- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 390 : ได้รับศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต
ตอนที่ 390 : ได้รับศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต
ตอนที่ 390 : ได้รับศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต
ตอนที่ 390 : ได้รับศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต
คุณตาหมอดูเหลือบตามองเหรียญทองเหลืองที่อยู่ตรงหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะพูดทำนายให้เจียงโหยวเสวี่ยด้วยคำพูดไพเราะไม่กี่คำ
เจียงโหยวเสวี่ยที่ได้ยินก็ยิ้มแฉ่ง
“คุณตาหมายความการสอบปลายเดือนนี้ หนูจะได้คะแนนดีใช่ไหมคะ?”
“ตราบใดที่ตั้งใจ ก็ย่อมได้รับผลตอบแทน หนูจะสอบได้ดีแน่นอน ดีกว่าที่คาดไว้มากเลยล่ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณตา”
เจียงโหยวเสวี่ยหยิบธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก แล้วยื่นให้ จากนั้นก็หันไปพูดกับฉู่เจียง
“คุณพ่อ~ พ่อมาดูดวงบ้างสิ ดูดวงนี่สนุกดีนะคะ!”
“พ่อไม่เชื่อเรื่องแบบนี้หรอก แล้วก็ไม่มีอะไรให้ดูด้วย…”
“งั้นให้คุณตาดูว่าพ่อจะมีอายุยืนแค่ไหนดีมั้ยล่ะ?”
“ถ้าดูแล้วบอกว่าปีหน้าพ่อจะตาย พ่อจะทำยังไงล่ะ?”
“คุณพ่อ! อย่าพูดเรื่องไม่ดีแบบนั้นสิ!”
เจียงโหยวเสวี่ยขมวดคิ้ว
“หนูว่าพวกเรื่องหมอดูพวกนี้ก็ต้องใช้มุมมองแบบวิทยาศาสตร์นะคะ”
“หืม? ใช้มุมมองแบบวิทยาศาสตร์ยังไงเหรอ?”
“ก็อย่างเช่น ถ้าหมอดูบอกว่าพ่อจะตายปีหน้า เราก็อย่าไปเชื่อ! แต่ถ้าคุณตาบอกว่าหนูจะสอบได้ดี หนูก็จะเชื่อ แบบนี้แหละเรียกว่า ดูดวงแบบวิทยาศาสตร์!”
ฉู่เจียง “…”
ไม่รู้จะเถียงยังไงกับลูกสาว เขาก็เลยพยักหน้า
“โอเคๆ งั้นพ่อดูบ้างก็ได้!”
แต่ไม่คาดคิดว่า คุณตาหมอดูกลับส่ายหน้า
“คุณชาย ข้าดูดวงให้ใครก็ได้ทั้งนั้น แต่ดวงของคุณแปลกประหลาดเกินไป ไม่อยู่ในตำรา ข้าจึงไม่สามารถทำนายดวงชะตาให้คุณได้”
คำปฏิเสธของคุณตาทำให้ฉู่เจียงรู้สึกว่าลุงแก่ๆคนนี้ก็น่าจะมีของอยู่เหมือนกัน
เขาหัวเราะออกมา
“ดูคนเก่งดีนี่นา!”
“ข้าจะดูได้แค่วันละสามคนและทุกคำทำนายจะต้องแม่นยำ”
คุณตาหมอดูลุกขึ้นยืน แล้วมองฉู่เจียงอย่างมีนัย
“แม้วันนี้ข้าจะดูไปแค่คนเดียว แต่การได้เจอกับคุณชายก็นับว่าไม่เสียเที่ยวเลยจริงๆ เอาล่ะ ข้าจะเก็บแผงแล้ว”
พูดจบก็เริ่มเก็บของตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน
ฉู่เจียงมองตามด้วยสีหน้าฉงน แต่ในตอนนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นกลุ่มแสงเล็กๆ กลิ้งอยู่ใกล้ๆ ตัว
เขาเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอย่างง่ายดาย
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้รับ “ศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต”!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบทำให้ฉู่เจียงตะลึงไปชั่วขณะ ศาสตร์แห่งการพยากรณ์อนาคต?
ของแบบนี้...เก็บได้ด้วยเหรอ?
