เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 การปะทุ

ตอนที่ 52 การปะทุ

ตอนที่ 52 การปะทุ


ตอนที่ 52 การปะทุ

ลึกลงไปใต้เมืองตกหนิงอีกด้านหนึ่งของพื้นที่บิดเบี้ยว

เหล่าอสูรจำนวนมากรวมตัวกันที่นั่น ด้านหน้าของทัพอสูรคือกลุ่มของราชาอสูร กลิ่นอายของพวกมันต่างออกไปจากตัวอื่นๆ ในเวลาเดียวกันพวกมันก็มองไปยังผู้นำของมันที่สูงกว่า5จั้ง ชานจิ่วเฉา พื้นที่ปกครองของมันยิ่งใหญ่เกือบ 500 ลี้ มันมีราชาอสูรสิบตนและอสูรนับหมื่นนับแสนอยู่ภายใต้บังคับบัญชา

ชายชุดคลุมเทาเดินออกมาจากพื้นที่บิดเบี้ยวและมาเข้าเฝ้าชานจิ่วเฉา "ท่านจ้าวชาน อีกฝั่งของทางผ่านโลกนั้นอยู่ในราชวงศ์โจว แคว้นวู่ เมืองตงหนิงขอรับ”

"เมืองตงหนิง?" ชานจิ่วเชาอ้าปากหาวด้วยใบหน้าที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง "เมืองเล็กๆแค่นั้นมันไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย”

ทันใดนั้น ราชาอสูรที่อยู่รอบๆมันก็เริ่มมีประกายไฟจุดขึ้นในดวงตา

"ทางผ่านโลกนี้เล็กเกินไป" ชานจิ่วเฉามอง "มีเพียงราชาอสูรชั้นสองเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้”

"ราชาอสูรวานรจง ราชาอสูรทรราชคำรน ราชาอสูรบึงพิษ" ชานจิ่วเฉากล่าว

"ขอรับ" ทันใดนั้นวานรสีดำที่แบกเสา กลุ่มหมอกพิษสีดำ และอสูรคำรามที่สูงกว่าสิบจั้งก็ก้มหัวลง

"พวกเจ้าทั้งสามเป็นราชาอสูรชั้นสองที่ทรงพลังมากทีเดียว" ชานจิ่วเฉาจ้องมองไปที่ราชาอสูรพยัคฆ์ขาว "ไป่เฉิน เจ้าจะเข้าถึงระดับที่สามเร็วๆนี้ใช่หรือไม่?"

"ข้ายังต้องเตรียมตัวอีกสองสามวันขอรับ" ราชาอสูรพยัคฆ์ขาวกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม

ชานจิ่วเฉาพลิกมือ มีขวดสีดำปรากฏขึ้น และมันก็โยนไปให้ไป่เฉิน

ราชันอสูรไปเฉิน รับมันด้วยท่าทางนอบน้อม ตาของมันเป็นประกายเมื่อได้เห็นว่ามันคือสิ่งใด

"นี่คือผลึกโลหิตอสรพิษที่ข้าได้มาตอนสังหารมันที่ทางตอนเหนือ ด้วยการเตรียมการของเจ้าเจ้าจะเข้าสู่ระดับสามทันทีเมื่อกินมันเข้าไป" ชานจิ่วเฉากล่าว "กินมันหลังจากที่เจ้าเข้าสู่โลกมนุษย์แล้ว หลังจากฆ่าเทพอสูรในเมืองตงหนิง ให้มุ่งหน้าไปยังด่านฉินหยางที่ใกล้ที่สุด พวกเราจะจู่โจมร่วมกับเจ้าด้วย ถึงแม้จะโจมตีไม่สำเร็จแต่เจ้าก็ยังสามารถถอยกลับมายังแดนอสูรได้"

ทางผ่านโลกที่ไม่เสถียรนี้ทำให้มีเพียงแค่ราชาอสูรระดับสองเท่านั้นที่จะเข้าออกได้

เมื่อผ่านเข้าไปแล้ว ราชันอสูรไป่เฉินจะกลับผ่านทางประตูที่ไม่เสถียรนี้ไม่ได้ และทางกลับที่ใกล้ที่สุดก็มีเพียงแค่ด่านฉินหยาง

"ขอรับ" ไปเฉินตอบด้วยความนอบน้อม

"ราชันอสูรไปเฉิน เจ้าวานร ทรราชคำรน และบึงพิษ จงไปถล่มเมืองตงหนิงให้ราบเสีย" ชานจิ่วเฉากล่าว

“ขอรับ” ราชาอสูรทั้งสี่ตอบ

แม้ว่าชานจิ่วเฉาจะมีราชาอสูรมากกว่าสิบตนภายใต้บังคับบัญชา แต่ส่วนใหญ่เป็นราชาอสูรระดับหนึ่งเท่านั้น! ราชาอสูรระดับหนึ่งนั้นคือราชาอสูรที่พึ่งได้ขึ้นมาใหม่และยังมีรากฐานที่อ่อนแอ แต่ตราบใดที่พวกมันได้รับการฝึกฝนระยะหนึ่ง มันก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปถึงระดับสอง

ดังนั้นพวกอสูรจะไม่ปล่อยให้ราชาอสูรระดับหนึ่งเป็นคนนำทัพ ราชาอสูรระดับหนึ่งยังมีความเป็นไปได้อยู่อีกมาก กลับกัน ราชาอสูรระดับสองนั้นคือทัพหลัก! เป็นเพราะราชาอสูรส่วนใหญ่มักจะหยุดอยู่ที่ระดับสอง เข้าถึงระดับสาม? เป็นเรื่องที่เกิดได้ยาก ส่วนการฝึกฝนให้ได้ถึงระดับชานจิ่วเฉานั้น เป็นเรื่องยากเย็นเหนือบรรยาย

อ่านตอนล่าสุดที่ mynovel.co หรือ www.thainovel.com

"พวกเจ้าทั้งสี่จะนำกองกำลังทั้งหมด 18,000 ตน ด้านหลังเจ้า ออกเดินทางเดี๋ยวนี้" ชานจิ่วเฉาสั่ง

ราชาอสูรทั้งสี่หันไปมองกองทัพอสูรที่อยู่เบื้องหลังพวกมันทันที

ชานจิ่วเฉาใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามในการเรียกอสูร 18,000 เหล่านี้ ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่มันจะรวบรวมได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แม้ว่ามันจะมีอสูรอยู่ใต้บังคับบัญชากว่าแสนตน แต่พวกมันก็อยู่แยกกันกระจัดกระจายในระยะ500ลี้นี้

นอกจากนี้ ชานจิ่วเฉายังต้องระวัง เมืองตงหนิงเป็นเมืองของมนุษย์ธรรมดาก็จริง แต่อาจจะมีเทพอสูรที่ทรงพลังอยู่ในนั้น ไม่ว่ามันจะส่งลูกสมุนไปเท่าไหร่มันก็เหมือนส่งพวกมันไปตาย! กองทัพที่ประกอบด้วยราชาอสูรสี่ตนและอสูรนับหมื่นนั้นเหมาะสมมาก ปกติแล้วกองกำลังเช่นนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เมืองตงหนิงราบเป็นหน้ากลองได้ แต่ถึงพวกมันจะถูกกำจัดเนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด มันก็ไม่ทำให้กำลังพลของพวกมันลดลงไปมากมายแต่อย่างใด

"ออกเดินทาง" ราชันอสูรไป่เฉินออกคำสั่ง

ราชาอสูรทั้งสี่เดินเข้าไปในมิติบิดเบี้ยวนั้นก่อน ราชาอสูรทรราชคำรนที่ตัวใหญ่ที่สุดก็ลดตัวลงเหลือ3จั้งและเดินเข้าไป หลังจากนั้นผู้บัญชาการทัพอสูรสิบแปดตน ผู้นำนับร้อย และอสูรขนาดใหญ่นับพัน… และท้ายที่สุด อสูรชั้นต่ำกว่าหมื่นก็เดินตามเข้าไป

มิติบิดเบี้ยวมีขนาดจำกัด การที่จะผ่านกองกำลังขนาดใหญ่ไปนั้น จึงใช้เวลาชั่วครู่กว่าจะผ่านไปได้

ซูมๆๆ!

ราชันอสูรไปเฉิน ตามมาโดยราชาวานร ทรราชคำรน และบึงพิษ ก็ขึ้นสู่ผิวน้ำ ราชันอสูรไปเฉิน กลืนผลึกโลหิตที่อยู่ในขวดสีดำโดยไม่ลังเล ร่างกายของมันร้อนขึ้นทันทีเมื่อกระแสพลังของมันขยายออกไปอย่างรวดเร็ว สำหรับทรราชคำรน มันก็เปลี่ยนกลับไปเป็นขนาดเดิมสูงกว่า 10จั้ง มันสูงกว่าร้านอาหารที่หรูหราที่สุดในเมืองตงหนิงด้วยซ้ำ

"เทพอสูรของมนุษย์อยู่ในทิศทางนั้น" ไป่เฉินชี้ "ฆ่ามัน"

ทรราชคำรนยยิ้มกริ่ม “ฆ่าเทพอสูร ทำลายตงหนิงให้ราบ ฆ่ามนุษย์ให้สิ้น อย่าปล่อยให้เหลือรอด”

"ไป" ราชาอสูรทั้งสี่พุ่งตรงไปยังพระราชวังหยกสุริยันทันที

ราชาอสูรวานรกลายเป็นลำแสงสีดำที่เร็วและว่องไวที่สุด ร่างกายทั้งหมดของบึงพิษกลายเป็นหมอกสีดำที่ลอยอยู่เหนือหลังคา ส่วนทรราชคำรนนั้น เมื่อมันเดินพื้นดินก็สั่นสะเทือน ทุกย่างก้าวของมันบดขยี้บ้านที่อยู่ด้านล่างพร้อมกับร่างสูงกว่าสิบจั้งที่พุ่งไปข้างหน้า และในพริบตาไป่เฉินที่ก้าวไปยังระดับที่สามแล้วก็ปลดปล่อยกลิ่นอายอสูรออกมา มันแข็งแกร่งที่สุด ขนาดทรราชคำรนที่ตัวสูงใหญ่ยังเทียบกับมันไม่ได้

"แยกกลุ่มกันไปแล้วฆ่าพวกมนุษย์ให้หมดเสีย" อสูรจำนวนมากตามออกมา ก่อนที่มันจะเริ่มแยกกันเป็นกลุ่มแล้วออกไป

ทุกกลุ่มมีผู้นำอสูร อสูรตัวใหญ่ประมาณสิบตัว และชั้นต่ำประมาณเก้าสิบตัว

การที่จะเป็นผู้บัญชาการอสูรได้นั้น พวกมันจะต้องปล่อยกลิ่นอายอสูรเป็น! ผู้บัญชาการบางตัวนั้นถึงขนาดควบแน่นแก่นอสูรไปได้แล้วเลยด้วยซ้ำ

"พวกมนุษย์"

"มนุษย์อ่อนแอ"

พวกมันแยกกันไปอย่างรวดเร็วและเริ่มโจมตีใส่มนุษย์ที่พบระหว่างทาง

"ค้นหาสำนักเต๋าทั้งแปดในเมืองตงหนิงและสังหารเหล่าศิษย์มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ"อสูรกลุ่มใหญ่เริ่มมุ่งหน้าไปยังสำนักเต๋าทั้งแปด พวกมันได้รับแผนที่เมืองตงหนิงอยู่แล้วและรู้ตำแหน่งของสำนักทั้งแปดนั้น

สำนักเต๋าคือความหวังของเมืองนี้! เด็กๆและอัจฉริยะทั้งหลายที่จบจากสำนักเต๋ามีความเป็นไปได้ที่จะได้ขึ้นเป็นเทพอสูรคนต่อไป

หากเป็นเรื่องการฆ่าล้างมนุษย์ เหล่าอสูรจะทำลายสำนักเต๋าเป็นอย่างแรก! ฆ่าล้างศิษย์ของสำนักเต๋าทั้งหมดทำให้ขาดตอนไปนับสิบปี

"มันมาแล้ว"

เจ้าวังหยกสุริยันสัมผัสได้ถึงพลังของอสูรที่ไม่มีการปกปิดหวิน ว่านไห่ทำหน้าเคร่งขรึมขณะที่เมิ่งเซียนกูกระแทกไม้เท้าของเธอลงกับพื้น คลื่นที่มองไม่เห็นกระเพื่อมออกมาขณะที่สำรวจพื้นที่10ลี้โดยรอบ สีหน้าเมิ่งเซียนกูบิดเบี้ยว เธอกล่าว "มีราชาอสูรทั้งหมดสี่ตน หนึ่งในนั้นคือราชาอสูรระดับสาม ส่วนที่เหลือเป็นราชาอสูรระดับสอง"

"อะไรกัน?" สีหน้าของหวินว่านไห่เปลี่ยนไป "ทางผ่านโลกที่ไม่เสถียรแบบนี้ปล่อยให้ราชาอสูรระดับสามผ่านมาได้ด้วยรึ?"

ก๊อง!ก๊อง!ก๊อง!ก๊อง!ก๊อง!

ทันใดนั้นเอง ระฆังภายในพระราชวังหยกสุริยันก็ดังขึ้น จอมยุทธระดับไร้ตำหนิหลายคนกำลังตีระฆังอย่างต่อเนื่อง เสียงระฆังดังก้องไปทั่วเมือง

ภายในเมืองตงหนิง ที่เหล่าพ่อค้าเร่กำลังตั้งร้าน คนเดินไปเดินมา ผู้คนที่กำลังทำอาหารเช้า และเหล่าศิษย์สำนักเต๋าที่กำลังฝึกวิชา ต่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงระฆัง สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป และพ่อค้าเร่ก็วิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่สนใจแผงลอยของพวกเขาเลย

"ซ่อนเร็ว!"

“เร็ว!”

ทุกๆอำเภอมีอุโมงค์ลึกอยู่ ผู้คนกว่า 100 คนทุกเพศทุกวัยวิ่งไปยังอุโมงค์

"อยู่ที่นี่ อย่าออกมา" ชายคนหนึ่งกับภรรยากล่าว

"พ่อคะ พ่อ.…"ลูกสาวของพวกเขาตะโกน

"พ่อต้องไปสู้กับอสูร" ชายคนนั้นยิ้มขณะที่เขาถือหอกและรีบวิ่งออกไป

มาตราการเมื่อต้องเผชิญกับอสูร

ทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าระดับชำระแก่นแท้จะต้องซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์

ผู้ที่อยู่ในระดับชำระแก่นแท้ขึ้นไปไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือเพศอะไรก็ต้องต่อสู้กับอสูร

การเข้าถึงระดับชำระแก่นแท้หมายความว่าคนๆนั้นจะต้องเป็นทหารเมื่ออายุย่างเข้ายี่สิบ และชายหญิงเหล่านี้ส่วนมากต่างมีประสบการณ์ในการต่อกรกับอสูร

ที่จิงหูเมิ่ง เมิ่งชวนที่กำลังฝึกท่าชักกระบี่ เมื่อได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น ทหารยามที่คอยช่วยเหลือเขาก็หยุดมือ พร้อมกับสีหน้าของเมิ่งชวนเปลี่ยนไป

ระฆังเหล่านี้…ในระดับเร่งด่วนนี้…เขาเคยได้มันเมื่อตอนอายุได้หกขวบ

"รวมตัวกันมุ่งหน้าไปยังสำนักเต๋าที่ใกล้ที่สุด" ทหารยามในคฤหาสน์ตะโกนออกมาทันที พวกเขาเป็นทหารผ่านศึก ชีวิตอันสงบสุขในเมืองของพวกเขาไม่ได้ทำให้จิตวิญญาณในการต่อสู้หมดไป พวกเขาคุ้นเคยกับสิ่งนี้มานานในการรับราชการทหารห้าปี เมื่อต้องสู้กับอสูร มันเป็นการต่อสู้ถึงตาย! ทุกคนจะต้องสู้จนตัวตาย!

ตอนนี้เมืองตงหนิงจะกลายเป็นสนามรบ ใครก็ตามที่อยู่สูงกว่าระดับชำระแก่นแท้จะต้องเข้าร่วมสงคราม!

จบบทที่ ตอนที่ 52 การปะทุ

คัดลอกลิงก์แล้ว