เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?

ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?

ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?


ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?

“ทำไมถึงไม่ให้พาบอดี้การ์ดไปด้วยล่ะ? แถมยังไม่ยอมบอกด้วยว่าเกาะอยู่ที่ไหนแน่ ถ้าพวกนายจับเราไปเรียกค่าไถ่ล่ะจะทำยังไง?”

หวังคงเริ่มร้อนใจทันทีที่ได้ยินว่าจะไม่ให้พาคนติดตามไป

เพราะจุดประสงค์ที่พวกเขาจะไปก็เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงพวกนั้น ถ้าไม่พาคนไปเสริมกำลัง แล้วจะไปช่วยยังไงไหว?

ฟาอิสยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร คล้ายจะบอกว่า “ยังอยากจะไปไหมก็เรื่องของนาย ฉันไม่ได้บังคับอะไรเลย ถ้าอยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป”

“ทำไมพูดจาแบบนี้?” หวังคงเริ่มไม่พอใจ

“ไม่เป็นไร”

ฉู่เจียงพยักหน้าเบาๆ “ถ้าไม่ให้พาคนไป ก็ไม่พาไปก็ได้ แต่นายก็ต้องรับประกันความปลอดภัยให้พวกเราด้วย?”

“เรื่องความปลอดภัยมันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว นอกจากพนักงานบนเกาะแล้วก็ไม่มีคนภายนอกขึ้นเกาะไปได้อย่างแน่นอน ฉันเองยังไปมาไม่รู้กี่ครั้ง ไม่เห็นจะเคยเป็นอะไรเลย”

ฟาอิสเริ่มหมดความอดทนจะอธิบายเพิ่มอีก “จะไปก็ได้ ฉันจะบอกพนักงานไว้ให้ ถ้าไม่ไปก็เรื่องของนาย”

“ถ้าจะไป ฉันจะติดต่อไปอีกที ขอโทษที่รบกวน แล้วก็มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

ฉู่เจียงยิ้มอย่างสุภาพให้ฟาอิส

“เฮอะ อย่างน้อยในกลุ่มพวกนาย ก็ยังมีนายที่ดูน่าคุยด้วยหน่อย”

ฟาอิสพยักหน้ารับอย่างเฉยชา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อพนักงานทางนั้นทันที แจ้งว่ามีคนสนใจจะเข้าร่วม และขอให้เตรียมการตรวจสอบเบื้องต้นในวันถัดไป ถ้าผ่านถึงจะได้เป็นสมาชิก

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในมื้อนั้นเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ

หลังจากกินเสร็จ ฟาอิสก็อ้างว่ามีธุระต่อแล้วลุกจากไปทันที

คาลิดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงฉู่เจียงออกมาถามเบาๆ “คุณชายฉู่... นายไม่ได้ชอบของแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม? ฉันว่ารสนิยมนายก็ดูปกตินี่...”

เพราะเขาเคยเจอแฟนของฉู่เจียงมาหลายคนแล้ว

แต่ละคนล้วนเป็นผู้หญิงที่ดูดี มีเสน่ห์ บ้างก็อ่อนหวาน บ้างก็ฉลาดเฉลียว แต่ไม่มีใครที่ดูยังเด็กเลยสักคนเลย ดูยังไงเขาก็ไม่เหมือนคนที่มีรสนิยมผิดแปลกแบบนั้นเลย

“บางเรื่อง…นายอย่าถามจะดีกว่า”

ฉู่เจียงไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับคาลิดยังไงดี

เขารู้ดีว่าถ้าตัวเองมาขอความช่วยเหลือจากคาลิด แล้วคาลิดเป็นคนแนะนำฟาอิสให้รู้จัก เรื่องทั้งหมดที่ตามมาจะกลายเป็นจุดจบของมิตรภาพระหว่างคาลิดกับฟาอิสในทันทีที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผย

จริงๆ แล้วฉู่เจียงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ

แต่คาลิดกลับพูดอย่างร้อนรน “คุณชายฉู่ อย่าคิดว่าฉันโง่นะ ถึงฉันจะไม่ฉลาดมาก แต่ฉันก็พอเข้าใจอะไรบ้าง ฉันแค่อยากเตือนว่า...พวกนั้นไม่ใช่พวกที่แตะต้องได้ง่ายๆ ยังไงก็ระวังตัวไว้ด้วย!”

ดูเหมือนว่าคาลิดน่าจะพอเดาออกแล้วว่าฉู่เจียงกำลังจะทำอะไร

แต่เขากลับไม่มีท่าทีจะห้ามเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับเหมือนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉู่เจียงกำลังจะทำ

“แล้วนายล่ะ…”

“มองฉันทำไม? ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นนะ!”

คาลิดพูดจบก็รีบส่ายหน้าแล้วเดินจากไปทันที ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

ฉู่เจียงได้แต่มองตามแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“คุณชายครับ มีคนจากข้างนอกมาขอพบ พวกเขาบอกว่าเป็นคุณชายเป็นคนในครอบครัวของพวกเขาครับ พวกเขามาให้คุณลงทะเบียนตามที่นัดไว้วันนี้ครับ”

เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มีคนมาแจ้งฉู่เจียงว่ามีแขกมารอพบ

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”

ฉู่เจียงเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วไปพบแขก

ปรากฏว่ามีเพียงสองคนและเป็นคนท้องถิ่นทั้งคู่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสื่อสารกันผ่านเครื่องแปลภาษา

อีกฝ่ายมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วกล่าวทักทายอย่างสุภาพ จากนั้นก็สอบถามข้อมูลพื้นฐานเล็กน้อย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถหาได้จากบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ฉู่เจียงจึงตอบตรงๆ ไป

เมื่ออีกฝ่ายบันทึกข้อมูลเสร็จ ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วบอกว่าจะจัดให้เขาเดินทางไปยังเกาะได้ในสัปดาห์หน้า

ฉู่เจียงส่งสายตาให้ผู้จัดการทันที

แม้ผู้จัดการจะไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดคืออะไร แต่เขาก็หยิบซองแดงที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อของคนทั้งสองทันที “นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากคุณชายของพวกเราครับ”

อีกฝ่ายดูชินกับการรับซอง เมื่อจับน้ำหนักแล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่น้อยเลย สีหน้าของพวกเขาก็ยิ้มแย้มขึ้นทันตา “คุณชายฉู่ช่างสุภาพจริงๆ เลยนะครับ”

“ไม่ถึงกับสุภาพหรอก แค่หวังว่าพวกนายจะช่วยเหลือฉันสักหน่อย อย่าวน้อยก็ไม่ต้องรอถึงสัปดาห์หน้าได้ไหม คนจีนเรามีสุภาษิตอยู่ว่าวันไหนก็ไม่ดีเท่าวันนี้ ฉันว่าตอนนี้ก็ถือเป็นวันมงคลด้วย ไหนๆ ก็ลงทะเบียนแล้วจะจัดให้ฉันขึ้นเกาะวันนี้เลยได้ไหม?”

ฉู่เจียงยิ้มบางๆ

คนทั้งสองที่อยู่ตรงข้ามมองหน้ากันเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับดูหนักใจ “ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับคุณฉู่ ทางเรามีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัด เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบหนึ่งสัปดาห์ ขอให้คุณใจเย็นๆ สักหน่อย อาหารดีๆ ย่อมต้องใช้เวลาปรุงนะครับ!”

“คุณชายของพวกเรา ไม่มีความอดทนมากนักนะครับ…”

ผู้จัดการพูดพร้อมหยิบซองแดงอีกสองซองจากในกระเป๋าแล้วยัดใส่มือคนละซองทันที พลางยิ้มอย่างสุภาพ “ถ้าเรื่องแค่นี้พออนุโลมกันได้ ก็ขอความกรุณาด้วยเถอะครับ ถ้าคุณชายของเราพึงพอใจ รับรองว่าผลประโยชน์ย่อมตามมาแน่นอน!”

การกระทำของฉู่เจียงเรียกได้ว่า “ใจกว้างไม่ธรรมดา”!

ก็อย่างที่เขาว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง!

อีกฝ่ายเป็นพวกทำงานเอากำไรอยู่แล้ว พอได้รับซองแดงไปสองซองก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีทันที จากนั้นก็ออกไปโทรศัพท์

เพียงไม่กี่นาทีถัดมา ทั้งคู่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “คุณฉู่ครับ บังเอิญมีแขกที่นัดไว้ล่วงหน้าเกิดเปลี่ยนใจไม่ไป เราเลยจัดโควต้านั้นให้คุณในช่วงบ่ายนี้ได้เลย ถ้าคุณพร้อมก็สามารถออกเดินทางตอนนี้ได้เลยนะครับ บนเกาะยังมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะ รับรองว่าไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่โรงแรมแน่นอน!”

ชายคนนั้นพูดพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้

ฉู่เจียงรู้สึกขยะแขยงอยู่ลึกๆ แต่ภายนอกก็ยังพยักหน้าอย่างเรียบเฉย “อืม... พวกนายขับรถมาสินะ? ไม่จำเป็นต้องให้ฉันเตรียมรถใช่ไหม?”

“ไม่ต้องเลยครับ”

“งั้นก็ไปกันเถอะ”

ฉู่เจียงหันไปพูดกับผู้จัดการว่าให้ดูแลทุกอย่างในโรงแรมให้ดี แล้วเดินตามอีกฝ่ายไปที่โรงจอดรถของโรงแรมก่อนจะเห็นรถตู้เก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่

เขาขมวดคิ้วทันที “จะให้ฉันนั่งรถแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”

“คุณฉู่ครับ พวกเรารู้ดีว่ารถแบบนี้ไม่เหมาะกับฐานะคุณเลย แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ครับ คนในวงการพวกเราต้องทำตัวให้เงียบที่สุด แต่ไม่ต้องห่วงครับ ทนลำบากแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวไปถึงท่าเรือแล้วคุณก็จะขึ้นเรือยอชต์หรูต่อ  มันจะสะดวกสบายแน่นอนครับ”

“อืม”

ฉู่เจียงพยักหน้ารับ แม้จะดูอิดออดอยู่บ้างแล้วก็ขึ้นรถไปอย่างไม่เต็มใจ

ปกติแล้วคนใหญ่คนโต ก็มักไม่ชอบรถเก่าแบบนี้อยู่แล้ว คนขับทั้งสองก็ไม่ได้แปลกใจอะไร

จบบทที่ ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?

คัดลอกลิงก์แล้ว