- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?
ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?
ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?
ตอนที่ 515 : ทำไมพูดจาแบบนี้?
“ทำไมถึงไม่ให้พาบอดี้การ์ดไปด้วยล่ะ? แถมยังไม่ยอมบอกด้วยว่าเกาะอยู่ที่ไหนแน่ ถ้าพวกนายจับเราไปเรียกค่าไถ่ล่ะจะทำยังไง?”
หวังคงเริ่มร้อนใจทันทีที่ได้ยินว่าจะไม่ให้พาคนติดตามไป
เพราะจุดประสงค์ที่พวกเขาจะไปก็เพื่อช่วยเหลือเด็กผู้หญิงพวกนั้น ถ้าไม่พาคนไปเสริมกำลัง แล้วจะไปช่วยยังไงไหว?
ฟาอิสยิ้มบางๆ โดยไม่พูดอะไร คล้ายจะบอกว่า “ยังอยากจะไปไหมก็เรื่องของนาย ฉันไม่ได้บังคับอะไรเลย ถ้าอยากไปก็ไป ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป”
“ทำไมพูดจาแบบนี้?” หวังคงเริ่มไม่พอใจ
“ไม่เป็นไร”
ฉู่เจียงพยักหน้าเบาๆ “ถ้าไม่ให้พาคนไป ก็ไม่พาไปก็ได้ แต่นายก็ต้องรับประกันความปลอดภัยให้พวกเราด้วย?”
“เรื่องความปลอดภัยมันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว นอกจากพนักงานบนเกาะแล้วก็ไม่มีคนภายนอกขึ้นเกาะไปได้อย่างแน่นอน ฉันเองยังไปมาไม่รู้กี่ครั้ง ไม่เห็นจะเคยเป็นอะไรเลย”
ฟาอิสเริ่มหมดความอดทนจะอธิบายเพิ่มอีก “จะไปก็ได้ ฉันจะบอกพนักงานไว้ให้ ถ้าไม่ไปก็เรื่องของนาย”
“ถ้าจะไป ฉันจะติดต่อไปอีกที ขอโทษที่รบกวน แล้วก็มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
ฉู่เจียงยิ้มอย่างสุภาพให้ฟาอิส
“เฮอะ อย่างน้อยในกลุ่มพวกนาย ก็ยังมีนายที่ดูน่าคุยด้วยหน่อย”
ฟาอิสพยักหน้ารับอย่างเฉยชา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อพนักงานทางนั้นทันที แจ้งว่ามีคนสนใจจะเข้าร่วม และขอให้เตรียมการตรวจสอบเบื้องต้นในวันถัดไป ถ้าผ่านถึงจะได้เป็นสมาชิก
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในมื้อนั้นเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ
หลังจากกินเสร็จ ฟาอิสก็อ้างว่ามีธุระต่อแล้วลุกจากไปทันที
คาลิดลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงฉู่เจียงออกมาถามเบาๆ “คุณชายฉู่... นายไม่ได้ชอบของแบบนั้นจริงๆ ใช่ไหม? ฉันว่ารสนิยมนายก็ดูปกตินี่...”
เพราะเขาเคยเจอแฟนของฉู่เจียงมาหลายคนแล้ว
แต่ละคนล้วนเป็นผู้หญิงที่ดูดี มีเสน่ห์ บ้างก็อ่อนหวาน บ้างก็ฉลาดเฉลียว แต่ไม่มีใครที่ดูยังเด็กเลยสักคนเลย ดูยังไงเขาก็ไม่เหมือนคนที่มีรสนิยมผิดแปลกแบบนั้นเลย
“บางเรื่อง…นายอย่าถามจะดีกว่า”
ฉู่เจียงไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้กับคาลิดยังไงดี
เขารู้ดีว่าถ้าตัวเองมาขอความช่วยเหลือจากคาลิด แล้วคาลิดเป็นคนแนะนำฟาอิสให้รู้จัก เรื่องทั้งหมดที่ตามมาจะกลายเป็นจุดจบของมิตรภาพระหว่างคาลิดกับฟาอิสในทันทีที่เรื่องนี้ถูกเปิดเผย
จริงๆ แล้วฉู่เจียงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ
แต่คาลิดกลับพูดอย่างร้อนรน “คุณชายฉู่ อย่าคิดว่าฉันโง่นะ ถึงฉันจะไม่ฉลาดมาก แต่ฉันก็พอเข้าใจอะไรบ้าง ฉันแค่อยากเตือนว่า...พวกนั้นไม่ใช่พวกที่แตะต้องได้ง่ายๆ ยังไงก็ระวังตัวไว้ด้วย!”
ดูเหมือนว่าคาลิดน่าจะพอเดาออกแล้วว่าฉู่เจียงกำลังจะทำอะไร
แต่เขากลับไม่มีท่าทีจะห้ามเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับเหมือนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ฉู่เจียงกำลังจะทำ
“แล้วนายล่ะ…”
“มองฉันทำไม? ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นนะ!”
คาลิดพูดจบก็รีบส่ายหน้าแล้วเดินจากไปทันที ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว
ฉู่เจียงได้แต่มองตามแล้วส่ายหน้าเบาๆ
…
“คุณชายครับ มีคนจากข้างนอกมาขอพบ พวกเขาบอกว่าเป็นคุณชายเป็นคนในครอบครัวของพวกเขาครับ พวกเขามาให้คุณลงทะเบียนตามที่นัดไว้วันนี้ครับ”
เช้าวันรุ่งขึ้น ก็มีคนมาแจ้งฉู่เจียงว่ามีแขกมารอพบ
“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”
ฉู่เจียงเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วไปพบแขก
ปรากฏว่ามีเพียงสองคนและเป็นคนท้องถิ่นทั้งคู่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสื่อสารกันผ่านเครื่องแปลภาษา
อีกฝ่ายมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วกล่าวทักทายอย่างสุภาพ จากนั้นก็สอบถามข้อมูลพื้นฐานเล็กน้อย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถหาได้จากบนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ฉู่เจียงจึงตอบตรงๆ ไป
เมื่ออีกฝ่ายบันทึกข้อมูลเสร็จ ก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วบอกว่าจะจัดให้เขาเดินทางไปยังเกาะได้ในสัปดาห์หน้า
ฉู่เจียงส่งสายตาให้ผู้จัดการทันที
แม้ผู้จัดการจะไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดคืออะไร แต่เขาก็หยิบซองแดงที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วยัดใส่กระเป๋าเสื้อของคนทั้งสองทันที “นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากคุณชายของพวกเราครับ”
อีกฝ่ายดูชินกับการรับซอง เมื่อจับน้ำหนักแล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่น้อยเลย สีหน้าของพวกเขาก็ยิ้มแย้มขึ้นทันตา “คุณชายฉู่ช่างสุภาพจริงๆ เลยนะครับ”
“ไม่ถึงกับสุภาพหรอก แค่หวังว่าพวกนายจะช่วยเหลือฉันสักหน่อย อย่าวน้อยก็ไม่ต้องรอถึงสัปดาห์หน้าได้ไหม คนจีนเรามีสุภาษิตอยู่ว่าวันไหนก็ไม่ดีเท่าวันนี้ ฉันว่าตอนนี้ก็ถือเป็นวันมงคลด้วย ไหนๆ ก็ลงทะเบียนแล้วจะจัดให้ฉันขึ้นเกาะวันนี้เลยได้ไหม?”
ฉู่เจียงยิ้มบางๆ
คนทั้งสองที่อยู่ตรงข้ามมองหน้ากันเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับดูหนักใจ “ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ครับคุณฉู่ ทางเรามีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัด เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบหนึ่งสัปดาห์ ขอให้คุณใจเย็นๆ สักหน่อย อาหารดีๆ ย่อมต้องใช้เวลาปรุงนะครับ!”
“คุณชายของพวกเรา ไม่มีความอดทนมากนักนะครับ…”
ผู้จัดการพูดพร้อมหยิบซองแดงอีกสองซองจากในกระเป๋าแล้วยัดใส่มือคนละซองทันที พลางยิ้มอย่างสุภาพ “ถ้าเรื่องแค่นี้พออนุโลมกันได้ ก็ขอความกรุณาด้วยเถอะครับ ถ้าคุณชายของเราพึงพอใจ รับรองว่าผลประโยชน์ย่อมตามมาแน่นอน!”
การกระทำของฉู่เจียงเรียกได้ว่า “ใจกว้างไม่ธรรมดา”!
ก็อย่างที่เขาว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง!
อีกฝ่ายเป็นพวกทำงานเอากำไรอยู่แล้ว พอได้รับซองแดงไปสองซองก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีทันที จากนั้นก็ออกไปโทรศัพท์
เพียงไม่กี่นาทีถัดมา ทั้งคู่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “คุณฉู่ครับ บังเอิญมีแขกที่นัดไว้ล่วงหน้าเกิดเปลี่ยนใจไม่ไป เราเลยจัดโควต้านั้นให้คุณในช่วงบ่ายนี้ได้เลย ถ้าคุณพร้อมก็สามารถออกเดินทางตอนนี้ได้เลยนะครับ บนเกาะยังมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะ รับรองว่าไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่โรงแรมแน่นอน!”
ชายคนนั้นพูดพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้
ฉู่เจียงรู้สึกขยะแขยงอยู่ลึกๆ แต่ภายนอกก็ยังพยักหน้าอย่างเรียบเฉย “อืม... พวกนายขับรถมาสินะ? ไม่จำเป็นต้องให้ฉันเตรียมรถใช่ไหม?”
“ไม่ต้องเลยครับ”
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
ฉู่เจียงหันไปพูดกับผู้จัดการว่าให้ดูแลทุกอย่างในโรงแรมให้ดี แล้วเดินตามอีกฝ่ายไปที่โรงจอดรถของโรงแรมก่อนจะเห็นรถตู้เก่าๆ คันหนึ่งจอดอยู่
เขาขมวดคิ้วทันที “จะให้ฉันนั่งรถแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”
“คุณฉู่ครับ พวกเรารู้ดีว่ารถแบบนี้ไม่เหมาะกับฐานะคุณเลย แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ครับ คนในวงการพวกเราต้องทำตัวให้เงียบที่สุด แต่ไม่ต้องห่วงครับ ทนลำบากแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวไปถึงท่าเรือแล้วคุณก็จะขึ้นเรือยอชต์หรูต่อ มันจะสะดวกสบายแน่นอนครับ”
“อืม”
ฉู่เจียงพยักหน้ารับ แม้จะดูอิดออดอยู่บ้างแล้วก็ขึ้นรถไปอย่างไม่เต็มใจ
ปกติแล้วคนใหญ่คนโต ก็มักไม่ชอบรถเก่าแบบนี้อยู่แล้ว คนขับทั้งสองก็ไม่ได้แปลกใจอะไร