เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 20: นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่

บทที่ 20: นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่


บทที่ 20: นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่

แม้แต่ก่อนที่เขาจะเกิดใหม่ซูหยุนไม่สามารถมีระดับการบ่มเพาะสูงได้ถึงขนาดนี้ แต่ตามลำดับขั้นแล้วทำไมความก้าวหน้าในการบ่มเพาะของเขาจึงไม่คืบหน้าเขาจึงเดินทางไปทั่วทวีป,ได้พบปะกับผู้คนมากมายและได้ประสบการณ์มาก เขาเคยพบกับนักบ่มเพาะของทวีปปีศาจเพื่อค้นหาเทคนิคปีศาจที่เขาสามารถใช้ได้ ดังนั้นเขาจึงมีความคิดที่เปิดกว้างมากและความคิดอ่านทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนส่วนใหญ่

ซูหยุนกลับถึงบ้านสองวันต่อมาหลังจากเสร็จเรื่องบางเรื่อง เนื่องจากเจ้าของคอกม้าหายตัวไปเขาจึดชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของด้วยม้าของเขาที่เขาซื้อมาจากเมืองทะเลสาปกระจก โชคดีที่ม้าป่ามีลำตัวแข็งแรงและมีขากรรไกรที่มีการพัฒนาดีเจ้าของพอใจอย่างมากมันมีเสถียรภาพตามธรรมชาติและไม่ได้ขอให้ซูหยุนชดเชยค่าเสียหายของสัญญากู้ยืมเงินที่หายไป

หลังจากที่จัดการเรื่องต่างเรัยบร้อยแล้วซูหยุนกลับไปที่ทิศทางของกระท่อมของเขาในป่า

"ในอีกหนึ่งเดือนจะมีการประลองจัดขึ้นภายในตระกูล ข้าได้ยินมาว่าทุกคนในตระกูลใหญ่ ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว เจ้าต้องฝึกให้หนัก เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำคะแนนได้สูงในการประลองหรือเปล่า? เจ้าแน่ใจมั้ยว่าเจ้าไม่ต้องการรออีกสามปี? "

ที่ถนนในแหล่งชุมชนหญิงวัยกลางคนยืนกอดอกหันหน้าไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งขณะที่นางดุด่า

ชายหนุ่มคำนับรับในคำพูดของผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง

"ลูกรัก,เจ้าไม่ต้องกังวนว่าจะไม่มีหญิงสาวคนไหนพูดกับเจ้า มองไปที่ลูก ๆ ของคนอื่นสิไม่มีใครเลยที่มีการบ่มเพาะต่ำ? แม่รู้ว่าว่าตราบใดที่เจ้าติดในสองร้อยอันดับแรกในการประลองท่านพ่อของเจ้าจะรู้สึกภาคภูมิใจ! แต่หากว่าเจ้าเอาแต่อยู่บ้าน,ไม่เคยไปลานฝึกยุทธเพื่อฝึกฝน,ไม่เคยบ่มเพาะแล้วต่อไปจะทำยังไง,เจ้ายังจะทำอยู่แบบนี้ยังงั้นหรือ?

"ท่านแม่การเข้าสองร้อยอันดับแรกนั้นพูดนะมันง่าย? ในรอบคัดเลือกแต่ละสนามมีคนในสำนักของเราน้อยมากที่เข้าไปได้ ครั้งล่าสุดข้าได้ยินมาว่ามีเพียง 12 คนเท่านั้นที่เข้าร่วมการประลองและเมื่อเข้าไปแล้วท่านต้องประลองกับผู้เชี่ยวชาญอีก 7000 กว่าคน ท่านแม่ท่านคิดจริงๆหรือว่าลูกชายของท่านจะมีความสามารถโดดเด่นในหมู่คนเหล่านี้? ปล่อยข้าให้อยู่คนเดียวในฐานะครอบครัวใน,การประลองนี้เหมือนว่าข้ารนหาที่ตายหากข้าเข้าร่วม! มันไม่มีประโยชน์หรอก!

หลังจากหญิงวัยกลางคนได้ฟังเช่นนี้นางโมโหมาก "เจ้าลูกไม่รักดีเจ้าจะไม่ลงประลองอย่างนั้นใช่มั้ย? นี่เป็นโอกาสเดียวของเจ้าเเละครอบครัวเราที่มีแต่ว่าเจ้ายังจะพูดแบบนี้ได้อย่างไร? มองลูกชายข้างบ้านสิ!เขาฝึกฝนอย่างหนักทุกวันในลานฝึกยุทธ แม่ได้ยินมาว่าเขาก้าวผ่านขั้นเจ็ดเขตแดนพื้นฐานวิญญาณแล้วและอาจจะเข้าถึงขั้นที่แปดได้ในอักไม่นาน! แต่ดูตัวเจ้าสิ!ยังอยู่ขั้นที่หกพื้นฐานวิญญาณ! เจ้า ... . ทำไมเจ้าช่างน่าผิดหวัง? "

"ท่านแม่มันไม่เหมือนกัน หวังชู่เก็บเงินได้ตั้งแต่ต้นปีสามารถซื้อยาจิตเพื่อการบ่มเพาะได้ ไอ้การใช้ยาประเภทนี้มันทำให้เขาสามารถก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ท่านมองที่ข้าสิท่านเคยนำมาให้ข้าเพื่อบ่มเพาะหรือไม่? ข้าอยู่ที่จุดสูงสุดของเขตแดนการบ่มเพาะขั้นที่หก แต่ความคืบหน้าของข้าก็หยุดนิ่งไม่ว่าข้าจะฝึกอย่างหนักแค่ไหน ... .. โอ้!ท่านแม่อย่าคิดถึงการบ่มเพาะจิตวิญญาณอีกต่อไปเลย ข้าคิดว่าข้าประดิษฐ์อักษรอยู่ที่บ้านนั้นดีพอแล้ว ... "

หลังจากหญิงวัยกลางคนได้ยินอย่างนี้นางก็ร้องไห้อย่างรุนแรง

ซูนหยุนชะลอฝีเท้าลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกหลากหลายผุดขึ้นมาในใจ

ในโลกนี้ความสามารถทางจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง แต่ว่ามันยังเป็นปัจจัยหลักของเงื่อนไขภายนอกอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญ ๆ เช่นช่วงต้นการบ่มเพาะหรือการทลวงต้องใช้เม็ดยาบ่มเพาะ,เทคนิคต่างๆและอื่น ๆ

"การประลองทุกสามปีของตระกูลซู?"

ในตระกูลซู,ถ้าศิษย์สำนักภายนอกก่อนอายุยี่สิบปีทลวงผ่านเขตแดนผลิวิญญาณ (Tl: เขตแดนที่ 2 หลังจากพื้นฐานวิญญาน) พวกเขาจะมีคุณสมบัติเข้าสู่สำนักภายใน หากไม่สามารถเข้ามาภายในอายุยี่สิบปี ... มันจะเป็นเรื่องยากที่จะก้าวหน้าในอนาคตดังนั้นพวกเขาจึงยอมแพ้ เหตุผลถึงแม้พวกเขาจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ความก้าวหน้าของพวกเขาจะช้าลงดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะพยายามที่จะทลวงระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้น

นี่เป็นการทดสอบความแข็งแกร่งเมื่อผลความแข็งแกร่งออกมาและตรงตามมาตรฐานท่านจะสามารถเข้าสู่สำนักภายใน

อย่างไรก็ตาม,ยังมีวิธีการอีกอย่างหนึ่งนั่นคือ "การประลองทุกๆสามปีตระกูลซู "

แถวการลงทะเบียน,สำนักภายในและภายนอก

ไม่ จำกัด จำนวนผู้เข้าร่วมการประลอง

รางวัลการประลอง,รางวัลที่สำคัญคือได้รับการจัดอันดับสมาชิกตระกูล,เม็ดยาบ่มเพาะและเคล็ดวิชา, สำหรับอัฉริยะพิเศษตระกูลซูจะจัดครูฝึกสอนเป็นเวลาสามปี นี่เป็นรางวัลที่มากที่สุดเนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในสำนักหรือตระกูลใหญ่พวกเขาจะต้องพึ่งพาคัมภีร์สำหรับเส้นทางการบ่มเพาะของพวกเขา การทดลองผิดและวิถีทางที่ผิดพลาดจะนำไปสู่ความสูญเสียมากมาย อย่างไรก็ตามด้วยในด้านของมืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนของคุณความคืบหน้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นการประลองจะเป็นการแข่งขันที่สูง

รางวัลพิเศษเพิ่มเติมสำหรับศิษย์ภายนอก คือคุณสมบัติในการเข้าสู่สำนักภายในของตระกูลซู

แม้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่ก็เป็นรางวัลอันล้ำค่าสำหรับผู้ที่อยู่สำนักภายนอกของตระกูลซู

หลังจากซูหยุนคาดการณ์เรื่องนี้เขาหันหลังกลับไปและมุ่งหน้าไปยังจุดลงทะเบียนสำหรับการประลอง

ขณะที่เขาเข้ามาลงทะเบียนมีกลุ่มคนบรุษและสตรีมารวมกันที่นี่ แต่ทุกคนสวมใส่ชุดสบายๆ โดยไม่มีอาวุธวิเศษและแสดงท่าทีธรรมดาๆ

ผู้รับผิดชอบการลงทะเบียนนั้นมาจากสำนักภายในของตระกูลซูเนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คนที่มีเวลาลงทะเบียน ด้วยเหตุนี้จึงมีพวกเขาบางคนอยู่ภายในสำนัก พวกเขาต้องให้โอกาสสำหรับผู้บ่มเพาะสำนักภายนอกมิฉะนั้นจะมีการก่อจลาจล

"ชื่อ!"

เสมียนผู้รับผิดชอบการลงทะเบียนตะโกนโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้น

"หลี่เฟิง"

"เขตแดน"

"มันคือ ... . เอ่อ...ขะ ขะ..ขั้นที่หกพื้นฐานวิญญาณ"

คนที่อยู่ด้านหลังเขาหรี่ตาลงความด้วยความเหยียดหยามปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา

เสมียนไม่ได้สนใจ แต่ศิษย์คนอื่น ๆ จากสำนักภายนอกได้มีการสบประมาทอย่างเห็นได้ชัด ในใจของหลี่เฟิงโกรธมาก แต่พวกเขามีการบ่มเพาะที่สูงกว่าดังนั้นเขาจึงได้แต่เงียบแล้วกลืนคำพูดของตัวเอง

"ชื่อจริง"

"ซูหยุน"

"ซูหยุน?"

เสมียนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้านหน้า

ซูหยุนค่อยๆวิเคราะห์เสมียนด้านหน้าและทันใดนั้นเขาก็จำใบหน้าที่คุ้นเคยนี้ได้

"ซูต้าไห่,เจ้าเป็นเสมียนศิษย์ภายในสำหรับการประลอง?"

"โอ้นายน้อยซู,ข้ายังจำท่านได้ดี! เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน! " ศิษย์สำนักภายในลุกขึ้นหัวเราะเย้ยหยัน

ซูต้าไห่มีอายุมากกว่าซูหยุนประมาณ 5 หรือ 6 ปีและรับผิดชอบในคลังเก็บของ บ้านของเขาฟุ่มเฟือยและในระหว่างการนับสิ้นค้า,เมล็ดพันธ์มากมายจำนวนหนึ่งหายไป, ทุกคนรู้ดีว่าซูต้าไห่ยักยอก แต่เนื่องจากซูกุ้ยม่อหนุนหลัง จึงไม่มีใครสามารถทำอะไรได้

อย่างไรก็ตาม,ซูกุ้ยม่อไม่ชอบขี้หน้าซูหยุนเสมอตั้งแต่แรกๆ เนื่องจากซูหยุนได้สืบทราบสาเหตุของความมั่งคั่งอันมหาศาลของซูกุ้ยม่อซูหยุนจึงเปิดโปงและเปิดเผยความลับบางอย่าง ความลับเหล่านี้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ซูกุ้ยม่อไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ซูต้าไห่เป็นคนเคราะห์ร้ายและเมื่อธุรกิจของเขากับซูกุ้ยม่อถูกเปิดเผยเขาก็สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เขาถูกลงโทษโดยถูกบังคับให้ต้องอยู่นอกบ้านด้วยแสงแดดที่ร้อนระอุและลมพดมาสองสามวัน

"ข้าไม่คิดว่านายน้อซูจะเข้าร่วมการประลองในครั้งนี้ได้ ...เพราะว่าท่านถูกขับไล่ออกจากบ้านของท่าน ท่านยังกล้าที่จะลงทะเบียนอีกหรือ? "นี่กระไร?" หลังจากที่ท่านอยู่ในย่านคนจรแล้วท่านคิดถึงประโยชน์ของสำนักภายในของตระกูลซู?

ซูต้าไห้ตะโกนอย่างจงใจปล่อยให้ทุกคนได้ยินอยู่ภายในสี่หลา แม้ว่าซูหยุนจะถูกขับออกจากสำนักภายในของตระกูลซูซึ่งทุกคนในสำนักรู้กันทั่วไปทั้งสำนักภายในและสำนักภายนอกของตระกูลซูแต่มีเพียงไม่กี่คนที่ได้เห็น ซูหยุน หลังจากที่ซูต้าไห่เรียกออกมาหลายคนเริ่มเข้าใจและกระซิบที่ด้านหลัง

"งั้นเขาคือซูหยุน"

"เขาเป็นแค่ขยะของตระกูลซู?"

"ด้วยสักยภาพที่ยอดเยี่ยมเมื่อเขาเกิดมาเขาเพิ่งบรรลุขั้นที่เจ็ดของเขตแดนพื้นฐานวิญญาณ เขาไม่ได้มีคุณบัติอะไร? ข้าเกรงว่าก่อนที่เขาจะอายุยี่สิบปีเขาอาจจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่เขตแดนผลิวิญญาณได้! ไร้ประโยชน์แท้ๆ "

"เขาไม่มีอะไรแค่สวะ,แค่มีการศึกษาเลี้ยงดูที่ดี หากข้าอยู่ในสำนักภายในและได้เข้าใช้ลานฝึกวิชาที่เหนือกว่า,เม็ดยาบ่มเพาะและการฝึกฝน,ข้ามั่นใจว่าข้าจะต้องทลวงผ่านเขตแดนผลิวิญญาณ! "

"หลักๆแล้วพวกเรานับว่าไม่ได้เลวร้ายไปกว่าบรรดาสำนักภายใน แต่บ้านเกิดของพวกเราไม่อาจเทียบได้!"

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยหยันในฝูงชนมากมาย

ดูเหมือนว่าแม้แต่คนนอกครอบครัวซูหยุนก็เกลียดซูหยุน ปากของซูต้าไห่ไฮแตกรอยยิ้มอันน่าภาคภูมิใจ

"ไอ้หนู,ข้าต้องการให้เจ้าออกจากตระกูลซูโดยสมบูรณ์!" ซูต้าไห่คิด

"ข้ายังสามารถสมัครได้ใช่มั้ย?"

"แน่นอน!"

เมื่อซูหยุนรู้สึกสงบซูหยุนก็หัวเราะออกมา เขากลับมานั่งอยู่ในตำแหน่งของเขาทันที

"อะไร?" "คุณชายซูผู้ทรงเกียรติ" แม้จะต้องลงทะเบียนการประลอง?  ข้าคิดว่าท่านน่ายอมรับความอัปยศของท่าน กล่าวคือท่านไม่ได้อยู่ในตระกูลซูอีกต่อไป ท่านกลับไปเถอะ? "

เมื่อการสนทนาระหว่างซูต้าไห่กับซูหยุนสิ้นสุดลง,มีเสียงกระจ่างสดใสดังออกมา

จบบทที่ บทที่ 20: นายน้อยผู้ยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว