- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 420 : งั้น...ก็ต้องดู ‘ผลงาน’ ของเธอล่ะนะ
ตอนที่ 420 : งั้น...ก็ต้องดู ‘ผลงาน’ ของเธอล่ะนะ
ตอนที่ 420 : งั้น...ก็ต้องดู ‘ผลงาน’ ของเธอล่ะนะ
ตอนที่ 420 : งั้น...ก็ต้องดู ‘ผลงาน’ ของเธอล่ะนะ
“เห้อ...ฉันทำให้พวกนายต้องเป็นห่วงกันหมดเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกระโดดตึกหรอก ฉันแค่...อยากกลับบ้าน ลูกสาวฉันกำลังรอฉันกลับไปทำซี่โครงหมูตุ๋นกับเนื้อตุ๋นให้กินอยู่!”
พ่อของไป๋อวิ๋นพูดพลางเดินวนไปวนมาอย่างเลื่อนลอย “ฉันต้องรีบไปตลาดซื้อของแล้ว ลูกสาวฉันกำลังรออยู่ที่บ้าน!”
“เฮ้ย...ขนาดนี้แล้ว ยังจะไปตลาดอีกเหรอ?”
“ไม่ได้ ลูกฉันยังรออยู่!”
“โอเคๆ ดูท่าทางเถ้าแก่จะสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เดี๋ยวเกิดเรื่องขึ้นระหว่างทางไปตลาดอีกล่ะแย่แน่ ให้พวกเราหาคนไปส่งเถ้าแก่กลับบ้านดีกว่า แล้วก็ให้อีกคนไปซื้อของแทน บอกมาเลยว่าอยากได้อะไร เดี๋ยวพวกเราไปจัดการให้เอง”
…
“เธอก็เห็นแล้วใช่มั้ยว่าพ่อของเธอสภาพเป็นยังไง ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเธอแล้วล่ะว่าบริษัทของพ่อเธอจะอยู่หรือจะไปเลือกเอาเองก็แล้วกัน”
หน้าประตูห้องเช่าหลังเก่าไป๋อวิ๋นถูกชายชุดดำสองคนขวางทางไว้ พวกเขาค่อยๆ เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋า
บนหน้าจอเมื่อครู่ มันกำลังเล่นคลิปวิดีโอของพ่อเธอกับเหล่าลี่บนดาดฟ้า...
ดวงตาไป๋อวิ๋นเต็มไปด้วยความร้อนรน “แล้วตอนนี้พ่อฉันเป็นยังไงบ้าง!?”
ชายชุดดำคนหนึ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ “ตอนนี้พ่อเธอยังปลอดภัยอยู่…”
แต่อีกคนก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต “แต่ฉันไม่ได้บอกหรอกนะว่าอีกสักพักจะยังปลอดภัยอยู่ไหม… บางทีเขาอาจถูกรถชนตอนเดินกลับบ้านก็ได้นะ?”
คำขู่ที่แฝงมาในประโยค...ชัดเจนจนไม่ต้องตีความอะไรอีกแล้ว
ไป๋อวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น พูดเสียงสั่น “ให้ฉันโทรหาพ่อก่อน ถ้าพ่อฉันปลอดภัย ฉันจะไปกับพวกนาย...”
“ได้”
ไป๋อวิ๋นกดโทรออกทันที เสียงสัญญาณดังอยู่เจ็ดแปดครั้ง
แล้วในที่สุด...ก็มีเสียงปลายสายดังขึ้น เสียงของพ่อเธอแหบแห้งนิดๆ และดูเหนื่อยล้า
“ลูกพ่อ พ่อกำลังคิดถึงอยู่พอดี โทรมาหาพ่อมีอะไรเหรอ?”
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะพ่อ... หนูก็แค่อยากโทรมาคุยกับพ่อน่ะสิ~”
ทันทีที่ได้ยินเสียงพ่อยังอยู่ดี ไป๋อวิ๋นถึงกับถอนหายใจโล่งอก
พ่อของไป๋อวิ๋นไม่อยากให้เธอเป็นห่วง จึงพยายามฝืนหัวเราะ “อวิ๋นเอ๋อร์ ตอนนี้พ่อกำลังเดินกลับบ้านแล้วนะ ลูกน้องพ่อใจดีออกไปซื้อของให้แล้ว เดี๋ยวของจะไปส่งถึงบ้านเลย...พ่อจะทำของอร่อยไว้ให้ลูกนะ!”
