- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 490 : ฉันเป็นคนพูดว่าจะนวดให้พี่ฉู่ก่อนนะ!
ตอนที่ 490 : ฉันเป็นคนพูดว่าจะนวดให้พี่ฉู่ก่อนนะ!
ตอนที่ 490 : ฉันเป็นคนพูดว่าจะนวดให้พี่ฉู่ก่อนนะ!
ตอนที่ 490 : ฉันเป็นคนพูดว่าจะนวดให้พี่ฉู่ก่อนนะ!
สายตาของเจ้าชายราชิดทำให้คาลิดเงียบลงทันที “เมื่อกี้ฉันถามนายรึไง?”
คาลิดถึงกับสะอึก “ผม…”
สุดท้ายก็ได้แต่เงียบปากลง
ฉู่เจียงเป่าควันบุหรี่ออกช้าๆ เป็นวงกลม “แน่นอนว่าฉันมั่นใจ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก วันนี้เรามาคุยเรื่องผลประโยชน์กันก่อนดีกว่า ถ้าคุณตอบตกลง ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นเยอะ”
“งั้นว่ามาเลย”
“ฉันมีโรงแรมที่กำลังจะเปิดใหม่ เชื่อว่าคุณเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ถึงโรงแรมนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับฉัน แต่ก็มีคนอีกหลายร้อยคนต้องพึ่งพามัน ถ้าโรงแรมล้มไป คนเหล่านั้นก็ต้องลำบากแน่”
ฉู่เจียงยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อ “เพราะฉะนั้น สิ่งที่ฉันต้องการมันง่ายมาก ต่อไปนี้ ห้ามมีองค์กรหรือหน่วยงานใดของรัฐบาลเข้ามาสร้างปัญหาในโรงแรมของฉันทุกกรณี แต่ฉันก็จะขอรับรองว่าโรงแรมของฉันจะทำทุกอย่างอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศคุณ ส่วนคุณเองก็ต้องรับรองว่าโรงแรมของฉันจะไม่โดนกลั่นแกล้งด้วยขั้นตอนอะไรอีก”
ไม่คาดคิดเลยว่าข้อเรียกร้องของฉู่เจียงจะเรียบง่ายขนาดนี้ เจ้าชายราชิดพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ลังเล “แล้วนอกเหนือจากนั้นล่ะ?”
“อีกอย่างหนึ่ง ฉันอยากรบกวนคุณช่วยโปรโมตโรงแรมให้หน่อย ฉันต้องการให้มีโฆษณาของโรงแรมอยู่ตามสนามบินและสถานีรถไฟทุกแห่งของคุณและห้ามเอาออกภายในสิบปี ฟังดูยากไปหรือเปล่า?”
แม้คำขอนี้จะดูวุ่นวายอยู่บ้าง แต่ถ้าฉู่เจียงสามารถกำจัดเจ้าชายฮัมดานได้จริง มันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
ยังไงซะ สิ่งที่เจ้าชายราชิดจะได้ตอบแทนก็คือ สิทธิ์ในการสืบราชบัลลังก์!
เทียบกับสิ่งที่ฉู่เจียงร้องขอ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ถือว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ!
เจ้าชายราชิดลุกขึ้นยืน “แต่ว่า ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ฉันจะทำตามที่สัญญาไว้แน่นอน แต่ถ้ามันไม่สำเร็จ เรื่องทั้งหมดนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉัน”
ฉู่เจียงเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนรอบคอบ จึงพยักหน้ารับโดยไม่เรียกร้องให้เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
ยังไงซะ ถ้าเขาสามารถทำให้เจ้าชายฮัมดานตายได้ เขาก็สามารถทำให้เจ้าชายราชิดตายได้เช่นกัน
ถึงเวลานั้นอีกฝ่ายก็คงไม่กล้าผิดสัญญาแน่
เอกสารมันจะไปมีผลอะไร? โลกนี้น่ะ สิ่งที่คนเคารพจริงๆ ก็คือพลังต่างหาก!
เมื่อคุณมีพลัง แม้ไม่ต้องมีเอกสารใดๆ คนส่วนใหญ่ก็จะรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าคุณไม่มีพลัง คุณจะพบว่าโลกใบนี้ล้วนเต็มไปด้วยคนทรยศหักหลัง
กฎของโลกนี้ไม่เคยเปลี่ยน ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะได้รับการเคารพ!
“นายเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ ฉันคิดว่าถ้าจะเลี้ยงข้าวนายสักมื้อก็คงไม่เสียหายอะไร งั้นนายอยู่ทานอาหารเย็นกับฉันวันนี้เลยแล้วกัน”
เจ้าชายราชิดยิ้มน้อยๆ แล้วเรียกผู้ช่วยมาสั่งยกเลิกนัดและกำหนดการทั้งหมดของวันนี้เพราะเขาจะอยู่ที่คลับเพื่อเลี้ยงอาหารเย็น
ผู้ช่วยถึงกับเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ
เจ้าชายราชิดเป็นคนที่เข้มงวดกับตัวเองมาก ชีวิตของเขาเป็นระบบระเบียบสุดๆ ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามขั้นตอน ไม่ค่อยออกนอกกรอบ โดยเฉพาะออกนอกตารางที่ถูกวางเอาไว้มากขนาดนี้...ซึ่งความจริงแล้วก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติฉู่เจียงมากแล้วจริงๆ
แน่นอนว่าฉู่เจียงก็จะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
ส่วนคาลิดนั้น พอทานอาหารเสร็จ ก็แอบพูดกับฉู่เจียงเบาๆ ว่า “คุณชายฉู่ ข้อเสนอที่เสนอไปมันขาดทุนชัดๆ เลยนะ พี่ชายของฉันรวยกว่าฉันเยอะเลย แล้วถ้าเขาได้เป็นรัชทายาทจริงๆ อำนาจจะยิ่งใหญ่กว่านี้อีก แต่นายกลับขออะไรแค่นั้นเอง?”
ฉู่เจียงเหลือบมองเขา “พูดแบบนี้ นายไม่กลัวว่าพี่ชายนายจะคิดว่านายเข้าข้างคนนอกเหรอ?”
“ฉันก็เข้าข้างคนนอกอยู่แล้วไง จะกลัวอะไรอีกล่ะ?”
“…”
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ ฉู่เจียงก็พามู่หยุนซีและคนอื่นๆ กลับโรงแรม
แม้ว่าทั้งสี่สาวจะไปเล่นกอล์ฟกันอย่างสนุกสนานมาทั้งวัน แต่แต่ละคนก็ยังดูสดใสมีชีวิตชีวามาก พวกเธอสี่คนพากันล้อมฉู่เจียงไว้ “พี่ฉู่ คืนนี้อย่าหายตัวไปอีกนะ พวกเราคิดถึงพี่แทบแย่เลย พี่จะใจร้ายกับพวกเราขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉู่เจียงได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ “โอเค คืนนี้ฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง”
“งั้นพวกเรารอพี่อยู่นะ!”
ฉู่เจียงหัวเราะ “ไม่ต้องรอหรอก ฉันจะกลับห้องตอนนี้เลย ว่าแต่…ใครนะที่เคยบอกว่าเรียนเทคนิคนวดมา? ฉันจะกลับไปลองเดี๋ยวนี้เลย!”
หนิงเค่อเอ๋อร์รีบกระโดดออกมา “พี่ฉู่ ฉันเรียนเทคนิคการนวดมานะ นวดขาแล้วสบายมากเลย จะลองไหม?”
“ได้สิ งั้นก็นวดขาให้ฉันหน่อย”
จินอวี้เจินรีบเบียดเข้ามาทันที “แค่นวดขาเองเหรอ? ฉันก็นวดได้นะ!”
หนิงเค่อเอ๋อร์ถึงกับรีบเถียง “ฉันเป็นคนพูดว่าจะนวดให้พี่ฉู่ก่อนนะ!”
“แล้วไงล่ะ?”
ฉู่เจียงเห็นทั้งคู่ทำท่าจะทะเลาะกันจริงๆ ก็เริ่มปวดหัว “โอเค ๆ นวดขาใช่ไหม? ฉันก็ไม่ได้มีแค่ขาข้างเดียวนี่นา นวดคนละข้างก็แล้วกัน!”
ทั้งสองสาวต่างก็จ้องตากันเขม็งแล้วก็ยอมนวดให้ฉู่เจียงอย่างไม่เต็มใจ
ฉู่เจียงเอนตัวลงนอนบนเตียงอย่างมีความสุข
มู่หยุนซีกับไป๋อวิ๋นก็นั่งอยู่ข้างๆ หั่นผลไม้ให้ แล้วผลัดกันป้อนให้เขากิน
หนิงเค่อเอ๋อร์กับจินอวี้เจินก็นวดขาให้คนละข้าง…ต้องบอกเลยว่า นี่มันคือสุดยอดแห่งความสุขจริง ๆ!
“พวกเธอรู้จักเทศกาลอีดิ้ล อัฎฮาไหม?”
ฉู่เจียงเอ่ยถามขึ้นขณะมองสาวทั้งสี่คนที่กำลังล้อมรอบตัวเองอยู่
จินอวี้เจินรีบตอบทันที “รู้สิ รู้สิ! อีดิ้ล อัฎฮาหรืออีกชื่อก็คือเทศกาลกุรบ่าน เป็นเทศกาลสำคัญมากของศาสนาอิสลาม พูดถึงมันแล้ว ดูไบก็เป็นประเทศอิสลาม เทศกาลอีดิ้ล อัฎฮาจัดจัดในอีกแค่สองวันเองใช่ไหมคะ? น่าจะคึกคักน่าดูเลยใช่ไหม?”
“อืม อีกสองวันนี้จะต้องครึกครื้นมากแน่ๆ ถึงตอนนั้นฉันจะพาพวกเธอไปเดินเที่ยวตามถนนกัน”
เทศกาลอีดิ้ล อัฎฮาในดูไบจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในวันนี้คนที่สามารถลาหยุดได้ก็จะหยุดกันหมด ห้างสรรพสินค้าทั้งหลายจะมีโปรโมชันลดราคากันอย่างจัดเต็ม อีกทั้งยังมีการแสดงวัฒนธรรมต่างๆ อย่างการแสดงตลก การพูดเดี่ยว หรือโชว์บนเวทีมากมาย นอกจากนี้ ร้านอาหารท้องถิ่นก็จะจัดเมนูพิเศษออกมาต้อนรับเทศกาล เรียกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ทุกคนจะได้สัมผัสกับความสุขที่ไม่สามารถหาได้ในวันธรรมดา
“ตกลง~ แต่สองวันนี้อย่าเพิ่งออกไปเที่ยวนะ~~”
หนิงเค่อเอ๋อร์เบียดตัวเข้ามาในอ้อมกอดของฉู่เจียง “ฉันคิดถึงพี่จะตายอยู่แล้ว~”
“งั้นขอดูหน่อยสิ…ว่าคิดถึงฉันมากแค่ไหน~”
...
หลังจากที่เขาดูแลพวกเธอทั้งสี่คนจนเรียบร้อยและเห็นพวกเธอค่อยๆ หลับไปอย่างสงบ ฉู่เจียงก็ลุกจากเตียง เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ สูบบุหรี่หนึ่งมวนช้าๆ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาเรียกไป่อู๋ชางกับเฮยอู๋ชางมาสั่งงานบางอย่าง
สองพี่น้องอู๋ชางเงียบหายไปในความมืดเหมือนทุกครั้ง ราวกับไม่เคยปรากฏตัวอยู่ตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ!
วันรุ่งขึ้น ฉู่เจียงโทรหาคาลิด
“อีกกี่วันจะถึงเทศกาลอีดิ้ล อัฎฮาของพวกนาย?”
คาลิดถามกลับอย่างสงสัย “ตามปฏิทินจันทรคติ ตอนนี้ก็เหลืออีกสองวันจะถึงวันนั้นนะ ฉันจำได้นะว่านายไม่ได้นับถืออิสลามแล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงสนใจเทศกาลนี้ล่ะ?”
“ตราบใดที่เป็นเทศกาล ฉันก็ต้องสนใจอยู่แล้ว แล้วฉันจะไปเที่ยววังของนายในวันเทศกาลนี้ได้ไหม?”
คาลิดอึ้งไป “คุณชายฉู่ นายพูดจริงเหรอ?”
“แน่นอน ว่าฉันไม่ได้ล้อเล่นหรอก”
“...แต่ว่า นายจะมาวังของฉันทำไมกันล่ะ?”