เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14   [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]

ตอนที่ 14   [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]

ตอนที่ 14   [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]


ตอนที่ 14   [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]

 

ผู้แปล  :  ThreeSwords

ปรับสำนวน  :  ThreeSwords

 

 

“ใจเย็นๆ  ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร...”

 

ฉินฟางทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย

 

“พวกเรารีบจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีกว่า  เพราะที่สุดแล้วก็ยังมีการค้าขายให้ทำในคืนนี้อยู่นะ”

 

หลังจากสร้างมั่นใจให้กับถังเฟยเฟย  สองทั้งสองก็ทำการจัดโต๊ะกับเก้าอี้ทั้งหลาย  ในขณะที่ชามที่แตกเสียหายนั้น  แม้ว่าฉินฟางจะรู้สึกเจ็บปวดใจแต่ก็ไม่มีทางเลือกที่ต้องยอมรับมัน

 

พอเห็นว่าทั้งสองคนสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง  ฟ่านเจี่ยเจียจึงโบกมืออำลาฉินฟางและกลับไปบ้านก่อน

 

การค้าขายในคืนนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษจนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม  ฉินฟางก็เลยปิดร้านแต่เนิ่นๆ  แน่นอนว่าเขาเรียกรถแท็กซี่ให้ส่งถังเฟยเฟยกลับไปบ้าน  ก่อนที่จะรุนรถเข็นกลับไปยังที่พักของเขา

 

เพียงแต่เมื่อเขาไปถึงก็ออกมาอีกครั้งหลังจากเก็บของทุกอย่างเข้าที่แล้ว  ฉินฟางย่องออกมาจากที่พักอย่างเงียบๆ  และกลับไปยังลานที่ตั้งของร้านแผงลอยตรงตลาดทางด้านประตูทิศใต้

 

ขณะที่ฉินฟางนั่งอยู่บนผนังอิฐที่อยู่ในลาน  เขาก็มองอย่างเย็นชาไปยังร้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า  หลังจากนั้นก็พบร่างของคนอ้วนเฉินซึ่งกำลังค้าขายและยืนหันหลังให้กับฉินฟางอย่างรวดเร็ว

 

ถ้าขนาดที่ว่าร้านของฉินฟางขายไม่ดีในคืนนี้แล้ว  ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยอดขายของร้านคนอ้วนเฉิน  แต่เพราะฉินฟางปิดร้านเร็วทำให้คนอ้วนเฉินยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรได้บางส่วน  ในเวลานี้คนอ้วนเฉินยังคงยุ่งกับการขายบะหมี่ของเขา  อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นต้องให้ฉินฟางรอนาน  เขาก็เห็นว่าคนอ้วนเฉินตื่นตระหนกหลังจากได้รับโทรศัพท์  น่าเสียดายที่ว่าฉินฟางอยู่ไกลเกินไปจึงไม่สามารถสีหน้าของคนอ้วนเฉินที่กำลังก้มหน้าได้

 

“ไงเสี่ยวฉิน  ทำไมเธอถึงกลับมาอีกล่ะ?”

 

หลังจากที่นั่งอยู่บนผนังอิฐชั่วระยะเวลาหนึ่ง  ฉินฟางก็รู้สึกว่าต้องพูดคุยกับคนอ้วนเฉินเป็นการส่วนตัวจึงเดินไปยังร้านของเขา  ซึ่งขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นเจ้าของร้านที่ค่อนข้างคุ้นเคยกับฉินฟางก็ร้องอุทานเมื่อเขาเห็นฉินฟางอีกครั้ง

 

ร้านแห่งนี้ขายขนมปังก้อนกลม เกี๊ยวแผ่นใส เกี๊ยวซ่าและอะไรคล้ายๆ แบบนั้น  ซึ่งฉินฟางในเวลานี้ก็กำลังยืนอยู่ข้างหม้อนึ่งที่บังเอิญว่าเกี๊ยวเพิ่งจะทำเสร็จใหม่ๆ  ดังนั้นเขาจึงซื้อไว้บางส่วน

