- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 455 : คิดมากเกินไปแล้วนะคะ
ตอนที่ 455 : คิดมากเกินไปแล้วนะคะ
ตอนที่ 455 : คิดมากเกินไปแล้วนะคะ
ตอนที่ 455 : คิดมากเกินไปแล้วนะคะ
เทียนเว่ยเว่ยกะจะลากเขาลงไปด้วยจริงๆ ถึงได้หัวเราะเยาะใส่เขา
“กล้าทำไม่กล้ารับใช่มั้ย? รูปครึ่งหนึ่งที่ฉันเอาไปโพสต์ลงบนออนไลน์น่ะก็เป็นรูปที่แกตัดต่อ ฉันไม่ได้มีฝีมือตัดต่อภาพดีขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งมหาลัยคนที่มีฝีมือเรื่องตัดต่อภาพแบบนี้ก็มีแค่แกคนเดียว! แล้วยังมีประวัติแชตของพวกเราสองคนในมือถือฉันอีก ไม่เชื่อก็ลองไปดูได้…”
เทียนเว่ยเว่ยงัดหลักฐานออกมาทั้งหมด!
ซุนจ้าวต่อให้ปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่มีทางดิ้นหลุดแล้ว!
เขาตบหน้าเทียนเว่ยเว่ยด้วยความโกรธสุดขีด แต่แค่นั้นก็ยังไม่พอ เขายังเตะเข้าที่หน้าแข้งของเทียนเว่ยเว่ยอย่างแรงอีกด้วย!
แกร๊ก!
กระดูกหน้าแข้งของเทียนเว่ยเว่ยหักดังสนั่น!
ใบหน้าของเทียนเว่ยเว่ยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดสุดขีด!
เธอกอดขาตัวเองกรีดร้องอยู่ในห้องทำงานอธิการบดี “กรี๊ดดดด! ขาฉัน! ฉันเต้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว! ฉันจะฆ่าแก!!”
สุดท้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยก็ต้องรีบเข้ามาแยกทั้งสองคนออกจากกัน!
แต่ว่าอาการบาดเจ็บของเทียนเว่ยเว่ยถือว่าหนักมาก ต่อให้ไปโรงพยาบาลแล้วหมอจะช่วยต่อกระดูกให้ได้ แต่ขาของเธอก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วและแน่นอนว่า เธอคงได้แต่กล่าวอำลาชีวิตบนเวทีการแสดงไปตลอดกาล…
สุดท้าย อธิการบดีก็ตัดสินใจไล่เทียนเว่ยเว่ยกับซุนจ้าวออกจากมหาวิทยาลัยทั้งคู่!
หลังจากลงโทษคนผิด ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับไป๋อวิ๋นก็ถูกเปิดเผย
“เทียนเว่ยเว่ยนี่ร้ายเกินไปแล้ว!”
“ไป๋อวิ๋นน่าสงสารมาก!”
“บางคนแค่ถูกกล่าวหาแบบนี้ก็ทำใจไม่ได้แล้ว บางคนอาจจะกระโดดตึกไปแล้วด้วยซ้ำ ยังดีนะที่ไป๋อวิ๋นยังเข้มแข็งพอ!”
...
อธิการบดีตบไหล่ไป๋อวิ๋นเบาๆ แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสนิทสนมอย่างมาก
“ไป๋อวิ๋น เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้สืบให้ชัดเจน ทำให้เธอถูกใส่ร้ายเสียหาย ฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะ ถ้าเกิดอะไรแบบนี้อีก เธอก็มาบอกฉันตรงๆ ได้เลย ฉันรับรองว่าจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่นอน!”
ไป๋อวิ๋นพยักหน้าเชื่อฟัง “ค่ะ ท่านอธิการบดี”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนนี้เธอยังลาพักรักษาตัวอยู่ใช่ไหม? มือของเธอยังไม่หายดี แล้วแฟนเธอก็อุตส่าห์มาหาถึงมหาวิทยาลัยแล้ว งั้นก็ออกไปอยู่กับเขาสักหน่อยเถอะ”
พอได้ยินคำว่าแฟน ไป๋อวิ๋นก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
แต่อธิการบดีไม่ได้ใส่ใจนัก “ก็โตเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่หรือไง หรือครอบครัวเธอห้ามไม่ให้มีแฟน?”
“ไม่ใช่ค่ะ…”
“งั้นก็พอแล้ว ไปใช้ชีวิตของเธอซะ!”
ฉู่เจียงกับไป๋อวิ๋นเดินออกมาจากห้องทำงานอธิการบดีด้วยกัน ไป๋อวิ๋นกำลังจะกลับหอพักแต่ฉู่เจียงกลับผลักเธอขึ้นรถแทน
“อธิการบดีบอกเองว่าเธอยังลาพักอยู่ กลับไปนอนในหอจะมีอะไรดี? ไปกินข้าวกับฉันก่อนเถอะ!”
ไป๋อวิ๋นเม้มปากแน่น “แบบนี้…มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าคะ?”
“อธิการบดีเพิ่งพูดไปว่าเธอเป็นแฟนฉัน แล้วแฟนพาแฟนไปกินข้าวก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?”
ไป๋อวิ๋นเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ “นั่น... นั่นมันก็แค่ล้อเล่นนี่คะ!”
“งั้นในสายตาเธอ เรื่องพวกนี้มันก็แค่ล้อเล่นงั้นสิ?”
ฉู่เจียงยกมุมปากขึ้นยิ้ม “ถ้างั้นเธอไม่อยากเป็นแฟนฉันงั้นเหรอ?”
“ฉัน…”
โอกาสดีๆ อยู่ตรงหน้า ไป๋อวิ๋นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปล่อยไป!
เธอพยักหน้าอย่างเขินอาย “อยากสิคะ”
“งั้นตอนนี้ก็ถือว่าเป็นแล้วนะ”
ฉู่เจียงโน้มตัวเข้ามาหาเธอ มองผิวขาวนวลของเธอแล้วก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงจูบเบาๆ หนึ่งที!
จูบนี้ทำเอาไป๋อวิ๋นตกใจแทบหัวใจวาย!
เธอรีบผลักฉู่เจียงออกไป พูดตะกุกตะกัก “ฉะ...ฉัน...ฉันต้องกลับไปบอกพ่อก่อนค่ะ!”
“เธอนี่เป็นเด็กติดพ่อจังเลยนะ”
“ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่สัญญากับพ่อไว้แล้วว่าถ้าฉันมีแฟนเมื่อไร ฉันจะต้องบอกพ่อก่อน ฉันผิดสัญญาไม่ได้”
“ก็ได้ งั้นก็ไปเถอะ!”
ฉู่เจียงไม่ได้ขัดเธอ แต่กลับพาเธอกลับบ้านด้วยท่าทีใส่ใจ
“ฉันจะรอเธออยู่ข้างล่างนะ บอกพ่อเสร็จแล้ว ค่อยไปกินข้าวด้วยกัน”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันรีบขึ้นไปเลยค่ะ”
ไป๋อวิ๋นวิ่งขึ้นไปด้วยความดีใจ
พ่อไป๋ที่เห็นลูกสาวกลับมาบ้านอย่างกะทันหันก็ตกใจไม่น้อย “อวิ๋นเอ๋อร์ ทำไมถึงกลับบ้านกระทันหันแบบนี้ล่ะ? ไม่ใช่ว่าช่วงนี้โรงเรียนมีงานสำคัญต้องซ้อมหนักเหรอ?”
“พ่อคะ วันนี้หนูกลับมาบ้านเพื่อจะบอกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง แต่พ่ออย่าตกใจไปนะคะ”
ไป๋อวิ๋นเม้มปากแน่น มองพ่อด้วยสายตาจริงจัง
พ่อไป๋พยักหน้า “อืม พูดมาเถอะ”
“พ่อ... หนูจะบอกว่า หนูมีแฟนแล้วค่ะ!”
“อ๋อ พ่อยังนึกว่ามีเรื่องใหญ่อะไร... เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้ลูกว่าไงนะ? พูดอีกทีสิ? ลูกมีแฟนแล้วเหรอ?”
พ่อไป๋คว้าแขนลูกสาวไว้ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“วันนี้ค่ะ”
“...เป็นเพื่อนร่วมชั้นในมหาลัยใช่ไหม? งั้นพ่อก็เบาใจหน่อย อย่างน้อยลูกก็โตพอจะมีแฟนได้แล้ว เด็กที่สอบติดมหาลัยนี้ได้ก็คงไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่ก็ต้องถามเรื่องฐานะครอบครัวเขาด้วยนะ ถ้าเขารวยมาก พ่อกลัวว่าทางบ้านเราจะดูด้อยกว่าไป”
พ่อไป๋ทั้งดีใจและก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้
แม้ว่าพ่อไป๋จะรู้ว่าลูกสาวต้องโตขึ้นในสักวัน แต่พอคิดถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เขาเลี้ยงดูมากับมือมาตลอด พอมีผู้ชายอีกคนเข้ามาในชีวิตของเธอ เขาก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้
“พ่อคะ เขาไม่ใช่เพื่อนร่วมมหาลัยของหนูนะคะ แต่พ่อน่าจะรู้จักเขาอยู่แล้ว...”
“พ่อรู้จัก?”
พ่อไป๋พลันคิดถึงฉากในละครโทรทัศน์บางเรื่องที่ไม่กล้าพูดออกมา ปากของเขาก็เริ่มสั่น “อย่าบอกนะว่าเป็นพวกที่พ่อเคยทำธุรกิจด้วยน่ะ? พวกนั้นอายุขนาดเป็นพ่อของลูกได้เลยนะ พ่อรู้ว่าทุกวันนี้ใครๆ ก็พูดว่าอายุไม่สำคัญ ความรักเสรีอะไรนั่น แต่...แต่พ่อรับไม่ได้จริงๆ ถ้าเป็นพวกนั้น ลูกเลิกกับเขาเถอะนะ!”
“ไม่ใช่นะคะ พ่อเข้าใจผิดแล้ว”
ไป๋อวิ๋นส่ายหน้า “ไม่ใช่คนที่คุณพ่อเคยทำธุรกิจด้วยค่ะ เป็นคนที่เคยให้เงินหนูห้าล้านคนนั้น เขาเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเราเลยนะคะ!”
“อะไรนะ?!”
พอได้ยินคำตอบจากลูกสาว พ่อไป๋ก็รู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ เขาถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พึมพำกับตัวเอง “ก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะ ว่าโลกนี้ไม่มีของฟรี แล้วจะมีคนใจดีอยากช่วยเราได้ยังไง... ที่แท้ก็มีจุดประสงค์แบบนี้นี่เอง... ลูกพ่อ ถ้าลูกคบกับเขาเพราะเงินห้าล้าน พ่อจะไปกู้หนี้ยืมสินหามาใช้คืนเขาเอง ลูกอย่าคบเขาเพราะแค่เงินห้าล้านเลยนะ!”
“พ่อ คิดมากเกินไปแล้วนะคะ!”
ไป๋อวิ๋นหน้าแดงด้วยความเขิน “หนูคบกับเขาเพราะชอบเขาจริงๆ ไม่ได้มีเหตุผลอื่นเลยและก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเงินห้าล้านนั่นด้วย พ่ออย่าคิดมากเลยนะคะ!”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิคะ!”