เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16   ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้

ตอนที่ 16   ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้

ตอนที่ 16   ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้


ตอนที่ 16   ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

เหลาซูเฉียงรอให้คนอ้วนเฉินหายใจได้ปกติ  ก่อนที่จะนั่งยองๆ ต่อหน้าเขาและเหยียดมือของมันตบไปที่ใบหน้าฉุและมันเยิ้มของคนอ้วนเฉิน  จากนั้นมันก็พูดยิ้มๆ ว่า

 

“เจ้าของร้านเฉิน  ทำไมถึงได้ทำตัวไร้จริยธรรมขนาดนี้ล่ะ... สิ่งที่ร้องขอมาข้าก็ทำมันเสร็จแล้ว  แต่เห็นนี่ไหมล่ะ?  ที่หัวของข้ามีรอยช้ำขนาดใหญ่มากเพราะถูกตี  แกไม่คิดที่จะชดเชยด้วยค่ารักษาพยาบาลหรืออะไรสักอย่างหน่อยเหรอ?”

 

ขณะที่เหลาซูเฉียงพูด  ลูกสมุนของมันที่อยู่ข้างหลังก็ยิ้มอย่างเย็นชาและทำท่าทางกายบริหารข้อมือของพวกมัน  ราวกับว่ามีแผนที่จะใช้คนอ้วนเฉินแทนกระสอบทราย

 

พวกอันธพาลเหล่านี้ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอื่นใดนอกเหนือจากการข่มเหงผู้ที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อคนที่แข็งแรงกว่า  พวกมันมีทักษะเฉพาะในการระรานผู้คนโดยอาศัยจำนวนคนที่มากกว่า  ประกอบกับสภาพร่างกายที่ไม่เคยได้ออกกำลังของคนอ้วนเฉินจึงเป็นธรรมดาที่ยากจะทนต่อการทุบตีของอันธพาลทั้งสาม

 

“เหลา... เหลาเกอ  เงินนั่น... ไม่ใช่ว่าฉันได้ให้กับพี่ไปนานแล้วเหรอ?”

 

คนอ้วนเฉินมีสีหน้าที่ตึงเครียดและจับไปกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาโดยไม่ทันได้รู้ตัว  ข้างในนั้นมีเงินที่เขาหามาได้ตลอดทั้งวันนี้  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เงินจำนวนมากแต่ก็ไม่น้อยเช่นกัน

 

“หืม?  เจ้าของร้านเฉิน  มึงไม่เข้าใจความหมายแฝงของคำพูดกูหรือไง?”

 

เหลาซูเฉียงไม่พอใจกับสิ่งที่คนอ้วนเฉินตอบกลับมาในทันที  รอยยิ้มของมันจางหายไปและใบหน้าก็ดำทะมึน

 

“พวกกูเอาเงินของมึงมาและก็ทำตามที่มึงร้องขอ... แต่ตอนนี้กูได้รับบาดเจ็บ  เป็นธรรมดาที่ค่ารักษาพยาบาลมึงต้องเป็นคนจ่ายไม่ใช่เหรอ?”

 

“เหลาเกอ...”

 

ช่วงเวลาที่คนอ้วนเฉินได้ยินเหลาซูเฉียงเอ่ย ‘คำพูดที่มีความหมายแฝงนั่น’  ทำไมเขาจะไม่ตระหนักถึงสิ่งที่เหลาซูเฉียงต้องการกันล่ะ?  ใบหน้าเขาเลยแสดงความหวาดกลัวออกมาในทันทีและน้ำตาก็ใกล้ที่จะไหลแล้ว

 

“มึงไร้สาระมาพอแล้ว  รีบเอาเงินมาให้กู!”

