เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 คุณท้องเหรอ?!

บทที่ 28 คุณท้องเหรอ?!

บทที่ 28 คุณท้องเหรอ?!


บทที่ 28 คุณท้องเหรอ?!

“แปลกเหรอ” เจียงซู่เจินเปิดประตู “ที่นี่สูง ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะกัดเซาะ แถมยังระบายอากาศได้ดี อุ่นในฤดูหนาว เย็นในฤดูร้อน ยุงก็น้อยอีก”

มุมปากของหลินอันหย่ากระตุก ก่อนหน้านี้เคยได้ยินคนพูดเรื่องแบบนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าจะมีคนสามารถอาศัยอยู่ในที่แบบนี้ได้จริงๆ

เธอเดินตามเจียงซู่เจินเข้าไปในกระท่อม เจียงซู่เจินคลำหาโคมไฟตั้งโต๊ะจากบ้านที่มืดมิดอย่างชำนาญ

ภายใต้แสงไฟ ปรากฎภาพพื้นที่ภายในบ้านที่คับแคบ จำกัด รองรับได้แค่เตียงเดี่ยว แผ่นรองนอนบนเตียงสะอาดเป็นระเบียบ ที่หัวเตียงยังมีหนังสืออยู่สองสามเล่ม

และข้างเตียงก็วางโต๊ะไม้เล็กๆ ที่ขาหักและรองด้วยอิฐ พื้นผิวโต๊ะขรุขระไม่เรียบ มีรอยขีดข่วนมากมาย

บนนั้นวางชามเคลือบที่บิ่น หวีพลาสติกที่ฟันหัก และผ้าอนามัยสองสามแผ่น ในชามเคลือบวางแปรงสีฟันและยาสีฟัน

และที่มุมบ้าน ก็วางหม้อเหล็กที่รมควันจนดำ ภายในวางชามกระเบื้องสามใบ

"แบตเตอรี่เหลือน้อย ต้องรีบทายาหน่อยนะ"

เจียงซู่เจินหยิบไอโอดีนจากลิ้นชักโต๊ะไม้ ดึงหลินอันหย่ามานั่งบนเตียง

เธอยกขาเรียวยาวของหลินอันหย่ามาวางบนตักตัวเอง หยิบขวดน้ำจากพื้น เปิดฝาขวด ล้างแผล

หลังจากล้างแผลเสร็จ เจียงซู่เจินก็ยื่นขวดน้ำมาให้ พูดว่า "น้ำกรอง ดื่มได้"

หลินอันหย่าพยักหน้ารับมา เจียงซู่เจินช่วยเธอทาไอโอดีน

หลินอันหย่าสัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านเหมือนเม็ดทรายจากมือใหญ่ของคนที่อยู่ตรงหน้า ในใจก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าอกที่ใหญ่เกินจริงของเจียงซู่เจิน หลินอันหย่าคงคิดว่าเธอเป็นผู้ชายไปแล้ว

หลังจากทายาเสร็จ เจียงซู่เจินก็ถามขึ้นว่า "เธอหิวหรือเปล่า?"

เมื่อหลินอันหย่าได้ยินก็พยักหน้าด้วยความเขินอาย เธอไม่ได้กินอะไรมาเกือบทั้งวันแล้ว

เจียงซู่เจินลุกขึ้นเปิดหม้อดำที่มุมห้อง เอาผักเขียว วุ้นปลา และข้าวเค็มออกมา

หลินอันหย่ากลืนน้ำลาย พยักหน้ารับมาแล้วก็เริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม แต่เมื่อกินไปได้ครึ่งหนึ่งก็หยุด "คุณ...กินแล้วเหรอ"

"ฉันกินแล้ว เธอกินเร็วๆ หน่อยเถอะ เดี๋ยวต้องดับไฟแล้ว"

"อื้ม"

หลังจากกินข้าวเสร็จ หลินอันหย่าก็ทำท่าลังเล "ขอ...ขอพักที่นี่อีกสองวันได้ไหม ฉันไม่มีที่ไปจริงๆ พวกนั้นต้องจับฉันแน่"

"ฉันยังมีเงินเก็บอยู่ ถ้าได้พักสักสองวันแล้ว ฉันจะเอาเงินออกมาให้คุณทั้งหมดเลย"

เจียงซู่เจินพยักหน้า "อยากอยู่ก็อยู่"

เมื่อพูดจบ เจียงซู่เจินก็ดับไฟ รอบๆ มืดมิด หลินอันหย่าก็นั่งลงที่ขอบเตียงอย่างกระสับกระส่าย

"เธอนั่งทำอะไร" เจียงซู่เจินถามด้วยความสงสัย

หลินอันหย่าอธิบายว่า "ที่มันเล็ก ฉันกลัวว่าจะเบียดคุณ ฉันนั่งก็หลับ..ว้าย"

ขณะที่หลินอันหย่าพูด เธอก็รู้สึกว่ามีคนโอบเอวแล้วกดเธอลงบนเตียง ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา

เจียงซู่เจินไม่เข้าใจ "เธอร้องอะไร"

"เอ่อ แค่ตกใจนิดหน่อย"

"อืม ที่มันเล็ก อย่าขยับแล้วกัน"

หลินอันหย่าถูกเจียงซู่เจินกอดไว้ในอ้อมแขน เธอสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนราวกับลูกไฟที่อยู่ด้านหลัง สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่พ่นรดต้นคอ ในใจก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาดมากขึ้นไปอีก

เธอเป็นทอมหรือเปล่าเนี่ย น่ากลัว...

"ทำไมคนของหลงซิงฮุ่ยถึงมาจับคุณล่ะ"

คำถามที่จู่ๆ เจียงซู่เจินถามออกมา ทำให้หลินอันหย่าได้สติกลับคืนมา

เจียงซู่เจินช่วยเธอ แถมยังซ้อมคนของหลงซิงฮุ่ยอีกด้วย แน่นอนว่าเธอคงไม่ได้อยู่ข้างพวกเขา บอกเธอไปก็ไม่เสียหายอะไร

“แฟนฉันถูกเจิ้งจื่อหาวลูกชายของประธานหลงซิงฮุ่ยขับรถชนตาย มีการประกาศต่อภายนอกว่าเป็นคนเมายา แต่ฉันมีหลักฐานว่าเขามีเจตนาฆ่า พวกเขาถึงได้มาตามล่าฉัน”

เจียงซู่เจินถามอีกครั้งว่า "คุณไม่ได้มอบหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเหรอ"

"ยังไม่ถึงเวลา" หลินอันหย่าส่ายหน้า

เจียงซู่เจินขมวดคิ้ว "เธออยากจะขู่กรรโชกตระกูลเจิ้งหรอ"

“ไม่ ฉันไม่ได้อยากทำอะไรแบบนั้น!” หลินอันหย่าที่ได้ยินก็ลุกขึ้นยืนทันที “ฉันเกลียดคนในตระกูลเจิ้งจนอยากให้ตายไปให้หมด!”

"ขอโทษด้วย..." เจียงซู่เจินเงียบไปนาน แล้วค่อยๆ พูด "แฟนของคุณ...เป็นสายลับเหรอ"

ร่างของหลินอันหย่าแข็งทื่อขึ้นมาทันที น้ำเสียงยากที่จะเชื่อ "คุณเดาได้ยังไง"

"สัญชาตญาณน่ะ คุณถูกหลงซิงฮุ่ยตามล่า ไม่ยอมประนีประนอมเอาหลักฐานไปมอบให้หลงซิงฮุ่ย แล้วก็ไม่เอาหลักฐานไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความคุ้มครองด้วย"

"แน่นอนว่าก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่เธอจะรู้สึกว่าหลักฐานในมือไม่เพียงพอที่จะแก้แค้น ฉันแค่เดาความเป็นไปได้อย่างอื่นก็เท่านั้น"

"แฟนของคุณไม่ได้ให้วิธีการติดต่อกับผู้บังคับบัญชาของเขากับคุณเหรอ"

หลินอันหย่าส่ายหน้า เจียงซู่เจินพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า "นี่แหละผู้ชาย ภารกิจสำคัญกว่าผู้หญิงของตัวเองเสมอ"

"ไม่ใช่ เขาแค่ไม่อยากให้ฉันเข้ามาเกี่ยวข้อง" หลินอันหย่ารีบแก้ตัว

"ที่เธอพูดออกมา ตัวเธอเองเชื่อเหรอ เขาไม่ได้ไว้วางใจเธอเลยต่างหาก"

"งานสายลับมีความเสี่ยงสูง ถ้าเขารักเธอจริงๆ เขาจะต้องบอกวิธีการติดต่อกับผู้บังคับบัญชาให้เธอ"

"เพื่อให้เธอสามารถขอความช่วยเหลือได้ในเวลาอันตราย ให้เธอสามารถมอบหลักฐานอย่างปลอดภัย จากนั้นก็รับการคุ้มครอง เอาเงินก้อนโตไปใช้ชีวิตอย่างสบายๆ"

"พอแล้ว! พอแล้ว อย่าพูดอีกเลยนะ" หลินอันหย่ากัดริมฝีปากล่าง ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

เจียงซู่เจินถอนหายใจ "มอบหลักฐานออกไปเถอะ ไม่ว่าจะเป็นให้ฝ่ายไหน เธอก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้"

"ไม่" ดวงตาของหลินอันหย่าคลอด้วยน้ำตา ร่างกายสั่นเทามากยิ่งขึ้น

"ฉันไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติมาตั้งนานแล้ว เขาคือที่พึ่งเดียวของฉันบนโลกใบนี้"

"ตอนนี้ ที่ฉันมีชีวิตอยู่ก็เพื่อแก้แค้น! เรื่องหลักฐานฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว"

"แล้วถ้าวันตัดสินคดี กฎหมายไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ฉัน งั้นฉันจะส่งเขาไปลงนรกด้วยมือของตัวเอง!"

เจียงซู่เจินลูบผมของหลินอันหย่าอย่างเบามือ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "อย่าทำเรื่องโง่ๆ เลย หลังจากนี้เธอมาอยู่กับฉันเถอะ"

หลินอันหย่าที่ได้ยินคำแนะนำของเจียงซู่เจิน อารมณ์ของเธอก็พังทลายลงมาทันที ริมฝีปากของเธอสั่นเทา "ไม่ทันแล้ว...ไม่ทันแล้ว..."

"ทัน เชื่อฉันสิ" เจียงซู่เจินโอบเอวของหลินอันหย่า ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

หลินอันหย่าส่ายหัว กลั้นน้ำตาที่ไหลออกมา จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก "ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ฉันตัดสินใจแล้ว"

เจียงซู่เจินถอนหายใจ กุมมือของหลินอันหย่า รู้ถึงความตั้งใจของเธอ เธอไม่อยากจะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว..

แต่ทว่า.. สัมผัสที่ส่งมาจากปลายนิ้วของเธอกลับทำให้เจียงซู่เจินตกใจ

“เธอ…ท้องเหรอ”

......

สองวันต่อมา ซูโมตื่นนอนแต่เช้า นั่งอยู่ข้างเตียง มองกล่องไม้สีแดงที่วางอยู่บนหัวเตียง และถอนหายใจ

วันนี้คือวันที่ศาลจะตัดสินคดีของเจิ้งจื่อหาว

เพราะสัญญาไว้กับหลินอันหย่าว่าจะเปิดกล่องไม้หลังจากที่มีการตัดสินคดี ซูโมก็เลยไม่ได้เปิดมาตลอด ก่อนที่จะเป็นมือสังหาร เขาก็ยังมีจรรยาบรรณวิชาชีพอยู่

เพียงแต่วันนี้ ในใจของเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นตลอดเวลา เขารู้สึกเหมือนว่าจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น

หรือว่าหลัวไป๋ซวงจะคิดแผนการอะไรพิเรนทร์ๆ มาแกล้งเขาอีกรึเปล่า..

ซูโมดูเวลา แล้วก็เตรียมตัวออกเดินทาง เขาไม่อยากวางกล่องไม้ไว้ที่บ้าน จึงเก็บมันใส่กระเป๋าไปด้วย

ตามที่ตกลงกันไว้ ซูโมมาถึงลานน้ำพุที่อยู่ใกล้ๆ

ในขณะนั้น ที่ใต้รูปปั้นน้ำพุ ผู้คนพลุกพล่าน เสียงดังหนวกหู

"แม่คะ! มีนางฟ้าด้วยแหละค่ะ~" เสียงเรียกที่สดใสและอ่อนเยาว์ดังขึ้น

ซูโมมองตามเสียงไปด้วยความสงสัย และสายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตาคู่สวย

"ซูโม ฉันอยู่นี่!"

ซูโมเบิกตากว้าง นั่นมันยัยนักเลงนี่!?

จบบทที่ บทที่ 28 คุณท้องเหรอ?!

คัดลอกลิงก์แล้ว