- หน้าแรก
- ระบบสัมผัสรับทรัพย์แสนล้าน
- ตอนที่ 265 : คุณต้องการทำอะไรกับฉันเหรอ?
ตอนที่ 265 : คุณต้องการทำอะไรกับฉันเหรอ?
ตอนที่ 265 : คุณต้องการทำอะไรกับฉันเหรอ?
ตอนที่ 265 : คุณต้องการทำอะไรกับฉันเหรอ?
"......อะไรนะ?"
หวังเสี่ยวจู่ตกตะลึงและถามด้วยความลังเล "คุณฉู่...คุณฉู่ วันนี้ฉันแทบไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ฉันมากขนาดนี้ก็ได้ นอกจากนี้ฉันยังได้รับเงินเดือนจากการทำงานที่นี่อยู่แล้ว ผู้จัดการบอกให้ฉันมาที่นี่และงานที่ฉันกำลังทำอยู่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของหน้าที่ในการทำงานของฉันนะคะ"
"เอาเงินนี้ไป ฉันยังต้องการให้เธอช่วยดูแลลูกสาวของฉันต่อไปอีกหลายวัน" ฉู่เจียงขมวดคิ้วและพูด
หวังเสี่ยวจู่ไม่กล้าพูดอะไรอีกทันที เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อฉู่เจียงพูดแบบนั้นแล้ว เธอก็ไม่สามารถโต้แย้งได้อยู่ดี
วันรุ่งขึ้นหลังจากฉู่เจียงตื่นขึ้นมา เขาก็ถามถึงสถานะของเด็กๆ ในโรงงานจากหลี่เถิงก่อนเป็นอย่างแรก
หลี่เถิงพูดอย่างปวดหัว "เด็กๆ พวกนี้ควบคุมยากมากครับเนื่องจากพวกเขาถูกพี่จุ้ยล้างสมองไปหมดแล้ว พวกเขาทุกคนดูเหมือนจะมีความคิดที่บ้าคลั่งกันไปหมด พวกเขาคิดว่าเราอยากจะหั่นพวกเขาเป็นชิ้นๆ พวกส่งเสียงรบกวนตลอดตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้และโชคดีที่คุณฉู่คาดการณ์เอาไว้และให้ผมหาคนงานมาคอยดูแลพวกเขา ไม่อย่างนั้นคงจะมีเด็กมากกว่าสิบคนหนีไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนครับ"
"งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน คุณรวบรวมเด็กๆ ทุกคนไปไว้ในที่เดียวกัน เดี๋ยวตอนเที่ยงผมจะเข้าไปคุยกับพวกเขา"
"ครับ"
หลังจากคุยกับหลี่เถิงเสร็จ ฉู่เจียงก็ไปที่ห้องถัดไปและเคาะประตู ประตูถูกเปิดอย่างรวดเร็วโดยเด็กหญิงตัวน้อย
เขามองไปที่เด็กหญิงที่เปิดประตู ฉู่เจียงต้องยอมรับเลยเขานั้นถึงกับตะลึงไปหลายวินาที ความประทับใจเดิมของเขาต่อเด็กหญิงคนนี้คือเธอมีดวงตาสีดำใหญ่และสีหน้าของเธอยังคงดูดื้อรั้นแต่ก็ยังดูฉลาด แต่ใบหน้าของเด็กหญิงในตอนนั้นดูสกปรกเกินไป เขาจึงไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของเธอและเขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากที่เธอล้างหน้าแล้ว เขาจะพบว่าเธอนั้นสวยมากจริงๆ
"...คุณต้องการทำอะไรกับฉันเหรอ?" เด็กหญิงพูดอย่างจริงจัง "ฉันไม่สนว่าคุณต้องการให้ฉันทำอะไร แต่ฉันจะไม่ช่วยคุณแน่"
เมื่อมองไปที่สีหน้าจริงจังของเธอ ฉู่เจียงก็ไม่อาจห้ามใจที่จะยื่นมือออกไปลูบหัวเธอ "เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอมีความคิดมากมายขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ? นี่ก็ตั้งนานแล้ว เธอควรบอกชื่อของเธอได้แล้วใช่ไหม?"
