เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21   ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ

ตอนที่ 21   ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ

ตอนที่ 21   ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ


ตอนที่ 21   ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

ด้วยความช่วยเหลือของเกี๊ยวซ่าเหล่านั้น  ค่า HP ของฉินฟางเลยทรงตัวอยู่ในระดับที่ปลอดภัยอย่างมั่นคง  นอกจากนี้แล้วเกี๊ยวซ่าทุกชิ้นก็จะให้คุณสมบัติ ‘ความสามารถทางกายภาพเพิ่มขึ้น 7%’  จึงทำให้ฉินฟางฟื้นฟูกำลังที่เสียไปจากการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว

 

ถึงแม้ว่าเจ้าลูกสมุนทั้งสองนั่นจะฝ่ายเริ่มจู่โจมก่อนตลอด  แต่ปัญหาคือหลังจากทำการโจมตีฉินฟางมาเป็นเวลานานเช่นนี้  พวกมันก็เลยหมดเรี่ยวแรง  อีกด้านหนึ่งฉินฟางกลับกระโดดโลดเต้นได้หลังจากกินเกี๊ยวซ่าพวกนั้นเข้าไป

 

“หยะ... หยุดก่อน!”

 

สุดท้ายแล้วเจ้าลูกสมุนทั้งสองนั่นก็หมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง  ในตอนนี้แทบจะไม่สามารถหายใจได้  แต่ฉินฟางกลับเปี่ยมไปด้วยพลัง  พวกมันรู้ว่าไม่อาจต่อกรกับฉินฟางได้แล้วหลังจากเห็นความแตกต่างของสภาพร่างกาย  ดังนั้นในขณะที่เอามือป้องศีรษะของพวกมันไว้ก็ร้องบอกให้เขาหยุด

 

“หยุดก่อนงั้นเหรอ?”

 

ฉินฟางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเย็นชา

 

“พวกแกกำลังทำอะไร  ขอร้องให้ผมหยุดเพียงเท่านี้น่ะเหรอ?  ไม่ใช่ว่าพวกแกกำลังสนุกในการอัดผมเมื่อสักครู่นี้หรือไง?”

 

ขณะที่ฉินฟางกำลังพูดเยาะเย้ยพวกมัน  เขาก็ไม่ได้ลดความแรงที่ใช้ในการซ้อมพวกมันเลย  การทุบตีทั้งหมดของเขาถูกตัวของพวกมันรองรับไว้  และลูกเตะของเขาก็ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

 

*ผัวะ*  *ผัวะ*  *ผัวะ*

 

ทิศทางของการต่อสู้เปลี่ยนไปในทันที  จากเดิมที่พวกมันรุมล้อมทุบตีฉินฟาง  แต่ในตอนนี้เป็นฉินฟางที่ไล่อัดพวกมัน

 

ถ้านี่เป็นสถานการณ์ปกติ  ต่อให้พวกมันไม่สามารถเอาชนะฉินฟาง  ก็ยังสามารถที่จะหลบหนีได้  การหลบหนีเป็นทักษะสำคัญที่สุดของพวกอันธพาล  แต่ปัญหาก็คือเมื่อสักครู่นี้พวกมันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดไปกับรุมอัดฉินฟาง  ทำให้ในตอนนี้ต้องการที่จะหลีบหนี  พวกมันก็ไม่มีกำลังที่จะทำอย่างนั้นอีกต่อไป  ทางเลือกเดียวที่เหลือให้กับพวกมันในเวลานี้คือการใช้ลูกเล่นพื้นฐานมากที่สุด  การแยกย้ายกันหลบหนี

 

เนื่องจากสภาพร่างกายของฉินฟางค่อนข้างสมบูรณ์  ถึงแม้ว่าแผนการที่พวกมันคิดขึ้นมาจะดีมาก  แต่จริงๆ แล้วพวกมันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรได้อีกต่อไป  สิ่งแรกที่ฉินฟางทำคือไล่ตามหนึ่งในพวกมันไปพร้อมกับอัดจนน่วม  จากนั้นก็พามันกลับมายังจุดที่ทำการต่อสู้เดิมเหมือนกับเด็กเลี้ยงแกะที่กำลังต้อนแกะ

 

ฉินฟางให้แท่งไม้หนึ่งท่อนกับเสี่ยวซูที่ปากอ้าตาค้างอย่างสมบูรณ์  และมอบหมายให้เธอคอยเฝ้าเจ้าลูกสมุนนี่ไว้  เขาบอกเธออย่างชัดเจนว่าถ้ามันกล้าที่จะเคลื่อนไหว  ก็ให้หวดได้อย่างเต็มที่

 

ตอนแรกเจ้าลูกสมุนต้องการที่จะลองดีกับเสี่ยวซูที่มันคิดว่าเป็นหญิงสาวอ่อนแอและไม่กล้าทุบตีผู้คน  แต่มันไม่คาดคิดว่าเสี่ยวซูนั้นจะไม่ยั้งมือเลย  บางทีอาจเป็นเพราะความตื่นตระหนกจากความจริงที่ว่าเธอเกือบจะถูกข่มขืน  ทำให้เมื่อเจ้าลูกสมุนแสดงให้เห็นถึงการขยับตัว  ก็ถูกหวดเข้าไปยังศีรษะและเจ็บปวดจนต้องร่ำร้องหาบิดามารดาของมัน  ซึ่งหลังจากโดนไปอย่างนั้นแล้วมันก็ไม่กล้าที่จะลองดีอีกเลย  และเน้นการปกป้องตัวมัน

