เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 ทุกสรรพสิ่ง (บทสุดท้ายของภาค)

ตอนที่ 48 ทุกสรรพสิ่ง (บทสุดท้ายของภาค)

ตอนที่ 48 ทุกสรรพสิ่ง (บทสุดท้ายของภาค)


ตอนที่ 48 ทุกสรรพสิ่ง (บทสุดท้ายของภาค)

"ถ้าหากมันหนีไปได้ ข้าคงจะต้องพาเจ้าไปที่เขาหยวนชู" เมิ่งเซียนกูกล่าวด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณท่านย่าทวดมากขอรับ ไม่อย่างนั้น ข้าคงต้องเจอปัญหาใหญ่เป็นแน่" เมิ่งชวนกล่าวขอบคุณ

มู่หรงหยูที่ถูกมัดอยู่ข้างๆเหมือนเกี๊ยว จ้องไปที่เมิ่งชวนและพูดด้วยเสียงต่ำ "นายน้อยเมิ่ง ข้าประทับใจจริงๆ เจ้าทำตัวเหมือนจอมยุทธในระดับก่อกำเนิดที่พึ่งเข้าถึงวิชาลับ แม้ว่าจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้ก็ตาม เจ้าซ่อนความลับไว้ได้อย่างดี ข้าแพ้แต่โดยดี พวกเราคำนวนไว้แล้ว รวมไปถึงความสามารถในการสอดส่องของเมิ่งเซียนกูและจ้าวตำหนักวังหยกสุริยันด้วยเช่นกัน หากพวกข้ามีเวลาแค่เพียงชั่วครู่ เทพมารพวกนี้คงจะไม่พบพวกข้าเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม ข้าไม่เคยนึกฝันเลยว่าน้องๆของข้าจะตายด้วยน้ำมือของเจ้า ขนาดข้ายังถูกเจ้ายื้อเอาไว้เป็นเวลานานเลย!

มันถูกยื้อมานานเกินไป จนทำให้เมิ่งเซียนกูจับตัวมันได้ หากมันมีเวลามากกว่านี้ มันคงจะหลบซ่อนในถ้ำใต้ดิน และทำให้ยากที่จะเจอตัว

ดินและหินเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการจับสัมผัสใดๆ แม่น้ำก็ขัดขวางการจับสัมผัสได้ดีเช่นกัน ในตอนที่มู่หรงหยูกระโดดลงไปในแม่น้ำ เมิ่งชวนก็สัมผัสที่จับได้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว หากมันมีเวลาอีกห้าวินาทีล่ะก็ แม้จะเป็นเมิ่งเซียนกูก็คงจะจับสัมผัสมันไม่ได้อย่างแน่นอน

"เจ้าหุบปากเสียดีกว่า" เมิ่งเซียนกูเหลือบมอง ในขณะที่ด้ายที่มองไม่เห็นแทงเข้าไปในร่างกายของมู่หรงหยู มู่หรงหยูไม่สามารถส่งเสียงได้อีกต่อไป มันมองไม่เห็นและไม่ได้ยินอีกต่อไป

"ตอนนี้มันจะไม่ได้ยินหรือมองเห็นอะไรทั้งนั้น" เมิ่งเซียนกูกระซิบ "ตอนที่เจ้าประลองกับพ่อของเจ้าและข้า…เจ้าแข็งแกร่งพอๆกับพ่อของเจ้า แต่ว่า ข้ารู้สึกว่าเจ้าแข็งแกร่งกว่านั้นหลายเท่าเมื่อตอนที่เจ้าปลดปล่อยพลังเต็มที่ก่อนหน้านี้ กระทั่งนำมู่หรงหยูไปได้ ขนาดรองหัวหน้าสาขาทั้งสองคนนั้นมันยังตายด้วยน้ำมือเจ้าเลย หรือนี่จะเป็นเพราะพื้นที่ตรงหว่างคิ้วของเจ้าอย่างนั้นรึ?”

"ขอรับ" เมิ่งชวนพยักหน้า “เพียงแต่ข้าใช้ท่าได้เพียงไม่กี่ท่าเท่านั้น ข้าสังหารรองหัวหน้าทั้งสองด้วยการสองท่าแรก และสามท่าที่เหลือนั้นทำได้แค่เพียงทำให้มู่หรงหยูบาดเจ็บสาหัส ข้าสังหารมันไม่ได้”

"สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้มากเพียงนี้" เมิ่งเซียนกูขมวดคิ้วเล็กน้อย "ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน จำไว้ว่า เรื่องนี้จะต้องถูกเก็บเป็นความลับ แม้ว่าเจ้าจะได้เข้าร่วมการประเมินของเขาหยวนชู แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดเผยพื้นที่ตรงหว่างคิ้วของเจ้าหากเจ้ามั่นใจว่าจะผ่าน หลังจากที่เจ้าเข้าสู่เขาหยวนชูแล้ว ให้อ่านคู่มือและหาดูว่ามันหมายถึงอะไร จากนั้นเจ้าค่อยตัดสินใจได้ว่าจะบอกคนอื่นเกี่ยวกับการมีอยู่ของมันหรือไม่"

"อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลึกลับเช่นนี้อาจเป็นเรื่องที่ดี มันอาจเกี่ยวข้องกับความลับบางอย่างด้วย" เมิ่งเซียนกูกล่าว

"เข้าใจแล้วขอรับ"เมิ่งชวนพยักหน้า

"เจ้าคิดว่าเจ้าจะไปถึงระดับไร้ตำหนิได้เมื่อไหร่?" เมิ่งเซียนกูถาม

"รากฐานเทพอสูรของข้าลึกซึ้งและแข็งแกร่งมาก ข้าจะอยู่ในระดับก่อกำเนิดนานกว่านี้อีกหน่อย ข้าคาดว่าจะไปถึงระดับไร้ตำหนิภายในสิ้นปีหรือต้นปีหน้า" เมิ่งชวนกล่าว

"เป็นเรื่องดีที่จะมีระยะเวลาเติบโตนานขึ้น" เมิ่งเซียนกูพยักหน้า "แม้ว่าเจ้าจะไปถึงระดับไร้ตำหนิภายในสิ้นปีนี้ เจ้าก็ต้องเสริมรากฐานของเจ้าอยู่ดี เป็นเรื่องดีหากเจ้าบีบอัดแก่นของเจ้าได้! จากนั้นเจ้าสามารถเข้าร่วมการประเมินของเขาหยวนชูได้ในปลายปีหน้า เจ้าควรเข้าร่วมการประเมินตอนอายุ 18 ปี แม้ว่าเจ้าจะล้มเหลว แต่เจ้าก็มีโอกาสเข้าร่วมได้อีกครั้งตอน19 ไม่ก็ 20”

ตามแผนของเมิ่งเซียนกู เขามีโอกาสทั้งหมดสามครั้ง

"ขอรับ" เมิ่งชวนพยักหน้า

"ไม่มีใครเห็นการสนทนานี้ใช่ไหม?" เมิ่งเซียนกูถาม

"ตอนนี้ค่อนข้างดึกและสถานที่ลอบสังหารที่นิกายอสูรฟ้าเลือกไว้นั้นค่อนข้างห่างไกล ไม่มีจอมยุทธอยู่"

"เอาล่ะ เจ้ากลับไปก่อนได้ แต่อย่าบอกใครเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้" เมิ่งเซียนกูกล่าว "ให้ข้ารับผิดชอบการตายของพวกมันเอง"

"ขอรับ" เมิ่งชวนรู้สึกผ่อนคลาย เมิ่งเซียนกูไม่ได้โลภ ในฐานะที่เคยเป็นเทพอสูรมาเกือบ 80 ปี เธอไม่สนใจเรื่องชื่อเสียง สิ่งที่เธอทำคือการปกป้องเมิ่งชวน

อ่านตอนล่าสุดที่ mynovel.co หรือ www.thainovel.com

การต่อสู้ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ก็จบลงอย่างเงียบๆ

เมิ่งชวนกลับไปที่จิงหูเมิ่ง

"อาชวน เจ้าไม่ได้ไปที่คฤหาสน์ของบรรพบุรุษรึ? เจ้ากลับมาไวจัง" หลิวชีเยว่ที่พึ่งกลับก็พบว่าเมิ่งชวนอยู่ข้างหลังเธอ

"ข้าวิ่งมาเต็มแรง แน่นอนอยู่แล้วว่าข้าเร็ว" เมิ่งชวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลิวชีเยว่ไม่รู้สึกเลยว่า ในช่วงเวลาที่พวกเขาแยกจากกัน ก็มีการต่อสู้กันอย่างลับๆ ที่มีผลสืบเนื่องยาวนานแห่งเมืองตงหนิง ได้เกิดขึ้น

ที่คฤหาสน์บรรพบุรุษตระกูลเมิ่ง ภายในห้องทรมาน

"ข้าสาบานว่าข้าจะบอกเจ้าทุกเรื่องที่ข้ารู้ หากปล่อยข้าออกไป!" มู่หรงหยูที่ถูกล่ามโซ่ตะโกน ร่างกายของมันสั่นสะท้าน

เมิ่งเซียนกูยืนอยู่นิ่งๆและพูดอย่างเฉยเมยว่า "อย่าฝันเลยว่าจะได้มีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ที่ข้าจับเจ้าได้ เจ้าก็ชะตาขาดแล้ว แต่หากเจ้าบอกข้าว่านิกายอสูรฟ้าสาขาตงหนิงอยู่ที่ไหน ข้าจะปล่อยให้เจ้าได้ตายดี ไม่เช่นนั้น เจ้าจะไม่ได้ต้องทนการทรมาณเพียงสิบยี่สิบวัน แต่เป็นปี! เจ้าจะไม่ได้ตายอย่างที่หวังแน่ ต้องทนทรมาณทั้งวันทั้งคืน ติดอยู่ในนรกตลอดกาลไม่มีทางหนีรอด"

เมิ่งเซียนกูมีประสบการณ์ในการทรมานกากเดนเหล่านี้จากนิกายอสูรฟ้า

"สาขาตงหนิงรึ ไม่ไม่…" มู่หรงหยูไม่ยอมง่ายๆ "ปล่อยข้าออกไปเป็นๆก่อน ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้อะไรจากข้า"

"ถ้าอย่างนั้นก็รอดูกัน" เมิ่งเซียนกูจับไม้เท้าของเธอขณะที่ด้ายที่มองไม่เห็นแทงเข้าไปในร่างกายของมู่หรงหยู มู่หรงหยูร้องไห้ออกมาทันที

ในความเจ็บปวด เวลาดูเหมือนจะผ่านไปช้าลงหลายพันเท่า มู่หรงหยูประสบกับความทรมานที่ไม่มีที่สิ้นสุด

"ปล่อยข้าออกไป" ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ทำให้มู่หรงหยูยังคงต่อต้าน แต่เมิ่งเซียนกูยืนนิ่งไร้ความรู้สึก ด้ายแทงเข้าไปในร่างกายของมู่หรงหยูและทรมานมัน

สองชั่วโมง สี่ชั่วโมง หกชั่วโมง…

เวลามันช่างผ่านไปอย่างเนิ่นนานสำหรับมู่หรงหยู มันถูกทรมานจนแทบคลั่ง มันอยากจะเป็นอิสระ มันต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทรมาณไม่มีที่สิ้นสุดนี้

"ข้าจะพูด" มู่หรงหยูยอมแพ้ในที่สุด

ก่อนดวงอาทิตย์จะขึ้น มู่หรงหยูได้บอกทุกอย่างที่เมิ่งเซียนกูต้องการออกไป และหลังจากนั้น มันก็ได้รับสิ่งที่ต้องการ การปลดปล่อย!

เมิ่งเซียนกูเดินออกจากห้องทรมาน

ในไม่ช้า เมิ่งเซียนกูก็นำผู้อาวุโสออกเป็นเก้าคน และสมาชิกระดับก่อกำเนิด120 คนจากตระกูลเมิ่งที่ถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดทีม และดำเนินการหลายอย่างพร้อมกัน

พวกเขาทำลายสำนักงานใหญ่และที่ซุ่มทั้งหกแห่ง ทั้งหกแห่งเป็นโรงรับจำนำ บ้านพักพ่อค้ารายใหญ่ บริษัทคุ้มกัน ฯลฯ และพวกมันก็ถูกตระกูลเมิ่งทำลายทิ้งจนหมดภายในสองชั่วโมง

บ่ายวันรุ่งขึ้น

เมิ่งเซียนกูย้ายไปที่จิงหูเมิ่งชั่วคราวอีกครั้ง

"ท่านย่าทวด หนังสือพวกนี้คือ?" เมิ่งชวนมองไปที่กล่องหนังสือในลานบ้าน นอกจากนี้ยังมีภาพวาดและสิ่งของอื่นๆ

"ข้าสอบปากคำมู่หรงหยูเมื่อคืนและได้ข้อมูลนิกายอสูรฟ้าสาขาตงหนิงมา" เมิ่งเซียนกูกล่าว "ผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นๆของสาขาตงหนิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้นำทั้งสามของพวกมันตายไปหมดแล้ว พวกมันโดนทีเผลอ และตระกูลเมิ่งของเราสามารถบุกจู่โจมพวกมันทั้งหมดได้ภายในหนึ่งชั่วยาม(2 ชั่วโมง) สาขาตงหนิงถูกกวาดล้าง มีจอมยุทธในระดับก่อกำเนิดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดพ้นไปได้"

"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นิกายอสูรฟ้าจะไม่มีหูตาในเมืองตงหนิง พวกมันจะไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในเมืองตงหนิงและสร้างเครือข่ายข้อมูลได้ในอีกไม่กี่ปีนี้เป็นแน่" เมิ่งเซียนกูยิ้ม "เมิ่งชวน เจ้าได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อเมืองตงหนิง"

เมิ่งชวนยิ้ม รู้สึกมีความสุข

หากไม่มีนิกายอสูรฟ้ามาก่อปัญหาอยู่เสมอๆ เมืองตงหนิงจะปลอดภัยกว่าเดิมมาก อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป นิกายอสูรฟ้าจะค่อยๆแทรกซึมกลับเข้ามาในเมืองตงหนิงอีกครั้ง

"หนังสือเหล่านี้ข้าพบในที่ซ่อนของพวกมัน มันเหมาะสำหรับเจ้า" เมิ่งเซียนกูกล่าว "ลองอ่านดูว่าเจ้าจะเปิดโลกทัศน์ของเจ้าให้กว้างขึ้นได้หรือไม่"

"ขอรับ" เมิ่งชวนพยักหน้าก่อนจะเริ่มพลิกดูหนังสือ

หนังสือเหล่านี้กล่าวถึงความลับของโลกเป็นหลัก นิกายอสูรฟ้ารับผิดชอบในการตรวจสอบข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวกับมนุษย์ มีหนังสือหลายเล่มที่มีข้อมูลที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

โลกนี้แบ่งออกเป็นสามส่วน มนุษย์มีสามราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ ได้แก่ ราชวงศ์โจว ราชวงศ์ทรายดำ และราชวงศ์หยู ราชวงศ์โจวก่อตั้งขึ้นโดยนิกายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เขาหยวนชู ราชวงศ์ทรายดำก่อตั้งขึ้นโดยถ้ำทรายดำสวรรค์ ราชวงศ์หยูก่อตั้งขึ้นโดยเกาะสองโลก เมิ่งชวนพยักหน้าเล็กน้อย สำหรับเขาหยวนชู ถ้ำสวรรค์ทรายดำ เกาะสองโลก…พวกเขาเป็นสามนิกายสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์

ทั้งสามนิกายยิ่งใหญ่เหล่านี้มีเทพอสูรที่ทรงพลังอยู่ในนั้น พวกเขาร่วมกันป้องกันการรุกรานของอสูร เพราะเหล่าอสูรนั้นแข็งแกร่ง

เมิ่งชวนอ่านบันทึก อสูรมีพลังมากกว่ามนุษย์มาก

มนุษย์ทั้งสามนิกายพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันพวกมัน พวกเขาตั้งรับอย่างเต็มที่! เทพอสูรมีอิทธิพลในเมืองใหญ่ๆหลายที่ เช่นเทพอสูรที่มีชื่อเสียงอย่างราชาทะเลตงไห่ก็เป็นคนคุมเมืองปราการที่สำคัญและปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามทั้งสามนิกายไม่ได้สูญเสียดินแดนใดๆในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะถูกอสูรยึดครองเพียงชั่วคราว แต่ก็จะยึดคืนกลับมาอีกครั้งได้อย่างรวดเร็ว

‘พวกสวะนิกายอสูรฟ้า’ ยิ่งเขาอ่านเขาก็ยิ่งโกรธ

บางคนคิดว่าไม่มีความหวังสำหรับมนุษย์ บางคนหวังผลประโยชน์ที่จะได้รับจากอสูร ง่ายๆคือ พวกมันได้ก่อตั้งนิกายขึ้นมา มันคือนิกายอสูรฟ้า มันแทรกซึมเข้ามาในเผ่าพันธุ์มนุษย์ นิกายอสูรฟ้าแฝงตัวอยู่ทุกหนทุกแห่งเพื่อให้ข้อมูลมนุษย์แก่อสูร เหล่ามนุษย์เกลียดชังพวกมันอย่างหนัก นิกายอสูรฟ้าสาขาย่อยที่เมิ่งชวนกำจัดออกไปก็เป็นเพียงเม็ดทรายท้องทะเลอันกว้างใหญ่เท่านั้น

‘ข้ายังคงเป็นมนุษย์ สิ่งที่ข้าทำได้ยังคงเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น’

การทำลายนิกายอสูรฟ้าสาขาตงหนิงเกิดขึ้นอย่างลับๆ มีเพียงระดับสูงของเมืองตงหนิงเท่านั้นที่รู้ สำหรับการเสียชีวิตของผู้นำนิกายอสูรฟ้าสาขาตงหนิงทั้งสาม ศาลจักรวรรดิตั้งให้เมิ่งเซียนกูเป็นคนรับผิดชอบ

วันคืนของเมืองตงหนิงสงบสุขและเงียบสงบมากตามปกติ

ในวันที่ 25 มีนาคม วังหยกสุริยันประกาศว่าเหยียนจินได้เข้าถึง "พลังกระบี่" แล้ว ทันทีที่ข่าวแพร่กระจาย มันสะเทือนทั้งห้าตระกูลเทพอสูรในเมืองตงหนิงทันที เพราะไม่ว่ายังไง เขาก็เข้าถึง "พลัง" ได้ตั้งแต่อายุสิบเจ็ด เขาเป็นคนที่น่าอัศจรรย์ เป็นอัจฉริยะที่เทียบได้กับปรมาจารย์จาง

สามวันต่อมา ตระกูลเมิ่งประกาศว่าเมิ่งชวนเข้าใจ "พลังกระบี่" ได้แล้วเช่นกัน เมื่อหวินฟู่อันแห่งตระกูลหยุนทราบข่าว เขาก็โมโหทุบเครื่องเคลือบลายครามที่เขาชอบทั้งหมดในห้องของเขา และสถานะของตระกูลเมิ่งก็เพิ่มขึ้นในบรรดาตระกูลเทพอสูรทั้งห้า ไม่มีสี่ตระกูลเทพอสูรใดกล้าที่ดูถูกดูแคลนพวกเขาอีกต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว มันแน่นอนว่าเขาจะได้รับคัดเลือกจากเขาหยวนชูหลังจากที่เข้าใจ"พลัง"ตั้งแต่อายุ 17 ปี และอนาคตที่สดใสก็รอเมิ่งชวนอยู่

(จบภาคสอง บันทึกสรรพชีวิต)

จบบทที่ ตอนที่ 48 ทุกสรรพสิ่ง (บทสุดท้ายของภาค)

คัดลอกลิงก์แล้ว