดหมายมาบ้างบางที ให้พ่อของเธออันหนึ่ง และให้เมิ่งชวนอีกอันหนึ่ง

เพียงพริบตาเดียว มันก็เข้าหน้าหนาวและเข้าเดือนธันวาคมแล้ว

หิมะแรก 18 ธันวาฯ สามวันก่อนการสอบเข้าเขาหยวนชู

ฟิ้วๆๆๆ

เมิ่งชวนใช้ท่าชักกระบี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพียงฟันออกไป พลังแห่งฟ้าดินนั้นครอบระยะกว้างออกไปเป็นร้อยจั้ง เขาสามารถรู้สึกได้ถึงทุกอย่างในระยะร้อยจั้ง

‘"พลังกระบี่"ของข้าฝึกฝนจนถึงขีดสุดแล้ว’

"พลัง"สามารถกระตุ้นพลังแห่งฟ้าดินได้ และเมื่อถึงขีดสุด เราจะสามารถใช้พลังฟ้าดินเพื่อรับรู้ทุกสิ่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังนั้นที่ใช้ออกมาได้! นี่เป็นเขตแดนที่ก่อเกิดมาจากพลังกระบี่

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีข้อบกพร่องในเขตแดนนี้ หากใครใช้พลังแห่งฟ้าดินเพื่อรับรู้สิ่งนั้น การรับรู้ของพวกเขาอาจจะพร่ามัวหากเจอกับคู่ต่อสู้ที่สามารถควบคุมพลังแห่งฟ้าดินได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในระดับนั้นคนๆนั้นคงจะแข็งแกร่งมากกว่าหากใช้พลังกายหรือพลังปราณ

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน เมิ่งชวนนั้นเก่งกว่าเดิมได้เกือบห้าเท่านับจากต้นปีนี้

เมื่อ "พลังกระบี่" ถึงจุดสูงสุด ขั้นตอนต่อไปคือการสร้าง "สำนึกกระบี่" ‘แต่ข้าจะสร้าง “สำนึกกระบี่” อย่างไรกัน?’ เมิ่งชวนสงสัย

"สำนึกกระบี่" เป็นระดับที่สามของวิชากระบี่ ความยากในการบรรลุ "สำนึกกระบี่" นั้นยากยิ่งกว่าการเป็นเทพอสูรเสียอีก นี่เป็นเพราะเงื่อนไขในการเป็นเทพอสูรนั้นคือการเข้าถึง “พลัง” ควบแน่นแก่นแท้ และเข้าสู่ห้วงความเป็นความตาย! ดังนั้น เทพอสูรที่พึ่งกำเนิดใหม่นั้นก็ยังคงอยู่ในแค่ระดับพลังเพียงเท่านั้น

‘ย่าทวดบอกข้าว่าเธอถึงระดับสำนึกกระบี่ตอนอายุห้าสิบ แม้เธอจะเป็นเทพอสูรตอนอายุสามสิบห้าก็ตาม นี่เป็นระดับสูงสุดที่เธอเคยไปถึง เมิ่งเซียนกูนั้นถือว่าเร็วแล้ว มีบันทึกว่าเทพอสูรที่พึ่งกำเนิดใหม่หลายคนนั้น กว่าจะเข้าถึงระดับสำนึกกระบี่ก็แปดสิบกว่าปีแล้ว บางคนกว่าจะเข้าถึงระดับสำนึกกระบี่ก็เข้าไปร้อยปีแล้ว’

ผู้ที่ได้กลายมาเป็นเทพอสูรนั้นต่างเป็นคนที่สุดยอด อย่างไรก็ตาม มันก็แสนยากเย็นที่จะเข้าถึงสำนึกกระบี่ได้ ส่วนมากยังติดอยู่ในระดับพลังนับหลายปี

‘ข้าจะไปอย่างช้าๆ อีกสามวันนับจากนี้ ก็จะเป็นการสอบเข้าเขาหยวนชูแล้ว หลังจากได้เข้าไปแล้ว ข้าจะไปขอรับการแนะนำ มันควรจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ในการฝึกฝนสำนึกกระบี่ในเขาหยวนชู’

มุ่งให้สูง หากไม่ทำเช่นนั้นมันก็คงจะได้เป็นแค่ระดับธรรมดา หากเขาอยากจะเข้าถึงสำนึกกระบี่ เขาต้องทำในเขาหยวนชู และเพื่อสิ่งนั้น การลองผิดลองถูกนั้นคงจะนานเกินไป

ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกเขา

"ชวนเอ๋อร์ นายน้อยหยาน แล้วคนจากรัฐอู๋มาแล้ว" เมิ่งต้าเจียงตะโกนเสียงดัง

‘คนจากรัฐอู๋มาที่นี่?’ เมิ่งชวนเก็บกระบี่ของเขาและเดินออกจากห้องไป เหยียนจินเองก็ทำเช่นเดียวกัน

เมิ่งชวนและเหยียนจินมองออกไปไกลและเห็นนกสีแดงเพลิงยักษ์พุ่งโฉบลงมาจากด้านบน ด้านบนเป็นกลุ่มคนจำนวนมากนั่งขัดสมาธิอยู่ พวกเขาลงจอดลงที่ทางเข้าหลักของอาคารรับรอง

"ไปดูกันเถอะ" เมิ่งต้าเจียงและหลิวเย่ป๋ายเรียกพวกเขา

เมิ่งชวนและเหยียนจินตามมา

เมื่อพวกเขามาถึงห้องโถงหลักของอาคารรับรอง คนกลุ่มใหญ่ก็มาถึง คนที่เดินนำไม่ใช่ใครอื่น ขุนนางเมฆาสวรรค์ที่แต่งตัวเรียบง่ายและประนีตนั่นเอง

เมิ่งชวนและคนอื่นๆเป็นจุดดึงดูดสายตาตั้งแต่เข้ามาแล้ว

"นั่นสินะเมิ่งชวน"

"เขาสังหารแม่ทัพอสูรสองตนติดๆกันได้" คนอื่นๆแอบกระซิบกัน

เมิ่งชวน เหยียนจิน หลิวเย่ป๋ายและเมิ่งต้าเจียงโค้งคำนับด้วยท่าทางนอบน้อม "คารวะท่านขุนนาง"

เมิ่งชวนยังสังเกตเห็นอีกว่ามีหนุ่มสาวกว่าสิบคนอยู่ในห้องโถง เกือบทั้งหมดมาพร้อมกับผู้ใหญ่ คนเหล่านี้คืออัจฉริยะของรัฐอู๋ทั้งหมดที่เข้าร่วมการสอบเข้าของเขาหยวนชู

"ดี" ขุนนางเมฆาใต้ยิ้มและพยักหน้า

"คนสิบสองคนจากรัฐอู๋ของเราจะเข้าร่วมการสอบคัดเลือกเขาหยวนชูด้วยเช่นกัน" ขุนนางเมฆาใต้กล่าวด้วยรอยยิ้ม "สองคนนี้มาจากเมืองตงหนิง คนนี้ชื่อเมิ่งชวน อีกคนชื่อเหยียนจิน พวกเขาไปเมืองหยวนชูเมื่อไม่กี่เดือนก่อน พวกเจ้าทำความรู้จักกันไว้ละกัน อีกอย่าง ในอีกสามวัน ในวันที่ 21 ธันวาคม จะมีการสอบเข้าเขาหยวนชู ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่นั่นแต่เช้า เพราะฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อม"

"ขอรับ" ทุกคนรับทราบด้วยท่าทางนอบน้อม

สถานะของขุนนางเมฆาใต้นั้นสูงกว่าสถานะของพวกเขามาก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องคุ้มกันอัจฉริยะเหล่านี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่อัจฉริยะเหล่านี้จะได้พบเขา

"นายน้อยเมิ่ง ข้าชื่อหวังปู้หยูแห่งตระกูลหวังในเมืองอู๋" ลูกขุนนางที่ดูสง่างามวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้มในทันที "ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสังหารแม่ทัพอสูรสองตนติดกันเลยอย่างนั้นหรือ? ข้าอยากพบเจ้ามาโดยตลอดหลังจากที่ได้ข่าว ในที่สุดข้าก็ได้พบกับเจ้าในวันนี้"

"นายน้อยหวัง" เมิ่งชวนทักทายอย่างสุภาพ

พวกผู้ใหญ่ออกไปเลือกที่พักของพวกเขา เด็กๆก็เริ่มพูดคุยกัน

"ไม่ดีแล้ว รัฐอู๋ของเรามีสิบสองคน ราชวงศ์โจวที่ยิ่งใหญ่มีทั้งหมด 23 รัฐ! แถมยังมีอัจฉริยะมากมายในเมืองหลวงแล้วก็เมืองหยวนชู แต่เขาหยวนชูรับเพียงแค่ 20 คน ถึงจะแบ่งกันยังไง บางรัฐก็ไม่ได้เข้ารอบด้วยซ้ำ!" ชายหนุ่มคุยกับเพื่อนของเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ "แถมยังมีพวกอัจฉริยะที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอย่างเมิ่งชวนอีก เป็นไปไม่ได้ที่จะสอบผ่านเลยด้วยซ้ำ"

"เขาหยวนชูประเมินจากหลายแง่มุม เราอาจมีโอกาสก็ได้" เพื่อนของเขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากทำความรู้จักกันแล้ว เหล่าหนุ่มสาวก็กลับไปที่ห้องของตัวเองและเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้าเขาหยวนชู การสอบเข้าครั้งนี้จะส่งผลต่ออนาคตของพวกเขา

บทสุดท้ายของภาคการต่อสู้แห่งเมืองตงหนิง

จบบทที่ ตอนที่ 73 มาถึงแล้ว (บทสุดท้ายของภาค)

คัดลอกลิงก์แล้ว