 

เหลาซูเฉียงเป็นใครงั้นเหรอ?  มันคืออันธพาล!  และโกรธเกรี้ยวอยู่แล้วเพราะความเป็นจริงที่ว่ามันถูกฉินฟางทุบตีเนื่องจากทำตามคำร้องขอของคนอ้วนเฉิน  เมื่อเห็นว่าคนอ้วนเฉินไม่ได้รู้สึกขอบคุณกับ ‘ความพยายาม’ ของมันที่ไปทำร้ายฉินฟาง  มันจึงไม่พิรี้พิไรอีกต่อไปและลุกขึ้นพร้อมกับเตะคนอ้วนเฉิน  ส่วนลูกสมุนที่อยู่ข้างหลังของมันก็สปริงตัวตามไป  คนหนึ่งจับคนอ้วนเฉินให้นอนลงขณะที่อีกคนหนึ่งก็ค้นกระเป๋าตังค์ของเขา

 

“อะไรกัน?  พวกมันจะหันไปใช้ความรุนแรงตอนนี้เลยเหรอ?  คนอ้วนเฉินที่น่าสงสาร~…”

 

ฉินฟางซึ่งนั่งอยู่ในที่มืดบนถนนฝั่งตรงข้ามเห็นได้อย่างชัดเจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอ้วนเฉิน  ที่นี่ค่อนข้างเปลี่ยวดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้  ฉินฟางไม่ใช่คนประเภทที่แสดงความเมตตากับศัตรู  ไม่งั้นแล้วเขาคงจะไม่วางแผนที่จะลอบจัดการกับคนอ้วนเฉินก่อนที่พวกอันธพาลแสดงตัวออกมา  ดังนั้นคำอุทานของเขาจึงเป็นสิ่งที่พูดด้วยถ้อยคำเย้ยหยัน

 

“อย่า! เหลาเกอ  นี่เป็นเงินที่หามาอย่างยากลำบาก!”

 

ครั้งนี้คนอ้วนเฉินรู้สึกเกรงกลัวอย่างแท้จริง  แม้ว่าร่างกายที่อวบอ้วนของเขาจะถูกจับยึดไว้โดยพวกอันธพาล  แต่ด้วยตัวที่ใหญ่โตถ้าเขาเริ่มดิ้นรนแล้วเจ้าลูกสมุนสองคนนั่นก็ไม่สามารถทำอะไรได้  ในเวลาเดียวกันเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาดังเกินขนาดซึ่งฟังเหมือนกับหมูที่กำลังถูกเชือด  ฉินฟางคาดว่าคนอ้วนเฉินพยายามที่ใช้เสียงของเขาดึงดูดความสนใจของคนที่เดินผ่านมาเพื่อหวังให้พวกนั้นมาช่วยเหลือ

 

น่าเสียดายที่ว่าคนที่เดินผ่านมาแท้จริงแล้วก็คือฉินฟางซึ่งมีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อคนอ้วนเฉิน  และควรที่จะภาวนาไม่ให้ฉินฟางไปร่วมกับเหลาซูเฉียงเพื่อทำการเตะต่อยเขามากกว่า  เพราะถ้าให้ฉินฟางเข้าไปช่วยคนอ้วนเฉินแล้วคงต้องรอให้หมูนั้นบินได้

 

“ไอ้สารเลว  มึงกำลังรนหาที่ตายงั้นเหรอ?!”

 

เหลาซูเฉียงก็ไม่ใช่คนที่มีความเมตตาเช่นเดียวกัน  พอเห็นคนอ้วนเฉิน ‘ไม่เชื่อฟัง’  เขาก็ไม่ยั้งมืออีกต่อไปและเล็งเป้าไปยังร่างที่กำลังดิ้นของคนอ้วนเฉินก่อนที่จะเตะโดยไร้ความปรานี  ลูกเตะในครั้งนี้รุนแรงไม่ใช่น้อยจนคนอ้วนเฉินหยุดกรีดร้องในทันที  ตัวของเขาขดเหมือนกับกุ้งขนาดใหญ่  ลำคอของเขาส่งเสียงแหบแห้งและไม่สามารถพูดอะไรที่ปะติดปะต่อได้เลย

 

ในอีกทางหนึ่งเจ้าลูกสมุนสองคนนั่นก็ฉวยความได้เปรียบในทันทีกับคนอ้วนเฉินที่นอนขดตัวเป็นกุ้งเพื่อรุกล้ำเข้าไปในกระเป๋าที่คนอ้วนเฉินปกป้องไว้อย่างแข็งขันเมื่อสักครู่นี้  พวกมันหยิบมาเพียงแค่กระเป๋าเงินที่ใส่แบงค์ไว้และไม่ได้แตะต้องกระเป๋าคาดเอวที่เอาไว้เก็บเงินทอนซึ่งมีจำนวนเล็กน้อย

 

“แมร่ง  มีเพียงแค่พันหยวน...”

 

เมื่อเหลาซูเฉียงหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ออกมาและทำการนับ  มันพบว่าในนั้นมีเงินอยู่เพียงหนึ่งพันหยวนกับอีกเล็กน้อย  ใบหน้าที่ผอมจนเหมือนหนูเหยเกในทันทีและสายตาของมันก็กลายเป็นดุร้าย

 

“ไอ้อ้วนระยำ  อย่ามาเล่นแกล้งตายกับกู  มึงซ่อนเงินไว้ใช่ไหม?!”

 

เหลาซูเฉียงเตะคนอ้วนเฉินที่ขดตัวเป็นลูกบอลและเอามือกุมท้องไว้  ใบหน้าของมันดำทะมึนมาก

 

“เหลาเกอ  มีเงินเพียงแค่นี้จริงๆ  ร้านของฉันในตอนนี้แย่มาก  ไม่งั้นแล้วทำไมฉันจะขอร้องให้พี่ช่วยล่ะ…”

 

คนอ้วนเฉินที่เอามือจับท้องไว้นั้น  ใบหน้าอันอวบอ้วนของเขาเวลานี้ซีดราวกับกระดาษ  ประกอบกับความเป็นจริงที่ว่าตอนนี้อากาศร้อน  เหงื่อเม็ดโตราวกับถั่วก็กลิ้งไถลลงมาจากใบหน้าของเขาอย่างต่อเนื่อง  เขาทำได้เพียงเอียงตัวกอดขาเหลาซูเฉียงไว้และร้องขอความเมตตา

 

“อย่ามาพล่ามกับกู!  ถ้ามึงไม่ให้เงินกูมาหนึ่งหมื่นหยวนวันนี้แล้ว  เรื่องนี้จะไม่จบลงแค่แผลบอบช้ำเบาๆ แน่”

 

ถามหาเหตุผลกับเหลาซูเฉียงงั้นเหรอ?

 

สมองของคนอ้วนเฉินจะต้องทำงานผิดปกติแน่ๆ

 

เหลาซูเฉียงดังกระฉ่อนในเรื่องของความโหดเหี้ยมและสามารถทำเรื่องที่เลวร้ายได้ทุกประเภท  ย้อนกลับไปเมื่อพ่อของมันติเตียนว่าเป็นคนที่ล้มเหลว  เหลาซูเฉียงก็ทุบตีพ่อของตัวเองจนเกือบจะเสียชีวิต

 

ถ้าเหลาซูเฉียงกล้าแม้กระทั่งทำร้ายพ่อของมันอย่างสาหัสแล้วนับประสาอะไรกับคนนอกอย่างคนอ้วนเฉินล่ะ?  แม้ว่ามันจะเตะคนอ้วนเฉินไปไม่กี่ทีเมื่อครู่นี้แต่ก็ซัดไปเต็มแรงโดยไม่มียั้งเท้าไว้เลย

 

“ฉันไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นจริงๆ...”

 

คนอ้วนเฉินมีสีหน้าที่ตึงเครียด  เขาเกือบที่จะร้องไห้เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่เงินมากขนาดนั้นจริงๆ

 

ฉินฟางก็คิดว่าเงินหนึ่งพันกว่าหยวนนี้เป็นทั้งหมดที่คนอ้วนเฉินมีจริงๆ  อย่างน้อยตอนที่กำลังสะกดรอยตามคนอ้วนเฉิน  ก็ไม่เห็นว่าเขาถอนเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็มและมุ่งหน้าตรงกลับไปที่บ้านแทน  ก่อนที่เขาจะถูกขวางกั้นโดยเหลาซูเฉียงและพวก

 

“ไม่มีเงินงั้นเหรอ?  ซ้อมมัน!”