โดยปกติ ความสามารถดีๆ พวกนี้มันต้องเป็นอะไรที่ได้มาด้วยความสามารถ ไม่ใช่แค่เดินผ่านแล้วเก็บได้ง่ายๆ แบบนี้! แรกๆ เขายังนึกว่าคุณตาคนนั้นเป็นแค่หมอดูหลอกๆ ทั่วไป... แต่ดูเหมือนว่าจริงๆ แล้วจะไม่ธรรมดาเลย
ระหว่างที่เขายังยืนเหม่ออยู่นั้น คุณตาหมอดูก็เดินหายลับไปจากสายตาแล้ว
แต่ว่าครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมามือเปล่าเสียทีเดียว
เจียงโหยวเสวี่ยดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด หลังกลับถึงบ้านไม่ว่าเจอใครเธอก็จะพูดว่าสอบปลายเดือนนี้เธอจะต้องทำได้ดีแน่นอน
ฉู่เยว่ถามเธอว่า
“ครั้งที่แล้ว หนูได้อันดับที่ห้าจากท้ายห้อง หรือก็คือประมาณที่ยี่สิบห้าของห้อง ครั้งนี้คิดว่าจะได้ที่เท่าไหร่จ๊ะ?”
“ตอนสอบครั้งที่แล้ว เนื้อหาที่สอบเกี่ยวข้องกับบทเรียนก่อนหน้าค่อนข้างเยอะ หนูไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็เลยทำได้ไม่ค่อยดี แต่คราวนี้เป็นเนื้อหาใหม่หมดเลย ทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกัน หนูคิดว่าคราวนี้น่าจะสอบได้ถึงที่ยี่สิบเลยค่ะ!”
“งั้นถ้าสอบได้ที่ยี่สิบจริง ๆ เสาร์นี้ป้าอาสาพาไปช้อปปิ้งเลย!”
ฉู่เยว่พูดพร้อมกับยิ้ม
“แล้วก็จะพาไปที่ถนนของกินด้วย! ที่นั่นมีของอร่อยเต็มไปหมดเลย อยากกินอะไรก็บอกมาเลยนะ!”
“ป้าดีที่สุดเลย หนูรักป้าที่สุดเลย!”
คุณปู่คุณย่าก็หัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี
“โหยวเสวี่ย ถ้าครั้งนี้หนูสอบได้ที่ยี่สิบจริง ๆ คุณปู่คุณย่าจะให้ซองแดงเป็นรางวัลใหญ่เลย เอาไหม?”
“ขอบคุณค่ะคุณปู่คุณย่า! ซองแดงนี้หนูจองแล้วนะ!”
หลี่จื่อฮุยก็เดินมาร่วมวงด้วย
“ป้าจื่อฮุยก็มีซองแดงให้อีกซองนะ แต่ก็ต้องดูว่าหนูจะมีความสามารถคว้ามาได้รึเปล่า!”
“ป้าจื่อฮุย หนูว่าป้าไม่ต้องให้หนูก็ได้นะคะ…”
เจียงโหยวเสวี่ยทำท่าคิดหนัก
“ซองแดงนี้ ป้าเก็บไว้ให้น้องชายดีกว่า!”
…
“โปรดตั้งสมาธิให้ดี แล้วอีกประมาณ 3 วินาที คุณจะได้เห็นภาพในอนาคต…”
ระหว่างที่ทั้งบ้านกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเรื่องการเรียนของเจียงโหยวเสวี่ย ฉู่เจียงก็กำลังทดลองใช้ความสามารถใหม่ที่เขาเพิ่งได้มา "การพยากรณ์อนาคต"
เขาจ้องมองโต๊ะกาแฟตรงหน้าอย่างตั้งใจเป็นเวลาสามวินาที สายตาพลันพร่าเลือนไปชั่วขณะ แล้วภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัว บนโต๊ะปรากฏมัลเบอร์รี่สดๆ ที่เพิ่งล้างเรียบร้อยวางอยู่ตรงหน้าเขา
ฉู่เจียงไม่ได้ใส่ใจภาพที่ผุดขึ้นมานัก
กระทั่งผ่านไปสิบนาที คนรับใช้ในบ้านก็เดินถือชามมัลเบอร์รี่ออกมาจากห้องครัว แล้ววางไว้บนโต๊ะตรงหน้าฉู่เจียง
“คุณชายคะ นี่มัลเบอร์รี่ที่คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไปซื้อเมื่อตอนออกไปข้างนอก ก่อนจะให้ดิฉันล้างมาให้ทานค่ะ”
“อืม”
ฉู่เจียงพยักหน้า หยิบมัลเบอร์รี่ลูกหนึ่งจากโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวเล่นในปาก จากนั้นก็ทดลองใช้ความสามารถ "พยากรณ์อนาคต" อีกหลายครั้ง และพบว่า ความสามารถนี้...ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เท่าไร
เพราะมันสามารถพยากรณ์ได้แค่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบนาทีข้างหน้าเท่านั้น ถ้านานกว่านั้นก็ไม่มีภาพอะไรปรากฏขึ้นอีกเลย
ถ้าเขายังไม่มีเงินมากมายขนาดนี้ ก็คงจะพิจารณาหาวิธีเอาความสามารถนี้ไปทำเงินอย่างจริงจังอยู่หรอก แต่ปัจจุบันเขาไม่ขาดเงินอีกต่อไปแล้ว ความสามารถนี้สำหรับเขาจึงแทบไม่มีประโยชน์อะไร จะมีบ้างก็แค่เอาไว้เล่นแก้เบื่อเท่านั้น
“แม่~ พรุ่งนี้เช้าเราเล่นแบดกันนะคะ แม่สัญญาแล้วนะ ห้ามตื่นสายล่ะ!”
ในห้องนั่งเล่น ฉู่เยว่ที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดหันกลับมาเตือนแม่ของตัวเองด้วยความตั้งใจแน่วแน่
ฉู่เจียงเหลือบตามองแม่ แล้วพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
“อย่าไปหวังเลยว่าจะได้เล่นแบด แม่ต้องเบี้ยวนัดแน่ๆ!”
แม่ของเขาเถียงขึ้นมาทันควันทันที
“ใครบอกกันว่าจะเบี้ยวนัด! หมอยังบอกอยู่เลยว่า พออายุเยอะขึ้นก็ต้องออกกำลังกายเยอะๆ เล่นแบดมินตันก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีจะตาย แล้วนี่ลูกสาวแท้ๆ ชวนไปเล่นด้วย แม่จะไปปฏิเสธได้ยังไงกัน!”
“ใช่แล้วพี่! หนูเป็นลูกสาวแท้ๆ ของแม่นะ ต่อให้แม่จะปฏิเสธนัดใคร ยังไงก็ไม่ปฏิเสธนัดหนูแน่! พี่อย่ามาทำให้แม่กับหนูแตกกันนะ!”
“ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้คอยดูแล้วกัน!”
ฉู่เจียงไหล่ตกแบบไม่ใส่ใจ
แล้วมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ... สิบนาทีต่อมา แม่ของเขาซึ่งนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็รับสายโทรศัพท์เข้า
“อะไรนะ? แกจะมาเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้เหรอ? ได้สิ ได้สิ ชั้นว่างอยู่พอดี พรุ่งนี้เช้าชั้นจะออกไปหาแก แล้วเราค่อยออกไปเล่นกันนะ ช่วงนี้ชั้นเพิ่งเรียนรู้เทคนิคถ่ายรูปใหม่ ถ่ายแล้วออกมาสวยมากเลย!”
พอคุณแม่วางสายเสร็จ ก็นัดกับเพื่อนเก่าของตัวเองเรียบร้อย ลืมฉู่เยว่ไปหมดสิ้น...
กระทั่งเช้าวันถัดมา ฉู่เยว่ตื่นขึ้นมาแล้วออกมาตามหาแม่ คนรับใช้ที่บ้านก็ออกมาพูดกับเธออย่างสุภาพว่า
“คุณหนูคะ คุณนายบอกว่า เพื่อนเก่าสมัยสาวๆ ของท่านมาเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ ท่านเลยออกไปอยู่เป็นเพื่อนแล้วค่ะ ถ้าคุณหนูอยากเล่นแบดมินตันล่ะก็… คงต้องหาคนอื่นเล่นด้วยนะคะ”