- หน้าแรก
- เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ มีน้องเมียเป็นสายเปย์
- บทที่ 13 - เจียงชิงเกอ เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่งั้นหรือ? หมดอารมณ์ชะมัด (ทดลองอ่าน ขอร้องให้ติดตาม)
บทที่ 13 - เจียงชิงเกอ เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่งั้นหรือ? หมดอารมณ์ชะมัด (ทดลองอ่าน ขอร้องให้ติดตาม)
บทที่ 13 - เจียงชิงเกอ เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่งั้นหรือ? หมดอารมณ์ชะมัด (ทดลองอ่าน ขอร้องให้ติดตาม)
บทที่ 13 - เจียงชิงเกอ เทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่งั้นหรือ? หมดอารมณ์ชะมัด (ทดลองอ่าน ขอร้องให้ติดตาม)
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
ลู่เย่เดินกลับเข้าเรือนไปพลางส่ายหน้า
ในเมื่ออยากจะขอโทษ แต่กลับยังมีท่าทีจองหองพองขนอยู่เหนือกว่าซะขนาดนั้น
แถมยังพูดอีกว่า ข้าสามารถให้โอกาสเจ้าได้
สมองเขาไม่ได้มีปัญหาเสียหน่อย
ระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงครึ่งปี เขาก็ทะลวงขึ้นมาถึงขั้นโฮ่วเทียนระดับสองแล้ว อีกไม่นาน ขั้นเซียนเทียนก็อยู่แค่เอื้อม
สมองมีปัญหาเท่านั้นแหละถึงไปเป็นลูกไล่ต้อยๆ ตามผู้หญิง
คนพวกนั้นแค่ได้ลูบมือทีเดียว คงจะตื่นเต้นไปตั้งครึ่งค่อนวันกระมัง
ณ ทางเข้าเขตเรือนใน
เจียงชิงเกอยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก
"เขา... เขาพูดว่าอะไรนะ?!"
ไม่ได้กินยาก็ให้ไป... กินยางั้นหรือ?
เจียงชิงเกอไม่ได้โง่ นางเข้าใจได้ในทันที นี่มันด่าชัดๆ ว่านางมีปัญหาน่ะสิ!
คำพูดของลู่เย่ ทำให้หน้าอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
เจียงชิงเกอนึกไม่ถึงเลยว่า ลู่เย่จะด่าคนได้... น่าโมโหขนาดนี้!
นางต้องรวบรวมความกล้ามากมายขนาดไหน กว่าจะเอ่ยประโยคนั้นออกมาได้
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า ลู่เย่จะไม่เห็นค่าแม้แต่น้อย!
เขา... ไม่ได้สนใจโอกาสที่นางหยิบยื่นให้เลยสักนิด
ใบหน้าของเจียงชิงเกอค่อยๆ เย็นชาลง นางเองก็มีอารมณ์โกรธเหมือนกันนะ
ในเมื่อไม่ยอมรับโอกาสนี้ งั้นวันข้างหน้าก็อย่ามาเสียใจก็แล้วกัน!
กะอีแค่ขั้นรวมปราณระดับสูง ตระกูลเจียงของนางมีถมเถไป
หัวใจของเจียงชิงเกอที่เพิ่งจะคลายความแข็งกร้าวลงมาได้เพียงเล็กน้อย ก็ถูกการกระทำของลู่เย่ปิดผนึกไปอย่างสิ้นเชิงราวกับโดนโคลนถล่มทับ!
ภายในห้องอันมืดมิดแห่งหนึ่ง
เจียงอวิ๋นยืนอยู่กลางห้องพร้อมกับรอยยิ้มประจบประแจง
ตรงข้ามกับเจียงอวิ๋น มีชายชุดดำผู้หนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าปิดหน้าสีดำ
"คุณชายเจียง ข้อมูลที่ท่านให้มาผิดพลาดไปหมด ทำให้การประเมินเป้าหมายของพวกเราคลาดเคลื่อนไป"
ชายชุดดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เรื่องนี้ ส่งผลให้หอหวงเฉวียนของพวกเราต้องสูญเสียนักฆ่าป้ายเหล็กไปหนึ่งคน คุณชายเจียงคิดจะ... อธิบายเรื่องนี้อย่างไร?"