 

เหลาซูเฉียงหัวเราะอย่างเย็นชาและแสดงท่าทีไม่ต้องการพูดจาอีกต่อไป  จากนั้นก็เริ่มทำการซ้อมคนอ้วนเฉิน  และเป็นธรรมดาที่ลูกสมุนทั้งสองของมันจะร่วมเข้าทำการทุบตีคนอ้วนเฉินอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยเช่นกัน

 

“ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้”

 

ฉินฟางมองไปยังภาพเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีเฉยเมย  คนอ้วนเฉินต้องการที่จะโค่นล้มฉินฟางแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะโดนซะเอง  แถมยังถูกเหลาซูเฉียงที่เขาจ้างมารีดไถฉินฟางขู่กรรโชก  พอเห็นคนอ้วนเฉินที่ก่อเหตุวุ่นวายล้มเหลวได้รับผลกรรมทันตาเห็น  ความโกรธของเขาก็เย็นลงและอารมณ์ก็กลับมาดีขึ้นด้วย

 

“โอ๊ย โอ๊ย!”

 

เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง  แต่ในคืนที่เงียบสงบเช่นนี้ประกอบกับอยู่ห่างจากทางคนสัญจร  จึงเป็นเรื่องโชคร้ายที่ไม่มีใครจะเดินผ่านมาให้ความช่วยเหลือได้  คนอ้วนเฉินทำได้เพียงรับการทุบตีอย่างเงียบๆ

 

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะตอบโต้กลับไปนั้น...

 

เห็นได้ชัดว่าคนอ้วนเฉินประการแรกไม่มีความกล้า  ประการที่สองเขาไม่ได้มีความห้าวหาญที่จะลงมือทำมัน  และประการที่สามซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาไม่มีความสามารถ  การโค่นอันธพาลสามคนเพียงลำพังไม่ใช่เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็สามารถทำได้  ซึ่งอย่างน้อยคนอ้วนเฉินก็รับรู้ถึงขอบเขตความสามารถของตัวเขาเองดี

 

ขณะที่คนอ้วนเฉินกำลังถูกซ้อมอยู่นั้น  เขาก็ไม่ลืมที่จะร้องขอความกรุณาจากเหลาซูเฉียง  อ้อนวอนให้ละเว้นเขาในครั้งนี้  ถ้าคุณคิดว่าคนอ้วนเฉินเป็นคนมีจิตใจเข้มแข็งแล้ว  ก็ต้องแสดงความเสียใจด้วยเพราะเขาไม่ใช่

 

แม้ว่าตัวของคนอ้วนเฉินจะได้รับความเจ็บปวดแต่เขาก็ยังไม่ได้โง่  เขารู้ดีว่าถ้าผ่านการถูกซ้อมในคืนนี้ไปได้ก็จะสามารถกลับบ้านได้อย่างมีชีวิต  ปัญหาต่างๆ หลังจากนั้นก็ง่ายที่จะแก้ไขเพราะเขาไม่จำเป็นต้องอยู่คอยให้เหลาซูเฉียงรีดไถอีกต่อไป

 

เขาคิดเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขซึ่งได้วางแผนเอาไว้แล้ว  เมื่อกลับถึงบ้านหลังจากถูกซ้อมเขาก็จะจองตั๋วเครื่องบินในทันทีและไปจากเมืองหนิงไห่ในวันรุ่งขึ้น  วิธีนี้ต่อให้เหลาซูเฉียงต้องการรีดไถเขาต่อไปมันก็จะเป็นเรื่องยาก

 

เขาเป็นเพียงแค่เจ้าของร้านแผงลอยขายอาหารเล็กๆ  แม้ว่าเมืองหนิงไห่จะเจริญรุ่งเรืองแต่ก็มีเมืองอื่นๆ ที่มีความเจริญไม่แพ้กัน  เขาไม่จำเป็นต้องผูกติดตัวเองไว้กับเมืองใดเมืองหนึ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองที่เป็นอันตรายสำหรับเขา

 

ฉินฟางนั่งอยู่บนถนนฝั่งตรงข้ามและคอยสังเกตการณ์มาโดยตลอด  แม้เขาต้องการที่จะจัดการกับคนอ้วนเฉินแต่ก็ไม่คิดที่จะทำเช่นนี้  อย่างมากเขาอาจทุบหัวของคนอ้วนเฉินให้เกิดรอยช้ำใหญ่หลายๆ แผล  แต่เหตุการณ์นั้นบานปลายเกินความคาดหมายของฉินฟาง  โดยเฉพาะสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้อาจทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจไปสองสามวัน

 

 

…………………………

 

จบบทที่ ตอนที่ 16   ไม่มีใครหนีพ้นผลกรรมชั่วของตนได้

คัดลอกลิงก์แล้ว