- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 425 : ทำไมเราต้องหุบปาก?
ตอนที่ 425 : ทำไมเราต้องหุบปาก?
ตอนที่ 425 : ทำไมเราต้องหุบปาก?
ตอนที่ 425 : ทำไมเราต้องหุบปาก?
เมื่อเห็นความวุ่นวายที่หน้าประตู หวังคงก็อดผิดหวังไม่ได้หลังจากดูไปสักพัก “นี่เหรอราชวงศ์เก่า? เฮอะ เฮอะ เฮอะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราชวงศ์ชิงถึงล่มสลาย ถ้ามีพวกโง่ ๆ แบบนี้อยู่ จะไปอยู่รอดได้ยังไง?”
“ก็ไม่แน่หรอกว่าจะเป็นพวกราชวงศ์เก่าจริงๆ รึเปล่า”
ฉินปินพูดบ้าง “พวกตระกูลที่สืบเชื้อสายจากราชวงศ์ชิงก็ยังพอมีอยู่บ้างล่ะ ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย คนดังในวงการหลายคนก็เคยเป็นขุนนางในสมัยนั้น แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้แซ่ปกติกันหมดแล้ว แถมหลังจากมีการผสมผสานระหว่างชาวแมนจูกับชาวฮั่น ก็แทบไม่มีใครพูดเลยว่าเคยเป็นขุนนางมาก่อนหรอก…ดาราชายดาราหญิงที่บอกว่าตัวเองเป็นเชื้อสายราชวงศ์ก็ยังดูมีภูมิฐานกว่าพวกนี้เยอะเลย ดูจากท่าทางลุกลี้ลุกลนของพวกนี้แล้ว ฉันว่าน่าจะปลอมมากกว่าด้วยซ้ำ!”
ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่ ผู้จัดการก็รีบออกไปตะโกนใส่กลุ่มคนที่ส่งเสียงดัง “นี่พวกคุณจะเอายังไงกันแน่? ตะโกนโวยวายกันอยู่ได้ สนุกนักเหรอ? หุบปากไปให้หมดเลย!”
“ทำไมเราต้องหุบปาก? แกต่างหากต้องหุบปาก!”
ชายร่างผอมสูงกระชับเสื้อคลุมตัวเองพลางมองผู้จัดการด้วยสายตาดูถูก “ไอ้พวกยามนี่ไม่ค่อยมีการศึกษาเท่าไหร่ ฉันบอกพวกมันไปตั้งเยอะแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แต่ดูจากที่แกแต่งตัวแล้วก็ดูคล้ายผู้ดีอยู่ คงจะเรียนมาสูงพอตัวสินะ?”
ผู้จัดการมองเขาด้วยแววตาเย็นชา “ต่อให้คุณจะพูดอะไรก็ตามแต่ วังตะวันออกไม่มีทางให้ผลประโยชน์อะไรกับพวกคุณแน่!”
“แกหัวเราะอะไร? ต้องให้พวกแกให้ผลประโยชน์กับพวกเราด้วยเหรอ? วังตะวันออกนี่เป็นของตระกูลเราต่างหาก!”
ชายร่างผอมสูงพูดอย่างภูมิใจ “บรรพบุรุษของฉันเป็นผู้บัญชาการกองธงขาว แซ่ที่แท้จริงคืออูลาน่ารา พวกแกหลายคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่ฉันว่าพวกแกน่าจะเคยดูละครประวัติศาสตร์มาบ้าง?”
“รู้จักตัวเอ๋อร์กุ่นมั้ย? ตัวเอ๋อร์กุ่นคือต้นตระกูลของฉัน!”
“พวกเราเป็นทายาทสายรองของตัวเอ๋อร์กุ่น ถึงแม้จะไม่ใช่ทายาทสายหลัก แต่ก็เป็นสายเลือดขุนนางที่แท้จริง! หลังจากที่ตระกูลหลักไม่มีผู้สืบทอดสายหลัก วังตะวันออกก็ควรตกเป็นของเรา! แต่มันกลับถูกพวกแกยึดไปหมดเลย! พวกแกมันโจรปล้นบ้านชัดๆ!”
ผู้จัดการมองพวกเขาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “กรุณาออกไปจากที่นี่ด้วยครับ ไม่ว่าพวกคุณจะเป็นลูกหลานใครก็ตาม ตอนนี้สิทธิ์ในการครอบครองของวังตะวันออกก็เป็นของเจ้านายผมแล้วและเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ข้อพิพาทในอดีตไม่มีผลอีกต่อไป”
“หึ หึ หึ แกนี่มันดื้อด้านจริงๆ เลยนะ!”
ชายผอมสูงหรี่ตามองอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาเถอะ ไม่ต้องยอมรับว่าวังตะวันออกเป็นของเราแล้วก็ได้! แต่ยามของแกทำร้ายแม่ฉัน แกก็ต้องชดใช้ให้ถูกมั้ย?”
“อย่าคิดจะเบี้ยวล่ะ เพราะพวกเราเห็นกันเต็มสองตาตั้งเป็นสิบๆ คน!”
“เรื่องนี้จัดการง่ายมาก พวกเราเองก็ไม่ได้โลภอะไร แค่จ่ายมาห้าแสนก็พอแล้ว!”
“ห้าแสน? น้อยไปมั้ย!”
หลังจากดูความวุ่นวายจนพอใจแล้ว ฉู่เจียงก็เดินออกมาจากหลังประตู แล้วยิ้มบางๆ ให้คนกลุ่มนั้น
พวกนั้นเห็นว่าเขาแต่งตัวไม่ธรรมดา แถมยังเดินออกมาจากวังตะวันออกก็พอจะเดาได้ทันทีว่าเขาคือใคร!
“ตอนนี้กรรมสิทธิ์ของวังตะวันออกเป็นของแก?”
“ใช่!”
ชายผอมสูงมองฉู่เจียงอย่างหวาดระแวง “ยามของแกทำร้ายคนอื่น พวกเราขอแค่ค่าชดเชยห้าแสนก็คงไม่มากเกินไปใช่มั้ย?”
พอยามเห็นเจ้านายตัวจริงโผล่มา ก็เริ่มกระวนกระวาย รีบโบกไม้โบกมืออธิบายทันที “นายครับ ผมไม่ได้ตีใครจริงๆ นะครับ เป็นยายคนนั้นต่างหากที่วิ่งมานอนเอง ผมแม้แต่นิ้วก็ยังไม่ได้แตะเลย ถ้าผมตีใครจริง ผมขอให้ฟ้าผ่าตาย!”
ฉู่เจียงหันไปมองยามคนนั้นแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
ยามทำท่าจะพูดต่อ แต่ก็ถูกผู้จัดการส่งสายตามาห้ามไว้ก่อน
ฉู่เจียงยิ้มบางๆ แล้วหันไปพูดกับชายผอมสูงว่า “ขอแค่ห้าแสนเองเหรอ? ความอยากของพวกคุณนี่น้อยเกินไปแล้วนะ!”
“???”
ชายผอมสูงถึงกับอึ้ง “แกล้อเล่นหรือเปล่า?”
“แน่นอนว่าไม่ล้อเล่น ฉันว่าห้าแสนนี่น้อยเกินไปด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้อุบัติเหตุในที่ทำงานยังชดเชยกันเป็นล้าน ถ้าเป็นการทะเลาะวิวาทก็หลักแสนถึงล้าน ถ้ายามของฉันไปตีแม่ของคุณจริงๆ แล้วล่ะก็ ก็ต้องจ่ายมากกว่านี้อีก จะเอาซักล้านหนึ่งเลยมั้ยล่ะ?”
ล้านหนึ่ง?
ยายที่นอนคร่ำครวญอยู่กับพื้นถึงกับหยุดร้องในทันที!
บ้านพวกเขาอยู่ในเมืองหลวงจริง หรือพูดให้ชัดก็คือพวกเขาเป็นคนเมืองหลวงจริงๆ ตอนที่ประเทศเริ่มปฏิรูปประเทศ เมืองหลวงก็ถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ทะเบียนบ้านในเมืองหลวงจึงกลายเป็นทรัพย์สินล้ำค่า บ้านและที่ดินก็มีมูลค่าสูงลิ่ว ยังไม่นับรวมถึงทรัพยากรด้านการศึกษาและเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีอยู่พร้อมสรรพ คนแบบพวกเขาแค่เรียนหนังสือ ทำงาน ใช้ชีวิตตามระบบปกติก็น่าจะอยู่สบายไปทั้งชีวิตแล้ว
แต่เพราะมีทะเบียนบ้านอยู่เมืองหลวง ก็เลยหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น ทำอะไรไม่เป็น ใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยทั้งวัน วันๆ เอาแต่หาเรื่องคนอื่น!
ตอนนี้ทั้งบ้านก็ยังอาศัยอยู่ในแฟลตรัฐบาลเก่าๆ พื้นที่ห้องหกสิบตารางเมตร แต่มีคนในบ้านอยู่รวมกันถึงสิบคน พื้นที่ต่อคนยังไม่ถึงหกตารางเมตรเลยด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าคับแคบสุดๆ!
ที่จริงหากพวกเขาขายห้องเก่าโทรมๆ นั่นก็สามารถไปซื้อบ้านหลังใหญ่ในพื้นที่อื่นได้สบายๆ แต่เพราะพวกเขาไม่ยอมปล่อยวางสถานะของการเป็นคนเมืองหลวงที่น่าภาคภูมิใจ ไหนจะผลประโยชน์ต่างๆ ที่ตามมากับทะเบียนบ้านในเมืองหลวงอีก พอรวมกับนิสัยขี้เกียจและไม่รู้จักทำมาหากิน สุดท้ายก็เลยเลือกใช้วิธีลัดแบบนี้!
พวกเขาไปขุดคุ้ยต้นสายตระกูลของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายก็พยายามจะยึดโยงตัวเองเข้ากับเชื้อสายขุนนางแมนจู พอหาข้อมูลไปมาจนเจอวังตะวันออก พวกเขาก็รู้สึกว่าวังตะวันออกควรเป็นสมบัติที่ตกทอดของตระกูลตัวเอง ดังนั้นพวกเขาก็เลยตรงมาที่นี่ หวังจะสร้างเรื่องวุ่นวาย หวังว่าวันใดวันหนึ่งเจ้าของวังจะยอมโผล่หน้ามาแล้วจ่ายเงินไล่พวกเขาไป!
จริงๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้อยากได้มากมายอะไร แค่หลักแสน แค่สองสามแสนก็อยู่กินได้หลายปีแล้ว!
และแผนการที่ให้ยายมาแกล้งล้มเรียกเงินห้าแสนนั้น ที่จริงนี่คือจำนวนที่พวกเขาเผื่อเอาไว้เพื่อต่อรองแล้วด้วย!
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คิดเลยก็คือ ฉู่เจียงกลับไม่เล่นตามเกมนี้แม้แต่น้อย!
ไม่เพียงไม่ต่อราคา ยังกล้าพูดราคาสูงขึ้นจากห้าแสนเป็นเท่าตัวอีกต่างหาก!
พวกเขามองหน้ากันไปมา ต่างก็คิดว่าฉู่เจียงต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ!
ถึงกับแอบคิดกันว่า งั้นก็ขอเพิ่มอีกหน่อยเลยแล้วกัน!
“หนึ่งล้านมันจะพออะไร! คิดจะไล่ขอทานหรือยังไง อย่างต่ำต้องหนึ่งล้านห้า!”
ฉู่เจียงพยักหน้าอย่างสบาย ๆ “ก็พูดมีเหตุผลดี งั้นหนึ่งล้านห้าก็แล้วกัน”