เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 58 อาชวนมาแล้ว

ตอนที่ 58 อาชวนมาแล้ว

ตอนที่ 58 อาชวนมาแล้ว


ตอนที่ 58 อาชวนมาแล้ว

เพียงวูบเดียว หลิวชีเยว่ก็ปรากฏขึ้นข้างๆเจ้าสำนักจงเฉียนเหอ พวกเขาร่วมมือกันเพื่อสกัดแม่ทัพอสูรทั้งสองเอาไว้

"ท่านเจ้าสำนัก" หลิวชีเยว่พูด "เปลวเพลิงพิเศษนี้มันสิ้นเปลืองพลังปราณของข้ามาก ข้าสามารถยิงได้อีกเพียง 80 ลูกเท่านั้น"

เจ้าสำนักจงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย หลิวชีเยว่ยังอยู่เพียงช่วงปลายของระดับก่อกำเนิด การจะให้เธอรักษาร่างวิหคเพลิงสวรรค์ไว้นั้นเป็นเรื่องยาก

"อย่ากังวลไป พยายามถ่วงเวลามันเอาไว้" เจ้าสำนักจงกล่าว "เราจะต้านพวกมันให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้! เพราะตราบใดที่เทพอสูรชนะ เราก็จะรอด"

"ค่ะ" หลิวชีเยว่พยักหน้าและยิงเกาฑัณฑ์ด้วยพลังทั้งหมดของเธอ

"เจ้ายิงช้ากว่านี้ก็ได้" เจ้าสำนักจงกล่าว "ข้าจะใช้พลังเต็มที่ เจ้าแค่สนับสนุนข้าก็พอ แค่เรายื้อผู้นำทั้งสองนั้นเอาไว้ได้ก็เพียงพอแล้ว"

"ค่ะ" สีหน้าของหลิวชีเยว่เคร่งขรึม

"เรารอไม่ได้แล้ว ถ้าช้ากว่านี้อาจจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้น บางทีเทพอสูรอาจจะมาช่วยเด็กมนุษย์นี่ที่มีสายเลือดวิหคเพลิงสวรรค์อยู่ในตัว" แม่ทัพอสรพิษกล่าวกับสหายของมัน "เราต้องเร็ว ตราบใดที่เราจับผู้หญิงมนุษย์นั่นแบบเป็นๆได้ เราจะส่งกลับไปที่ประชุมเก้าอสูรในทันทีและมอบมันให้กับท่านเจ้าขุนเขา"

"ใช่ เจ้าพูดถูก ตราบใดที่เราจับผู้หญิงคนนี้ได้ ไม่ว่าจะสังเวยลูกน้องของพวกเราเพียงใดก็คุ้มค่า" แม่ทัพวัวก็เห็นด้วยเช่นกัน เหล่าอสูรปฏิบัติตามกฎของป่าและไม่สนใจอสูรชั้นต่ำที่เป็นลูกน้องใดๆ ในความเป็นจริงการต่อสู้ที่โหดร้ายและนองเลือดเหล่านี้เป็นสิ่งที่อสูรชอบ การต่อสู้เหล่านี้จะขจัดอสูรที่อ่อนแอและช่วยทำให้อสูรแข็งแกร่งขึ้น

ยิ่งตายมากเท่าไหร่มันก็เป็นการประหยัดอาหารแถมยังได้ทำให้ตัวที่แข็งแกร่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไม่ใช่เหรอ?

ดังนั้นแล้ว เทพอสูรมนุษย์ที่ประจำอยู่ตามเมืองด่านต่างๆมักจะต้องเจอกับการรุกรานของอสูร

"บุก! พวกข้าจะรั้งนักเกาฑัณฑ์ไว้ ทำลายป้อมนี้ซะ!" แม่ทัพวัวคำราม

"บุก! ทำลายป้อมเพลิงตะวัน" แม่ทัพอสรพิษออกคำสั่งเช่นเดียวกัน

อ่านบทล่าสุดที่ my-novel.co หรือ www.thai-novel.com

"ฆ่า!"