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับลุงฟาง  ผมแค่รู้สึกหิวอีกรอบตอนที่กำลังจะหลับหลังจากกลับไปถึงบ้าน  อีกทั้งที่ห้องไม่มีอะไรทานและผมเองก็ไม่มีส่วนผสมในการทำราเม็ง  เลยตัดสินใจที่กลับมาหาอะไรกินน่ะครับ”

 

ฉินฟางรู้จักคุ้นเคยกันดีกับเจ้าของร้านแซ่ฟาง  แต่ในเมื่อร้านนี้ตั้งอยู่ข้างร้านของคนอ้วนเฉินประกอบกับตอนนี้ไม่ได้มีลูกค้ามากนัก  คนอ้วนเฉินเลยสามารถได้ยินคำสนทนาระหว่างฉินฟางกับลุงฟางทั้งหมด  และเมื่อได้ยินเนื้อหาที่พูดคุยแล้วใบหน้าของคนอ้วนเฉินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

 

การเปลี่ยนแปลงของคนอ้วนเฉินถูกสายตาของฉินฟางจับไว้ได้โดยบังเอิญ  แต่ฉินฟางไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร  กลับกันเขานั่งลงรออาหารที่สั่งไปและตรงที่นั่งนั้นก็เจาะจงเลือกด้วยเช่นกัน  ซึ่งทำให้เขาหันหน้าไปทางคนอ้เฉินโดยตรงและเป็นไปได้ที่จะเห็นหน้าคนอ้วนเฉินตอนที่ยกหัวขึ้น

 

[เกี๊ยวซ่าสดใหม่รสโอชา]

 

การบริโภคเข้าไปจะช่วยเพิ่มค่า HP 1 หน่วย, ความสามารถทางกายภาพ 4% และระดับของความสุข 4%

 

เมื่อเกี๊ยวซ่าถูกนำมาเสิร์ฟฉินฟางก็ใช้ตะเกียบของเขาคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้น  แต่ช่วงเวลาที่ฉินฟางคีบเกี๊ยวซ่าขึ้นมานั้นเขาก็เกิดตกใจเพราะพบว่าเกี๊ยวซ่าชิ้นนั้นมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นด้วยเช่นกัน  และมันคล้ายกับบะหมี่ที่ฉินฟางทำขึ้นเป็นอย่างมาก  อย่างไรก็ตามเกี๊ยวซ่านั้นก็มีคุณสมบัติมากกว่าของเขาหนึ่งอย่างก็คือ ‘การเพิ่มระดับของความสุขขึ้น 4%’

 

“ระดับของความสุขนี่คืออะไรกัน?”

 

ฉินฟางรู้สึกฉงนกับศัพท์เฉพาะใหม่นี้  น่าเสียดายที่เขาทำได้เพียงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างช้าๆ เพราะไม่มีใครที่สามารถให้คำตอบกับเขาได้

 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ฉินฟางสังเกตเห็นจริงๆ แล้วก็คือเกี๊ยวซ่าขนาดเล็กหนึ่งชิ้นที่สามารถเพิ่มค่า HP ได้ 1 หน่วย  นึกถึงตอนที่เขากินราเม็งเข้าไปสามชามโดยที่สองชามแรกใช้สำหรับการเติมค่า HP นั้น  เขาก็รู้สึกเสียใจที่ไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนี้สามารถเติมค่า HP ได้แต่เนิ่นๆ  ไม่งั้นจะได้ทำแค่ซื้อเกี๊ยวซ่ามา 7 ชิ้นเพื่อใช้เติมเต็มค่า HP ของเขา

 

เห็นได้ชัดว่าเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนของค่า HP ที่สามารถเติมได้นั้น  เกี๊ยวซ่านี้มีประสิทธิภาพดีกว่าราเม็งของฉินฟาง  มากไปกว่านั้นเกี๊ยวซ่านี้ก็ยังช่วยเพิ่ม ‘ระดับของความสุข’ ได้ด้วยซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ฉินฟางยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมัน

 

*ซร๊วบ*

 

ฉินฟางอ้าปากกัดส่วนหนึ่งของเกี๊ยวซ่าลงไป  คลื่นความอร่อยและหอมหวานของน้ำในเนื้อเกี๊ยวซ่าก็หลั่งไหลตามเข้าไปในทันที  รสชาตินี้ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความอบอุ่นและปรับเปลี่ยนอารมณ์โดยรวมของคนที่ทานเข้าไป

 

“รสชาติดีมาก!”

 

นับตั้งแต่ฉินฟางเรียนรู้วิธีการทำราเม็ง  ทักษะของเขาก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะอาหารเกือบทุกมื้อของฉินฟางคือราเม็งที่เขาทำ  ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ฉินฟางป่วยและอ่อนเพลียจนถึงจุดที่ต้องการจะอ้วกออกมาในบางครั้ง  แต่เขายังคงต้องยอมรับว่าราเม็งของตัวเองในตอนนี้มีมาตรฐานที่สูงมาก

 

แต่ถ้าแค่เปรียบเทียบในระดับของความอร่อยแล้ว  เห็นได้ชัดว่าเกี๊ยวซ่าของลุงฟางเหนือกว่าและฉินฟางเองก็ยอมรับในเรื่องนั้น

 

“เสี่ยวฉิน  เป็นไงบ้าง?  เกี๊ยวซ่าสูตรพิเศษของลุงเป็นยังไง?  ช่วยให้ความเห็นของเธอหน่อย...”

 

ความอยากอาหารของฉินฟางแต่เดิมก็มีอยู่ไม่น้อย  ทำให้ฉินฟางจัดการตะกร้าที่มีเกี๊ยวซ่าอยู่เพียงหกชิ้นหมดลงในพริบตา  ช่วงเวลานั้นเองลุงฟางก็เดินเข้ามาพร้อมกับถามความเห็นของฉินฟางด้วยรอยยิ้ม

 

แน่นอนว่าฉินฟางไม่ตระหนี่คำชมเชยและยกนิ้วโป้งให้กับลุงฟาง

 

“เกี๊ยวซ่าพวกนี้... ลุงบอกเธอเลยว่านี่เป็นสูตรลับของตระกูลฟางเรา  แผ่นห่อเกี๊ยวไม่เหมือนกับของโดยทั่วไป  ภายในนั้นเราได้ใส่........ ส่วนไส้เกี๊ยวที่ใส่เข้าไปก็พิเศษยิ่งกว่าเพราะมีสมุนไพรหลายอย่าง เช่น โสม, ตังกุยจีน........  ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะบรรพบุรุษตกทอดสูตรไว้ให้ลูกหลานแล้ว  เกี๊ยวซ่าของพวกเราตระกูลฟางก็จะไม่มีรสโอชาขนาดนี้!”

 

อาจเป็นเพราะว่าธุรกิจของฉินฟางนั้นดีเกินไปจึงยุ่งตลอดทั้งวันและเมื่อขายหมดก็ปิดร้านในทันที  ดังนั้นเขาจึงเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเจ้าของร้านที่อยู่โดยรอบ  ทำให้อย่างมากก็ทักทายกันเป็นครั้งคราว

 

ซึ่งนี่คือครั้งแรกที่ฉินฟางรู้ว่าลุงฟางซึ่งผอมกระหร่องและกลัวเมียนั้นเป็นคนพูดมากขนาดนี้  และแม้กระทั่งพูดโพล่งเกี่ยวกับเกี๊ยวซ่าสูตรลับออกมา

 

ซึ่งแน่นอนว่าทั้งลุงฟางและฉินฟางก็รู้ดีว่าต่อให้มีคนรู้ส่วนผสมทั้งหมด  แต่การทำให้ได้ออกมาเหมือนกันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้นแล้วถ้านี่เป็นสูตรลับจริงๆ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ใครอื่นสามารถเรียนรู้ได้ง่ายๆ  และตัวของฉินฟางก็รับรู้ถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม.....

 

< [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)] >

 

ขณะที่ฉินฟางกำลังฟังลุงฟางพูดอย่างกระตือรือล้นเกี่ยวกับความพิเศษของเกี๊ยวสูตรลับอยู่นั้น  ข้อความแจ้งเตือนนั่นก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉินฟางจนเขาผวา

 

ข้อความแจ้งเตือนซึ่งมากับเสียงที่ไร้อารมณ์นั้นฉินฟางเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว

 

แต่ถ้าข้อความเป็นเช่นนี้แล้วเขาจะไม่ประหลาดใจได้ยังไงล่ะ?  เพราะตอนที่ฉินฟางมองไปยัง [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)] อย่างรวดเร็ว  ก็พบว่ามีข้อมูลรายละเอียดค่อนข้างมากเกี่ยวกับส่วนผสมทั้งหมดที่ลุงฟางเพิ่งจะพูดไปพร้อมกับขั้นตอนการทำอย่างง่ายๆ

 

[เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]

 

ถึงแม้ว่าเกี๊ยวซ่าสูตรลับนี่จะเป็นฉบับไม่สมบูรณ์  แต่ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้สมบูรณ์ผ่านการเพิ่มความชำนิชำนาญของทักษะ

 

พอมองไปยังคำอธิบายที่ไม่ได้รวบรัดมากนักก็พบว่ามีคำบรรยายที่ไร้สาระจำนวนมาก  สูตรฉบับไม่สมบูรณ์นี้จึงแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่สูตรการทำที่แท้จริงและเป็นเพียงแนวการทำหยาบๆ ที่มีพื้นฐานมาจากคำอธิบายจากปากของลุงฟาง

 

แต่ก็มีรายการขั้นตอนการทำที่เป็นเหมือนกับรูปภาพ  ทันทีที่เขาได้เรียนรู้ทักษะ [การทำเกี๊ยว] แล้ว  เป็นไปได้ที่ฉินฟางจะสามารถทำเกี๊ยวสูตรลับฉบับไม่สมบูรณ์นี้ได้  และถ้าเขาพัฒนาทักษะให้สูงยิ่งขึ้นแล้วก็อาจจะคิดสูตรออกมาได้อย่างช้าๆ ด้วยตัวเอง  หรือไม่สมองของเขาก็ให้สูตรที่สมบูรณ์มากกว่านี้โดยอัตโนมัติ

 

พอคิดถึงตรงนี้แล้วฉินฟางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจกับลุงฟางที่อยู่ต่อหน้าเขาซึ่งยังคงกำลังพูดคุยอย่างไม่หยุดหย่อน  เพราะถือได้ว่าเขาแอบขโมยสูตรและวิธีการทำโดยที่ลุงฟางเองก็ยังไม่ทันได้รู้สึกตัว

 

‘เฮ้อ...  เอาเป็นว่าหลังจากนี้ในบางครั้งตอนที่ผมไม่ได้ตั้งร้านขายอีกต่อไป  ต่อให้สามารถที่จะทำเกี๊ยวซ่าสูตรลับที่สมบูรณ์มากกว่านี้  มันก็จะได้ไม่กระทบกับธุรกิจของลุงฟาง’

 

ฉินฟางคิดในใจ  นี่เป็นทางเดียวที่เขาจะสามารถชดเชยลุงฟางได้ในตอนนี้สำหรับ ‘การสอน’ สูตรลับให้

 

 

…………………………

 

จบบทที่ ตอนที่ 14   [เกี๊ยวซ่าสูตรลับ (ฉบับไม่สมบูรณ์)]

คัดลอกลิงก์แล้ว