- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 460 : ไม่มีเหตุผลก็มาไม่ได้เหรอคะ?
ตอนที่ 460 : ไม่มีเหตุผลก็มาไม่ได้เหรอคะ?
ตอนที่ 460 : ไม่มีเหตุผลก็มาไม่ได้เหรอคะ?
ตอนที่ 460 : ไม่มีเหตุผลก็มาไม่ได้เหรอคะ?
ไป๋อวิ๋นเป็นเด็กฉลาดและเข้าใจในทันทีว่าฉู่เจียงต้องการจะสื่ออะไร
ฉู่เจียงลูบผมเธออย่างอ่อนโยนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง
แต่พอเขากำลังจะก้าวไปอีกขั้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน
เขากดตัดสายด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย
ทว่าไป๋อวิ๋นกลับดันเขาออกเบาๆ ด้วยท่าทีหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงระเรื่อของเธอตอนนี้ดูน่ารักเป็นพิเศษ “อย่าทำแบบนี้ตรงนี้เลยค่ะ… ถ้ามีใครมาเห็นเข้า มันจะไม่ดีนะคะ”
ฉู่เจียงจูบเธออีกครั้งเบาๆ อย่างอ้อยอิ่ง แล้วก็หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์
คนที่โทรเข้ามาก็คือซูเจียวเหยียน
ซูเจียวเหยียนโทรมาทำไมในเวลาแบบนี้?
ฉู่เจียงกำลังคิดอยู่ จู่ๆ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาในหน้าต่างสนทนา
“ฉันอยู่หน้าหมู่บ้านของคุณ ถ้าคุณไม่ออกมาเจอฉัน ฉันก็จะเข้าไปหาเอง”
“…”
ฉู่เจียงได้แต่มองเธออย่างจนใจ ก่อนจะหันไปพูดกับไป๋อวิ๋น “เมื่อกี้เธอไม่ได้บอกว่าจะไปเรียนเหรอ? ตอนนี้ถ้าขับไปก็น่าจะยังทันนะ ฉันมีเรื่องต้องไปจัดการนิดหน่อย”
ไป๋อวิ๋นไม่ได้ถามว่าเขาจะไปไหน แค่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะ งั้นฉันไปเรียนก่อนนะคะ”
เธอหันไปมองฉู่เจียงด้วยแววตาเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะขับรถออกไป
ฉู่เจียงมองดูเธอขับรถออกจากโรงจอดรถ แล้วจึงเดินออกมาที่หน้าหมู่บ้าน
แล้วก็เห็นรถตู้รุ่นยาวจอดอยู่ตรงนั้นจริงๆ
พอเขาเดินเข้าไปใกล้ ประตูรถก็ถูกเปิดโดยชายชุดดำที่นั่งอยู่ในรถ ซูเจียวเหยียนก้าวลงมาจากรถอย่างสง่างามในชุดโค้ทขนเฟอร์สีเงินวาว กับรองเท้าส้นสูงเรียวบาง พร้อมกับยิ้มทักทายฉู่เจียง “นานแล้วนะคะคุณฉู่ ที่ไม่ได้เจอกันเลย”
ฉู่เจียงเห็นว่าเธอมาหาเขาเอง ก็อดสงสัยไม่ได้ “เธอมาหาฉันทำไม?”
“ไม่มีเหตุผลก็มาไม่ได้เหรอคะ?”
ฉู่เจียงมองเธอนิ่งๆ ไม่พูดอะไร
เธอถอนหายใจเบาๆ “โอเคๆ ฉันยอมก็ได้ ฉันอยากให้คุณช่วยอะไรบางอย่าง ได้ยินมาว่าคุณเป็นคนใจดี คุณคงจะไม่ปฏิเสธเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ใช่ไหมล่ะคะ?”
“เธอไปได้ยินมาจากไหนว่าฉันเป็นคนใจดี?”
ฉู่เจียงส่ายหน้า “ฉันเคยทำงานแล่ปลาอยู่ที่มา 10 ปี หัวใจฉันเย็นชาพอๆ กับมีดในมือไปแล้ว เธอมาหาคนผิดแล้วล่ะ”
“พรวดดด… ไม่คิดเลยว่าคุณจะพูดเรื่องตลกแบบนี้ได้ด้วย!”
ซูเจียวเหยียนยิ้มพรายแล้วพยักหน้าช้าๆ “งั้นฉันยิ่งต้องขอให้คุณช่วยเลยล่ะค่ะ!”
ฉู่เจียง “…”
“โอเค บอกมาว่าอยากให้ช่วยเรื่องอะไร”
“จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่วันพรุ่งนี้ฉันจะต้องไปร่วมงานประชุมแลกเปลี่ยนงานหนึ่ง ซึ่งมีคนในแวดวงคนดังมาร่วมมากมาย ตอนนี้ฉันยังขาดคู่ในงานอยู่ ฉันหวังว่าคุณจะไปกับฉันนะคะ คำขอนี้ไม่น่ายากสำหรับคุณใช่ไหม?”
ฉู่เจียงขมวดคิ้ว “ผมว่าคำขอนี้ก็ยากอยู่นะ คุณเองก็ดูไม่ใช่คนที่จะขาดแคลนผู้ชายสักหน่อย”
เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ!
“ฉันไม่ขาดผู้ชายหรอกค่ะ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีคุณสมบัติพอจะเป็นคู่ในงานของฉันได้”
ซูเจียวเหยียนส่งสายตาอ้อนวอนปนเสน่ห์ให้เขา “ฉันเคยขอให้คุณแต่งงานกับฉัน แต่คุณก็ปฏิเสธ แล้วฉันก็ดันไปคุยโวกับที่บ้านไว้ว่ายังไงก็จะต้องแต่งงานกับคุณให้ได้ แต่คุณก็ดันตบหน้าฉันเข้าให้ เพราะงั้น…ขอแค่นี้ คุณก็น่าจะช่วยฉันได้นะคะ?”
“เธอคิดว่านี่แค่คำขอเล็กๆ เองเหรอ?”
ฉู่เจียงเลิกคิ้ว “บอกมาดีกว่า ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่”
“...ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่มีคนตามจีบฉันอยู่คนหนึ่ง แล้วฉันไม่อยากยุ่งกับเขาด้วย เลยอยากให้คุณช่วยจัดการให้หน่อย”
“ฉันไม่สนใจ”
“หมอนั่นนิสัยแย่มาก แล้วยังเป็นคนจากเอมิเรตส์อีกด้วย คุณเองก็รู้นี่ว่าคนจากตะวันออกกลางนั้นรวยจะตายไป”
ซูเจียวเหยียนหันมายิ้มให้ฉู่เจียง “อย่างน้อยๆ ถ้าคุณอยากปกป้องศักดิ์ศรีของพวกเรา คุณก็ควรจะไปนะ”
คนจากเอมิเรตส์…พวกคนรวยงั้นเหรอ?
พอคิดถึงตรงนี้ ฉู่เจียงก็เริ่มมีความสนใจขึ้นมานิดๆ ถ้าได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ทริปนี้ก็คงไม่เสียเที่ยว
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้ แล้วงานอยู่ที่ไหน? พรุ่งนี้ฉันจะไป”
“งานเลี้ยงไม่ได้จัดในห้องจัดเลี้ยงค่ะ แต่จัดที่วิลล่าของฉัน งานเริ่มหกโมงเย็นวันพรุ่งนี้ คุณก็ไปกับฉันสิ”
“แล้วทำไมต้องไปกับเธอด้วย?”
“ก็ฉันจ้างสไตลิสต์ไว้ให้แล้วจะจัดเสื้อผ้าหรือทรงผมก็พร้อมทำให้ได้ทันที”
“ไม่ต้องหรอก แค่ส่งที่อยู่มาให้ฉันก็พอ”
ฉู่เจียงปฏิเสธน้ำใจของซูเจียวเหยียน แต่โชคดีที่เธอก็ไม่ได้ดึงดันนัก “โอเคก็ได้ งั้นห้ามคืนคำนะคะ!”
…
หลังจากโน้มน้าวฉู่เจียงสำเร็จ ซูเจียวเหยียนก็อารมณ์ดีสุดๆ รีบขึ้นรถกลับวิลล่าของตัวเอง
แต่ทันทีที่รถจอดลงหน้าวิลล่า ก็มีเงาคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางไว้
เป็นหมิงเย่ ทายาทของตระกูลหมิง
หมิงเย่กับซูเจียวเหยียนอายุใกล้เคียงกัน พวกเขาสนิทกันพอสมควรตั้งแต่เด็กจะว่าไปพวกเขาก็เหมือนคู่หมั้นที่ถูกจับคู่ตั้งแต่ยังเด็ก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ซูเจียวเหยียนก็ไม่เคยรู้สึกพิเศษอะไรกับเขาเลยจริงๆ
ซูเจียวเหยียนสะบัดผมเบาๆ อย่างเกียจคร้าน “มีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ?”
“ฉันได้ยินมาว่า ผู้ชายจากต่างประเทศที่เคยมาตามจีบเธอ มาถึงเมืองหลวงแล้ว? แล้วเธอจะไปเจอเขาคืนพรุ่งนี้ใช่ไหม?”
หมิงเย่ถามพลางเดินตามหลังซูเจียวเหยียนไป
ซูเจียวเหยียนเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย “ใช่ แต่แล้วยังไงล่ะ”
“เธอก็รู้นี่ว่าไอ้หมอนั่นมันไม่คิดดีกับเธอเลย แล้วทำไมยังจะไปยุ่งกับมันอีกล่ะ? มันไม่ใช่คนดีหรอกนะ อย่าไปหลงกลมันเชียว”
“ฉันก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดี แต่เรื่องนี้มันก็เพื่อธุรกิจของครอบครัวแล้วจะให้ฉันทิ้งทุกอย่างเพราะเขาไม่ดีคนเดียวมันคงก็ไม่ใช่เรื่องถูกไหม?”
ซูเจียวเหยียนหันมามองหมิงเย่ด้วยสายตานุ่มนวล “ฉันรู้ว่านายพูดเพราะหวังดีกับฉัน แต่เรื่องของครอบครัวฉัน นายไม่ต้องมายุ่งก็ได้ นายก็ได้รับบัตรเชิญใช่ไหม? พรุ่งนี้ก็อย่าลืมพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วยล่ะ!”
“แล้วเพื่อนผู้หญิงของฉันไม่ใช่เธอหรือไง?”
พอเห็นท่าทีจริงจังของหมิงเย่ ซูเจียวเหยียนก็ได้แต่ถอนหายใจ “อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย ฉันมีคนที่จะไปด้วยแล้ว”
“ใครกันล่ะ? อย่าบอกนะว่าเป็นหมอนั่นที่มาจากต่างประเทศ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่เขา”
“งั้นใครล่ะ?”
เห็นว่าอีกฝ่ายถามไม่หยุด ซูเจียวเหยียนก็เริ่มรำคาญ “พอได้หรือยัง? หยุดถามได้รึยัง? นายไม่รู้สึกบ้างเหรอว่ามันน่ารำคาญ? ความสัมพันธ์ของเราสองคนตอนนี้ ก็เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น นายไม่ใช่แฟนของฉันบางเรื่องที่นายก็ไม่มีสิทธิ์จะมาควบคุมแล้วนะ”
“เธอพูดว่าไม่มีสิทธิ์จะควบคุมงั้นเหรอ? ถึงฉันจะไม่ใช่แฟนเธอ แต่ฉันก็โตมากับเธอตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะให้ฉันจะยืนดูเธอโดนหลอกเฉยๆ ได้ยังไง…”
ซูเจียวเหยียนเห็นว่าอีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง จึงหันไปสั่งผู้ช่วยข้างตัว “ไปหาคนมาสองคน แล้วลากเขาออกไป”
พูดจบเธอก็เดินเข้าวิลล่าไปโดยไม่สนใจอีก
ผู้นำตระกูลซูมองเธออย่างจนปัญญา “พ่อว่าลูกชายบ้านตระกูลหมิง ถึงจะไม่ได้เก่งที่สุดในทายาทผื้บทอดทั้งหลาย แต่เขาก็ดีต่อลูกที่สุดนะ ลูกไม่ควรใจร้ายกับเขาขนาดนี้ อย่างน้อยๆ ก็ควรให้เขาเป็นตัวเลือกบ้าง…”