เจียงอวิ๋นยิ้มแหย "ผู้ดูแลสิบสาม ครั้งนี้ข้าผิดเอง ข้าชดใช้ให้ ข้าจะเพิ่มเงินให้อีกร้อยตำลึงเลย"
ชายชุดดำแค่นเสียงเย็นชา กล่าวว่า "หึ! หรือคุณชายเจียงคิดว่า ชีวิตของนักฆ่าป้ายเหล็กหนึ่งคน จะสามารถประเมินค่าด้วยเงินเพียงร้อยตำลึงได้งั้นหรือ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้าง เจียงอวิ๋นยิ้มขื่น "ถ้าเช่นนั้น... ผู้ดูแลสิบสามมีวิธีแก้ไขอย่างไรหรือ?"
"ต้องเป็นสองร้อยตำลึง" ชายชุดดำกล่าวเสียงเข้ม
เจียงอวิ๋นที่เดิมทีคิดว่าจะต้องเลือดตกยางออกครั้งใหญ่ พอได้ยินดังนั้นก็ดีใจขึ้นมาทันที "ไม่มีปัญหา! เพียงแต่... หลังจากนี้คงต้องรบกวนให้ผู้ดูแลสิบสามส่งคนไปสานต่องานให้สำเร็จด้วย"
ชายชุดดำโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องบอกหรอก หอหวงเฉวียนของพวกเราก่อตั้งมานับพันปี ยังไม่เคยมีประวัติทำงานระดับล่างล้มเหลวมาก่อนเลย"
"หากทำไม่สำเร็จ ก็ถือเป็นความอัปยศของหอหวงเฉวียน!"
"ในเมื่อเป้าหมายมีฝีมือระดับรวมปราณขั้นสูง คราวหน้า ข้าจะส่งนักฆ่าป้ายเงินขั้นโฮ่วเทียนไปจัดการตัดไฟแต่ต้นลมเลย!"
ขั้นโฮ่วเทียนรึ?!
เมื่อเจียงอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็เกิดความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งทันที
ช่องว่างระหว่างขั้นรวมปราณกับขั้นโฮ่วเทียนนั้น กว้างใหญ่ราวกับหุบเหวลึก!
เจ้าลู่เย่นั่น อย่างมากก็แค่ขั้นรวมปราณระดับเจ็ดหรือแปด เขาจะเอาอะไรไปสู้กับการลอบสังหารจากยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียนที่แท้จริงได้?
สมกับเป็นหอหวงเฉวียน องค์กรนักฆ่าที่โด่งดังที่สุดในราชวงศ์ต้าจิ่งจริงๆ
ทำงานได้น่าเชื่อถือมาก!
คราวนี้ ขอเพียงสบโอกาส ดูสิว่าพวกเจ้าจะหนีรอดไปได้อย่างไร!
เจียงอวิ๋นหัวเราะเยาะอยู่ในใจอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อกลับมาถึงเรือน ลู่เย่ก็รีบล้วงเอาถุงเงินของนักฆ่าออกมาดูทันที
"เป็นนักฆ่านี่ รวยใช้ได้เลยนะ"
ลู่เย่มองดูเงินประมาณสามสี่สิบตำลึงในนั้น พลางยิ้มบางๆ
หาเงินมาสมทบอีกนิดหน่อย ก็จะสามารถสุ่มจับพรสวรรค์แบบเจาะจงหมวดกายาได้อีกครั้งแล้ว!
"เมื่อกี้ ผู้หญิงที่ชื่อเจียงชิงเกอนั่น ดูเหมือนจะจงใจทำดีด้วย..."
ลู่เย่ครุ่นคิดว่า เมื่อครู่นี้เขาสมควรจะฉวยโอกาส ยืมเงินนางมาสักร้อยตำลึงก่อนดีหรือไม่
แล้วหลังจากนั้นค่อยบอกว่านางลืมกินยา?
แต่ทว่า ทำแบบนั้นเจียงชิงเกอคงจะระเบิดอารมณ์ออกมาตรงนั้นแน่ๆ
ลู่เย่ส่ายหน้า เงินน่ะค่อยๆ หาไปก็ได้ ส่วนเจียงชิงเกอนั้น เขาไม่อยากจะเข้าไปพัวพันด้วยจริงๆ
การที่คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงถูกลอบทำร้ายอยู่ข้างนอก ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อย่างแน่นอน
วันรุ่งขึ้น หลังจากที่เจียงเหลียนซานทราบข่าวนี้ เขาก็โกรธจัดและสั่งให้สืบสวนเรื่องนี้ในทันที
ทว่า เมื่อหน่วยข่าวกรองของตระกูลเจียงสืบพบเบาะแสบางอย่าง พอเจียงเหลียนซานรู้ข่าว เขากลับต้องเงียบเสียงลง
ภายในห้องโถงใหญ่
เจียงเหลียนซานมองดูเจียงชิงเกอที่มีสีหน้าเย็นชา เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา
การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งก่อน ก็ทำให้บุตรสาวคนโตผู้นี้ต้องเสียสละไปแล้ว
บัดนี้เมื่อถูกลอบสังหาร เมื่อสืบรู้เบาะแสเบื้องหลังของนักฆ่าแล้ว สุดท้าย... ก็ต้องทำได้เพียงเท่านี้
หอหวงเฉวียน!
องค์กรนักฆ่าระดับแนวหน้าที่เห็นแก่เงินไม่เห็นแก่หน้าใคร มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งซวนโจว หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งเจ็ดรัฐของต้าจิ่ง!
อย่าว่าแต่ตอนนี้ที่บรรพชนของพวกเขากำลังบาดเจ็บสาหัส อาการยังไม่แน่ชัดเลย
ต่อให้เป็นตอนที่บรรพชนยังมีชีวิตอยู่ การเผชิญหน้ากับองค์กรยักษ์ใหญ่อย่างหอหวงเฉวียน ก็ไม่ต่างอะไรกับตั๊กแตนขวางรถม้า
นับตั้งแต่ก่อตั้งมา หอหวงเฉวียนได้ลอบสังหารยอดฝีมือขั้นเซียนเทียนไปแล้วไม่ต่ำกว่าตัวเลขสองหลัก!
การจะแก้แค้นหอหวงเฉวียนนั้น ถือเป็นเรื่องที่เกินกำลังจริงๆ
"เฮ้อ... ชิงเกอ พ่อได้คุยกับคนของหอหวงเฉวียนสาขาเมืองอวิ๋นเย่แล้ว ไม่ว่าใครจะเป็นคนจ้างวานนักฆ่า ตระกูลเจียงของเราจะยอมจ่ายให้เป็นสองเท่า หลังจากนี้จะไม่มีอะไรแล้ว วางใจเถอะ"
เจียงชิงเกอพยักหน้าอย่างเย็นชา สำหรับเรื่องความเป็นความตาย นางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักแล้ว
หากเมื่อคืนนี้ ลู่เย่ไม่บังเอิญเผยให้เห็นความแข็งแกร่งของขั้นรวมปราณระดับสูงล่ะก็
เกรงว่าทั้งสองคน คงจะตกตายไปพร้อมกันแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงชิงเกอก็เอ่ยถามขึ้น "แล้วลู่เย่ล่ะ ท่านจ่ายคุ้มครองให้เขาด้วยหรือไม่?"
