เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ข้าเเกร่งพอ!

บทที่ 8 - ข้าเเกร่งพอ!

บทที่ 8 - ข้าเเกร่งพอ!


บทที่ 8 - ข้าเเกร่งพอ!

ชั้นแรกของพื้นที่ทดสอบ: พื้นที่ไร้สภาพ

ที่มีหมอกหนาและท้องฟ้ามืดสนิท ไม่มีดวงจันทร์ไม่มีดวงดาวมีที่ดินเป็นพื้นที่ๆเงียบสนิทไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ

ซูหยุนก้าวไปข้างหน้าบนพื้นดินที่เย็นยะเยือก

"โอ้—? ว่าแต่เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อของนิกายกระบี่เทวะหรอกหรือ?”

“ข้าได้อ่านตำราและท่องยุทธภพมานาน แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนิกายกระบี่เทวะ ข้าคิดว่ามีน้อยคนนักที่เคยได้ยินชื่อนี้ในทวีปนภายุทธนี้”

หลังจากมันเดินเข้าไปในพื้นที่ไร้สภาพมันกวาดสายตาอย่างระมัดระวังโดยรอบของในขณะที่มันยังคุยกับผู้เฒ่า

“นิกายกระบี่เทวะน่าจะมีลูกศิษย์ของท่านประมุขเหลือรอด ความรุนแรงมันได้ทวีขึ้นเรื่อยๆ ลูกศิาย์ของท่านประมุข พวกอาจารย์ กับศิษย์หลัก อาจเป็นต้นเหตุของภัยพิบัตินิกายกระบี่เทวะ หลังจากที่ท่านประมุขถูกลอบทำร้าย มันเป็นชนวนเหตุให้นิกายสูญเสียความสมดุนในอำนาจ เป็นเหตุให้นิกายล่มสลาย ชื่อของนิกายเลยน่าจางหายไป”

“ท่านจำวันที่ท่านถูกทำร้ายได้มั้ย?”

“วันที่7เดือน8ปีอู่ซร่างตี้!”

“ตอนนี้เป็นปีอู่เวย! เวลาของพวกเราผ่านมาแล้วหนึ่งพันปีเต็ม!” ซูหยุนรู้สึกประหลาดใจกับคำของผู้เฒ่า

ผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก

ตูม!!!!!! ตูม!!!!!!

เสียงดังกึกก้อง!

ซูหยุนกังวลมากในขณะที่มันได้ยินเสียง! มันมองรอบๆมันเห็นกระบี่หล่นมาจากฟ้าร่วงลงตรงหน้ามัน

กระบี่ยาวกว่าร้อยเมตรและกว้างสิบเมตร ใบมีดไม่ได้สวยงามแต่มันกลับปลดปล่อยแรงกดดันออกมารอบๆ

ซูหยุนซัดกำปั้นเข้าไปอย่างไม่คิด แต่ทว่าตัวกระบี่กลับปล่อยแรงกดดันเอ่อล้นออกมากดทับมัน

ตูมมมม!

ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของมันยุบลงด้วยแรงกดดันของกระบี่ทันที เเข่าของมันเกือบทรุดลงเพราะแรงดัน

มันได้แต่กัดฟันอดทนรับแรงดันกระบี่

“นี่เป็นการทดสอบที่หนึ่ง! หากเจ้าคิดจะถอนตัวก็รีบบอกว่า เจ้าจะไม่ตายแต่พรสวรรค์ของเจ้าจะเสียไปเท่านั้น!”

เสียงผู้เฒ่าดังขึ้นในจิตใจซูหยุนแต่ในใจของซูหยุนมันมีทางเลือกหรือ?

ซูหยุนพยายามต้านทานแรงกดดันกระบี่เท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้โดนครอบงำ

พื้นดินริ่มปริแตกมากขึ้นและหินโดยรอบเริ่มที่จะพังเป็นชิ้นๆ

ใบหน้าซูยุนเริ่มปกคลุมไปด้วยเหงื่อและมองดูตึงเครียจ

"หืม?"