"...ฉันชื่อเจียงโหย่วเสวี่ย"
"ชื่อเพราะมาก ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของเธอจะรักเธอมากเลยนะ"
"แน่นอนว่าพ่อแม่ของฉันต้องรักฉันมาก แต่พวกเขารักประเทศนี้มากกว่า ดังนั้นความรักของพวกเขาเลยต้องถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ นับไม่ถ้วน ฉันเองก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ และส่วนเล็กนั้นก็หายไปแล้ว"
ฉู่เจียงที่ได้เห็นแววตาของการเยาะเย้ยความขมขื่นในดวงตาของเด็กสาว เขาก็ตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ "อย่าโทษพ่อแม่เธอเลย..."
"แน่นอนฉันไม่โทษพวกเขา เพราะพวกเขาเองก็ทำดีที่สุดแลเว"
หลังจากเจียงโหย่วเสวี่ยพูดจบ เธอก็ทำถามขึ้นมา "แล้วคุณต้องการทำอะไร?"
"...ฉันต้องการเป็นพ่อของเธอ อยากจะไปบ้านกับฉันไหม?"
"คุณ...คุณ..."
เจียงโหย่วเสวี่ยตกใจกับคำพูดของฉู่เจียง "ทำไมคุณถึงอยากเป็นพ่อของฉันล่ะ?"
"...เธอคิดว่าฉันไม่มีคุณสมบัติใช่ไหม? นั่นก็คงใช่ เมื่อเทียบกับพ่อแม่ทางสายเลือดของเธอ ฉันคงไม่มีคุณสมบัติอะไร"
ฉู่เจียงลูบหัวเธอ "แต่ฉันก็จะพยายามทำตัวให้เป็นพ่อที่ดี อย่างน้อยฉันก็สามารถให้ความสนิทสนมและชีวิตที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเสื้อผ้ากับเธอได้ ฉันเองก็ยังไม่มีลูกสาว ถ้าเธอตอบตกลงกับคำขอของฉัน เธอก็จะกลายมาเป็นลูกสาวคนโตของฉันในอนาคต โอเคไหม?"
"แต่ แต่..."
เจียงโหย่วเสวี่ยกังวล "แต่ทำไมคุณถึงอยากได้ฉันไปเป็นลูกบุญธรรมล่ะ?"
เจียงโหย่วเสวี่ยมองฉู่เจียงด้วยความสับสน.
หลังจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตไป เธอก็ถูกส่งไปอยู่กับปู่ย่าของเธอ แต่ปู่ย่าของเธอก็ไม่แข็งแรงเท่าไหร่นักและเสียชีวิตหลังจากดูแลเธอได้เพียงครึ่งปี เธอจึงต้องเริ่มย้ายไปอยู่ใต้หลังคาบ้านของคนอื่นตั้งแต่อายุหกขวบ ถูกญาติเตะไปมาเหมือนลูกบอลทุกวันเพราะทุกคนคิดว่าเธอเป็นภาระและไม่อยากเลี้ยงดูเธอ
ต่อมา หนึ่งในเพื่อนของพ่อของเธอเห็นว่าเธออยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและถามเธอว่าเธอต้องการไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าไหม
เธอคิดว่าเธอจะหลุดพ้นจากการอยู่ใต้หลังคาของคนอื่นได้หลังจากไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า แต่เธอก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าเธอจะขึ้นจากหลุมหนึ่งเพื่อไปตกอีกหลุมหนึ่ง
ในความเข้าใจของเธอ ไม่มีใครที่จะรักเธอจริงๆ และไม่มีใครที่จะห่วงใยเธอจริงๆ
เธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมคนแปลกหน้าถึงใจดีกับเธอในขณะที่ญาติของเธอแท้ๆ กลับยังไม่ยอมรับเธอเข้าบ้านด้วยซ้ำ
ดังนั้น เธอจึงต่อต้านฉู่เจียงอยู่เสมอ
เธอรู้สึกเสมอว่าเขามีแรงจูงใจที่ไม่บริสุทธิ์
"เธอเป็นเด็กที่ดี เป็นเด็กที่น่ารักและใจดี ทำไมฉันจะไม่อยากรับเลี้ยงเธอล่ะ? แต่ถ้าฉันต้องการรับเลี้ยงเธอ ขั้นตอนอาจจะยุ่งยากนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จัดการไม่ได้ ตราบใดที่เธอตกลง เธอก็จะสามารถถูกรับเลี้ยงโดยฉันได้แน่นอน แน่นอนว่าถ้าเธอไม่ตกลง ฉันก็สามารถส่งเธอไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าได้ ทางเลือกทุกอย่างอยู่ในมือของเธอนะ"
ด้วยสถานการณ์ของฉู่เจียง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะตอบสนองเงื่อนไขในการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมตามขั้นตอนปกติ แต่บางสิ่งก็สามารถจัดการได้ไม่ยากเมื่อมีเงินมากพอ
เจียงโหย่วเสวี่ยมองฉู่เจียงอย่างจริงจัง "แต่ แต่... การตัดสินใจรับเลี้ยงฉันมันเป็นการตัดสินใจของคุณเพียงคนเดียวได้จริงๆ เหรอ?"