แม้นางจะยังจำฝังใจเรื่องที่ลู่เย่ด่าว่านางลืมกินยาเมื่อคืนนี้ได้ดี
แต่เจียงชิงเกอก็แยกแยะออก เรื่องบาดหมางก็ส่วนเรื่องบาดหมาง แม้คนผู้นั้นจะน่ารังเกียจมากเพียงใด แต่เขาก็เคยช่วยชีวิตนางไว้
"ลูกเขยตระกูลเจียงที่อยู่ขั้นรวมปราณระดับเจ็ด ซ้ำยังฝึกม่านพลังปราณได้สำเร็จ พ่อก็ต้องซื้อความคุ้มครองให้เขาด้วยอยู่แล้ว" เจียงเหลียนซานหัวเราะหึๆ กล่าว
"ดูเหมือนว่า ลู่เย่ผู้นี้ พรสวรรค์ของเขาคงไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่เราเคยคิดไว้แต่แรกเสียแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงชิงเกอก็กัดฟันกรอด
นางไม่เชื่อหรอกว่า หากนางจะลงมือจริงๆ แล้วจะเอาชนะลู่เย่ไม่ได้?
นางจำได้อย่างชัดเจนว่า ในคืนเข้าหอ ตอนที่เขาเลิกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของนางออก ในดวงตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจออกมา
นั่นแสดงว่า รูปโฉมของนางทำให้เขาตกตะลึงได้!
ในตอนนั้น เขายังคงมีความรู้สึกดีๆ ต่อนางอยู่บ้าง
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ด้วยความคิดที่สับสนวุ่นวาย จู่ๆ เจียงชิงเกอก็เดินมาที่เขตปิ่งของเรือนนอกอย่างไม่รู้ตัว
ชิงอวี้ที่กำลังตากผ้าอยู่ พอเห็นเงาร่างที่ปรากฏอยู่นอกเรือน ก็แทบจะสะดุ้งโหยง
"คุณหนูชิงเกอ?"
ลู่เย่กำลังกินข้าวเช้าอยู่ ผู้ฝึกยุทธ์ใช้พลังงานเยอะมาก หากอาหารไม่เพียงพอก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างหนัก
เมื่อเห็นเจียงชิงเกอที่จู่ๆ ก็โผล่มา เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
นี่คือมาหาเรื่องเอาคืน หลังจากที่ถูกด่าว่าลืมกินยาเมื่อคืนนี้งั้นหรือ?
"ขอบใจนะ ที่ช่วยชีวิตข้าไว้เมื่อคืน"
เจียงชิงเกอยืนอยู่หน้าประตูเรือน นางเผยรอยยิ้มแย้มออกมา
ชิงอวี้ถึงกับมองตาค้าง มิน่าล่ะถึงได้ชื่อว่าเป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่
ภาพความงดงามเช่นนี้ แม้แต่ชิงอวี้เห็นแล้วก็ยังหลงใหลไปชั่วขณะ
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เจียงชิงเกอก็เอ่ยต่อ "เจ้า... ต้องการอะไรหรือไม่ หากรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ไม่สบายใจ จะเปลี่ยนที่อยู่ก็ได้นะ"
"ตราบใดที่เป็นสิ่งที่ชิงเกอทำได้ เจ้าสามารถบอกมาได้เลย"
ลู่เย่ตอบหน้าตาย "หัวกุ้งนึ่ง"
เจียงชิงเกอฟังไม่ถนัด นางยังคงอมยิ้มที่มุมปาก "เจ้าว่าอะไรนะ? อยากจะเปลี่ยนที่พักงั้นหรือ?"
ลู่เย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เปลี่ยนที่พักน่ะไม่ต้องหรอก สถานะอย่างข้า อยู่ที่นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว หากเจ้าอยากจะขอบคุณข้าจริงๆ ล่ะก็"
"ให้ข้ายืมเงินสักร้อยตำลึงก็แล้วกัน"
เจียงชิงเกอ "???"
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───