- หน้าแรก
- คู่นัดบอดของผมเป็นลูกสาวมาเฟีย
- บทที่ 9 สาวพลังช้าง ซูมูมู่
บทที่ 9 สาวพลังช้าง ซูมูมู่
บทที่ 9 สาวพลังช้าง ซูมูมู่
บทที่ 9 สาวพลังช้าง ซูมูมู่
"ครับ ได้ครับ ผมจะไปตรงเวลาครับ"
ซูโมวางสายโทรศัพท์แล้วทำสีหน้าแปลกๆ
หลังจากที่เขาตื่นนอน จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์โทรมาบอกว่าต้องการให้เขาไปสัมภาษณ์งานตอนห้าโมงเย็น
อีกฝ่ายทำธุรกิจ KTV ในสถานบันเทิงยามค่ำคืน ชื่อ ไคเซอร์พาเลซ
*** KTV (Karaoke Television) เป็นที่รู้จักกันในสถานที่สำหรับให้ความบันเทิง แต่ในบางที่อาจมีมากกว่าความเป็น KTV ที่รู้จักกัน เพราะนอกจากจะให้บริการเปิดห้องให้ลูกค้าเข้าร้องเพลงคาราโอเกะแล้ว อาจจะยังมีสาวๆ คอยให้บริการด้านต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ยาเสพติด จนถึงขั้นให้บริการทางเพศหรือค้าประเวณี… แค่ในบางที่น่ะนะ ***
เดิมทีซูโมตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ก็ห้ามใจไม่ได้จากการที่อีกฝ่ายให้ข้อเสนอที่เย้ายวนเกินไป
เงินเดือนพื้นฐานหนึ่งหมื่น หยุดหนึ่งวันต่อสัปดาห์ ทำงานตั้งแต่สองทุ่มถึงตีสอง
ซูโมถึงขั้นสงสัยว่าเขาจะต้องไปนั่งดริ๊งค์ด้วยรึเปล่า แต่อีกฝ่ายก็บอกอย่างชัดเจนว่านี่เป็นแค่เงินเดือนของพนักงานเสิร์ฟเท่านั้น
การเป็นพนักงานเสิร์ฟยังได้เงินเดือนสูงกว่าตอนที่เขาฝึกงานอยู่ที่สำนักงานกฎหมายเสียอีก นี่มันเกินไปแล้ว
เมื่อก่อนที่ซูโมโดนไล่ออกจากสำนักงานกฎหมาย ไม่ใช่เพราะปัญหาเรื่องความสามารถในการทำงานของเขา แต่เป็นเพราะลูกค้ารายใหญ่ของสำนักงานกฎหมายไปดูดวงแล้วบอกว่ามีปีศาจร้ายเกาะติดตัวเขา
พูดให้เจาะจงก็คือ เป็นซูหมิงพี่ชายของซูโมนั่นเอง
ซูหมิงเป็นผู้พิพากษา ซึ่งบังเอิญรับผิดชอบคดีอาญาคดีหนึ่งของลูกชายลูกค้ารายใหญ่
พวกเขาหวังว่าซูหมิงจะช่วยเหลือเป็นพิเศษในการพิจารณาคดี ไม่ขอให้พ้นผิด แค่ขอให้รอลงอาญา
ด้านลูกค้ารายใหญ่คนนั้นและสำนักงานกฎหมายแสดงความจริงใจอย่างเต็มที่ ทั้งเงินสดห้าแสนและโอกาสที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ หรือแม้กระทั่งทนายที่ประสานงานกับลูกค้ารายใหญ่หลังจากนี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นซูโมได้
แต่ซูโมรู้ดีว่าพี่ชายของเขาเป็นคนแบบไหน เขาซื่อตรงเสียยิ่งกว่าหุ่นยนต์เสียอีก หุ่นยนต์ยังมีคำว่าคนอยู่บ้าง แต่พี่ชายของเขาไม่มีเลย
พวกเขามีคดีอาญา แต่จะให้เขาไปพูดขอความเห็นใจจากซูหมิงงั้นหรอ ไม่มีทางได้ผลหรอก
ต่อมาเมื่อลูกค้ารายใหญ่และสำนักงานกฎหมายเห็นว่าไม่อ่อนของพวกเขานั้นไม่ได้ผล พวกเขาก็เลยใช้ไม้แข็ง เอาเรื่องงานและบันทึกการฝึกงานมาข่มขู่ซูโม
อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นสังคมที่ศิวิไลซ์ ซูโมคงไม่สามารถทำเหมือนชาติก่อนโดยการยัดระเบิดมือเข้าไปในปากคนอื่นได้หรอกมั้ง
ต่อมา ซูโมก็โดนไล่ออก หนำซ้ำสำนักงานกฎหมายยังใส่ร้ายป้ายสีซูโมอย่างบ้าคลั่งในบันทึกการฝึกงาน
ทำให้เขาหางานใหม่ไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถเอาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกพี่ชายของเขา เขายังคงโกหกอยู่ว่าตัวเองยังทำงานอยู่ที่สำนักงานกฎหมาย
ซูโมนอนอยู่บนเตียง มองเพดาน โดยปกติแล้วในเวลานี้ เสี่ยวชุนจะนอนอยู่บนท้องของเขา
เมื่อเสี่ยวชุนจากไป ในใจของซูโมก็รู้สึกโหวงๆ ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
อยู่คนเดียว...มันเหงาจริงๆ
"ก๊อกๆ!"
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ซูโมขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครมาหาเขาในเวลานี้กัน
"ใครหรอ"
"พี่สอง! หนูเอง! รีบเอาแมวพี่มาให้ไวเลย! เหมียวๆๆๆ!"
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ มุมปากของซูโมก็กระตุก มันเป็นเสียงของ-ซูมูมู่ น้องสาวคนเล็กของเขานั่นเอง
เมื่อวานเพิ่งจะส่งตัวป่วนคนหนึ่งไป วันนี้ก็มีมาอีกคน
จริงๆ แล้วอยู่คนเดียวมันดีอยู่แล้ว
ซูโมตะโกนไปที่ประตู "พี่เธอไม่อยู่บ้าน ไว้ค่อยมาใหม่แล้วกัน"
"พี่สอง รีบเปิดประตูนะ! เพื่อนร่วมชั้นของหนูก็อยู่ด้วยนะ อย่าบังคับให้หนูต้องออกโรงนะ!"
อารมณ์ร้ายแบบนี้เหมือนกับแม่ไม่มีผิด ซูโมทำอะไรไม่ได้ เขาได้แต่ลุกขึ้นไปเปิดประตู
ซูมูมู่ที่สวมชุดมาสคอตปิกาจูสีเหลืองกระโดดไปมาอยู่หน้าประตู เธอทำท่าทางเหมือนอยากจะเตะประตูให้พัง แต่เมื่อประตูเปิดออกมา เธอก็เลยดูผิดหวังเล็กน้อย
สายตาของซูโมมองไปยังผู้หญิงอีกคนที่อยู่หน้าประตู ผู้หญิงคนนั้นสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียว สวมแว่นตา ท่าทางเรียบร้อยสง่างาม
ซูโมทักทายว่า "สวัสดี เพื่อนร่วมชั้นของมูมู่หรอ พี่ชื่อซูโมนะ เป็นพี่ชายของยัยเด็กคนนี้"
หญิงสาวโค้งคำนับทักทายกลับว่า "สวัสดีค่ะ หนูชื่อเจียงเหยียนซิ่ว เพื่อนร่วมชั้นของซูมูมู่ค่ะ"
หลังจากที่ซูโมทักทายกับเจียงเหยียนซิ่วแล้ว เขาก็พูดกับซูมูมู่ว่า "แมวฉันยกให้คนอื่นไปแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็รีบกลับไปทำการบ้านไป๊!"
เมื่อซูมูมู่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง เธอพูดอย่างโกรธเคืองว่า "พี่สอง พี่ทำไมถึงใจร้ายแบบนี้! แมวมันน่ารักขนาดนั้นพี่จะยกให้คนอื่นได้ยังไง!"
"ทำไมไม่บอกหนูก่อนที่จะยกให้คนอื่น! ถ้าหนูอยากเลี้ยงขึ้นมาล่ะ! พี่สองพี่ละเมิดสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรของหนู! พี่ต้องชดใช้แมวให้หนู!"
เมื่อพูดจบ ซูมูมู่ก็พุ่งเข้ามา แล้วก็ชกไปที่หน้าอกของซูโมด้วยความโกรธ
ซูโมเอามือยันหัวของซูมูมู่ไว้แล้วพูดว่า "กฎหมายไม่ได้มีบทบัญญัติเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงก่อน"
"ในฐานะที่แมวเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน ตามกฎหมายฉันมีสิทธิ์ที่จะจัดการมัน"
"ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายและไม่มีข้อตกลงกับผู้อื่น"
"ฉันมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองว่าจะให้แมวเป็นของใครและจะจัดการกับมันอย่างไร แล้วก็ไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องแจ้งให้น้องทราบล่วงหน้า"
"แล้วแมวกับการเลี้ยงดูบุตรมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันด้วย"
ซูมูมู่ที่ได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าโกรธ "ไปตายซะ! พี่สองหุ่นยนต์!"
ซูมูมู่ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เตะกลับหลังไปที่หว่างขาของซูโม
รูม่านตาของซูโมหดเล็กลงในทันที น้องสาวคนนี้หัวรุนแรงเกินไปแล้ว! เขาบิดเอวในทันทีและหลบหลีกการเตะที่รุนแรงนี้
เมื่อเห็นว่าเตะพลาด ซูมูมู่ก็เตะต่ออีกหลายครั้ง ทุกท่าพุ่งเป้าไปที่ส่วนล่างของซูโม
ซูโมปวดหัวมาก ท่าพวกนี้เขาเป็นคนสอนเธอเอง ตอนเด็กๆ เธอบอกว่าจะไปเรียนศิลปะการต่อสู้ที่วัดเส้าหลิน แถมยังจริงจังจนถึงขั้นโกนหัวตัวเองอีกด้วย
ซูโมเลยจำใจต้องสอนท่าที่ต่ำช้าให้เธอ "เตะตัดตอน" หรือ "เตะทำลายกล่องดวงใจ" อะไรพวกนั้น
แต่ตอนนี้เขากลับกำลังโดนทดสอบกับร่างกายของตัวเอง มันคือวงเวียนแห่งกรรมชัดๆ ใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้น
ซูโมถอยหลัง ทำเป็นเปิดช่องโหว่ให้ และซูมูมู่ก็ติดกับในทันที
เธอถูกซูโมจับข้อเท้าไว้จากการเตะสูง
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ซูมูมู่ก็รีบขอความเมตตา "พี่สอง หนูผิดไปแล้ว ปล่อยนะ! ปล่อย!"
ซูโมหัวเราะออกมา เขาดึงผ้าขนหนูที่อยู่ข้างๆ มา แล้วเอาไปผูกกับราวแขวนเสื้อ
"พี่สอง หนูผิดไปแล้วจริงๆ หนูเมื่อยแล้ว! เมื่อยขาจะตายแล้ว!" ร่างกายของซูมูมู่สั่นคลอน จุดศูนย์ถ่วงเริ่มไม่มั่นคง
ด้านเจียงเหยียนซิ่วรีบเข้ามาช่วยประคองร่างกายที่ไม่มั่นคงของซูมูมู่แล้วขอความเมตตาแทนซูมูมู่ว่า "ปล่อยมูมู่เถอะนะคะ พี่ซูโม"
เมื่อเห็นว่ามีคนมาขอความเมตตาให้ ซูโมก็ทำสีหน้าช่วยไม่ได้
"ก็ได้ แต่ซูมูมู่ ถ้าเธอยังอาละวาดอีกล่ะก็ ฉันจะเอารูปตอนเธอโกนหัวตอนเด็กๆ มาประจาน!"
"พี่สองพี่กล้าเหรอ!" เมื่อซูมูมู่ได้ยินดังนั้นก็รีบขู่เสียงดัง
หลังจากที่เจียงเหยียนซิ่วช่วยซูมูมู่แล้ว เธอก็หันสายตามาที่ซูโม แล้วถามด้วยความสงสัยว่า "หนูได้ยินจากมูมู่ว่าฝีมือของเธอมาจากพี่เป็นคนสอน"
"อะไรคือฝีมือ พวกเธอคงดูหนังจีนมากไปแล้วมั้ง ฉันก็แค่สอนท่าต่อสู้ข้างถนนที่ต่ำช้าไปนิดหน่อยเอง" ซูโมส่ายหน้าตอบ
เจียงเหยียนซิ่วมองไปที่ซูมูมู่ ยิ้มว่า "จริงเหรอ แต่มูมู่เก่งมากจริงๆ นะคะ เธอชนะหัวหน้าชมรมยูโดในโรงเรียนได้ด้วย"
เมื่อซูโมได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว "มูมู่ เธอไปต่อสู้กับคนอื่นมาเหรอ ผู้ชายหรือผู้หญิง"
ซูมูมู่เท้าสะเอว เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจว่า "อีกฝ่ายสูงตั้ง 180 เซน หนักตั้ง 100 กว่ากิโล แถมยังเคยได้รับรางวัลระดับจังหวัดมาแล้วด้วย แต่หนูแค่เตะซ้ายทีขวาทีก็ล้มแล้ว!"
"นี่ เธอไปสู้กับผู้ชาย ไม่กลัวว่าเขาจะเอาเปรียบเธอเหรอ!" ซูโมมองซูมูมู่ด้วยสายตาขวาง แล้วพูดอย่างโกรธเคือง
"ใครใช้ให้เขามายุ่งกับซิ่วซิ่วล่ะ มันดันมาทำตัวเป็นนักเลงในโรงเรียนต่อหน้าหนูเองนี่นา"
ซูมูมู่ทำท่าทางอย่างภาคภูมิใจ สองมือทำท่าทางที่เลียนแบบมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วพูดต่อว่า
"ตอนนั้นเขายังอยากจะแอบทำร้ายหนูด้วย หนูก็เลยใช้ท่าไม้ตายไปเลย ตอนนี้คงดูแลตัวเองไม่ได้แล้วมั้ง ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะมาเอาเปรียบหนูหรอกน่า"
ซูโมต้องยอมรับว่าน้องสาวของเขาคนนี้ก็มีพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้อยู่บ้าง
ถึงแม้ว่าผู้หญิงผู้ชายจะมีความแตกต่างกันในด้านพละกำลัง แต่น้องสาวของเขามีพละกำลังมหาศาลมาตั้งแต่เด็ก การตอบสนอง ความเร็ว การระเบิดพลัง หรือแม้แต่ความยืดหยุ่นของร่างกายก็ยังดีกว่าคนทั่วไปมาก
ในชาติก่อน ซูโมเคยเจอกับมนุษย์ที่มีสมรรถภาพทางร่างกายที่น่าสะพรึงกลัว แทบจะเรียกว่าเป็นสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์ได้เลย
มีสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์คนหนึ่งถึงกับสามารถหลบกระสุนปืนพกของซูโมได้ต่อหน้าต่อตา!
แต่ยังดี ตอนนั้นซูโมพกปืนกลไปด้วย เลยยิงกราดใส่เขาจนตาย
วิทยาศาสตร์ทำให้ความแตกต่างของพรสวรรค์หายไป
น้องสาวของเขายังห่างชั้นจากสัตว์ประหลาดพวกนั้นมาก แต่ด้วยกลเม็ดที่เล็งไปที่จุดอ่อน จึงมีผู้ชายไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะเธอได้
ด้านเจียงเหยียนซิ่วที่นิ่งไปสักพักก็ทำสีหน้าลังเล แล้วก็ถามอย่างระมัดระวังขึ้นมาว่า "พี่ซูโม ช่วยหนูหน่อยได้ไหมคะ"
"หือ ช่วยอะไรหรอ"