ทันใดนั้นซูหยุนก็เกิดความสงสัยขึ้น พื้นดินปริแตกเป็นร่องลึกแต่ทำไมร่างกายของมันถึงไม่เป็นอะไร?

การบ่มเพาะของมันไม่ได้สูงมาก แต่มันสามารถทนต่อแรงกดดันดังกล่าวโดยปราศจากแผลบนร่างกายของมันได้อย่างไร?

ผู้เฒ่าบอกว่าการทดสอบนี้จะไม่ทำร้ายชีวิตของมัน แต่จะทำลายพรสวรรค์ ทำไมทำลายพรสวรรค์?

หมายความว่านี่คือการโจมตีทางจิตวิญญาณหรือ?

ซูหยุนสงสัยเรื่องนี้อยู่ในใจ หากนี่คือการทดสอบจิตวิญญาณ มันควรใช้วิชาการนั่งเข้าฌาณในการทดสอบ

จากนั้นซูหยุนสูดลมหายเข้าใจลึกแล้วหลับตาและเริ่มนั่งขัดสมารธิโดยใช้วิชานั่งฌานในความทรงจำของมัน

ด้วยวิชาทางจิตมันกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะทนต่อแรงดันกระบี่ หลังจากนั้นแรงดันกระบี่ก้หายไป

ในขณะนั้นกระบี่ได้เริ่มแยกตัวออกจากกันเป็นชิ้นๆ

"เหอ? จบแล้วหรือ?"

ผู้เฒ่าพูดด้วยเสียงประหลาดใจ“ชั้นนี้ประกอบด้วยจิตวิญญาณของท่านบรรพบุรุษหากจิตวิญญาณของเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ เจ้าจะไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้!”

“นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณของข้าเข้มแข็งมีความแข็งแกร่งพอ”

“อย่าประเมินค่าตัวเองสูงไป! บอกข้าสิว่า เจ้าทำยังไง?”

ผู้เฒ่าดูเหมือนจะสนใจมาก

“วิชาทางจิตวิญญาณที่เรียกว่า <ฌานสิบผันแปร>.”

“ใช้วิชาด้านจิตวิญญาณ? ข้าไม่ได้บอกว่าใช้ไม่ได้ แต่ไอ้วิชาแบบนี้ไม่อาจทำให้เจ้ารอดได้เสมอไป! ไม่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งไหนที่ไม่สามารถจะต้านทาน แค่วิชาจิตวิญญาณหรอก เฮ้อ ...เจ้าหนูเจ้ายังไร้เดียงสานัก”

ชั้นที่สอง: ดินแดนเยือกแข็ง

มีหิมะทุกที่ มันเป็นเหมือนสถานที่ๆอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาเช่นอาร์กติกหรือขั้วโลกใต้

ซูหยุนก้าวไปข้างหน้าเห็นหยดน้ำแข็งรูปกระบี่มากมายตรงหน้ามัน ทันใดนั้นเสียงลมกระโชกแรงแว่วเข้ามา มันคือพายุน้ำแข็ง!

ซูหยุนตัวสั่นกัดฟันทนกับความเหน็บหนาว ความหนาวเย็นได้แทรกซึมเข้าถึงกระดูกราวกับว่าเลือดจะหยุดไหล

“ชั้นที่สองมีความแตกต่างจากการทดสอบของชั้นแรกเจ้าควรให้ความสนใจ!”เสียงของผู้เฒ่าดังขึ้นอีกครั้ง

อันที่จริงมันแตกต่างกัน นี่ไม่ใช่การโจมตีจิตวิญญาณขณะนั้นซูหยุนเห็นว่ามือของมันเป็นสีม่วงและเท้าของมันถูกแช่แข็ง ผลกระทบของสภาพแวดล้อมได้มีผลต่อร่างของมัน

ที่นี่ไม่มีกลอุยายใดๆ มันคือการทดสอบจิตตานุภาพและแรงใจ!