"ฆ่า!"

"ฆ่า!"

ทันใดนั้น กลุ่มผู้นำอสูรก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับอสูรจำนวนมาก เมื่อกองทัพทั้งสองรวมตัวกันจำนวนของพวกมันก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลิวชีเยว่และเจ้าสำนักจงกำลังยุ่งอยู่กับการยื้อแม่ทัพทั้งสองเอาไว้ ทำให้นี่เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้นำ เพียงไม่กี่ชั่วครู่พวกมันก็วิ่งไปถึงด้านล่างของป้อมเพลิงตะวัน

ฝูงอสูรจำนวนมากกระโจนขึ้นไปที่หน้าต่างทันที

"ยิง!" ลูกดอกขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากหน้าต่างและยิงทะลุร่างของอสูร อย่างไรก็ตาม อสูรนั้นมากเกินไป บางตัวกระโดดขึ้นไปบนหน้าต่างได้แล้ว

"พวกเรา โจมตี!" จอมยุทธมนุษย์กลุ่มใหญ่อยู่ในป้อม พวกเขาพยายามป้องกันเหล่าอสูรที่โถมเข้ามาผ่านทางหน้าต่าง

การต่อสู้ที่สำนักเต๋าเพลิงตะวันกลายเป็นการต่อสูระยะประชิดแล้ว

อสูรพุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน ขนาดผู้นำอสูรยังนำการบุกด้วยซ้ำ พอผู้นำอสูรฟาดขวานลง หน้าไม้ยักษ์ก็ระเบิด ทหารและศิษย์ที่อยู่ที่หน้าไม้ปลิวไปด้านหลังเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว พวกเขาตายในทันที

"ตาย!" จอมยุทธมนุษย์มีความได้เปรียบด้านภูมิประเทศ เป็นเพราะหน้าต่างจึงทำให้พวกเขาสามารถต่อสู้กับศัตรูที่เยอะเกินไปได้ พวกเขาฆ่าอสูรไปทีละตัวๆ เหล่าอสูรต่างร่วงลงไปกับพื้นเรื่อยๆ

เมื่อเจ้าสำนักจงเห็นฉากนองเลือดนี้ เปลือกตาของเขาก็กระตุกและสั่งทันทีว่า "จุดไฟสัญญาณ ปล่อยควันซะ"

"ขอรับ" ทันใดนั้น อาจารย์คนหนึ่งก็ตอบรับและไปจุดไฟสัญญาณ

การจุดไฟสัญญาณมันหมายความว่าสำนักเต๋าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย อีกไม่ช้าก็คงจะถูกทำลาย

ในไม่ช้า หนึ่งในท่อควันขนาดใหญ่ของป้อมเพลิงตะวันก็เต็มไปด้วยควันที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งตงหนิงเมืองสามารถมองเห็นได้ ใครก็ตามที่รอดชีวิตอยู่ในเมืองตงหนิงรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร! สำนักเต๋าเพลิงตะวันกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังและร้องขอความช่วยเหลือ!

การต่อสู้นองเลือดก็ยังคงดำเนินต่อไป

"ตาย" ชายร่างกำยำถือโล่และขวานใหญ่ฟันใส่ผู้นำอสูร ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดและดวงตาของเขาเป็นสีแดง แต่แล้วผู้นำอสูรสองตนก็ร่วมมือกันและพุ่งใส่เขา "จอมยุทธมนุษย์นี่มันเข้าถึงพลังแล้ว ร่วมมือจัดการฆ่ามันเสีย"

ข้อได้เปรียบของความแข็งแกร่งของอสูรมันมากเกินไป

ผู้บัญชาการอสูรทุกตนนั้นน่าเกรงขาม พวกระดับสูงนั้นมีร่างกายที่เทียบได้กับระดับไร้ตำหนิ แม้มนุษย์จะได้เปรียบทางด้านพื้นที่ แต่พวกเขาก็ยังถูกกดดันและถูกบังคับให้ถอยร่นไปอยู่เรื่อยๆอยู่ดี

เมื่อจำนวนอสูรที่ขึ้นไปที่ป้อมเพิ่มขึ้น มนุษย์ก็เริ่มสูญเสียความได้เปรียบทางภูมิประเทศ

"ข้าจะยื้อไม่ไหวแล้ว" เจ้าสำนักจงมองไปทางหลิวชีเยว่ที่หน้าซีดเพราะใช้พลังปราณจนหมด แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็พยายามใช้วิชาต้องห้าม จากนั้นเขาก็มองไปที่นักรบมนุษย์ที่ถูกบังคับให้ล่าถอยในขณะที่กำลังปัดป้องเหล่าอสูร ไม่ว่าจะเป็นทหารที่มีประสบการณ์ ทหารเกษียณ หรือลูกศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักเต๋า พวกเขาต่างใช้วิชาต้องห้ามสู้จนสุดชีวิต

ไม่มีทางหนี ทำได้แค่เพียงใส่ให้เต็มที่

"ทุกๆตัวที่เราสังหารลงได้มีผล ถ้าข้าสังหารมันได้สอง ก็คุ้มค่าแล้ว!" ทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บคนหนึ่งพุ่งไปขวางระหว่างลูกศิษย์สำนักเต๋ากับอสูร

"ศิษย์พี่ยี่ ถ้าพวกเรารอด เจ้าจะแต่งงานกับข้าไหม?"

"ได้สิ ข้าสัญญาเลย"

"ท่านพ่อ ข้าสังหารอสูรได้แล้วนะ" เหล่าศิษย์อายุน้อยทั้งหลายเริ่มบ้าคลั่ง พวกเขาอยู่ในระดับชำระแก่นแท้แล้ว และเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ในรุ่นของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขาจนมุม

น้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อต้องเห็นเหล่าศิษย์พี่น้องต้องตายในการต่อสู้ พวกเขาก็จะเอาจริงเช่นกัน

"พวกเราจะแพ้รึเปล่า?" หลิวชีเยว่ที่กำลังใช้คาถาต้องห้ามเทพอสูรอยู่ก็ตัวสั่นเล็กน้อย "ท่านพ่อ อาชวน…ข้าอยากเจอพวกเขาอีกจริงๆ"

ในตอนนั้น หลิวชีเยว่คิดถึงพ่อของเธอมากเช่นเดียวกันกับอาชวน

ในฐานะนักเกาฑัณฑ์ หลิวชีเยว่มักใช้กระแสปราณเพื่อเสริมตาของเธอ มันทำให้เธอสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน ขณะที่เธอจ้องมองไปที่แม่ทัพอสูรทั้งสองขณะที่ยิงใส่พวกมัน ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นร่างที่เหมือนกับสายฟ้าพุ่งเข้ามา

"นั่นมัน…" หลิวชีเยว่อดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน แม้ว่าภาพนั้นจะเร็วมาก แต่เธอก็มั่นใจ "อาชวน! อาชวนมาแล้ว!”

"อาชวน!" หลิวชีเยว่ส่งเสียเรียกในทันที น้ำเสียงของเธอดูสั่นๆ "หนีไป! อย่ามาที่นี่! หนีไป ได้ยินข้ารึเปล่า!?”