"ใช่"
"แล้วคนอื่นจะเห็นด้วยกับการรับเลี้ยงของคุณไหม?"
"คนอื่น?"
"เช่นภรรยาคุณ พ่อแม่ของคุณ พวกเขาไม่กลัวว่าการเลี้ยงฉันจะต้องใช้เงินมากเหรอ?"
เมื่อได้ฟังความกังวลของเจียงโหย่วเสวี่ย ฉู่เจียงก็หัวเราะเบาๆ "ทำไมเด็กอย่างเธอต้องกังวลมากมายขนาดนั้น? เธอแค่ต้องบอกว่าเธอตกลงหรือไม่ก็พอ ถ้าเธอตกลง เธอก็สามารถเรียกฉันว่าพ่อได้ตอนนี้เลย"
"...แล้วถ้าฉันเรียกคุณว่าพ่อแล้ว คุณจะไม่ทอดทิ้งฉันในอนาคตใช่ไหม?"
"ใช่"
"...แล้วคุณจะไม่บ่นว่าฉันกินเยอะเกินไปใช่ไหม?"
"ไม่บ่น"
"ฉัน ฉันยังอยากไปโรงเรียน ไปโรงเรียนต้องใช้เงินเยอะทั้งค่าเทอมและค่าอาหาร"
"ฉันจะจ่ายค่าเทอมและค่าขนมให้เธอและฉันจะหาคนมารับส่งเธอไปเรียนทุกวัน ดังนั้นเธอไม่ต้องกังวลเรื่องเหล่านี้เลย"
เมื่อฟังคำรับรองอย่างจริงจังของฉู่เจียง สุดท้ายเจียงโหย่วเสวี่ยก็ผ่อนคลายและพูดเบาๆ ว่า "...พ่อ"
ฉู่เจียงตะลึงไปชั่วขณะแล้ววางมือบนหัวเธอ "เด็กดี เสวี่ยเอ๋อ หิวหรือยังล่ะ? พ่อจะให้คนเอาอาหารเช้ามาที่ห้อง เราจะได้กินข้าวเช้าด้วยกันดีไหม?"
"ได้ค่ะ"
ฉู่เจียงยิ้ม "แล้วอยากกินอะไรเป็นอาหารเช้าล่ะ?"
"...เลือกได้เลยเหรอคะ?"
"ได้สิ"
"งั้นวันนี้ฉันอยากกินมันฝรั่งทอด นมถั่วเหลืองกับผักดองเป็นมื้อเช้าค่ะ"
"จัดไป!"
ฉู่เจียงลูบหัวเธอ ก่อนจะกดกริ่งเรียกพนักงานแล้วไม่นานพนักงานก็เข้ามารับออเดอร์
ฉู่เจียงสั่งอาหารทุกอย่างที่เจียงโหย่วเสวี่ยต้องการแล้วคิดสักครู่ "เพิ่มเป็นสองชุดเลยก็แล้วกัน"
"ได้ค่ะ"
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเจียงโหย่วเสวี่ย ผู้จัดการก็เดินเข้ามาพร้อมกับรถเข็นอาหารขนาดเล็กสองคันในไม่ช้า รถเข็นอาหารเต็มไปด้วยนมถั่วเหลืองผักดองและมันฝรั่งทอดร้อนๆ
ไอน้ำร้อนๆ ก็พวยพุ่งออกมาทันทีที่เปิดฝาโลหะออก