ด้วยมุมมองความคิดของมันซูหยุนกัดฟันทนต่อความเจ็บปวดทั้งหมดและต้านทานเสียงกรีดร้องของลมกระโชกเศษน้ำแข็ง

แรกเริ่มพายุน้ำแข็งเป็นเหมือนลมพัดเย็นๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อัใด แต่ไม่นานมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นพายุน้ำแข็ง มันเริ่มน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆจนบ้าคลั่งเหมือนฝ่ามือขนาดมหึมาผลักซูหบุน

ซูหยุนรักษาเสถียรภาพของมันด้วยกำลังและแก่นพลังภายในจิตวิญญาณของมันยังคงอยู่ในความสงบ เขาจะไม่ถอยกลับแม่แต่ก้าวเดียว

พายุน้ำแข็งมีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้ไม่ได้มีแค่แรงผลักดันเท่านั้น แต่มันเหมือนกรงเล็บสัตว์ร้ายที่ฉีกกระชากซูหยุนเป็นชิ้นๆ!

“ย้ากกกกกก!”

ซูหยุนคำรามเพื่อกระตุ้นตัวเอง ร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลและดูเหมือนมันจะมาถึงขีดจำกัดของมันแล้ว แต่ทว่ามันก็ไม่ยอมก้าวถอยหลัง

"เยี่ยม ความมานะมีมากพอ! เจ้าต้องยึดไว้ให้ได้! หากเจ้าไม่ผ่านการทดสอบนี้เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่ำเรียนวิชากระบี่ของข้า! อย่าทำเพื่อข้าจงทำมันเพื่อตัวของเจ้าเอง! ยืนหยัดไว้!”ผู้เฒ่าตะโกน

แม้จะมีอัจฉริยะผ่านชายชรามามากมายหลายคนแต่ก็ไม่มีใครเหมือนซูหยุน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผู้เฒ่าพบซูหยุนดูเหมือนว่าวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งก็ได้ปรากฎขึ้นอีกในทวีปนี้อีกครั้ง เขาเขาไม่อยากทำลายโอกาสนี้ด้วยมือของตัวเอง ซูหยุนมีความกระตือรือร้นมากกว่าผู้เฒ่าที่เคยผ่านการทดสอบนี้

พายุน้ำแข็งเริ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง

แต่ในขณะนี้ซูหยุนได้ทะลุขีดจำกัดของมันไปนานแล้ว

มันแทบจะไม่สามารถประคองร่างกายของมันได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นภายในจิตใจของมัน

อดีตอันว่างเปล่า!

มันสลัดความวอกแวกทั้งหมดไปแล้วพยุงตัวมันเองอย่างเต็มที่ ในที่สุดพายุน้ำแข็งไม่สามารถพัดเขาถอยกลับได้แม้แต่ครึ่งก้าว

สิ้นสุดลง ทุกอย่างกลับเจ้าสู่ความเงียบอีกครั้ง

“ยินดีด้วยเจ้าหนู! เจ้าผ่านการทดสอบที่สองแล้ว!”ผู้เฒ่าร้องออกมาในความปิติ

“ข้าทำสำเร็จแล้วหรือเนี๊ยะ ฮู้....!”

ซูหยุนถอนหายใจ เสียงของมันอ่อนแรงแต่น้ำเสียงของมันเเน่วแน่

ซูหยุนรู้ว่ามันเป็นคนอ่อนแอ มันไม่สามารถทำอะได้มาก แต่ถ้ามันได้ตัดสินใจที่จะทำมันแล้ว มันจะทำอย่างเต็มที่ ว่ากันตามตรงมันเป็นคนทะเยอทะยานมากเกินไป แต่ว่าเขานั้นมีความตั้งใจที่มุ่งมั่นในสิ่งที่มันทำ มันไม่เคยล้มเลิก!

ผู้เฒ่าพยักหน้าในสัญญาและพูดไม่มาก

ประตูสีเหลืองปรากฏขึ้น ซูหยุนเข้าไปข้างในและมาถึงชั้นที่สาม

ชั้นที่สาม: บึงลาวาแดง

มันมีแต่ความเงียบ มันไม่ได้เย็น แต่ร้อนมาก

มีลาวาผุดขึ้นฟองก๊าซความร้อนดูเหมือนจะระเบิดออกมารอบๆ มันดูเหมือนเหมือนพื้นที่ๆสามารถย่างมนุษย์ได้เลย แต่สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆพิเศษ

ห่างจากซูหยุนเพียงสิบเมตรเป็นกระบี่สีแดงร้อน มันติดอยู่ภายในหินหนืด แต่ไม่มีเส้นทาง

กระบี่ล้อมรอบไปด้วยลาวาใบมีด เผยให้เห็นเปลวไฟที่เผารอบ ๆเหมือนมังกรโอบอุ้มรอบๆกระบี่

ด้านหลังกระบี่สิบเมตรมีประตูที่พาไปสู่การทดสอบที่สี่ หน้าประตูมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีผมสีขาวยืนอยู่ด้านหน้า

“เจ้าต้องการเรียนวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งโดยผ่านการทดสอบนี้หรือไม่?”

ชายหนุ่มคนหนึ่งตะโกน

"เขาเป็นใคร?" ซูหยุนถาม

“นี่คือกระบี่ไร้สรรพสิ่งมรดกตกทอดของท่านบรรพบุรุษ! ด้านหลังนั่นคือร่างจิตของท่าน!”ผู้เฒ่ากล่าวอย่างตื่นเต้น

“ถ้าเจ้าต้องการเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง เจ้าต้องผ่านการทดสอบที่สาม และปลดปล่อย ‘กระบี่ตะวันแดง’ หากเจ้าชนะเจ้าจะพบกับข้าบนชั้นที่สี่ ข้าจะรอพบเจ้าอยู่ที่นั่น!”

จากนั้นภาพของชายคนนั้นก็จางหายไป หลังจากที่ซูหยุนฟังมันขมวดคิ้วแน่น

ที่ๆมันยืนอยู่ห่างจากกระบี่แค่สิบกว่าเมตร แต่มันไม่ใช่รื่องง่ายๆ การคว้ากระบี่ที่อยู่ตรงกลางแล้วไปยังด่านต่อไปนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มันไม่มีไม่มีฐานที่ยืนแล้วมันจะไปยังไง?

“นี่คือชั้นที่สามการทดสอบนี้จะไม่เกี่ยวกับความอดทนกับความทนทาน แต่เพื่อทดสอบจิตใจว่าเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่หรือไม่และสายตาของเจ้ามีความแหลมคมพอมั้ย นี้เป็นเรื่องยาก สรุปแล้วคือเจ้าต้องเอาชนะกระบี่ทั้งหมด แม้ว่าเจ้าจะมีกองทัพแต่เมื่อเจ้าตกอยู่ในหินหนืดเจ้าจะต้องพึ่งพาสามารถที่จะพึ่งพากระบี่ของเจ้าเท่านั้น เมื่อเจ้าตกอยู่ในหินหนืดพรสวรรค์ของเจ้าจะได้รับความเสียหายและเจ้าจะล้มเหลวการทดสอบนี้? เจ้ายังอยากจะทำต่อหรือไม่?”ผู้เฒ่ากล่าว

แต่ซูหยุนยังคงเงียบ

มันจดจ้องกระบี่ที่เสียบในหินหนืด“กระบี่ตะวันแดง” และเพ่งมองมัน เหมือนกับการจู่โจมของงูพิษ มันหรี่ตาลงราวกับเห็นเหยื่อ

มันสลัดความลังเล ซูหนุนขยับตัวแล้วกระโดดขึ้นไปบน“กระบี่ตะวันแดง” เในหนึ่งก้าว

“เจ้าอย่างเพิ่งวู่วาม! เจ้าจะต้องระวังหินหนืด! มันจะทำให้เจ้าล้มเหลว!เฮ้อ....!” ผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความผิดหวังจากการกระทำของซูหยุน

อย่างที่คิดไว้

หลังจากที่ซูหยุนกระโดดออกมา ลาวาได้ระเบิดปะทุขึ้น คลื่นความร้อนปิดกั้นเส้นทางซูหยุน

แต่ความสูงของคลื่นไม่ได้สูงพอ ซูหยุนกระโดดลอยสูงขึ้นไปในอากาศ

คลื่นความร้อนไม่ได้สัมผัสตัวเขา แต่ผู้เฒ่าไม่ได้มีความหวัง มันแตกต่างกันมากสำหรับเขากับซูหยุน ผู้เฒ่ากระโดดสูงมากและดูเหมือนว่าผู้เฒ่าสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างง่ายดาย

แต่ผลกลับตรงกันข้ามกับความคิดของผู้เฒ่า หลังจากที่มองขณะที่ซูหยุนร่วงลงมาจากที่สูง มันไม่ได้ตกลงไปในหินหนืดมันหยุดอยู่เหนือหินหนืดไม่กี่จ้าง

ผู้เฒ่าประหลาดใจจากผลที่ซูหยุนทำ

ในความเป็นจริงซูหยุนได้เหยียบไปบนด้ามกระบี่ตะวันแดง!

"เหอ?" เจ้าหนูเจ้าทำได้! แต่เจ้าจะตึงดึงกระบี่ขึ้นมา เจ้าจะทำยังไง? ถ้าเจ้าดึงมันออกมาเจ้าจะไม่มีพื้นที่ให้ก้าวเดินแล้วเจ้าจะตาย!”

อย่างไรก็ตามซูหยุนหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ร่างกายของมันมีความมั่นคงยืนอยู่บนด้ามกระบี่ แล้วจ้องไปที่ประตูที่สี่ ทันใดนั้นเขาก็สูดลมหายใจลึกปราณวิญญาณแปรสภาพเท้าและขาของมัน จากนั้นมันก็กระโดดไปทางประตูที่สี่ในหนึ่งก้าวกระโดด

ในขณะที่มันตีลังกา360 องศาและคว้ากระบี่ตะวันแดง มันดึงกระบี่ออกมาได้สำเร็จแล้วทยานเข้าไปทางปประตูที่สี่อย่างรวดเร็ว

ซูหยุนกระแทกลงบนพื้นดิน มันมองดูกระอักกระอ่วน แต่มันก็ข้ามดินแดนประสบผลสำเร็จ

หน้าอกผู้เฒ่าแทบระเบิดออกมาด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยคาดคิดเกี่ยวกับวิธีการที่ซูหยุนใช้ในการผ่านการทดสอบที่สาม

ชั้นที่สี่: สุสานกระบี่

มีกระบี่หักเกลื่อนกลาดไปทั่วทุกๆที่ พวกมันปักอยู่ในพื้นดิน บ้างก็เอียงมืดครึ้มไร้ชีวิตชีวา แต่ในท่ามกลางสิ่งเหล่านี้มีชายหนุ่มผมสีขาวยืนอยู่

ชายหนุ่มสูงแปดฟุตหน้าตาหล่อเหลา กระบี่สีดำของเขาปลดปล่อยหมอกสีดำกับสีขาวดูน่าพิศวง

นี่คือกระบี่ของ เคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง แห่งหุบเขาบรรพชน

ซูหยุนเดินย่ำไปทางหุบเหวแรงดันกระบี่กดทับมาที่ซูหยุน

“ข้าจะพ่ายแพ้ให้กับท่านบรรพบุรุษในดินแดนนี้หรือ?” หัวใจของซูหยุนรู้สึกกดดัน

“ไม่หรอก!ตราบใดที่ท่านรู้ว่าเจ้าเป็นผู้ถูกเลือกที่เหมาะสม แต่เจ้าต้องใช้ความแข็งแกร่งของเจ้าทั้งหมด ด้วย กระบี่ตะวันแดง เจ้าต้องพยายามเอาชนะเขาให้ได้!”

“สู้ด้วยกระบี่?”ซูหยุนขมวดคิ้ว

ทั้งความสามารถของท่านบรรพบุรุษและอาวุธที่สูงส่ง ซุหยุนไม่มีสิ่งไหนสู้ได้

ซูหยุนผ่อนลมหายใจช้าลงและจากนั้นก็ก้าวขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจที่จะต่อสู้กับท่านบรรพบุรุษ

นี่เป็นร่างเสมือนของท่านบรรพบุรูษที่ใช้ในการทดสอบในดินแดนนี้ เขาไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่

"เราต้องใช้ทุกอย่างที่มีและบางทีเราอาจจจะผ่านการทดสอบ"

หลังจากที่มันตัดสินใจ มันก้ลงมือทันทีพี้อมกับถ่ายพลังวิญญาณลงไปในกระบี่ตะวันแดงในมือของมัน

วูบบบ!

มันฟันไปข้างหน้าด้วยพลังวิญญาณภายในร่างอย่างเต็มเหนี่ยว เสียงลมหวีดพัดกระบี่ราวกับหมูป่าปรี่เข้าไป

ท่านบรรพบุรุษกระบี่หายไป

ไร้ประโยชน์?

ซูหยุนใจตกหันไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วแล้วถอยกลับออกมาพร้อมกับความตกใจท่านบรรพบุรุษกระบี่ปรากฏกายข้างๆมัน

ท่านบรรพบุรุษกระบี่ ก้าวไปข้างหน้าฟันกระบี่ลงมา กระบี่นั้นรวดเร็วดั่งสายลม แต่ยังบรรจุเต็มไปด้วยพลังอันมหาศาล

ความแรงกระบี่, การเคลื่อนไหว, มุม ฯลฯ เป็นจริงเหมือนกันกับซูหยุน

นี่คือการเลียนแบบการโจมตีของมัน!

สวบ!

ซูหยุนไม่ทันป้องกันและกระบี่สับลงไปที่ไหล่ซ้ายของมัน มันรีบถอยกลับออกมา เลือดไหลจากไหล่เป็นทาง

“ท่านบรรพบุรุษจะไม่ใช้พลังของท่านโจมตีเจ้า แต่จะใช้พลังของเจ้าแทน! ไม่มีเคล็ดลับในการทดสอบนี้! เจ้าจะชนะได้เจ้าจะต้องเอาชนะตัวเองเท่านั้น!”เสียงผู้เฒ่าโผล่ออกมา

“หากเจ้าถูกกระบี่โจมตีสามครั้ง ถือว่าเจ้าประสบความล้มเหลว เจ้าต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว!” ผู้เฒ่าตะโกนอีกครั้งด้วยความร้อนใจ

แต่ในตอนนี้ซูหยุนกำลังยุ่งไม่ได้สนใจคิดกับคำพูดของผู้เฒ่า

ซูหนุนไม่เลือกที่จะโจมตี แต่ล่าถอยออกมา

เนื่องจากเขาเลียนแบบการโจมตีของซูหยุนหากไม่ได้โจมตีท่านบรรพบุรุษจะเลียนแบบได้ยังไง?

ซูหยุนคิด

ในตอนนั้นท่านบรรพบุรุษได้ยกมือของท่านขึ้นและบรรยากาศทั้งหมดเริ่มสั่น ภาพกลิ่นอายของบรรพบุรุษเริ่มแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่

“เจ้าหนูอย่าพยายามหลบหนีและถ่วงเวลาเพราะเมื่อเจ้าหยุดการโจมตีท่านบรรพบุรุษจะลงมือด้วยตัวท่านเอง เจ้าจะออกจากเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง ถ้าท่านทำอย่างนั้นเจ้าจะไม่สามารถหลบหนีได้และจะสูญเสียแน่นอน!”

ผู้เฒ่ารู้ผ่านกระทำของซูหยุนอย่างรวดเร็ว

ซูหยุนทำใจไม่นานแล้วรีบผลักความกังวลของมันออกไป ทันใดนั้นมันได้ขยับตัวแล้วพุ่งเข้าไปโจมตีท่านบรรพบุรุษอีกครั้ง

ในขณะที่ท่านบรรพบุรุษเกือบถูกซูหยุนโจมตีโ ท่านก็ได้หายตัวไปอีกครั้งแล้วปรากฏอยู่ในมุมที่โจมตีซูหยุนซ้ำอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ซูหยุนจู่ ๆ ก็ขยับไปด้านข้างแล้วง้างใบมีดของมันตรงไปที่บรรพบุรุษแล้วแทงไปยังร่างเสมือนจริง

เป้ง!

** กระบี่หัก

"อะไรกัน" ผู้เฒ่ารู้สึกประหลาดใจ

“ท่านบรรพบุรุษมักจะหายตัวไปขณะที่จะถูกโจมตีและเหมือนว่าจะเลียนแบบการเคลื่อนไหวแล้วโจมตี ที่จริงแล้วเขาจะเลียนแบบการโจมตีดังนั้นนี่คือโอกาสของข้าเท่านั้นที่จะถูกโจมตี แต่ว่าทำไมข้าถึงประสบโอกาสนะหรือ? ง่ายมากเพราะข้าจงใจ จะทำให้เกิดจุดอ่อนและเมื่อเขาเลียนแบบข้าข้าจะโจมตีจุดอ่อนนี้!”

หลังจากที่ซูหยุนแทงทะลุภาพเสมือนเขาก็กล่าวอย่างจริงจัง

เขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะท่านบรรพบุรุษหากท่านบรรพบุรุษใช้พลังเต็มสิบส่วนของตัวเอง แต่ว่าเขาสามารถเอาชนะตัวเองได้

"เยี่ยม! สุดยอด! ฮ่าๆๆ เจ้าหนูทำได้ดีมากโชคดีจริงๆที่สวรรค์ลิขิตให้ได้พบกับเจ้า! โชคดีจริงๆที่เจ้าค้นพบจุดอ่อนได้รวดเร็วนัก! ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

ผู้เฒ่าเกือบปรบมือให้

เวลานี้ภาพเสมือนจริงของบรรพบุรุษยังคงยืนนิ่ง เขาไม่ได้โจมตี แต่เพียงยืนอยู่หน้าซูหยุนและผู้เฒ่า

“แม้ว่าเจ้าจะไม่มีกระบี่เลย เจ้าใช้ภูมิปัญญาในขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ เจ้าสามารถรักษาความสงบนิ่ง เยือกเย็นและกล้าหาญ นี่เป็นสิ่งที่หายากในการเรียนรู้วิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง เจ้าเสร็จสิ้นการทดสอบของข้าแล้ว เจ้าหนุ่ม!”

จากนั้นภาพที่เสมือนกระจายหายไปแล้วด้ามกระบี่เรียวยาวสีเทาและสีขาวก็หล่นลงบนพื้นดิน

ซูหยุนรีบเดินไปทางนั้นและหยิบมันขึ้นมา

“ฮ่า ๆ ดี! ดีมาก!! เจ้หนูซูหยุนเจ้าทำให้ข้าประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้าได้รับการยอมรับจากท่านบรรพบุรุษกระบี่! ดังนั้นเจ้าก็ได้กลายเป็นประมุขคนใหม่ของนิกายกระบี่เทวะ! การฟื้นฟูของนิกายกระบี่เทวะตกอยู่บนบ่าของเจ้าแล้ว!”

ผู้เฒ่าพูดในขณะที่หัวเราะเปี่ยมล้นด้วยความสุข

“ข้าเพียงแต่บอกว่าข้าจะเรียนวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งแต่ไม่ได้บอกว่าข้าจะทำให้นิกายกระบี่เทวะฟื้นคืน ท่านผู้อาวุโสข้าเกรงว่าข้าจะทำมันไม่ได้”

ซูหยุนกล่าวเบาๆในขณะที่เขาวางด้ามกระบี่บนร่างของเขา

“ข้ารู้ว่าเจ้ามีสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จ แต่ภาระนี้ ... ช่างมันเอาไว้พูดกันในอนาต ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

ผู้เฒ่าดูเหมือนไม่ได้กังวล เขาหัวเราะขึ้นอีกครั้งแล้วไม่ได้พูดถึงมันอีก

“ข้าสามารถนำกระบี่ออกจากดินแดนนี้ได้หรือไม่? แล้วจะใช้มันยังไง?”

“แน่นอนว่าโลกเสมือนจริงนี้คือการทดสอบสำหรับกระบี่ เมื่อเจ้าตัดสินใจเป็นประมุขคนไหม่เจ้าก็สามารถเลือกกระบี่ที่อยู่ข้างในนี้ได้เหมือนกับทุกๆคน เช่นเดียวกับเจ้าที่ผ่านการทดสอบนี้ ข้าไม่เคยรู้มาก่อน แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว”

"อะไร" ซูหยุนถาม

“อย่าลืมสิ” พี่ตอบ

“อย่าลืม?” ซูหยุนสับสน

“ใช่อย่าลืมว่าที่นี่คือสภาพแวดล้อมเสมือนจริงนี้เป็นปฐมภูมิสำหรับวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง ถ้าหากข้าไม่ได้เข้ามาที่นี่ข้าจะหากระบี่ที่ไหน”

“ถ้างั้น ... ท่านผู้อาวุโสตอนนี้ท่านจะทำอย่างไร?”

“ข้าได้ตายก่อนวัยอันควร! มือสังหารลอบสังหารข้า ข้าได้พบจุดจบของข้าก่อน! แต่มันก็คุ้มค่าข้าคือวิญญาณที่อาศัยอยู่มานานนับหมื่นปี! ข้ามีความสุขและเพลิดเพลินไปกับมัน”

“เอ่อ ...หมื่นปี..” ซูหยุนผงะ

“ท่านบรรพบุรุษกระบี่ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน?”

“ข้าไม่รู้ ท่านเคยบอกข้าว่า ท่านเสียชีวิตที่ทวีปปีศาจ?”

“ทวีปปีศาจ?” ซูหยุนมองดูเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม

จู่ๆซูหยุนก้เห็นพื้นที่รอบๆปริแตกและบิดเบือน จากนั้นมันก็กลับออกมาในที่ราบพยัคฆ์ ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านั้น

“ยินดีด้วยที่เจ้าได้ผ่านการทดสอบตอนนี้เจ้าสามารถฝึกเคล็ดวิชาได้แล้วและตอนนี้ทุกอย่างจะถูกแสดงในเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่ง! ตราบใดที่เจ้าเพียรพยายามเจ้าจะประสบความสำเร็จ!”

“เจ้าหนูตอนนี้ข้าง่วงแล้วข้าต้องการจะงีบสักหน่อย! ข้าเป็นเพียงจิตวิญญาณข้าแทบจะไม่เคยคุยกับใครมานานมาก ข้าใช้ปราณวิญญาณไปมากไป ข้ายังอ่อนแอและถ้าหากข้ายังคงสภาพแบบนี้อยู่ข้าอาจจะหายไปอย่างถาวร! ลาก่อน เจ้าหนู!”

ผู้เฒ่ากล่าว

หลังจากที่ซูหยุนได้ยินอย่างนี้มันก็มีอารมณ์บูด

"อ่า..ได้ครับ" หากเป็นจิตวิญญาณแล้วเผาผลาญปราณวิญญาณจนหมดอาจจะมีความเสี่ยงที่จะหายไป

แต่เพื่อที่จะทำให้ซูหยุนมีโอกาสได้รับเคล็ดวิชากระบี่ไร้สรรพสิ่งผู้เฒ่าใช้พลังงานอย่างมาก

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามซูหยุน รู้สึกขอบคุณผู้เฒ่าผู้นี้เป็นอย่างมากจากก้นบึ้งในหัวใจของมัน

เขาวางด้ามกระบี่ลงพื้นแล้วคุกเข่าคาราวะสามครั้ง

“ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำท่านผู้อาวุโส รักษาตัวด้วย โปรดรับการคาราวะจากข้า”

ผู้เฒ่ารู้สึกแปลกใจ แต่หลังจากช่วงเวลานั้นเขาก้เปี่ยมไปด้วยความสุข“ดี!! ดี!! ดี!! ข้าไม่นึกเลยว่า หลังจากที่ข้าพิทักษ์เคล็ดวิชามานาน วันนี้ข้าก็ได้รับสิ่งตอบแทน ...... ฮ่าฮ่าฮ่า !!!!”

จบบทที่ บทที่ 8 - ข้าเเกร่งพอ!

คัดลอกลิงก์แล้ว