เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23   [ซอสสูตรลับ]

ตอนที่ 23   [ซอสสูตรลับ]

ตอนที่ 23   [ซอสสูตรลับ]


ตอนที่ 23   [ซอสสูตรลับ]

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

“แต่... ข้าไม่มีเงินแล้วนะ!”

 

เหลาซูเฉียงล้วงเข้าไปในกระเป๋าซ้าย  จากนั้นก็กระเป๋าขวา  แต่พบเพียงเศษเงินเล็กน้อยประมาณ 30 หยวน

 

อันธพาลอย่างมันปกติแล้วก็ไม่ได้ทำงานทำการอะไร  จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่มีรายได้ประจำ  ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของมันมาจากการเก็บค่า ‘คุ้มครอง’  และมันไม่จำเป็นต้องมีเงินติดตัวตอนที่ออกไปหาอะไรกิน

 

นอกจากนี้มันยังเป็นหัวหน้าแก๊งที่ต้องคอยรักษาหน้าของมันไว้ด้วย  ดังนั้นเมื่อมันมีเงินก็จะไปผลาญที่คลับกับพวกลูกสมุน  ทำให้เงินของมันหมดไปอย่างรวดเร็ว  จนในบางครั้งมันก็ถูกไล่ออกคลับเพราะใช้เงินเกินกว่าที่มี

 

เดิมทีมันมีเงินอยู่ 5,000 หยวนซึ่งได้รับมาจากคนอ้วนเฉิน  เป็นเงินค่าตอบแทนของมันในการจัดการกับฉินฟาง  แต่ก่อนที่มันจะลงมือก็ได้ใช้จ่ายเงินนั่นไปเป็นจำนวนมากแล้ว  จากนั้นมันก็โดนฉินฟางอัดกลับมาจนต้องใช้เงินนั่นไปอีกครั้งกับค่ารักษาพยาบาล  นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงมีเงินเหลือเพียง 30 กว่าหยวนในตอนนี้

 

ฉินฟางมองไปยังเงินจำนวนขี้ปะติ๋วที่อยู่ในมือของเหลาซูเฉียง  แบงค์ 10 และ 20 หยวนอย่างละหนึ่งใบกับเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง    ฉินฟางยิ้มในทันทีและพูดว่า

 

“แสดงว่าการแทงผมหนึ่งครั้งมีมูลค่า 30 หยวน... เฮ้  เอายังงี้ไหมล่ะ?  เดี๋ยวผมให้เงินแก 300 หยวน  จะได้แทงแกได้ 10 ครั้ง  โอเคไหม?”

 

ขณะที่เขาพูดขู่เหลาซูเฉียง  มีดในมือของฉินฟางก็เลื่อนไปตามผิวหนังของมัน  ราวกับกำลังพยายามหาจุดที่เหมาะสมมากที่สุดเพื่อแทงมัน

 

“มะ... ไม่!”

 

เหลาซูเฉียงกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว

 

“ข้าจะให้เพิ่ม  ข้าจะให้มากกว่านี้!”

 

“ให้?  แกจะให้อะไรล่ะ?  หัวที่อยู่บนสุดของตัวแกหรือไง?”

 

แต่ฉินฟางยังคงไม่อ่อนข้อและทำการพูดขู่ต่อไป  บนตัวของเหลาซูเฉียงไม่มีของมีค่าอะไร  ซึ่งฉินฟางเองก็รู้ดี  แต่ในเวลานี้เขาจงใจที่จะสร้างความลำบากให้กับมัน

 

“ใบรับสภาพหนี้  ให้ข้าเขียนใบรับสภาพหนี้กับแกเป็นไง?”

 

“ใบรับสภาพหนี้?”

 

ฉินฟางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย  ไม่คิดว่ามีวิธีการเช่นนี้ด้วย  แต่เมื่อเขาเหลือบมองไปยังเหลาซูเฉียง  ก็สังเกตเห็นว่ามันกรอกตาไปมา  เขาจึงยิ้มอย่างเย็นชาในทันที

 

“ไม่ต้องมาปั่นหัวผม!  ใบรับสภาพหนี้งั้นเหรอ?  ด้วยสันดานอย่างแกคงไม่เคยจ่ายเงินที่ติดค้างเอาไว้หรอกใช่มั้ย?... ลืมเรื่องเงินพวกนั้นซะ  ผมจะแทงแกแทน!”

 

ขณะที่พูดออกไปอย่างนั้น  มือของเขาก็เริ่มเคลื่อนไหวและมีดได้เลื่อนไปอยู่ตรงผิวต้นขาของเหลาซูเฉียงแล้ว    เพราะบริเวณนี้มีเนื้อหนังอยู่มากกว่า  จึงเป็นเหตุผลที่ฉินฟางตัดสินใจจะแทงลงไปเบาๆ ที่นี่  ในช่วงหน้าร้อนที่ร้อนเช่นนี้  เหลาซูเฉียงก็เลยสวมกางเกงชายหาดขาสั้น  ดังนั้นต้นขาของมันจึงเปิดโล่ง  ทำให้ฉินฟางแทงได้สะดวกมากขึ้น

 

“ม่ายยย!  ยะ... อย่าแทง!”

 

ตอนที่ฉินฟางกดมีดลง  แม้ว่าจะยังไม่มีเลือดไหลแต่มีดก็ได้เจาะผ่านผิวหนังเข้ามาแล้ว  อีกทั้งความเจ็บปวดของผิวหนังที่ถูกเจาะผ่านเข้ามานั้นก็รู้สึกได้อย่างแจ่มชัด  และนั่นทำให้เหลาซูเฉียงตื่นตระหนก  เพราะไม่คาดคิดว่าฉินฟางจะกล้าแทงมันจริงๆ!

 

“พี่ใหญ่  ท่านพี่ใหญ่ที่เคารพ!  อย่าแทง  ได้โปรดอย่าแทงข้าเลย!  ข้าจะให้ของอื่นเป็นการแลกเปลี่ยนได้ไหม?”

 

เหลาซูเฉียงใช้มือสองข้างของมันจับมือทั้งคู่ของฉินฟางไว้แน่น  แต่มันในเวลานี้ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือแล้ว  สามารถทำได้เต็มที่เพียงป้องกันไม่ให้ฉินฟางแทงลงไปลึกกว่านี้

 

“โอ้?  ลองพูดมาให้ผมฟังหน่อยซิ!”

 

ฉินฟางไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมาก  คิดว่าเหลาซูเฉียงพยายามที่จะซื้อเวลา  เลยใช้แรงในการกดมีดเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย  จนเลือดเริ่มที่จะไหลออกมาจากจุดที่แทงลงไปในทันที

 

“พี่ใหญ่  พี่ใหญ่!  คุณขายราเม็งใช่ไหม?  ตอนที่พ่อข้ายังมีชีวิตอยู่  เขาก็ขายราเม็งเช่นกัน  ยอดขายของร้านในตอนนั้นดีมากๆ  และนั่นเป็นเพราะซอสของพ่อข้ารสเด็ดกว่าของเจ้าอื่น!  ตราบเท่าที่นายท่านปล่อยข้าไป  ข้าก็จะบอกซอสสูตรลับนั่นให้!”

 

ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเหลาซูเฉียงเทหมดหน้าตัก  แต่เมื่อฉินฟางได้ยินเรื่องที่มันพูด  เขาก็กังขา  ถ้าซอสนั่นมันดีมากจริงๆ  เหลาซูเฉียงคงไม่กลายมาเป็นอันธพาลและใช้ชีวิตฉาบฉวยตั้งแต่แรกแล้ว

 

“พี่ใหญ่  ข้าพูดเรื่องจริง!  เพราะข้าเป็นคนขี้เกียจ  ก็เลยแอบหนีไปเล่นบ่อยๆ ตอนที่พ่อข้าบังคับให้ไปเรียน...”

 

พอเห็นฉินฟางมองมันด้วยท่าทีสงสัย  เหลาซูเฉียงจึงพูดออกมาอย่างอายๆ

 

“แต่ข้ารู้สูตรลับนั่น!  ตราบเท่าที่พี่ใหญ่ทำตามที่ข้าบอกแล้ว  ก็จะสามารถทำซอสนั่นได้แน่นอน”

 

“แกพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องจริง  แต่ใครล่ะจะเชื่อ?”

 

เป็นธรรมดาที่ฉินฟางจะไม่เชื่อคำพูดของเหลาซูเฉียง  เพราะมันแสดงตัวว่าเป็นคนเลวตั้งแต่แรก  และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์นี้

 

เหลาซูเฉียงยิ้มอย่างขมขื่น  ดวงตาเบิกกว้าง  จากนั้นก็ชี้ไปยังลูกสมุนที่เพิ่งซ้อมมันเมื่อสักครู่นี้

 

“เรื่องที่ข้าพูดเป็นความจริง!  จริงแท้แน่นอน!  ถ้าไม่เชื่อก็ถามเจ้าสาม!  มันเป็นเพื่อนบ้านข้าตั้งแต่เด็ก  รู้เรื่องการค้าของพ่อข้า...”

 

“มันเป็นความจริง  สิ่งที่ลูกพี่ข้าพูดล้วนเป็นความจริง!”

 

เมื่อฉินฟางหันหน้าไปหามัน  ใบหน้าที่หยาบกระด้างของเจ้าสามก็รีบยิ้มรับในทันที  และผงกหัวรัวๆ  มันเพิ่งจะประจักษ์ถึงความโหดเหี้ยมของฉินฟางด้วยตาตัวเอง  มันไม่ต้องการที่จะลงเอยแบบเดียวกับเหลาซูเฉียง  ดังนั้นจึงรีบตอบกลับโดยไม่รีรอ

 

“จริงเหรอ?  งั้นก็เล่ามาให้ฟังหน่อย”

 

อันที่จริงข้อเสนอของเหลาซูเฉียงนั้นเย้ายวนใจของฉินฟาง  ร้านราเม็งของเขาขายดีมากก็จริง  แต่หลักๆ แล้วเป็นเพราะเส้นบะหมี่ที่เขาทำมีคุณภาพดีมาก  ส่วนซอสนั้นค่อนข้างธรรมดา  ลูกค้าส่วนใหญ่พูดเช่นนั้น  ทว่าฉินฟางในเวลานี้ยังไม่มีวิธีที่จะปรับปรุงซอสของเขาให้ดีขึ้นได้

 

“ได้สิแต่พี่ใหญ่ต้องให้สัญญา  หลังจากที่ข้าบอกสูตรนั่นไปแล้ว  ห้ามมายุ่งวุ่นวายกับข้าอีกต่อไป!”

 

ตอนนี้เหลาซูเฉียงไม่มีทางเลือก  แต่ก็ไม่ต้องการปล่อยนกอินทรีไปก่อนที่จะได้เห็นกระต่าย*  ดังนั้นมันจึงทำการต่อรองกับฉินฟาง

 

*ปล่อยนกอินทรีไปก่อนที่จะได้เห็นกระต่าย  เป็นการอุปมาอุปไมยว่าไม่ควรรีบหยิบยื่นจนกว่าจะได้รับการยืนยันหรือผลประโยชน์

 

“แกวางใจได้เลย  แม้ว่าอายุผมจะยังไม่มากนัก  แต่ก็ไม่คิดทำตัวต่ำช้าเหมือนกับแก  ตราบเท่าที่แกไม่ได้โกหก  ผมก็จะไม่ทำให้ชีวิตของแกยากลำบาก  แต่ถ้าแกโกหกแล้วล่ะก็... หึหึ!”

 

หลังจากคิดใคร่ครวญสักพัก  ฉินฟางก็ตัดสินใจเชื่อว่าเรื่องที่เหลาซูเฉียงพูดนั้นเป็นความจริง  ถึงสุดท้ายต่อให้เหลาซูเฉียงโกหก  ฉินฟางก็ไม่ได้สูญเสียอะไร  ดังนั้นเขาจึงรับปากในทันที  แต่เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ลืมใช้ไม้แข็งหลังจากใช้ไม้นวม  มีดในมือของฉินฟางก็เลยตรงไปจ่อไว้ที่ ‘น้องชาย’ ของเหลาซูเฉียง

 

“เฮ้ย!”

 

กางเกงชายหาดแบบขาสั้นของเหลาซูเฉียงถูกเจาะเป็นรู  ส่วนมีดที่เย็นปานน้ำแข็งก็แทบจะสัมผัสกับ ‘น้องชาย’ ของเหลาซูเฉียง  ซึ่งมันอยู่ใกล้กันมากเกินไปจนถ้าฉินฟางเบี่ยงมีดไปสักเล็กน้อยแล้ว  ‘น้องชาย’ ของเหลาซูเฉียงก็อาจจะใช้การไม่ได้

 

ด้วยการแทงในครั้งนี้  ความคิดเจ้าเล่ห์เพทุบายใดๆ ที่เหลาซูเฉียงนึกไว้ล้วนหายไปหมดสิ้น  ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยน้ำตา  ถึงแม้มันจะกลัวโดนแทงแต่สุดท้ายก็แค่ไปพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสักพัก  แต่ถ้า ‘น้องชาย’ ของมันโดนแทง...

 

มันไม่กล้าที่จะนึกถึงอีกต่อไป  และตอบกลับอย่างร้อนรน

 

“พูดแล้ว  ข้าพูดแล้ว!”

 

ฉินฟางผงกหัวและทำการดึงมีดกลับไปหลังจากทำให้เหลาซูเฉียงตกใจ  จากนั้นเขาก็เอาหูไปใกล้ปากเหลาซูเฉียง  เพื่อทำการฟังสิ่งที่มันกำลังบรรยายให้กับเขาเรื่องสูตรซอสนั่น

 

“พูดมา”

 

ฉินฟางรอเหลาซูเฉียงที่พยายามขุดรายละเอียดเกี่ยวกับสูตรซอสนั่นจากส่วนลึกของสมองทีละน้อย  เพราะมันต้องรื้อฟื้นความจำจึงเล่าได้ไม่ต่อเนื่อง  แต่สุดท้ายก็พูดออกมาจนจบ

 

< คุณได้รับ [ซอสสูตรลับ] >

 

เกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่เหลาซูเฉียงเล่าจบ  เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของฉินฟาง  เห็นได้ชัดว่าซอสสูตรลับที่เหลาซูเฉียงพูดออกมาเป็นของจริง  และเป็นฉบับที่สมบูรณ์ทีเดียว  ส่วนคุณสมบัติที่ได้จากซอสนั่นคงจะต้องรอฉินฟางทำมันขึ้นมา

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 23   [ซอสสูตรลับ]

คัดลอกลิงก์แล้ว