ไป๋อวิ๋นรีบกลบเกลื่อน “พ่อๆ หนูโทรมาเพราะเพิ่งนึกได้ว่า วันนี้มีนัดไปงานเลี้ยงกับเพื่อนในห้องไว้น่ะคะ หนูคงไม่ได้กินข้าวที่บ้านแล้วนะ พ่อกินกับเพื่อนๆ ของพ่อไปเลยก็ได้ ไว้หนูกลับไปทีหลังนะ!”
เธอมีเพื่อนผู้หญิงในหอที่สนิทกันมากและมักจะนัดกินข้าวหรือเที่ยวเล่นด้วยกันเสมอ พ่อของเธอจึงไม่ได้สงสัยอะไรเลย
หลังจากวางสาย ไป๋อวิ๋นหันไปมองชายชุดดำสองคนตรงหน้าอย่างเย็นชา “ฉันจะไปกับพวกนาย แต่ เรื่องนี้พ่อฉันต้องไม่รู้”
ชายชุดดำหัวเราะแผ่วๆ ก่อนเอ่ยว่า
“งั้น...ก็ต้องดู ‘ผลงาน’ ของเธอล่ะนะ ว่าจะคุ้มค่าพอหรือเปล่า…”
ไป๋อวิ๋นรีบเดินตามชายชุดดำสองคนขึ้นรถไปอย่างเงียบๆ หลังจากขึ้นรถ ชายทั้งสองก็รีบผูกผ้าปิดตาเธอทันที จากนั้นก็ ยึดโทรศัพท์มือถื ของเธอไป
เธอรู้สึกกลัวสุดขีด แต่โชคดีที่ชายทั้งสองไม่ได้ทำอันตรายร่างกายเธอระหว่างทาง
รถแล่นไปอย่างราบรื่นประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา มีช่วงหนึ่งที่ถนนค่อนข้างขรุขระและสุดท้ายเธอก็ถูกพาตัวไปขึ้นรถอีกคันจากนั้นรถคันใหม่ก็ขับต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงจึงจอดลง
เธอถูกพาลงจากรถทันที
และผ้าปิดตาก็ถูกเปิดออก
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนพ่อบ้าน ใส่ชุดทักซิโด้เต็มยศพร้อมสวมถุงมือผ้าขาวดูสะอาดเรียบร้อย
เขาเหลือบมองชายชุดดำทั้งสองด้วยแววตาดูแคลน “ฉันบอกแล้วให้เชิญคุณหนูไป๋มาดีๆ ทำไมถึงไม่มีความสุภาพกันเลย?”
ชายชุดดำทั้งสองพอได้ยินก็พยักหน้าเบาๆ รับคำ
พ่อบ้านคนนั้นเดินเข้ามาหาเธอด้วยตนเองแล้ว แก้มัดข้อมือที่แดงเป็นรอยเชือกของเธอ
“พวกที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผมนี่ไม่ค่อยรู้กาลเทศะเท่าไหร่ หากมีสิ่งใดล่วงเกินคุณหนูไป๋ ผมต้องขออภัยด้วยจริงๆ วันนี้เราแค่ต้องการเชิญคุณหนูมาที่บ้านของพวกเราเท่านั้น”
ไป๋อวิ๋นลูบข้อมือตัวเองเบาๆ ด้วยสีหน้าไม่ไว้ใจ “นี่เหรอที่เรียกว่า ‘เชิญ’? ชักจะพิเศษเกินไปหน่อยแล้วมั้ง?”
“ก็…อย่างที่ผมบอกไปเมื่อครู่ คนของผมออกจะมือหนักเกินไปหน่อย ผมต้องขออภัยด้วยจริงๆ”
พูดจบ เขาก็ยื่นมือออกมาเป็นเชิงเชิญ “คุณหนูไป๋ เชิญขึ้นไปชั้นบนก่อนเถอะครับ สิ่งที่คุณต้องการจะอยู่บนนั้น”
ไป๋อวิ๋นเดินขึ้นไปพร้อมเขาด้วยท่าทีระมัดระวัง
จากที่มองโดยรอบ ดูเหมือนจะเป็นวิลล่าในชานเมืองสไตล์การตกแต่งภายในออกแนววินเทจชนบท แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างกลับดูหรูหราและมีระดับอย่างชัดเจน
พ่อบ้านเชิญเธอนั่งลงที่โซฟาจากนั้นลงมือชงชาด้วยตัวเอง “ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณหนูไป๋ ที่นี่ค่อนข้างเรียบง่าย มีแต่ชาดำให้เลือก แต่ชานี่ก็เป็นชาดำระดับพรีเมียม หากคุณหนูไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืนนะครับ”
แต่ไป๋อวิ๋นไม่มีอารมณ์จะดื่มชาเลยแม้แต่น้อย เธอถามเสียงแข็ง “แล้ว ‘เจ้านาย’ ของคุณล่ะ?”
พ่อบ้านชะงักไปเล็กน้อยกับคำเรียกนั้น ก่อนจะเข้าใจว่าเธอหมายถึงใคร เขาจึงยิ้มสุภาพตอบ “คุณหนูไป๋ ผมคิดว่าคุณอาจจะเข้าใจผิดไปเล็กน้อย คุณชายของเราตอนนี้กำลังยุ่งมาก จึงไม่สามารถมาจัดการเรื่องเล็กๆ แบบนี้ด้วยตนเองได้ ดังนั้นวันนี้ ผมจะเป็นคนเจรจากับคุณเองครับ การเชิญคุณมาที่นี่เป็นหน้าที่ของผมเองโดยตรง”
ไป๋อวิ๋นมองเขานิ่งๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “ไม่ว่าคุณจะเชิญฉันหรือคุณชายของคุณจะสั่งมา พวกคุณก็เป็นพวกเดียวกันนั่นแหละ เอาเถอะ บอกมาว่าต้องการให้ฉันทำอะไร?”
พ่อบ้านหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ถือโทษกับน้ำเสียงของเธอแม้แต่น้อย “คุณหนูไป๋ดูจะเป็นคนที่เปิดเผยตรงไปตรงมาดีนะครับ”
เขาหันไปทางด้านหลังแล้วตบมือเบาๆ เป็นสัญญาณ
ทันใดนั้นเอง มีคนถือกล่องขนาดเล็กเดินเข้ามาส่งให้เขาอย่างนอบน้อม…
ไป๋อวิ๋นมองพ่อบ้านด้วยสีหน้าสงสัย ขณะที่เขารับกล่องมาแล้วค่อยๆ เปิดออก มันก็เผยให้เห็นเงินสดที่อัดแน่นอยู่ข้างใน!
เธอถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง “นี่คุณต้องการทำอะไรกันแน่?”
พ่อบ้านยิ้มบางๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ไม่ต้องตกใจไปนะครับ คุณหนูไป๋… ผมแค่อยากคุยเรื่องกล่องนี้กับคุณนิดหน่อย กล่องนี้มันคงจะเล็กเกินไปนะครับ ต่อให้ยัดเงินจนแน่นแค่ไหน ก็ใส่ได้ไม่เกินห้าแสนหยวนอยู่ดี”
พูดจบเขาก็ตบมือเบาๆ อีกครั้ง
ทันใดนั้นเองคนรับใช้ก็เข็นตู้เซฟสองใบ เข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ
ตู้เซฟทั้งสองถูกวางไว้ตรงหน้ากลางโต๊ะรับแขกข้างหน้าไป๋อวิ๋น
พอเปิดตู้เซฟออกมันก็เต็มไปด้วยธนบัตรใหม่เอี่ยมอีกครั้ง!
พ่อบ้านพูดต่อด้วยท่าทีใจเย็น
“แม้กล่องเล็กๆ นี่อาจจะใส่เงินได้น้อย แต่ตู้เซฟพกพาแบบนี้ก็ใส่ได้เยอะขึ้น ตู้หนึ่งใส่ได้ประมาณ 1.2 ล้านหยวน ถ้าสองกล่องก็ 2.4 ล้าน”
ไป๋อวิ๋นขมวดคิ้วแน่น เสียงเย็นเฉียบ “ตกลงคุณต้องการอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ อย่ามัวอ้อมค้อมอยู่เลย!”
พ่อบ้านยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่ในแววตากลับมีแววเจ้าเล่ห์โผล่ออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที
เขาพยักหน้า แล้วส่งสัญญาณให้คนรับใช้ยกตู้เซฟทั้งสองไปวางไว้ข้างๆ จากนั้นเขาก็ ดึงผ้าปูโต๊ะลายตารางที่คลุมโต๊ะกลางออกอย่างรวดเร็ว!
สิ่งที่เผยให้เห็นใต้โต๊ะนั้นก็คือ…
เงินสดจำนวนมหาศาลวางแน่นเต็มพื้นที่ทั้งโต๊ะ!
แบงก์สีแดงเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ซ้อนกันจนหนาแน่นราวกับกำแพงเงิน!
ไป๋อวิ๋นเบิกตากว้าง เธอไม่เคยเห็นเงินสดจำนวนมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต…
นี่มัน...อะไรกันแน่!?