เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32   พลังของค่าความอร่อย +5

ตอนที่ 32   พลังของค่าความอร่อย +5

ตอนที่ 32   พลังของค่าความอร่อย +5


ตอนที่ 32   พลังของค่าความอร่อย +5

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

ความจริงที่หญิงสาวทั้งสามไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีกต่อไปหลังจากที่เขาใช้ข้อแก้ตัวว่า ‘ใช้ซอสสูตรลับ’ นั้น  ทำให้ฉินฟางรู้สึกพอใจ

 

ฟ่านเจี่ยเจียไม่ได้ใส่ใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย  เธอเป็นเพียงคนที่เข้ามาขอกินฟรี  และความคิดเห็นของเธอก็ไม่มีความสำคัญใดๆ  ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะไม่ถามหาเหตุผลอันแท้จริง  เพราะแม้ว่าต่อให้เธอถาม  เป็นไปได้ที่ฉินฟางจะไม่พูดอะไรเลย

 

สำหรับเซียวมู่เสวี่ย  เป็นเพราะเธอได้เห็นการแลกเปลี่ยนระหว่างฉินฟางกับเหลาซูเฉียงด้วยตาของตัวเอง  และได้ยินเหลาซูเฉียงบอกสูตรของซอสลับนั่นด้วยหูของตัวเอง  ดังนั้นเธอจึงคิดว่าราเม็งของฉินฟางอร่อยขึ้นด้วยซอสสูตรลับตามที่เขาบอก

 

ส่วนถังเฟยเฟย  เป็นเพราะเธอเป็นหญิงสาวที่ไม่เคยต้องกังวลเกี่ยวกับเสื้อผ้าและอาหาร  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเธอไม่มีประสบการณ์ชีวิต  ดังนั้นจึงไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน  ประกอบกับการที่เธอเป็น ‘แฟน’ และเจ้าของร้านร่วมกับฉินฟาง  เธอจึงมีความสุขมากเมื่อฉินฟางแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่พัฒนาขึ้นมากเช่นนี้  ดังนั้นตอนที่ได้ยินฉินฟางพูดเกี่ยวกับซอสสูตรลับนั่น  เธอจึงคิดสรุปเอาเอง

 

เธอไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อฉินฟางบอกเธอในตอนแรก  และตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดนั้นก็คือราเม็งแสนอร่อยที่เธอกำลังกินอยู่ในขณะนี้

 

หลังจากบอกไปว่าเขาไม่ได้ใส่อะไรแปลกๆ ลงไปในราเม็งเหล่านี้  ฉินฟางก็มองไปยังสามสาวที่กำลังสวาปามราเม็งของเขา  เห็นได้ชัดว่าเขากำลังมีความสุข  โดยเฉพาะตอนที่มองไปยังถังเฟยเฟยกับเซียวมู่เสวี่ย  สองสาวงามที่กำลังกินอยู่นั้น  ถึงแม้ว่าวิธีการรับประทานของพวกเธอจะไม่สุภาพและให้ความรู้สึกดุเดือดก็ตาม

 

*จ๊อกๆ จ๊อกๆ ~*

 

ขณะที่ฉินฟางมองไปยังสาวๆ ที่กำลังทาน  ท้องของเขาก็เริ่มส่งเสียงร้อง  เนื่องจากเขากำลังมีความสุข  ก็เลยลืมไปว่าตัวเขานั้นก็ยังไม่ได้ทานมื้อเช้า!

 

“ฉันขออีกชาม...”

 

“ฉันด้วย!”

 

“คือว่า... ฉันก็ต้องการอีกชามเหมือนกัน!”

 

แต่ตอนที่เขาหันกลับไปเพื่อที่จะทำอาหารให้ตัวเองทานนั้น  สาวๆ ที่อยู่ด้านหลังเขาก็จัดการราเม็งในชามจนหมดไปแล้ว  จากนั้นพวกเธอก็เริ่มเรียกร้องให้เขาทำเพิ่ม  จนเกือบทำให้ฉินฟางสะดุดล้ม

 

สำหรับฟ่านเจี่ยเจีย  ซึ่งรู้กันดีว่าเธอค่อนข้างที่จะกินเยอะ  ฉินฟางเลยเพิ่มเส้นบะหมี่ให้เธอเป็นพิเศษ  และปริมาณที่เพิ่มไปนั้นแน่นอนว่ามันเพียงพอกระทั่งทำให้ผู้ชายตัวใหญ่อิ่มได้ครึ่งหนึ่ง

 

ส่วนถังเฟยเฟยที่ต้องการรักษารูปร่าง  ดังนั้นจึงค่อนข้างเข้มงวดกับสิ่งที่เธอจะทานเข้าไป  และไม่เคยยอมให้ตัวเองดื่มเหล้านั้น  ฉินฟางค่อนข้างเคยชินกับนิสัยในการบริโภคของเธอแล้ว  ดังนั้นเขาจึงรู้ถึงปริมาณที่ถังเฟยเฟยรับประทานจริงๆ เป็นประจำทุกมื้อ

 

แม้ว่าเซียวมู่เสวี่ยนั้น  ฉินฟางจะไม่รู้ถึงปริมาณที่เธอทานได้  แต่มองดูจากรูปร่างของเธอแล้ว  ถึงจะมีส่วนหนึ่งขนาดใหญ่กว่าของถังเฟยเฟยเล็กน้อย  ทว่าส่วนที่เหลือก็ยังเหมือนๆ กัน  ดังนั้นฉินฟางจึงให้ปริมาณของอาหารเท่าๆ กันกับของถังเฟยเฟย

 

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมฉินฟางถึงได้รู้สึกประหลาดใจมาก  ไม่เพียงพวกเธอจะฟาดราเม็งที่เพียงพอทำให้อิ่มได้จนหมดในทันที  กระทั่งต้องการมันเพิ่มอีก...

 

“เอ่อ...  พวกเธอแน่ใจนะ?”

 

เนื่องจากกลัวว่าจะได้ยินมาไม่ถูกต้อง  ฉินฟางที่นึกสงสัยจึงถามพวกเธออีกครั้งเพื่อทำการยืนยัน

 

“แน่สิ!”

 

และเมื่อทั้งสามตะโกนออกมาพร้อมๆ กัน  ด้วยพลังอำนาจของพวกหล่อน  ฉินฟางจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องทนหิวและไปทำราเม็งให้พวกเธอทางอีกรอบ

 

ไม่นานหลังจากนั้น  ราเม็งอีกสามชามก็พร้อมรับประทาน  ปริมาณที่แบ่งในรอบนี้ไม่ได้ต่างไปจากที่ทำในรอบแรก  แต่ฉินฟางประมาณไว้แล้วว่ามันน่าจะเพียงพอสำหรับสามสาว

 

รอบนี้ฉินฟางไม่ได้ยืนซื่อบื้อและจ้องมองพวกเธอกินอีกต่อไป  หลังจากทำการเสริฟ์ราเม็ง  เขาก็วิ่งที่ไปห้องครัวเพื่อทำราเม็งชามใหญ่ให้กับตัวเอง  โดยส่วนผสมที่ใส่ลงไปนั้นมีค่อนข้างเยอะ  และในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็สังเกตเห็นคุณสมบัติของราเม็งชามนี้

 

< [ราเม็งแสนอร่อย]  รสชาติเป็นเลิศ  เครื่องปรุงรสชั้นเยี่ยม  การปรุงอาหารของคุณยกระดับ!>

 

ตอนแรกที่ฉินฟางมองไปยังผลการประเมิน  แน่นอนว่าผลการประเมินนั้นดีกว่าราเม็งชามแรกที่เขาทำ  ซึ่งมันได้ถูกประเมินไว้ว่าเป็น  [ราเม็งแบบเรียบง่าย]

 

จากนั้นเขาก็มองไปยังคำอธิบายของราเม็งชามนั้น

 

[ราเม็งแสนอร่อย]

 

การบริโภคเข้าไปจะช่วยเพิ่มค่า HP 4 หน่วย, เพิ่มความสามารถทางกายภาพ 30% และระดับความสุข 10%

 

คุณสมบัติที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ได้ต่างไปจากราเม็งชามใหญ่ที่เคยทำ  แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือ  ‘ระดับความสุข +10%’  ซึ่งเป็นค่าสถานะที่มากเป็นสองเท่าจากเกี๊ยวซ่าสูตรเฉพาะของลุงหวังที่เพิ่มระดับความสุขได้แค่ 5%

 

“จากสิ่งที่เห็น  ยอดขายของผมน่าจะพุ่งทะยานสุดๆ เลยล่ะมั้ง?”

 

หลังจากที่เห็นรายละเอียด  เรื่องแรกที่ฉินฟางคิดก็คือร้านของเขานั้นจะได้รับอานิสงส์ขนาดไหนกันนะ  เส้นบะหมี่ของเขานั้นค่อนข้างดีแต่ซอสที่ใช้รสชาติธรรมดา  มิเช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ใส่ใจอะไรเกี่ยวกับซอสสูตรลับของเหลาซูเฉียงมากนัก

 

เขาไม่คิดเลยว่าซอสสูตรลับที่ได้มานั้น  จะทำให้เขาได้รับ [ทักษะหลัก] ที่มอบคุณสมบัติค่าความอร่อย +5  ซึ่งยกมาตรฐานของราเม็งเขาไปสู่อีกระดับหนึ่ง

 

และจากปฏิกิริยาของสามสาว  ฉินฟางก็รับรู้ได้เลยว่าร้านของเขาจะขายดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

“ผมควรเลิกเรียนและหันมาทำธุรกิจแทนจะดีไหมนะ?”

 

ฉินฟางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงแม่ของเขาซึ่งยังคงทำงานหนักอยู่ที่บ้าน  และคาดหวังให้ท่านสามารถมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้

 

“ไม่  ผมเลิกเรียนไม่ได้  แม่ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ผมมีอนาคตที่สดใส  ผมไม่อาจทำให้ท่านต้องผิดหวัง!”

 

ฉินฟางยกเลิกแผนการที่จะหยุดเรียนไปอย่างรวดเร็ว

 

ต่อให้ร้านบะหมี่แผงลอยของเขาขายดีมากแล้วยังไง?  สิ่งที่เขาสามารถทำต่อได้คือขยายกิจการและยกระดับให้กลายเป็นร้านขายบะหมี่  ซึ่งนั่นก็ถึงขีดจำกัดแล้ว  เขาจะสามารถทำเงินได้มากพอจนกลายเป็นธุรกิจใหญ่โตเหมือนเช่นโรงแรมผ่านการขายบะหมี่ได้งั้นเหรอ?  ไม่มีทาง!

 

ทำไมราเม็งของเขาถึงได้ขายดีงั้นเหรอ?  ไม่ใช่เป็นเพราะเขาได้รับทักษะและยกระดับมันหรือยังไง?  ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นความสามารถที่ไม่มีใครอื่นมีนอกจากเขา  เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นพ่อครัวตลอดชีวิตหรอก  ใช่ไหมล่ะ?  เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เป้าหมายของเขา  ดังนั้นบทสรุปก็คือ...

 

“ทักษะ  ผมต้องเรียนรู้ทักษะให้มากกว่านี้”

 

ครั้งนี้ฉินฟางมีความคาดหวังต่อทักษะลึกลับเหล่านั้น  เขาเชื่ออย่างแน่นอนว่าด้วยความสามารถเหล่านี้  จะสามารถทำเงินได้อย่างมากมายจนแม่ของเขาสุขสบายและเลิกทำงานหนัก

 

“งั่มๆ  รสชาติเป็นไปตามที่หวังไว้  อร่อยมาก!”

 

หลังจากทำการชิมราเม็งชามแรกที่ทำด้วยทักษะใหม่ของเขา  ฉินฟางก็เคลิบเคลิ้มกับการซดบะหมี่จนถึงจุดที่เขาจะเขมือบลิ้นลงไปด้วย  โชคดีที่เขายังค่อนข้างมีสติและกินมันเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

 

เมื่อฉินฟางทานราเม็งของเขาหมดอย่างรวดเร็ว  สามสาวก็กินชามที่สองเสร็จด้วยเช่นกัน  ตอนนี้พวกเธอกำลังเอามือลูบหน้าและส่งเสียงพึมพำ

 

“อิ่มจัง!... เอิ๊กกก”

 

ไม่จำเป็นต้องพูดว่านี่คือเสียงของฟ่านเจี่ยเจีย  ปกติแล้วเธอจะทำตัวเหมือนกับผู้ชาย  และกระทั่งเสียงเรอของเธอก็ดังจนน่าตกใจ

 

“แน่นมาก...”

 

เสียงนี้ของเซียวมู่เสวี่ย  แม้ว่าเธอจะอิ่มมาก  แต่ก็ยังค่อนข้างสงวนกิริยาจนถึงที่สุด

 

“การลดน้ำหนักของฉัน...  ฉินฟาง!  เอาไดเอทที่ฉันเสียไปกลับคืนมาเลย!  %#&@!*%!”

 

เสียงนั่น... เห็นได้ชัดว่าเป็นของถังเฟยเฟย  ฉินฟางรู้ว่าเธอกำลังไดเอท  และก็... เห็นได้ชัดจริงๆ ว่าวันนี้มันเสียไปแล้ว  โดยตัวของเธอเองด้วย

 

“อะไรกัน!?  สาวสวยทั้งสามขอรับ  ก่อนหน้านี้กระผมได้ถามไปแล้วว่าแน่ใจนะที่ต้องการเพิ่มอีก…”

 

เมื่อเผชิญกับสายตาอันน่ากลัวของสามสาว  ฉินฟางทำได้เพียงบิดขี้เกียจและมีท่าทางทำอะไรไม่ถูก

 

“นายยังกล้าที่จะเถียงงั้นเหรอ?!...  ทั้งหมดเป็นความผิดของนาย  ฉันจะลงโทษนาย  นายโดนแน่!”

 

สองคนที่เหลือไม่ได้แสดงอาการอะไร  แต่ถังเฟยเฟยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  เธอบ่นอย่างไม่หยุดหย่อนพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะลงโทษฉินฟางทุกรูปแบบ  ทันใดนั้นเธอก็จับจ้องไปยังจักรยานมือสองเก่าๆ ที่จอดอยู่ในลาน  ดวงตาของเธอเจิดจ้าและเกิดความคิดขึ้นในทันที

 

“ใช่แล้ว!  นี่ไงล่ะ!  พวกเราจะไม่นั่งรถไปภูเขาหยกขาว  นายจะต้องใช้จักรยานคันนี้พาฉันไปที่นั่น!”

 

“เอ่อออ... ได้โปรด  ไม่...”

 

พอได้ยินวิธีการลงโทษของถังเฟยเฟย  ฉินฟางก็รู้สึกว่าขาของเขาสั่นในทันที  เขาเริ่มร้องขอความเมตตา  ใบหน้าของเขาในตอนนี้เหมือนกับลูกหมาที่กำลังอ้อนวอนขอให้ยกโทษหลังจากทำบ้านรก  อย่างไรก็ตามในใจของเขานั้นก็กำลังกรีดร้อง  “บ้าไปแล้ว?!  ระยะห่างจากที่นี่กับภูเขาหยกขาวอย่างน้อยยี่สิบกิโลเมตรเลยนะ!”

 

“ห้ามปฏิเสธ  นายต้องใช้รถจักรยานนั่นพาฉันไป  ฮิฮิ  นายจะทำหรือไม่ทำล่ะ?’

 

แต่เมื่อเธอเผชิญหน้ากับฉินฟางที่ร้องขอความเมตตา  ถังเฟยเฟยก็ทำมือปฏิเสธการขอร้องของเขา  จากนั้นเธอก็มองไปยังฉินฟางด้วยใบหน้าที่มีความสุขจากการทรมานคนอื่นซึ่งมันดูเหมือนกับนางจิ้งจอกตัวน้อยจริงๆ

 

“ก็ได้!  เธอชนะ!”

 

ภายใต้การบังคับและคุกคามอันน่ากลัวของถังเฟยเฟย  ฉินฟางก็กัดฟันตอบตกลง  อย่างไรก็ตามเมื่อตาของเขามองผ่านไปยังจักรยาน  รอยยิ้มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขาโดยไม่ทันรู้ตัว  เพราะจักรยานคันนี้มีขนาดเล็ก  ถ้าคนสองคนจะนั่งไปด้วยกัน  คนที่นั่งด้านหลังจะต้องจับยึดหรือกอดคนด้านหน้าไว้อย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะนั่งให้มั่นคง

 

เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ด้านหน้าเพื่อถีบจักรยานนั้นจะต้องเป็นฉินฟาง  และถังเฟยเฟยเป็นคนนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง  ด้วยการจัดการนี้... บอกได้เลยว่ามันจะเป็นสถานการณ์ที่มีความสุข

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 32   พลังของค่าความอร่อย +5

คัดลอกลิงก์แล้ว