ทั้งสำนักกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย คนระดับต่ำกว่าเทพอสูร เป็นไปไม่ได้ที่จะช่วยเหลือด้วยตัวคนเดียว ในสายตาของมนุษย์แทบทั้งหมด รวมไปถึงหลิวชีเยว่และเจ้าสำนักจง สถานการณ์ที่สำนักเต๋ากำลังเผชิญอยู่นี้มีเพียงเทพอสูรเท่านั้นที่จะช่วยได้

"นั่นมนุษย์" อสูรที่ยังกำลังมุ่งหน้าไปก็พบร่างที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้าพุ่งมาใส่พวกมัน

"เจ้ากล้าดียังไงมาโจมตีกองทัพอสูรของพวกเรา เจ้าต้องตายอย่างทรมาณ"

"ฉีกกระชากมันซะ"

อสูรเหล่านี้ไม่กล้าที่จะต่อสู้กับมนุษย์ที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ในการต่อสู้ตัวต่อตัว แต่ตอนนี้พวกมันรวมสองกองทัพเข้าด้วยกัน และไปด้วยสหายที่จำนวนมาก จำนวนของพวกมันช่วยเพิ่มความมั่นใจ พวกมันรู้สึกว่าตราบใดที่ไม่ใช่เทพอสูร พวกมันจะฉีกใครก็ตามที่กล้าบุกเข้ามาเป็นชิ้นๆก็ได้

"ฆ่ามัน"

"ขยี้มัน!"

อสูรกลุ่มหนึ่งขว้างขวานหรือพ่นพิษออกมา บางตัวพ่นใย พยายามจะตรึงเมิ่งชวน

ฟิ้ว!

ร่างที่ปกคลุมด้วยสายฟ้ากลายเป็นภาพติดตาในขณะที่พุ่งทะยานไป เมิ่งชวนหลีกเลี่ยงอุปสรรคมากมายและพุ่งเข้าใส่ฝูงอสูรได้อย่างง่ายดาย

"เจ้ามนุษย์นี่รนหาที่ตายเสียจริง" อสูรวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากอสูรกำลังโจมตีป้อมเพลิงตะวัน จึงมีฝูงอสูรจำนวนมากล้อมปราสาทอยู่ ทันใดนั้นอสูรเกือบร้อยตัวก็พุ่งเข้าหาเมิ่งชวนด้วยความมั่นใจ

ฉับฉับฉับฉับฉับฉับ!

ลำแสงกระบี่อันแพรวพราวเล่มวาดไปทั่วบริเวณ ลำแสงแต่ละอันมีความยาวหลายจั้งและความเร็วของพวกมันก็น่าสะพรึง อสูรอยู่กันแน่นเกินไปจนหลบไม่ได้

เพียงหกกระบี่ เขาก็หั่นผ่านอสูรเกือบร้อยตัวที่มาพุ่งเข้าใส่เขา และพื้นก็เต็มไปด้วยร่างอสูรที่ขาดเป็นชิ้น สิ่งนี้ทำให้การปิดล้อมป้อมหยุดลงครู่หนึ่ง เนื่องจากอสูรหลายตัวอดไม่ได้ที่จะมองไป เพราะไม่ว่าอย่างไร อสูรทั้งสองกองทัพก็มีจำนวนกว่าสองพันตน แต่ตอนนี้กว่าร้อยตนตกตายไปภายในชั่วพริบตาอย่างนั้นหรือ?

ทหาร ทหารผ่านศึก และศิษย์สำนักเต๋าก็เห็นเช่นกัน

พวกเขาเห็นสายฟ้าฟาดฟันผ่านพวกอสูรอย่างรวดเร็ว ลำแสงดาบอันแสนรวดเร็วพุ่งผ่านอากาศ อสูรจำนวนมากร่วงลงพื้นราวกับข้าวที่ถูกเกี่ยว

“ทั้งสองคนจัดการกับอสูรตัวอื่่นไป ปล่อยให้ข้าจัดการกับแม่ทัพอสูรทั้งสองตัวนี้เอง” เสียงดังก้องไปทั่วทั้งสำนักเต๋าเพลิงตะวันก่อนที่ร่างที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้านั้นจะพุ่งเข้าใส่แม่ทัพอสูรทั้งสอง

จบบทที่ ตอนที่ 58 อาชวนมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว