เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

DH บทที่ 11 - การควบคุมลมปราณ

DH บทที่ 11 - การควบคุมลมปราณ

DH บทที่ 11 - การควบคุมลมปราณ


DH บทที่ 11 - การควบคุมลมปราณ

เป็นที่เล่าลือกันว่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายนั้นสามารถเคลื่อนภูเขาและต่อกรกับเหล่าทหารนับล้านได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวราวกับว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นพระเจ้า แม้แต่กระบวนท่าธรรมดาที่พวกเขาใช้ก็ยังมีพลังอย่างน่ากลัวอันเป็นผลจากการฝึกฝนวิชาอาคม

แต่ทว่าติงโฮวนั้นไม่ได้มีสถานะในทางสังคมและไม่ได้ฉลาดมากนัก เขาจึงรู้จักวิธีการฝึกฝนร่างกายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ติงโฮวจำได้ราง ๆ ว่าสำหรับผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ จะมีการจัดระดับจากต่ำไปสูงโดยเริ่มจาก ผู้ฝึกฝน แล้วเลื่อนขั้นไปเป็นผู้ฝึกยุทธ์ จากนั้นจึงเป็น จอมยุทธ์ ปรมาจารย์ และปรมาจารย์ปราบเซียนตามลำดับ แต่เขาไม่แน่ใจว่ามีขั้นที่สูงกว่านั้นหรือไม่

หากพูดโดยรวมแล้ว ขั้นแรกของการฝึกฝนก็คือเริ่มจากการฝึกกำลังร่างกายให้ถึงขั้นสูงสุด หลังจากนั้นจึงฝึกฝนการใช้พลังลมปราณด้วยการใช้ “เมล็ดพันธุ์แห่งลมปราณ” ที่อยู่ภายในจุดตันเถียนหรือบริเวณรอบสะดือนั่นเอง แล้วพลังลมปราณที่ไม่สามารถมองเห็นได้นั้นจะอุบัติขึ้นในร่างกายและเคลื่อนไปตามเส้นพลังของคนคนนั้น

โชคร้ายที่ติงโฮวไม่เคยรู้เกี่ยวกับคำแนะนำและขั้นตอนในการฝึกเรียกลมปราณพวกนี้เลย นี่เป็นอุปสรรคข้อใหญ่สำหรับเขาเลยก็ว่าได้

แต่โชคยังเข้าข้างเขาอยู่ ตอนนี้ติงโฮวพบทางออกของปัญหานี้แล้ว

เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อติงโฮวแกว่งดาบที่ข้างบ่อน้ำดาบพิสุทธิ์เป็นครั้งที่ 10,001 พระอาทิตย์ก็กำลังลับขอบฟ้าไปแล้ว เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและออกเดินกลับไปยังสำนักพินิจดาบ และแน่นอน...วันหนึ่งเทือกเขาตรงหน้านี้จะต้องเป็นที่อยู่ของเขา

ติงโฮวมาถึงสลัมแล้ว แต่แทนที่เขาจะตรงกลับเข้าบ้าน ติงโฮวกลับใช้ผ้าคลุมเก่า ๆ ปิดหน้าปิดตาของเขาแล้วเดินตรงไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของสลัม

ผู้คนที่เขาเดินผ่านระหว่างทางต่างก็พากันทำตัวลีบเล็กเมื่อเห็นติงโฮว รอบตัวเด็กชายตอนนี้ปกคลุมไปด้วยความเงียบที่น่าขนลุก นาน ๆ ทีติงโฮวจะเจอกับคนที่เดินผ่านไปมาในบริเวณนั้น ซึ่งพวกเขาเองก็คลุมผ้าเช่นกัน คนพวกนั้นพากันเดินอย่างเร่งรีบ

ตอนนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว รอบตัวติงโฮวมีแต่ความมืด

ติงโฮวเดินไปตามทางที่คดเคี้ยวนั้น เขาผ่านเนินเล็ก ๆ สองสามเนินก่อนที่จะไปถึงที่ราบโล่งเขียวขจี

ที่ราบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยเนินเขาที่น่ากลัวและหน้าผา ยังดีที่โดยรอบนั้นมีคบเพลิงวางไว้ทำให้พอมีแสงสว่างบ้างเล็กน้อย คนจำนวนมากตั้งแผงขายของขึ้นในที่แห่งนี้ ในขณะที่บางคนก็มาที่นี่ในฐานะลูกค้า เสียงจ้อกแจ้กจอแจของคนที่กำลังซื้อขายสิ่งของดังไปทั่วบริเวณนั้น

อันที่จริงแล้ว ที่แห่งนี้ก็คือตลาดนั่นเอง

แต่มันเป็นตลาดมืดของสลัม เป็นที่ที่ขายของทุกอย่างเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนั่นก็รวมถึงอาวุธ สมุนไพร และหนังสือเกี่ยวกับวิชาอาคม แต่แน่นอนว่าของพวกนี้เป็นสินค้าคุณภาพต่ำและบางอย่างก็เป็นแค่ของเก๊ การที่จะได้ของที่มีดีและมีค่าจากที่นี่จึงจำเป็นจะต้องมีตาที่แหลมคมมากทีเดียว

พวกคนที่ไม่มีความสามารถไม่ควรย่างกรายเข้ามาที่นี่ เพราะกฎเพียงข้อเดียวที่ใช้กันในตลาดมืดก็คือการใช้ความรุนแรง เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่อ่อนแอเกินไปที่จะป้องกันตัวเองจากการปล้นจี้ที่นี่ เขาคนนั้นจะไม่มีใครให้พึ่งพาได้เลย

ตลาดมืดมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก คนที่มาที่นี่ส่วนมากมักเป็นพวกอันธพาลกระจอก เพราะพวกฝึกยุทธ์ทั้งหลายก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยากมาที่ตลาดนี้

ติงโฮวเจอที่ว่างล็อกหนึ่งในตลาด เขาหยิบผ้าสะอาดออกมาแล้วปูมันลงที่พื้นบริเวณนั้น จากนั้นติงโฮวได้หยิบต้นกล้าหัวใจมังกรออกมาวางลงบนผ้า เขาต้องการจะขายมัน

สมุนไพรขั้นที่สามเช่นนี้นับเป็นของหายากในตลาดมืด แสงจาง ๆ สีแดงของมันดึงดูดสายตาของผู้คนทันที

“เห้ย มีคนขายต้นกลัาหัวใจมังกรด้วยเรอะ ไอ้สมุนไพรนี่น่ะมันเสริมสร้างพลังกายดีนักแล ข้าไม่ได้เห็นของดีแบบนี้วางขายในตลาดนี่มานานแล้วนะ โง่จริง ๆ ที่เอาของดีมาขาย!”

“หึหึ ก็แค่ต้นเดียวน่า มันคงเจอเข้าโดยบังเอิญก็เลยคิดอยากรวยละมั้ง”

“มันอาจจะเป็นแค่ไอ้ซื่อบื้อธรรมดา ๆ ที่ดันโชคดีก็ได้ ไม่กลัวจะโดนปล้นเลยรึไง”

ทุกคนต่างพูดคุยกันเสียงดัง พวกเขาพากันจ้องมองต้นสมุนไพรที่ส่องประกายแสงกันตาเป็นมัน อีกทั้งยังอยากจะทดสอบความแกร่งของติงโฮวอีกด้วย

ไม่นานนักก็มีใคนหนึ่งถามขึ้น “เจ้าน่ะ ขายราคาเท่าไหร่”

ชายกล้ามโตสูงกว่าสองเมตรเดินตรงเข้ามาหาติงโฮว ผมยาวที่ยุ่งเหยิงของเขาทำให้ใบหน้านั้นดูน่ากลัว ดวงตาทั้งสองนั้นฉายแววมุ่งร้าย และการที่เขาปรากฏกายอย่างเปิดเผยเช่นนั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างชัดเจน

“1000 ตำลึงเงิน” ติงโฮวตอบเบา ๆ

“1000 ตำลึงงั้นเรอะ กับอีแค่ต้นหญ้านี่น่ะรึ ข้าใจดีให้เจ้าได้มากสุด 30 ตำลึงเท่านั้นแหละ…” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับโยนเงินจำนวนไม่ถึง 5 ตำลึงให้ติงโฮวและเอื้อมมือหยิบต้นกล้าสมุนไพร

“พรึ่บ!”

แสงสีแดงสว่างวาบขึ้นจากมือของติงโฮว

ชายกล้ามโตหยุดกึกทันที มือของเขาอยู่ห่างจากต้นสมุนไพรไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรดี แต่เขาเองก็ไม่กล้าเคลื่อนเข้าไปใกล้มันมากกว่านั้นแล้ว

เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบไหลจำนวนมากผุดขึ้นตามหน้าผากของเขาและไหลลงมาตามใบหน้า

ไม่ทันไรก็มีลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านอย่างแรง ทำให้ผมที่ยุ่งเหยิงของชายกล้ามโตหลุดออกเผยให้เห็นศีรษะล้านไร้ซึ่งเส้นผม

ผู้คนที่ดูอยู่เห็นดังนั้นต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตะลึง พวกเขาเห็นเต็มสองตาว่าผมของชายผู้นั้นถูกตัดโดยติงโฮวในชั่วพริบตาโดยไม่โดนหนังศีรษะแม้แต่น้อย ทักษะนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ

ทุกคนหยุดนิ่งด้วยความประหลาดใจในวิทยายุทธของติงโฮว สายตาที่เต็มไปด้วยความโลภในตอนแรกได้หายไปด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ต้นกล้าหัวใจมังกรจะมีค่าอย่างไร มันก็ไม่คุ้มที่ท้าทายเด็กหนุ่มนักดาบผู้นี้เลย

“เก็บเงินของเจ้าแล้วออกไปจากตรงนี้ซะ!” ติงโฮวพูดอย่างเยือกเย็นโดยมีดาบวางอยู่บนเข่าทั้งสอง

“ดะ..ดะ...ได้เลยท่าน ให้อภัยข้าด้วยเถอะที่ข้าล้ำเส้นไป…” ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกัก เขาเก็บเงินขึ้นมาแล้วลุกลี้ลุกลนออกไปทันที

ผู้คนบริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้จนชินตา จึงพากันแยกย้ายกลับแผงขายของต่อไป

ต้นกล้าหัวใจมังกรนั้นถือว่ามีค่าอย่างมากทีเดียว มันเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่าง ๆ ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากสนใจและหยุดที่แผงของติงโฮว เขาแน่วแน่กับราคาที่ตั้งไว้อย่างมาก แม้มันจะมีมูลค่าสูงแต่ก็ถูกซื้อไปภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง!

เงินจากการขาย รวมกับเงินตำลึงและธนบัตรทองคำที่เขาได้จากจาวซิงเฉิงและซงเจียนหนาน เมื่อนำมารวมกันแล้วได้นับได้กว่า 1600 ตำลึงทีเดียว

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เงินมากขนาดนี้คงลาภปากติงโฮวเป็นแน่ แต่สำหรับตอนนี้...

ติงโฮวปิดร้ายแล้วไปตามแผงขายของในตลาด เขาระลึกขึ้นได้ว่าเงินจำนวนนั้นไม่สำคัญสำหรับเขาด้วยซ้ำ ครู่ต่อมา ติงโฮวหยุดลงที่หน้าร้านหนึ่งที่ขายหนังสือตำราเกี่ยวกับวิชาระดับล่าง ตาของเขาสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่หน้าปกเขียนไว้ว่า “การควบคุมลมปราณ”

จบบทที่ DH บทที่ 11 - การควบคุมลมปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว