เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 440 : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!

ตอนที่ 440 : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!

ตอนที่ 440 : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!


ตอนที่ 440 : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!

ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะเล่นตัวเป็นด้วย…

ซูเจียวเหยียนมุมปากโค้งขึ้นทันทีหลังจากเห็นข้อความนี้ เธอก็ไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่เธอกลับหยิบมือถือขึ้นมาชูให้พ่อดู “คุณพ่อบอกว่า การเร่งรีบไปไม่ใช่เรื่องดีใช่ไหมล่ะคะ? เขาอาจจะไม่ได้ไม่ชอบหนูก็ได้นะ หนูว่าบุคลิกเขาน่าจะเป็นพวกค่อนข้างอนุรักษ์นิยม รับกับการนัดดูตัวแบบเร่งด่วนไม่ได้ งั้นครั้งหน้าหนูจะใจเย็นลงหน่อยก็แล้วกันค่ะ”

“ลูกคนนี้ พ่อพูดอะไรก็ไม่เคยเชื่อเลยใช่ไหม? สุดท้ายถ้าเสียใจก็อย่ามาร้องไห้ใส่ล่ะ!”

ผู้นำตระกูลซูถึงกับไม่สบอารมณ์เลยตอนเห็นข้อความนั้น เขารู้สึกราวกับว่าผักดีๆ กำลังถูกหมูจากที่ไหนก็ไม่รู้มาแย่งไปกิน

ซูเจียวเหยียนวางมือถือลงอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินไปเตรียมชุดที่เธอจะใส่ในวันพรุ่งนี้

วันนี้เธอใส่กี่เพ้า แต่ดูเหมือนฉู่เจียงจะไม่สนใจสไตล์แบบนี้มากนัก งั้นรสนิยมของเขาน่าจะชอบแนวอื่น วันพรุ่งนี้ลองสไตล์บูกคุณหนูหวานๆ ดูดีกว่า

ผู้ช่วยที่ยืนดูเธอลองชุดอยู่ในห้องแต่งตัวก็อดไม่ได้ที่จะเตือน “คุณหนูคะ คุณหนูยังไม่ได้ตอบข้อความเลยนะคะ!”

“อย่าเพิ่งรีบตอบ ต้องรอสักสองชั่วโมงก่อนค่อยตอบ ไม่งั้นจะดูเหมือนว่าเราร้อนรนเกินไป... ว่าแต่ชุดนี้เป็นยังไงบ้าง?”

ซูเจียวเหยียนสวมเดรสลายดอกไม้สีเหลืองอ่อนแต่งด้วยดอกสีขาว ผมดำขลับยาวสลวยปล่อยลงมาเต็มแผ่นหลัง ทั้งคนดูน่ารักสดใสขึ้น มีความเป็นเด็กสาวมากกว่าวันนี้ที่เป็นลุคสุภาพ

และยิ่งดวงตาของเธอนั้นนุ่มนวลและไม่มีความก้าวร้าวเลยแม้แต่น้อย เวลาพูดคุยกับคนอื่นอย่างอ่อนโยน ใครบ้างจะต้านทานเสน่ห์แบบนี้ได้ลง

ในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน ผู้ช่วยก็ยังต้องตะลึง “คุณหนูคะ แบบนี้สวยมากเลยค่ะ ถ้าฉันเป็นผู้ชายนะคะ ฉันคงอดใจไม่ไหวแน่ๆ!”

“รู้จักพูดเอาใจเหมือนเคยเลยนะ~”

ซูเจียวเหยียนยิ้มอย่างนุ่มนวล “แต่ถ้าเธอเป็นผู้ชายนะ เธอคงไม่มีทางได้มาเป็นผู้ช่วยฉันหรอก~”

“ยังไม่ตอบอีกเหรอ? ทำไมเงียบไปตั้งนานแล้ว?”

หลังจากฉู่เจียงส่งข้อความหาเธอ เขาก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ฉินปินกับหวังคงกลับกระสับกระส่ายนั่งไม่ติด บ่ายวันนั้นพวกเขาก็รบเร้าให้เขาโทรถามอยู่ตั้งหลายรอบ

ฉู่เจียงมองหน้าจอว่างๆ ที่ยังไม่มีการตอบกลับ แล้วพูดออกมา “ตอบแล้วล่ะ”

แม้เขาจะยังไม่ได้ข้อความตอบกลับจากซูเจียวเหยียน แต่เขาก็รู้ดีว่าสาวน้อยแบบนี้ไม่ตอบเร็วหรอก เพราะเดี๋ยวมันจะดูเหมือนการลดคุณค่าในตัวเอง

“แค่ตอบตกลงก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ตอนบ่ายไปเดินซื้อเสื้อผ้ากัน ฉันจะไปจัดผมทรงใหม่ด้วย…”

หวังคงลูบผมที่เขาเพิ่งเสียเงินตัดไปตั้ง 18,000 หยวน แต่ก็ยังดูไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ “ฉันว่าทรงนี้มันยังขาดอะไรไป เดี๋ยวให้สไตลิสต์จัดให้อีกที ผู้หญิงสมัยนี้ชอบผู้ชายที่หน้าเด็กหน่อยทั้งนั้น”

“ฉันไปด้วยคน”

หวังคงกับฉินปินเป็นพวกกิน เที่ยว ดื่ม เล่นเกมกันทั้งวัน ผมก็เริ่มบางลงทุกที เพื่อเตรียมตัวสำหรับการนัดบอดในครั้งนี้ พวกเขาไม่คิดจะงกเลยแม้แต่น้อย ถึงกับรีบจ้างสไตลิสต์โดยไม่ลังเลและใช้เวลาทั้งบ่ายในร้านทำผม

ตอนเดินออกมา ทั้งคู่ก็ดูเปลี่ยนไปจนเป็นคนละคน

“น้องฉู่ ดูพวกเราสิ พอใช้ได้เลยใช่ไหม? แค่แต่งตัวนิดหน่อยก็ดูดีพอจะชนะคนหนุ่มรุ่นใหม่ได้เป็นกองแล้ว!”

ทั้งคู่สวมเสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงขายาวสีดำที่ตัดเย็บมาอย่างดี ทรงผมเซตเรียบร้อย ใบหน้าก็สะอาดสะอ้าน ดูเด็กลงไปหลายปี

ฉู่เจียงลูบคางพิจารณาแล้วพยักหน้า “ก็โอเคนะ ฉันว่านัดบอดพรุ่งนี้น่าจะสำเร็จแหละ!”

“น้องฉู่พูดแบบนี้ ฉันมั่นใจเลยว่าไม่มีพลาดแน่!”

พอถึงเวลานัดในวันรุ่งขึ้น

ทั้งสามคนก็รีบมาถึงคาเฟ่ก่อนเวลาแล้วเลือกโต๊ะนั่งไว้ก่อน

คาเฟ่แห่งนี้เป็นคาเฟ่หรูหราระดับสูง จำนวนพนักงานยังมากกว่าจำนวนลูกค้าเสียอีก ที่นี่จัดโซนแบ่งเป็นห้องเล็กๆ ด้วยชั้นดอกไม้ ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ทั้งยังเป็นพื้นที่กึ่งเปิดแต่ก็ยังให้ความเป็นส่วนตัว ลูกค้าแต่ละโต๊ะจะไม่ถูกรบกวนจากกันและกัน และที่นี่ยังเหมาะแก่การจิบกาแฟหรือชาตอนบ่ายแบบสบายๆ ด้วย

ส่วนราคาก็แน่นอนว่าโหดสุด ๆ

แค่กาแฟธรรมดาก็เริ่มต้นที่ 3,299 หยวน คนที่เข้ามาก็คงหมดอย่างน้อยหัวละหลายพันหยวนเป็นอย่างน้อย

ตอนนี้ในร้านก็ยังไม่ค่อยมีคน มีเพียงสาวๆ ไม่กี่คนที่นั่งอยู่มุมร้าน เล่นคอมพิวเตอร์พร้อมกับใส่หูฟังและกินเค้กชิ้นเล็กๆ ไปด้วย

ทั้งสามคนสั่งกาแฟกับชุดของหวานคนละชุด

ไม่นาน รถของซูเจียวเหยียนก็มาจอดหน้าร้าน

เธอค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถอย่างสง่างามพร้อมผู้ช่วย

“พระเจ้า! นี่สิของจริง!”

หวังคงอุทานออกมาอย่างอดไม่อยู่เมื่อเห็นร่างของซูเจียวเหยียน “แต่เธอดูเด็กมากเลยนะ รู้สึกเหมือนอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปด…”

“ยี่สิบแล้วน่า ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ยี่สิบก็ยังเด็กอยู่ดี ฉันกลัวว่าจะกลายเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนรึเปล่า?”

“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!”

ระหว่างที่พูดกันอยู่นั้น ซูเจียวเหยียนก็เดินเข้าร้านมาอย่างช้าๆ เธอถือชายกระโปรงอย่างสง่างาม สายตานุ่มนวลดั่งเกลียวคลื่นกวาดมองไปรอบร้าน แล้วพูดกับพนักงานที่เข้ามาต้อนรับด้วยเสียงอ่อนโยนว่า

“ฉันมีโต๊ะแล้วค่ะ”

หลังพูดจบเธอก็เดินตรงไปยังโต๊ะของฉู่เจียง

เธอเหลือบตามองฉู่เจียงเล็กน้อย แต่แววตาแฝงไว้ด้วยความผิดหวัง “ฉันนึกว่าวันนี้จะเป็นเดทของเราสองคนเสียอีกนะคะ”

ฉู่เจียงไม่ใส่ใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย ก่อนจะแนะนำหวังคงและฉินปินให้เธอรู้จัก “นี่เป็นเพื่อนของผม ถ้าคุณเล่นอินเทอร์เน็ตบ่อยก็น่าจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขาอยู่”

หวังคงกับฉินปินรีบลุกขึ้นยืนแนะนำตัวทันที “ได้ยินมานานแล้วว่า คุณหนูซูคือสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง วันนี้เห็นกับตาก็ยิ่งประทับใจ พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อเจอคุณโดยเฉพาะเลยนะครับ”

“สวัสดีค่ะ”

ซูเจียวเหยียนโค้งเล็กน้อยให้ทั้งสอง ถือเป็นการทักทายอย่างเป็นทางการ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าท่าทีของเธอไม่ได้อบอุ่นเท่าไรนัก

แต่กับผู้หญิงสวยขนาดนี้อยู่ตรงหน้า หวังคงกับฉินปินก็ไม่สนใจเรื่องท่าทีเย็นชาของเธอเท่าไรนัก

ทั้งคู่จึงผลักเมนูไปตรงหน้าเธอ “คุณหนูซู เชิญสั่งอะไรก่อนสิครับ สั่งได้ตามสบายเลย”

ซูเจียวเหยียนเหลือบมองกาแฟของทั้งสามคน ก่อนจะเริ่มเปิดเมนูของคาเฟ่แล้วพูดเบาๆ ว่า “ที่พวกคุณเลือกคาเฟ่นี้ก็ถือว่ารสนิยมพอใช้ได้อยู่นะคะ กาแฟของที่นี่ถือว่ายังธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ของหวานที่นี่ก็พอใช้ได้ โดยเฉพาะฟีน็องซีเย”

“แม้ว่าการทำฟีน็องซีเยจะฟังดูง่าย ใช้แค่ผงอัลมอนด์กับเนยไปผสมกันแล้วอบจนเป็นสีน้ำตาลคาราเมลและกรอบทั่วทั้งผิวด้านนอก พออบเสร็จก็จะมีกลิ่นถั่วหอมๆ แต่จริงๆ แล้วมันกลับควบคุมไฟได้ยากมาก ถ้าอุณหภูมิต่ำเกินไป ตัวแป้งก็จะไม่กรอบ แต่ถ้าไฟแรงไป เนยก็จะไหม้ ทำให้กลิ่นหอมของถั่วโดนกลบไปหมด”

“แต่ที่นี่คุมไฟได้ดีมาก ผิวด้านนอกเลยกรอบกำลังดี กลิ่นอัลมอนด์ก็หอมเข้มข้น พวกคุณควรลองดูนะคะ”

จบบทที่ ตอนที่ 440 : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว