- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 510 : พวกนายคุยอะไรกันอยู่ในนั้น?
ตอนที่ 510 : พวกนายคุยอะไรกันอยู่ในนั้น?
ตอนที่ 510 : พวกนายคุยอะไรกันอยู่ในนั้น?
ตอนที่ 510 : พวกนายคุยอะไรกันอยู่ในนั้น?
“ฮ่าๆๆ ดูท่าทางนายมีวาสนากับเด็กนะ ถึงขนาดไม่อยากมีลูกแต่ก็ได้มาถึงสองคนแบบนี้ แถมยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดี ถ้าเป็นฉันนะ ฉันคงยอมแพ้ไปนานแล้ว!”
ฉินปินมองหวังคงด้วยสายตาขำๆ “แต่นายก็เก่งไม่เบาเลยนะ มาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือนกลายเป็นว่าได้ลูกเพิ่มอีกคนซะงั้น”
“ฉันบอกแล้วไงว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของฉัน! ฉันก็ป้องกันไว้ทุกครั้งแล้ว!”
หวังคงถึงกับของขึ้นเมื่อได้ยินฉินปินพูดแบบนั้น “ผู้หญิงสมัยนี้นี่มันไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเลยจริงๆ แถมใสซื่อเกินไปอีก คิดว่ามีลูกกับฉันแล้วจะผูกฉันไว้ได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!”
“แน่ใจเหรอว่านายป้องกันแล้วทุกครั้ง?”
“นายยังจะมาสงสัยอะไรเรื่องแบบนี้อีก? ไม่มีทางที่ฉันจะจำผิดแน่!”
“งั้นนายจำได้มั้ย ว่ามีอยู่เช้าวันหนึ่ง ที่นายตื่นขึ้นมาแล้วผู้หญิงที่อยู่ด้วยก็หายไป โดยไม่เอาเงินไปแม้แต่เหรียญเดียว?”
พอได้ยินฉินปินเตือน หวังคงถึงกับตัวแข็งไปทั้งตัว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ แล้วพอลองนับดู… ก็ใช่มันเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมาพอดี
ถ้าท้องตอนนั้น… ตอนนี้ก็จะอยู่ในช่วงที่ตรวจเจอได้พอดี…
เขาอึ้งไปทันที “มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ? ตอนนั้นฉันเมาหนักมากจนหมดสติไปเลยนะ ฉันว่าฉันไม่มีทางมีแรงจะทำอะไรกับเธอแน่นอน อย่างมากก็แค่หลับไปเฉยๆ แล้วเธอจะท้องแค่เพราะนอนข้างๆ ฉันได้ไงกัน?”
“นายต้องเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองสิ!”
ฉินปินขำจนน้ำตาไหล “ไม่คิดเลยว่านายไม่ออกกำลังกายแต่อาสุจิคุง ของนายจะคุณภาพดีขนาดนี้ ทะลวงเป้าได้ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ โคตรเก่งเลย!”
“พอได้แล้ว อย่าขำกันให้มันมากนัก นายเองก็ไม่ได้สะอาดอะไรขนาดนั้นเหมือนกันนั่นแหละ!”
หวังคงตอนนี้เครียดสุดๆ เด็กคนแรกที่เกิดจากการพลาดก็ยังไม่ได้จัดการให้เรียบร้อยเลย ตอนนี้จะมีอีกคนโผล่มาอีกเหรอ?
นี่เขามีเคราะห์เรื่องเด็กในปีนี้หรือไงกันแน่!?
“ฉันก็อยากได้แบบนี้อยู่หรอก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีปัญญาจะทำ!”
ฉินปินส่ายหัวอย่างเสียดาย “แต่เอาเถอะ อย่าคิดมากเลย อย่างแย่ที่สุดก็กลับจีนไปรับลูกคนแรกให้เรียบร้อย ส่วนคนที่อยู่ในท้องก็ลืมเขาไปซะ”
“อะไรนะ? แล้วเด็กในท้องจะทำยังไงล่ะ?”
“เด็กในท้องนั่นจะใช่ลูกนายหรือไม่ใช่ นายก็แค่จ่ายเงินไปแล้วจบเรื่องก็พอ”
“หนีไปเรื่อยๆ มันไม่ช่วยอะไรหรอกนะ โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ ถ้านายออกไปจัดการตั้งแต่แรก เรื่องก็จะไม่บานปลาย แต่ถ้าปล่อยไปจนเด็กคลอดออกมา แล้วผู้หญิงคนนั้นดันบินไปหานายถึงที่ประเทศจีน นายคิดว่ามันจะจบง่ายมั้ย? ทุกวันจะมีแต่เรื่อง นายจะรับมือไหวเหรอ?”
หลังจากโดนฉินปินโน้มน้าวอยู่พักใหญ่ หวังคงก็ตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องเด็กให้เรียบร้อยก่อน
พวกเขาจึงพากันเดินไปทางล็อบบี้
…
“คุณหวัง คุณผู้หญิง ผู้หญิงคนนั้นอยู่ตรงนี้ครับ”
พอหวังหลินกับคุณนายหวังมาถึงล็อบบี้ พวกเขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ห่อหุ้มตัวอย่างมิดชิดนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมจิบชา แม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่แค่เห็นดวงตากลมโตสดใสก็รู้ได้ทันทีว่าเธออายุไม่น่าจะเกินยี่สิบต้นๆ
ทั้งสองพาเธอไปยังห้องรับรองด้านข้าง แล้วมองเธออย่างใจดี ก่อนจะใส่เครื่องแปลภาษา
“สวัสดีจ้ะ พวกเราคือพ่อแม่ของหวังคง หนูมีลูกของหวังคงอยู่ใช่ไหม? หนูชื่ออะไรเหรอ?”
หญิงสาวมองทั้งสองคนด้วยสายตาระวัง “ไอชาค่ะ”
“โอ้ ชื่อน่ารักจังเลย หนูรู้จักกับลูกชายของพวกเราที่ไหนเหรอ? แล้วคบกันมานานหรือยังจ๊ะ?”
หวังหลินกับคุณนายหวังถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฉันเจอกับลูกชายคุณที่ไนต์คลับค่ะ พวกเรารู้จักกันได้แค่เดือนกว่าๆ เองค่ะ”
????
ที่แท้ก็เจอกันในไนต์คลับ... แถมยังรู้จักกันแค่เดือนกว่าๆ แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับวันไนต์สแตนด์เลยสิ!
พอหวังหลินกับคุณนายหวังได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็เริ่มเย็นชาลงทันที
“งั้นหนูจะมั่นใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเป็นของลูกของลูกชายเราจริงๆ?”
“ก็ฉันไปทำงานที่ไนต์คลับ แล้วถูกเรียกให้ไปดูแลพวกเขา เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันมีสัมพันธ์ด้วย ถ้าไม่ใช่ลูกของเขา แล้วจะให้เป็นลูกใครได้ล่ะคะ?”
แม้สิ่งที่เธอพูดจะไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่คุณนายหวังก็ทำหน้าอ่อนลงหลังได้ฟัง “งั้นเหรอ... เด็กดี แล้วหนูมาหาเราวันนี้ อยากจะให้เราช่วยอะไรเหรอจ๊ะ?”
“ฉันแค่อยากให้ลูกในท้องมีพ่อค่ะ”
ไอชาลูบท้องตัวเองด้วยแววตาเศร้าสร้อย “ฉันรู้ว่าพวกคุณดูถูกผู้หญิงอย่างฉัน แต่เด็กในท้องไม่มีความผิดอะไร ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับฉัน ฉันก็จะไม่ว่าอะไรทั้งนั้น ขอแค่ตอนที่เด็กเกิดมา พวกคุณช่วยพาเขาไปก็พอค่ะ”
“ให้เราพาเขาไป?”
หวังหลินถึงกับแปลกใจ “แล้วเธอจะไม่เสียดายลูกเหรอ?”
“คุณลองออกไปเดินดูข้างนอกหรือถามชาวบ้านสักสองสามคนก็ได้ค่ะ แล้วพวกคุณก็คงจะได้รู้ว่าคนชั้นล่างอย่างพวกเราอยู่กันยังไง ถ้าเด็กในท้องเป็นผู้ชาย อย่างมากเขาก็จะได้เป็นแค่คนรับใช้หรือพนักงานทำความสะอาด ฉันเองก็ไม่มีปัญญาจะส่งเขาเรียนหนังสือด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นผู้หญิง... บางทีชะตาของเธออาจจะแย่ยิ่งกว่าฉันก็ได้ค่ะ…”
“ถ้าฉันสามารถให้เขาได้มีชีวิตในสังคมที่มองคนเป็นคนตั้งแต่เกิด อย่างนั้นการที่ฉันต้องแยกจากเขา... ก็คุ้มค่าพอแล้วค่ะ”
แม้ไอชาจะดูไม่เหมือนคนที่มีการศึกษา แต่คำพูดของเธอกลับมีเหตุมีผลชัดเจน
หวังหลินกับคุณนายหวังสบตากันเล็กน้อย ถึงเด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกครึ่ง แต่ดูจากหน้าตาของไอชาแล้วก็ถือว่าสวยไม่น้อยเลยและเด็กที่เกิดมาก็น่าจะหน้าตาดีเหมือนกัน
และประเด็นสำคัญตอนนี้คือ พวกเขาต้องยืนยันก่อนว่าเรื่องที่ไอชาพูดเป็นความจริงหรือไม่และเด็กในท้องเป็นหลานของพวกเขาจริงหรือเปล่า
“ไอชา พวกเรารู้ว่าถ้าเราสงสัยหนู หนูก็อาจจะเสียใจมาก แต่หนูก็น่าจะพอรู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวเราบ้าง พวกเราจึงต้องระวังให้มากในเรื่องของทายาท หนูบอกว่าเด็กในท้องเป็นลูกของลูกชายของเรา ถ้าหนูมีอายุครรภ์มากกว่านี้อีกหน่อย พวกเราอาจจะต้องขอตรวจน้ำคร่ำและตรวจดีเอ็นเอนะ”
ใบหน้าไอชายังคงนิ่ง “ได้ค่ะ”
พอเธอยอมรับได้ง่ายขนาดนี้ คุณนายหวังก็โล่งใจและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น “ไม่ต้องกังวลนะ ถ้าเรายืนยันได้ว่าเด็กในท้องหนูเป็นลูกของลูกชายเราจริง พวกเราจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของหนูทั้งก่อนคลอด แล้วก็หลังคลอดและจะจองศูนย์พักฟื้นที่ดีที่สุดให้ แล้วก็มอบเงินให้จำนวนหนึ่งให้ด้วย ส่วนเด็กคนนั้น... พวกเราจะรับไปเลี้ยงเอง”
หวังหลินกับคุณนายหวังรู้ดีอยู่แก่ใจว่า หวังคงไม่มีวันแต่งงานกับเธอแน่
และพวกเขาเองก็ไม่มีทางยอมให้ลูกชายตัวเองแต่งกับผู้หญิงที่มาจากการวันไนต์สแตนด์แน่นอน
“ตกลงค่ะ”
ทัวซาพยักหน้าอย่างสงบ ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านหรือเรียกร้องอะไรเพิ่มเติม
“พ่อแม่คุยอะไรกันอยู่?”
หวังคงรีบวิ่งเข้ามาจากด้านนอก แล้วถึงกับชะงักไปทันทีที่เห็นทั้งสามคนนั่งคุยกันอยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง