- หน้าแรก
- ยุคสมัยแห่งสัตว์วิญญาณ: ปลุกพรสวรรค์ตำนานตั้งแต่ต้น
- ตอนที่ 585 เรื่องซุบซิบของลุงยาม! (ฟรี)
ตอนที่ 585 เรื่องซุบซิบของลุงยาม! (ฟรี)
ตอนที่ 585 เรื่องซุบซิบของลุงยาม! (ฟรี)
ตอนที่ 585 เรื่องซุบซิบของลุงยาม! (ฟรี)
หลังจากที่ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไป๋จื่ออันก็ยังคงเลือกที่จะให้มหาลัยช่วยตามหาลูกสัตว์วิญญาณ
แน่นอนว่าไป๋จื่ออันไม่ได้ขอให้มหาลัยช่วยตามหาเพียงอย่างเดียว เขายังบอกตระกูลไป๋ด้วย
ส่วนเหตุผลก็ยังคงเป็นเหตุผลเดิมๆ นั่นก็คือการขยายช่องทางการค้นหา หวังว่าจะได้ลูกสัตว์วิญญาณที่ดีกว่า นี่คือความคิดของไป๋จื่ออัน
“เข้าใจแล้ว ทางมหาลัยจะช่วยเธอ แต่ว่าเธอเลื่อนขั้นแล้วเหรอ? ถึงได้ต้องการทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหม่น่ะ?”
อธิการบดีโจวหยางซูตกลงโดยไม่ลังเล
แต่อธิการบดีโจวหยางซูสนใจเรื่องที่ไป๋จื่ออันต้องการทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหม่มาก
อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ถ้าหากอยากจะทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหม่ ก็ต้องมีที่ว่างสำหรับสัตว์วิญญาณ
หรือว่าไป๋จื่ออันจะเลื่อนขั้นแล้ว ได้ที่ว่างสำหรับสัตว์วิญญาณเพิ่มขึ้นมา?
อธิการบดีโจวหยางซูสนใจเรื่องนี้มาก เขาหวังว่าจะได้คำตอบจากไป๋จื่ออัน
“การที่ผู้ใช้สัตว์วิญญาณอยากจะทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหม่ นอกจากการเลื่อนขั้นแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้อื่นอีกไม่ใช่เหรอครับ?”
ไป๋จื่ออันพูดอย่างเรียบง่าย แต่ไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน
ต้องรู้ก่อนว่านอกจากการเลื่อนขั้นแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้สัตว์วิญญาณทำสัญญากับสัตว์วิญญาณตัวใหม่ได้ นั่นก็คือสัตว์วิญญาณตายในการต่อสู้หรือถูกทิ้ง
แน่นอนว่าไป๋จื่ออันไม่ได้สาปแช่งสัตว์วิญญาณของเขา แต่เขาแค่ให้คำตอบที่คลุมเครือ ไม่ได้ตอบคำถามของอธิการบดีโจวหยางซูโดยตรง
“ก็ได้ ในเมื่อเธอไม่อยากจะพูด ฉันก็จะไม่ถาม แต่สิ่งที่มหาลัยให้สัญญากับเธอจะต้องทำสำเร็จแน่!”
“ถ้าหากมีเรื่องอื่นที่เธอต้องการ ก็แค่บอกมา มหาลัยจะช่วยเธอจัดการ”
อธิการบดีโจวหยางซูโบกมือ เขาไม่ได้ถามถึงเรื่องสัตว์วิญญาณอีกต่อไป แต่เขาถามคำถามสุดท้าย
สำหรับตัวเต็งอย่างไป๋จื่ออันแล้ว มหาลัยจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ขอแค่มหาลัยทำได้ อธิการบดีโจวหยางซูก็ยินดีที่จะช่วยไป๋จื่ออัน
ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาได้ใช้ข้อตกลงให้ไป๋จื่ออันเข้าร่วมการแข่งขันระดับมหาลัย ทำให้อธิการบดีโจวหยางซูรู้สึกไม่ค่อยดี
ดังนั้นครั้งนี้อธิการบดีโจวหยางซูจึงทำตัวใจกว้าง เขาถามไป๋จื่ออันด้วยตัวเอง หวังว่าจะสามารถชดเชยได้
“ว่าแต่ผมอยากรู้เรื่องหนึ่ง ลุงลี่ที่อยู่ป้อมยามข้างล่างเป็นยังไงบ้างครับ?”
ไป๋จื่ออันถามคำถามสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าไป๋จื่ออันจะเห็นว่าลี่เทียนหยวนกำลังปกปิดความลับบางอย่างก็จริง แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะถามมากนัก
แต่ครั้งนี้ที่เขามาที่นี่ ไป๋จื่ออันพบว่าลี่เทียนหยวนดูเหมือนกับว่าจะกระตือรือร้นกับเขามากขึ้น
อยู่ดีๆ ลุงยามก็เปลี่ยนไป กลายเป็นคนที่กระตือรือร้นกับเขา มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ
บังเอิญว่าเขาไม่ค่อยได้มาที่ห้องทำงานของอธิการบดี เขาจึงถามโจวหยางซูโดยตรง
“ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้ถามถึงเรื่องของลุงลี่ล่ะ? เรื่องของเขามันค่อนข้างซับซ้อน เธออย่ายุ่งจะดีกว่า”
อธิการบดีโจวหยางซูมีสีหน้าที่จริงจัง เขามองไป๋จื่ออันก่อนจะพูด
“ยังไงครับ? เล่าให้ผมฟังหน่อยสิ”
ไป๋จื่ออันรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเมื่อได้ยินอธิการบดีโจวหยางซูพูดแบบนั้น
อธิการบดีโจวหยางซูเป็นถึงผู้ใช้สัตว์วิญญาณระดับมหากาพย์
ในสหพันธ์จิ่วโจวทั้งหมด อธิการบดีโจวหยางซูถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่ง
แต่จากคำพูดของอธิการบดีโจวหยางซูแล้ว ดูเหมือนกับว่าเรื่องของลี่เทียนหยวนจะค่อนข้างร้ายแรง ทำให้ไป๋จื่ออันรู้สึกอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น เขาอยากจะรู้เหตุผลเบื้องหลัง
แต่อธิการบดีโจวหยางซูไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เหมือนกับว่าเขาไม่อยากให้ไป๋จื่ออันรู้
“ท่านอธิการ ลืมไปแล้วเหรอครับว่าผมเป็นคนของตระกูลไป๋ในเมืองจินหลิง ถ้าหากไม่อยากจะบอกผม งั้นผมก็คงต้องใช้พลังของตระกูลตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้วล่ะครับ”
ไป๋จื่ออันใช้ไพ่ตายของเขา เขาบอกชื่อของตระกูลไป๋
ถึงแม้ว่าเรื่องของลี่เทียนหยวนจะดูลึกลับมากก็จริง แต่ตระกูลไป๋ก็เป็นถึงกองกำลังใหญ่ พวกเขามีหน่วยข่าวกรองที่ดี
การที่จะตรวจสอบเรื่องบางเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่ข้ออ้างของไป๋จื่ออัน
ถ้าหากเขาอยากจะรู้เรื่องของลี่เทียนหยวนจริงๆ เขาสามารถใช้ [เนตรหยั่งรู้] ได้รับคำตอบได้อย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาอยากจะกินเผือก เขาไม่อยากใช้ [เนตรหยั่งรู้]
ยังไงซะถ้าหากได้คำตอบโดยตรง มันก็คงจะไม่สนุก
“ก็ได้ ฉันจะเล่าให้เธอฟังคร่าวๆ แต่เธอห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดเชียว!”
“ฉันกับลุงลี่เป็นเพื่อนร่วมรบกัน เขาเคยเป็นถึงนายพลที่ประจำการอยู่ชายแดน แต่เขาดันไปมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจคนสำคัญของประเทศหนึ่ง!”
“แต่เพราะสถานการณ์ระหว่างประเทศตึงเครียด สุดท้ายพวกเขาก็เลิกรากันไป หลังจากนั้นลุงลี่ก็ลาออก...”
อธิการบดีโจวหยางซูเล่าเรื่องของลี่เทียนหยวนอย่างคร่าวๆ
ดวงตาของไป๋จื่ออันเป็นประกาย เขารู้สึกสนใจมากขึ้น
ไม่คิดเลยว่าลุงยามจะมีภูมิหลังแบบนี้
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัญหาความรักของลุงยามกลับเกี่ยวข้องกับกองกำลังต่างชาติ
กองกำลังต่างชาติ เป็นสิ่งที่ไป๋จื่ออันไม่เคยได้ยินมาก่อน
ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าไป๋จื่ออันจะมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันก็จริง
แต่เพราะภูมิหลังที่พิเศษ ไป๋จื่ออันจึงไม่ได้ติดต่อกับชาวต่างชาติ
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกอยากรู้เกี่ยวกับความต่างระหว่างต่างประเทศในโลกผู้ใช้สัตว์วิญญาณกับต่างประเทศในโลกก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากสหพันธ์จิ่วโจวจะมีสัตว์วิญญาณสุดพิเศษอะไรบ้าง
สำหรับไป๋จื่ออันแล้ว เขารู้สึกสนใจสัตว์วิญญาณต่างชาติมากกว่าเรื่องซุบซิบของลุงยาม
“เอาล่ะ เธอคงจะรู้แล้ว ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด!”
“และเธอห้ามเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เด็ดขาด! ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างประเทศ!”
อธิการบดีโจวหยางซูรีบเตือนไป๋จื่ออันเมื่อเห็นดวงตาที่เป็นประกายของไป๋จื่ออัน
สาเหตุที่เขาไม่บอกไป๋จื่ออัน เป็นเพราะเขากังวลว่ามันจะทำให้ไป๋จื่ออันรู้สึกอยากรู้อยากเห็น อยากจะติดต่อกับโลกภายนอก
แต่สำหรับไป๋จื่ออันแล้ว การทำแบบนั้นไม่เหมาะสม
นี่คือสาเหตุที่ทำให้อธิการบดีโจวหยางซูไม่อยากจะบอกไป๋จื่ออัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนกับว่าไป๋จื่ออันจะสนใจจริงๆ