 

สำหรับฉินฟางเป็นธรรมดาที่เขาจะใช้วิธีการเดิมเมื่อสักครู่นี้  ในการไล่ตามเจ้าลูกสมุนคนสุดท้ายที่คิดว่าตัวมันหนีรอดปลอดภัยแล้ว  แต่ไม่คาดว่าจะถูกฉินฟางขวางทางก่อนที่จะไปถึงถนนทางออก  แน่นอนว่ามันไม่รอดจากการโดนอัดอย่างหนัก  และลูกแกะตัวที่สองก็ถูกเด็กเลี้ยงแกะต้อนกลับไปที่เดิม

 

เมื่อฉินฟางกลับมา  เขาเห็นฉากที่เสี่ยวซูทำการทุบตีเจ้าลูกสมุนคนแรก  และขณะที่ทำการฟาดมันนั้นเธอก็หลับตา  เธอหวดมันจนถึงจุดที่ครึ่งเป็นครึ่งตาย

 

“เอาล่ะ  พอได้แล้ว!  เธอกำลังจะฟาดมันจนตาย!”

 

ฉินฟางรีบเข้าไปหยุดเสี่ยวซูไว้  ถ้าเธอยังคงฟาดต่อไปแล้ว เจ้าลูกสมุนคนแรกก็จะตายจริงๆ  ฉินฟางกับเสี่ยวซูคงจะได้เข้าไปกินข้าวแดงในคุกถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น

 

“ตาย?  อ๊า!”

 

หญิงสาวที่เรียกว่าเสี่ยวซูไม่ทันได้ตอบสนองในคราวแรก  แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ตาย’ จากปาดฉินฟาง  เธอก็ตื่นตระหนกในทันที  พร้อมกับร้องอุทานและโยนไม้ในมือของเธอทิ้ง  ราวกับว่ามันเป็นอาวุธฆาตกรรม

 

“ไม่เป็นไร  ไม่เป็นไรนะ…”

 

พอเห็นหญิงสาวอยู่ในอาการหวาดกลัว  ฉินฟางก็รีบคว้าตัวเธอที่กำลังสั่นไว้เบาๆ และปลอบโยนอย่างนุ่มนวล

 

บางทีคำพูดของฉินฟางอาจจะมีผลจริงๆ  เพราะหญิงสาวนั้นสงบลงหลังจากฉินฟางทำการปลอบโยน  ในเวลานี้เธอกำลังนั่งยองกับพื้นพร้อมกับกอดเข่าตัวเองไว้และร้องไห้  นี่แสดงให้เห็นว่าเธอนั้นหวาดกลัวขนาดไหน

 

แต่ฉินฟางก็ไม่ได้พูดปลอบอะไรอีก  สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความสงบและเวลาสำหรับตัวเธอเอง

 

“ไปตรงนั้น...”

 

ฉินฟางเตะเจ้าลูกสมุนคนที่สองซึ่งสภาพร่างกายค่อนข้างดีกว่า

 

“… และปลุกมันซะ!”

 

ฉินฟางสั่งพร้อมกับจ้องมองไปยังเหลาซูเฉียง

 

หลังจากได้ยินที่ฉินฟางสั่ง  เพื่อช่วยชีวิตตัวมันเองจากการถูกทุบตีอีกรอบ  เจ้าลูกสมุนคนที่สองไม่กล้าเล่นตลกอะไร  มันวิ่งไปอยู่ข้างเหลาซูเฉียงในทันที  พร้อมกับแตะไปที่หน้าเบาๆ และร้องเรียก ‘ลูกพี่ ลูกพี่’  เพื่อพยายามปลุกเหลาซูเฉียงให้ตื่น

 

แต่เหลาซูเฉียงยังคงไม่เคลื่อนไหว  ซึ่งนี่ทำให้เจ้าลูกสมุนคนที่สองตกใจกลัว  ถ้าไม่เป็นเพราะความจริงที่ว่าหน้าอกของเหลาซูเฉียงมีการขยับขึ้นลงอยู่  มันอาจคิดว่าเหลาซูเฉียงถูกเตะจนตายไปแล้ว

 

*ผัวะ!*

 

ฉินฟางหยิบเอาแท่งไม้ที่เสี่ยวซูเคยใช้มาหวดไปยังเจ้าลูกสมุนคนที่สองอย่างถนัดถนี่  หลังจากที่เห็นว่ามันไม่สามารถปลุกเหลาซูเฉียงให้ตื่นได้  ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็ไม่ลืมที่จะพูดขู่มันอย่างไร้ความปรานี

 

“แกไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?  ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ!  ไม่จำเป็นต้องสงสาร...  ผมจะให้เวลาแกสองนาที  ถ้าไม่สามารถซ้อมมันให้ตื่นได้  ผมก็จะอัดแกให้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันแทน...”

 

วิธีของฉินฟางค่อนข้างจะเหี้ยมโหด  ซึ่งนี่เป็นเพราะเขาเกลียดพวกมัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหลาซูเฉียง  มันไม่เพียงสร้างปัญหาที่ร้านของเขา  แต่ยังกล้าคุกคามถังเฟยเฟยอีก

 

หลังจากที่ขับไล่พวกมันไปในครั้งที่แล้วอย่างยากลำบาก  แต่พวกมันก็ยังกลับมาอีกครั้งเพื่อรีดไถเงินจากคนอ้วนเฉิน  ถึงแม้ว่าฉินฟางจะชอบใจ  ทว่าเขาก็ไม่ได้คิดว่าพวกมันจะเหลือขอจนถึงจุดที่ต้องการจะย่ำยีหญิงสาวอีกคนหนึ่งหลังจากลงมือพลาดไปกับถังเฟยเฟย  ฉินฟางจึงไม่อาจทนกับพฤติกรรมของพวกมันได้อีกต่อไป

 

*เพี๊ยะ*  *เพี๊ยะ*

 

“ลูกพี่  ลูกพี่!  ตื่นเร็วเข้า!”

 

*เพี๊ยะ*  *เพี๊ยะ*

 

“ลูกพี่  ลูกพี่!  ตื่นเร็วเข้า!”

 

 

ดังนั้นฉากดังกล่าวจึงเกิดขึ้นซ้ำๆ ต่อหน้าฉินฟาง  ในทีแรกเจ้าลูกสมุนคนที่สองเพียงแค่ใช้แรงมากกว่าเดิมเล็กน้อยแตะไปที่หน้าของเหลาซูเฉียง  แต่เหลาซูเฉียงก็ยังคงนิ่งและนอนไม่เคลื่อนไหวอยู่กับพื้น

 

เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่าทำให้ฉินฟางไม่พอใจและจ้องมองไปยังเจ้าลูกสมุนคนที่สอง  สายตาที่จ้องมองมาของฉินฟางทำให้มันรู้สึกราวกับวิญญาณจะออกจากร่างด้วยความหวาดกลัว  และนี่ทำให้การปลุกครั้งถัดไปของมันกลายเป็นรุนแรงมากขึ้น  ซึ่งหลังจากความพยายามที่จะปลุกล้มเหลวอีกรอบ  มันก็ลงมือหนักยิ่งขึ้นไปอีก  จนตอนนี้มันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีตบเข้าไปยังหน้าของเหลาซูเฉียง  และร้องเรียกเหลาซูเฉียงอย่างไม่หยุดหย่อน

 

ใบหน้าที่ซูบผอมราวกับหนูของเหลาซูเฉียงจึงกลายไปเป็นเหมือนกับหมูในเวลาไม่นาน  แก้มทั้งสองของมันบวมและมีสีแดงสดใส  อีกทั้งก็เริ่มที่จะมีเลือดไหลออกมาแล้ว

 

ต้องยอมรับว่าวิธีการปลุกคนที่ไม่รู้สึกตัวของฉินฟางนั้นได้ผลจริงๆ  เพราะหลังจากผ่านการตบซ้ำๆ หลายครั้ง  เหลาซูเฉียงก็ตื่นขึ้นมา  ซึ่งบางทีอาจเป็นผลมาจากหน้าของมันได้รับความเจ็บปวดมากเกินไป

 

และในช่วงเวลาที่ลืมตามันก็พบว่ามีมือหนึ่งกำลังตบมาอย่างแรง  มันพยายามจะหลบเลี่ยงตามสัญชาตญาณ  แต่ใบหน้าที่บวมเป่งของมันก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้  เมื่อมันเอียงหัวไปเล็กน้อย  แก้มของมันข้างหนึ่งก็สัมผัสกับหินก้อนเล็กบนพื้น  จนเหลาซูเฉียงรู้สึกเจ็บปวดทรมานในทันที

 

“อย่า... อย่าตี... อย่าตีอีกเลย!”

 

เหลาซูเฉียงพยายามเค้นคำพูดดังกล่าวออกมา  ใบหน้าของมันปวดแสบปวดร้อน  และปากของมันก็บวม  ดังนั้นมันจึงทำได้เพียงส่งเสียงแหบแห้งจากลำคอ

 

แต่เสียงร้องวิงวอนนั้นเบามากๆ  ซึ่งในระหว่างที่มันถูกตบก็มีเสียงดังลั่น  จนเสียงร้องนั้นแทบจะไม่ทันได้สังเกต  นอกจากนั้นเจ้าลูกสมุนคนที่สองก็มุ่งความสนใจไปยังฉินฟางตลอดเวลา  ดังนั้นจึงพลาดที่สังเกตเห็นว่าลูกพี่ของพวกมันนั้นได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว

 

 

……………………………..

 

จบบทที่ ตอนที่ 21   ถ้าปลุกไม่ตื่นก็ซ้อมมันซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว