- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 495 : บ้านนายนี่มันถ้ำเสือชัดๆ
ตอนที่ 495 : บ้านนายนี่มันถ้ำเสือชัดๆ
ตอนที่ 495 : บ้านนายนี่มันถ้ำเสือชัดๆ
ตอนที่ 495 : บ้านนายนี่มันถ้ำเสือชัดๆ
“ชื่อโรงแรมแห่งนี้คือพระราชวังเนียร์วาน่า เป็นโรงแรมที่เพื่อนของผมเป็นคนเปิดเองเลย บรรยากาศที่ดูไบนี่ดีจริงๆ ที่ทุกคนเห็นเมื่อกี้น่ะ ยังแค่ปลายภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ต่อไปผมจะพาไปดูจุดเด่นของโรงแรมนี้แบบละเอียดเลย!”
ในไลฟ์ บรรดาคนดูพากันสนใจเรื่องราคาอย่างเดียว
“ผมรู้นะว่าทุกคนอยากรู้ราคากันใช่ไหม เอาแบบนี้เลยอย่าเพิ่งฝันกันเพราะส่วนใหญ่ไม่มีใครจ่ายไหวหรอก! ห้องธรรมดาที่นี่ก็คืนละประมาณ 5,000 หยวนแล้ว ถ้าเป็นห้องแพงๆ หน่อยก็หลักหมื่นถึงแสนต่อคืนเลยทีเดียว ดังนั้นพวกเน็ตไอดอลทั่วไปก็ดูไลฟ์ในห้องผมไปก่อนละกัน อย่าเพิ่งคิดกันไปไกล!”
“ฟังแล้วต้องขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้จักตัวเอง…”
“โอ๊ยย พูดแทงใจขนาดนี้ ขอไปร้องไห้แป๊บ...”
“เศร้าเลยอ่ะ… ครั้งหน้าพูดให้เบากว่านี้ได้มั้ย?”
…
“นี่ น้องฉู่ อาหารของที่นี่ครบดีนะเรียกได้ว่ามีทุกอย่างเลยนะ”
ฉู่เจียงพยักหน้า “ใช่ อยากกินอะไรก็สั่งเลย ฉันขนเชฟจากเมืองจีนมาทั้งชุด วัตถุดิบที่ไม่มีที่นี่ก็สั่งบินตรงมาทุกวัน อยากกินอะไรก็กินได้หมด ถ้าเมนูไหนไม่มีก็บอกเชฟไว้ก่อนล่วงหน้าสักวัน รับรองว่าเขาจะหาทางจัดให้ได้แน่นอน”
หวังคงพยักหน้ารับ “ที่นี่ดีทุกอย่างเลย แต่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งนะ”
“ข้อเสียอะไร?”
“ก็มันอยู่แต่ในอาคารไง ไม่ได้ฟีลแบบกินข้าวด้านนอกเท่าไหร่!”
“อ๋อ อยากไปข้างนอกใช่มั้ย? ง่ายนิดเดียว”
ว่าแล้วฉู่เจียงก็พาหวังคงกับฉินปินขึ้นไปบนระเบียงชั้นดาดฟ้าของโรงแรมที่อยู่สูงที่สุด มีพื้นที่กว้างถึง 400 ตารางเมตร มองออกไปเห็นทะเลแบบพาโนรามารอบๆ ระเบียงเต็มไปด้วยพืชท้องถิ่น มีโต๊ะกลมกับเก้าอี้วางไว้หลายชุด บรรยากาศหอมกลิ่นพืชพรรณและดินทะเล ใกล้ๆ มีต้นไม้สูงให้ร่มเงา มองไกลออกไปเห็นผืนน้ำสีฟ้าสุดลูกหูลูกตา
พอยืนอยู่ตรงนี้แล้วรู้สึกโปร่งโล่ง หายใจสะดวกขึ้นมาทันที
หวังคงพยักหน้าทันที “งั้นมากินกันตรงนี้เลย!”
ฉู่เจียงปรบมือให้คนจัดโต๊ะและสั่งอาหารมาเสิร์ฟตรงระเบียง
“ขอไวน์ดีๆ อีกสองขวดด้วย!”
หวังคงเสริม
ฉู่เจียงก็จัดให้ตามคำขอทันที สั่งไวน์ชั้นดีสองขวดมาเสิร์ฟบนโต๊ะกลางระเบียงท่ามกลางลมทะเลและเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อน
ตอนแรกฉู่เจียงก็นึกว่าที่หวังคงขอไวน์สองขวดจะเอาไว้เพิ่มบรรยากาศเฉยๆ แต่ใครจะคิดว่า...พอไวน์มาเสิร์ฟจริง เขากลับกระดกทีละแก้ว ราวกับดื่มน้ำเปล่า!
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไวน์สองขวดก็เกลี้ยงเรียกได้ว่าไม่รู้จักเสียดายของดีเลยแม้แต่น้อย
ฉู่เจียงส่ายหน้าเบาๆ “นายเจอเรื่องอะไรน่าปวดหัวมารึเปล่า? ไวน์ที่เอามาขวดละเป็นแสนเลยนะ แต่นายกลับดื่มราวกับน้ำเปล่าเลยนะ!”
หวังคงถอนหายใจพลางดึงผมตัวเองออกมาเป็นกระจุก “นายไม่รู้หรอกว่าช่วงนี้ฉันเซ็งแค่ไหน! ผู้หญิงพวกนี้คิดอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ ฉันบอกไปชัดๆ แล้วว่าฉันยังไม่อยากมีลูก แต่เธอกลับแอบไปคลอดลูกมาแล้วเนี่ย!”
“นายมีลูกแล้วเหรอ?”
ฉู่เจียงเลิกคิ้วยิ้มๆ “งั้นก็เรื่องดีสิ จะเป็นไรไป? ก็แค่ลูกแค่นั้นเอง นายไม่ใช่ว่าเลี้ยงไม่ได้นี่? อีกอย่าง ฉันว่าด้วยนิสัยอย่างนาย คงไม่ได้คิดจะแต่งงานอยู่แล้วใช่ไหม? มีลูกไว้ก็ดีไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยครอบครัวนายก็มีคนสืบทอดต่อไปแล้ว”
หวังคงหัวเราะฝืดๆ “ราชวงศ์ชิงล่มไปนานแล้วนะ! เดี๋ยวนี้ใครจะไปรอให้ลูกสืบทอดอะไร! คนสมัยนี้อยู่วันต่อวันก็ยังจะไม่ไหวเลย แล้วเธอน่ะดันเอาเด็กมาเป็นไม้กันหมา วิ่งโพสต์บนเน็ต ว่าฉันไม่รับผิดชอบอะไรเลยจนถึงตอนนี้ฉันก็เลยยังปวดหัวไม่หาย”
ถึงแม้หวังคงจะอายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเพลย์บอย ไม่มีความสนใจเรื่องมีลูกแม้แต่น้อย สำหรับคนอื่น ลูกอาจจะเป็นความหวานของความรักแต่สำหรับเขา...ลูกคือภาระชัดๆ!
เขาไม่อยากมีใครมาผูกมัดชีวิตเขาเอาไว้เลยแม้แต่น้อย
“จริงๆ ฉันว่าไม่ต้องรังเกียจขนาดนั้นก็ได้ นายไม่อยากเลี้ยงเองก็เอามาไว้ที่บ้านฉันก็ได้ ตอนนี้ที่บ้านฉันก็มีเด็กแค่สองคนเอง...”
ฉู่เจียงยังเป็นคนที่ชอบเด็กอยู่แล้ว ถ้าไม่ชอบ เขาคงไม่รับเจียงโหยวเสวี่ยมาเลี้ยงเองหรอก
และตอนนี้ เด็กในบ้านมีแค่สองคนพูดตามตรง มันก็ดูเงียบไปหน่อย
หวังคงกลอกตาทันที “น้องฉู่ นายพอเลยนะ อย่าล้อเล่นกับฉันเรื่องนี้เลย เด็กนั่นน่ะ ตอนนี้กลายเป็นไม้กันหมาของยัยนั่นไปแล้ว ถ้าฉันคิดจะเอาตัวเด็กมา เธอต้องบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอแน่ๆ ฉันยังไม่อยากแต่งงาน!”
“งั้นถ้าไม่อยากรับผิดชอบ แล้วทำไมไม่คิดให้รอบคอบตั้งแต่แรกล่ะ?”
“นายเข้าใจผิดแล้ว! ฉันเองก็ไม่ใช่เด็กมัธยมที่จะพลาดง่ายๆ นะ ฉันเองก็ป้องกันเต็มที่แล้ว! ยัยนั่นก็บอกเองว่าอยู่ในช่วงปลอดภัย ไม่มีอะไรแน่นอน แล้วผลลัพธ์คืออะไรล่ะ?”
หวังคงขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิด “ให้ตายเถอะ...เรื่องแบบนี้น่าเบื่อเป็นบ้า”
ฉู่เจียงเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่พูดอะไร
“ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด!”
หวังคงเปลี่ยนเรื่องทันที “ขอฉันหนีมาอยู่ที่นี่สักพักเถอะ ได้ยินมาว่าช่วงนี้มีคนมาหาทองที่นี่กันเยอะ เดินบนถนนคงได้เจอคนจีนไม่น้อยใช่ไหม?”
“ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้นนะ”
ฉู่เจียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แต่นายจะออกไปเดินเล่นบนถนนดูก็ได้ ไม่ได้ผิดอะไรอยู่แล้ว”
“โอเค งั้นคืนนี้เราไปเดินเล่นกันหน่อย”
หวังคงถามต่อ “ว่าแต่...ฉันเห็นผู้หญิงไม่กี่คนเองนะที่ออกมาเดินบนถนน แถมที่นี่จะมีบาร์ที่มีแต่ผู้ชายแต่ไม่มีผู้หญิงจริงเหรอ?”
“อ้าว เรื่องแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
ฉินปินหัวเราะเบาๆ “ถึงวัฒนธรรมที่นี่จะดูเคร่งครัดก็เถอะ แต่มันมีคำพูดอยู่ว่า ‘สุดโต่งแล้วจะย้อนกลับ’ สถานที่อย่างบาร์หรือไนต์คลับน่ะ ถ้าไม่มีผู้หญิงแล้วจะเหลือเหรอ? คิดว่าผู้ชายที่นี่ไปบาร์ทุกวันเพื่อไปนั่งดื่มน้ำเปล่าเหรอ?”
“หมายความว่า...”
“ผู้หญิงที่นั่นต้องเด็ดมากแน่นอน!”
ไม่ต้องพูดก็รู้ ตั้งแต่มาถึงดูไบ ฉู่เจียงยังไม่เคยไปบาร์หรือไนต์คลับท้องถิ่นเลยเพราะที่นี่เคร่งครัดมากจริงๆ ผู้หญิงที่นี่นอกจากจะคลุมทั้งตัวแล้ว ยังปิดทั้งหัวและหน้าอีกต่างหาก ไป๋อวิ๋นเองยังต้องแต่งตัวเรียบร้อยมากเวลาออกนอกโรงแรม แต่ก็ยังโดนคนมองแปลกๆ อยู่บ่อยๆ
ด้วยเหตุนี้ ฉู่เจียงเลยรู้สึกสงสัยไม่น้อยว่า…ในบาร์จะมีผู้หญิงที่…เด็ดแค่ไหนกันแน่?
คิดได้แบบนั้น พอตกค่ำหลังมื้อเย็น ฉู่เจียงก็เตรียมจะออกไปกับหวังคง ฉินปินและจ้าวหยาง
แต่พอเดินมาถึงหน้าประตูโรงแรม…ก็เห็นมู่หยุนซี หนิงเค่อเอ๋อร์ จินอวี้เจินและไป๋อวิ๋น ยืนรออยู่ก่อนแล้ว แถมแต่ละคนแต่งตัวจัดเต็ม ยิ่งกว่าแฟชั่นโชว์ แข่งกันโชว์เรียวขาขาวราวกับหิมะ
“พี่ฉู่~ จะไปไหนเหรอ~ ถ้าจะออกไปเที่ยว ก็พาพวกเราไปด้วยนะ~ พวกเราจะไม่ดื้อแน่นอน~”
หวังคงหันมามองฉู่เจียงแล้วกระซิบแบบแซวๆ “น้องฉู่...บ้านนายนี่มันถ้ำเสือชัดๆ ฉันว่านายอยู่บ้านดีกว่า พวกเราไปเที่ยวกันเองละกัน ฮ่าๆๆ”
“แค่...จะออกไปดื่มนิดหน่อยเท่านั้นเอง…”
ฉู่เจียงกระแอมหนึ่งที แล้วหันไปพูดกับพวกสาว ๆ “อยู่โรงแรมดีๆ เถอะ เดี๋ยวรอบหน้าฉันจะพาออกไปเที่ยวด้วยแน่นอน”